นำเสนอวิธีคิด + วิธีการใหม่ ในการ "ป้องกัน บำบัด ฟื้นฟู" ภาวะ "สิวในวัยผู้ใหญ่" (Adult Acne) แนวธรรมชาติบำบัดองค์รวมจากประสบการณ์ตรงเรื่องสิวกว่า 23 ปี นักเขียนเจ้าของผลงาน "สิวซีเคร็ต" และหนังสือสิวอีกหลายเล่ม วรดาภา สุขพิมลกุล (บีม)

โพสต์สำคัญที่ต้องอ่านก่อน!

สาเหตุของสิววัยผู้ใหญ่ (Adult Acne) ที่ขึ้นหลังวัย 20 ปี

สิววัยผู้ใหญ่ คือ อะไร? สิวในวัยผู้ใหญ่  ภาษาอังกฤษใช้คำว่า  Adult Acne  แต่ละสำนักอาจจะให้นิยามสิว ชนิดนี้แตกต่างกัน  แต่จากประสบก...

Oct 5, 2017

โพสต์ส่งท้ายบทบาทเรื่อง "สิว" ของครูบีม : ปิดฉาก "สิวเรื้อรัง" ด้วยการล้างพิษท่อน้ำดีและตับ




หนังสือเล่มนี้...บังเอิญครูโชคดี เห็นที่บ้านคุณแม่มานานพอสมควรแล้ว
คุณแม่บอกว่า หนังสือดีมาก แต่ไม่รู้เป็นอะไร ครูก็ยังไม่ยอมหยิบติดมือกลับมาอ่านเสียที
ทั้งที่หนังสือนี้เขียนโดยนายแพทย์ด้านธรรมชาติบำบัดที่มีชื่อเสียงมาก
นายแพทย์บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล...

จนเมื่อไม่นานมานี้ ไปเยี่ยมคุณแม่ และรู้สึกว่า เล่มนี้ดึงดูดผิดปกติ
จนต้องหยิบมาอ่าน...อ่านแล้ว..."ต้องขอยืมคุณแม่กลับ"

รู้สึกได้ทันทีว่าจะมีประโยชน์มาก ๆ ต่อตัวเองและแฟนเพจ ลูกศิษย์ ลูกค้า
ที่มีปัญหา "สิว" อย่างแน่นอน ทั้งที่ยังไปได้เพียง 1/4 ของเล่ม
แต่จากประสบการณ์เรื่องการบำบัดสิวแนวธรรมชาติกว่า 8 ปี

อ่านแว่บเดียวก็รู้สึกเลยว่า...

  1. คุณหมอให้ข้อมูลที่แน่นมาก (แม้จะดูเล่มเล็กก็เถอะ แต่แน่นจริงๆ)
  2. ทุกอย่างเป็นเหตุเป็นผลกันดีมาก เข้าใจได้ทะลุปรุโปร่งสำหรับครู (เพราะตัวครูเองก็ลงมือปฏิบัติเลยรู้ว่าที่คุณหมอให้ข้อมูลในหนังสือ เป็นความจริงทั้งหมด)
แต่...คุณหมอไม่ได้เขียนถึงเรื่อง "สิว" เลยแม้แต่น้อยนะคะ
คุณหมออธิบายเรื่อง "นิ่ว" ในท่อน้ำดีตับ ท่อน้ำดี และถุงน้ำดี
ว่ามันทำให้มีปัญหาอะไร มันก่อตัวมาอย่างไร?

ยิ่งอ่าน ยิ่งเข้าใจ ยิ่งมั่นใจในสิ่งที่ครูได้ทำมา 8 ปีกว่า
และครูอ่านแล้ว ก็เข้าใจสาเหตุของปัญหาสุขภาพในบางจุด
ที่ครูเป็นอยู่ในตอนนี้ ว่ามาจากสาเหตุนี้นี่เอง
ซึ่งเกิดมาจากภาวะที่ครู "พักน้อย เครียดมาก ทำงานหนัก"
ในช่วงปี 2553 - 2559 ติดต่อกันยาวนานถึง 7 ปี
แม้สิวครูจะหาย ผิวพรรณจะสดใส มีพละกำลังดี ดูเด็กกว่าอายุจริงหลายปี
เพราะโชคดีด้วยที่ครูได้เจอความรู้ใหม่เมื่อปีก่อนคือ อายุรเวท
ทำให้ครูมีสมดุลของร่างกายเพิ่มขึ้นอีกมาก ๆ สุขภาพแข็งแรงขึ้นอีกมาก

แต่ครูมีปัญหาเรื่อง...
  • น้ำหนักตัวที่เพิ่มยาก ลดเร็วเกินไป (คาดว่ามาจากเรื่องของนิ่วในท่อน้ำดีนี่เองค่ะ อ่านหนังสือแล้วเก็ต)
  • ผมหงอกที่เพิ่มขึ้น พลังไตอ่อนแอ (ไม่ได้เป็นโรคไตนะคะ ทางแผนจีน ไตคืออวัยวะเก็บพลังชีวิต ครูใช้งานตัวเองหนักเกินไปต่อเนื่องกันหลายปี เหมือนเอาพลังงานอนาคตมาใช้ ตอนนี้จึงเกิดปัญหาที่ผม คือ ผมแห้ง ไม่ค่อยมีน้ำหนัก และมีผมหงอกที่มากกว่าปกติ เพิ่มลดตามการดูแลสุขภาพค่ะ ตอนนี้ครูโฟกัสการฟื้นฟูพลังงานไตอยู่ค่ะเพราะเสียหายไปเยอะเลย)
นอกจากจะเข้าใจปัญหาของตัวครูเองแล้ว
ครูยังเห็นภาพเลยว่า ... นี่มันคือ ปัญหาของคนที่เป็นสิวชนิดมีสาเหตุมาจากภายในทุกคน

เพราะบางคน ดูแลตัวเองดีมาก ๆ (ครูติดตามเฟสอยู่บางส่วน)
พื้นผิวดีขึ้นมาก ๆ แล้ว อิ่มน้ำ ดูตึงใส
แต่ก็ยังมีสิวขึ้นง่ายเกินไป

.......

แล้วความทรงจำมันก็ย้อนไปถึงตอนที่ครูใช้ชุดล้างพิษตับ
ชุดนึงก็ตก 3,xxx บาท มีให้ครบ ไม่ต้องเตรียมเอง
แต่ได้ผลดีเยี่ยมมาก

เพราะ พอครูได้ล้าง ไม่ว่าจะครั้งไหน
ครูจะพบว่าตัวเองมีดวงตาสดใสเป็นประกายเหมือนเด็ก (ดวงตาเป็นหน้าต่างของตับ)
ผิวอิ่มน้ำ รูขุมขนกระชับโดยไม่ต้องทาครีมอะไร (เวลาครูทดสอบเกี่ยวกับระบบภายในกับผิว ครูจะไม่ใช้ครีมเลย ล้างหน้าอย่างเดียว ทุกครั้ง) 
และที่สำคัญ คือ ครูพบว่า สิวครูไม่ขึ้นเลย แม้จะกินอะไรที่ปกติกินแล้วต้องขึ้น (เพราะน้ำดีมันหลั่งออกมาได้ดีค่ะ ระบบย่อยจะทำงานปกติ ถ้าเราไม่ได้สวาปามแบบหนักหน่วงจริง ๆ คือ กินปกติ จะไม่มีสิวขึ้น) 

แต่ไม่ใช่ว่าไม่ขึ้นตลอดไปนะคะ...
มันอยู่ที่เราดูแลตัวเอง
เพราะนิ่วนี้ มีสาเหตุมาจาก "พฤติกรรม" ล้วน ๆ 

และปกติเขาไม่ได้ล้างกันครั้งเดียวหมดค่ะ
มันจะต้องล้างจนกว่าจะหมด
บางสำนักเขาให้ล้างกันถึง 14 ครั้ง
แต่คนก็ยอมนะ เพราะเขาเป็นโรคร้ายแรง
ถ้าไม่ต้องการทานยา เขาก็ทำ และทำแล้วมันดี เขาก็ทำต่อ

เอาล่ะค่ะ...
กลับมาเรื่องของเรา

สรุปว่า

  1. ครูนำคำตอบสุดท้ายที่เป็น "กุญแจ" ปลดล็อค "สิว"​ มาให้ทุกคนแล้วนะคะ
  2. แต่ทุกคนต้องปรับพื้นฐานตามที่ครูสอน & เข้าใจทุกเรื่องที่ครูสอนเป็นพื้นฐานก่อน เพราะ คุณมีเรื่องสิวขับพิษที่จะต้องรับมือ แตกต่างจากเคสป่วยเป็นโรคเรื้อรังอื่น ๆ (เบาหวาน ไขมันในเลือด ความดัน ฯลฯ) ซึ่งกลุ่มนั้นเขาจะไม่มีสิวขับพิษ 
  3. เมื่อคุณปรับพื้นฐานร่างกาย ปรับ Mindset ให้ถูกต้องแล้วประมาณ 3 เดือน คุณค่อยมาทำเรื่อง "ล้างพิษท่อน้ำดีและตับ" เพราะถ้าคุณไม่เคยปรับตัวปรับใจมาก่อน ไม่เคยศึกษาและปฏิบัติด้านธรรมชาติบำบัดมาก่อน ครูบอกได้เลยว่า สูตรนี้คุณทำไม่ได้แน่นอน เพราะ รสชาติแต่ละสิ่งที่ทานมันไม่ใช่อาหารที่คุณเคยชอบ การปฏิบัติแบบนี้...ถ้าไม่เจอโรคร้ายแรงจริง ๆ ก็คงไม่มีใครตัดสินใจลุกขึ้นมาทำค่ะ และอีกเหตุผลคือ เมื่อถึงวันที่คุณดูแลตัวเองครบ 3 เดือน (ดูแลครบทุกด้านนะคะ ไม่ใช่งดอาหารบางส่วนเหมือนที่บางคนที่ศึกษาไม่ครบถ้วนเข้าใจ) ร่างกายจะสะอาดพอประมาณเลย และช่องทางระบายของเสียต่าง ๆ พร้อมสำหรับการรับพิษที่ขับจากตับกับท่อน้ำดีมาอย่างเต็มที่ ก็จะทำให้การล้างพิษเห็นผลเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้นค่ะ

ข้อควรทราบ

ครูให้ข้อมูลในเชิงของประสบการณ์จริงส่วนตัวเท่านั้น การล้างพิษตับและท่อน้ำดี ยังคงเป็นประเด็นที่แพทย์ยังมีความเห็นต่างกัน แต่ถ้าเป็นสายธรรมชาติบำบัดหรือแพทย์ทางเลือก จะมีการศึกษา ปฏิบัติ และมีคนไข้ที่หายป่วยจากหลาย ๆ​ โรคเรื้อรังด้วยการบำบัดเช่นนี้จริง ดังนั้น ไม่ควรเชื่อ แต่ควรศึกษาหาข้อมูลและพิจารณาด้วยตัวเองก่อนที่จะตัดสินใจทำนะคะ มันเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล เป็นความเชื่อเฉพาะบุคคล ไม่มีใครผิดหรือถูก ควรต้องศึกษา พิจารณา ตัดสินใจ และรับผิดชอบผลด้วยตัวคุณเอง

-------------------------------------------------


และครูขอใช้พื้นที่ส่วนท้ายของโพสต์นี้แจ้งเรื่องสำคัญมากไปด้วย

ครูตัดสินใจยุติบทบาท "การศึกษาเรื่องสิว" ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพราะครูได้คำตอบครบถ้วนทั้งหมดแล้วจากการที่ครูพบหนังสือเล่มนี้ (ที่กล่าวถึงในบทความนี้ล่ะค่ะ) มันทำให้ครูเข้าใจในจุดที่ครูมีข้อสงสัยที่เหลืออีกเล็กน้อยจนหมดสิ้น

การเดินทาง 8 ปีของการศึกษา ถ่ายทอด สอน เรื่องสิวที่ผ่านมา เป็นประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งในชีวิตครู ที่นอกจากจะได้เปลี่ยนแปลงตัวเองและชีวิตของตัวเองไปอย่างสิ้นเชิง (ในทางที่ดีมาก ๆ) แล้ว ถึงวันนี้ มีผู้ที่เป็นผลลัพธ์จากองค์ความรู้นี้อีกมากมาย ดังที่ทุกคนจะเห็นในรีวิวและ testimonials ที่ครูบอกเลยว่า นี่คือ 10% เท่านั้นจากทั้งหมด และมีอีกจำนวนมากข้อมูลหายไป แต่ครูไม่ติดใจอะไรค่ะ เพราะไม่ได้ต้องการเอามาทำอะไรอยู่แล้ว 

ทุกวันนี้ ความฝันของครูในปี 2552 มันเป็นจริงแล้วและเกินกว่าที่ครูคิดไว้มาก ตั้งแต่ที่ครูได้ค้นพบว่า สิวสามารถรักษาจากการฟื้นฟูระบบภายใน และมันมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับระบบภายในทั้งอวัยวะที่เป็นชิ้นเนื้อ เป็นระบบที่จับต้องได้ กับจิตใจและจิตวิญญาณที่แยกไม่ออก ครูก็ตื่นเต้นและมีภาพในหัวเลยว่า จะต้องบอกสิ่งนี้ให้กับคนที่มีปัญหาสิวคนอื่นได้รับรู้ด้วย และครูจะต้องสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้วงการรักษาสิวให้ได้ ทุกคนจะต้องเลิกกินยารักษาสิว เลิกใช้ยา แล้วหันมาใช้ธรรมชาติป้องกันและบำบัดสิวแทน จะต้องสร้าง community ให้เกิดขึ้น

วันนี้ ทุกสิ่งที่ครูฝัน มันเป็นจริงทั้งหมดแล้วค่ะ...
  • องค์ความรู้ครบ แก้ปัญหาตัวเองได้จริง
  • องค์ความรู้ที่สอน แก้ปัญหาคนอื่นได้จริง
  • มีหนังสือดี ๆ ที่เปลี่ยนชีวิตคนมากมายตีพิมพ์ออกมา
  • มี community สุขภาพที่มีสิวเป็นจุดเชื่อมกัน
  • มีกลุ่มคนที่ประสบความสำเร็จในการดูแลตัวเอง มีความสุข และยังตัดสินใจไปช่วยเหลือคนอื่น ๆ ด้วยวิชาที่ตัวเองมีต่อไป

โพสต์นี้ จะเป็นโพสต์สุดท้ายที่ครูจะเขียนเรื่องสิวบนบล็อกนี้
แต่ครูยังมีโปรเจ็คใหม่ ๆ อีกมากมายที่จะทำค่ะ เรื่องสุขภาพยังคงอยู่ในลิสต์ด้วย
แต่ครูจะไม่ได้พูดเรื่องสิวอีกต่อไป เพราะ เรื่องสิว ในแหล่งข้อมูลที่ครูเผยแพร่ ทั้งบล็อก วิดีโอ เพจเฟสบุ๊ค กลุ่มเฟสบุ๊ค มีข้อมูลมากและครบหมดแล้วสำหรับการแก้ปัญหาให้หายขาด

แต่สิ่งที่ครูจะทำให้ก็คือ สร้างระบบการเรียนรู้ด้วยตัวเองแบบออนไลน์ (Self-Learning) เอาไว้ให้ค่ะ หลัก ๆ คือ ครูจะเอาเนื้อหาทั้งคลิปและบทความมาจัดเรียงใหม่ให้ค้นหาเพื่อการเรียนรู้ตามอัธยาศัยได้สะดวก เพราะจริง ๆ แล้ว ทุกคำถามที่ทุกคนสอบถามมา ครูมีตอบไว้บนออนไลน์ทั้งหมดแล้วค่ะ แต่คุณอาจจะไม่รู้ว่าตอบไว้ตรงไหนเท่านั้นเอง นั่นแหละที่ครูจะจัดเรียงให้ค่ะ ส่วนจะเป็นรูปแบบใดนั้น รอการติดตามที่แจ้งที่เพจได้อีกครั้งหนึ่งค่ะ

ซึ่งจริง  ๆ แล้วตอนนี้ ก็มีคอร์สออนไลน์ Acne Free 101 ที่ครูจัดทำไปแล้ว ถือว่าครบสมบูรณ์ทั้งหมด และเป็นข้อมูลเชิงลึกเรื่องสิว (ที่แรกของเมืองไทย) ที่ครู "ตกผลึก" ประสบการณ์รักษาสิวแนวธรรมชาติ 8 ปี (ที่ดูแลทั้งตัวเองและคนมาหลายหมื่นเคส) คัดสรรเฉพาะแก่นมอบให้ไว้ใน 20 บท + โบนัสเจ๋งๆ และร้อยเรียงมาให้อย่างเป็นระบบเรียบร้อยแล้ว ก็จะเข้าใจได้เร็วและง่ายขึ้นอีกหลายเท่าตัว ผลก็คือ จะหายเร็วและหายแบบรู้สึกชิล + อุ่นใจว่ามีครูดูแลใกล้ๆ และหลังจากนี้ "คอร์สออนไลน์ Acne Free 101" จะเป็นที่เดียวที่ครูจะให้คำปรึกษาและเป็นโค้ชให้เรื่องสิว หลังจากที่ครู Move ไปทำเรื่องอื่นค่ะ

เรียกกันสั้น ๆ ว่า ครูจะทำโปรเจ็ค Holistic Acne Academy ให้ค่ะ เป็นการจัดทำฐานข้อมูลและแหล่งข้อมูลเพื่อให้ค้นคว้าได้เองได้สะดวกนั่นเอง เรื่องสิว เรื่องง่าย ถ้าเรียนรู้ แล้วทำ เรียนรู้ แล้วทำ ทำไปเรื่อย ๆ จนพฤติกรรมเราเปลี่ยนไปในทางที่ดีและสอดคล้องกับธรรมชาติ มันจะสมดุลและหายเอง ถ้าจะยาก ก็ยากแค่ "สู้กับด้านลบของตัวเอง" แค่นั้นค่ะ ซึ่งอันนั้น คุณต้องแก้เอง...ไม่มีใครทำแทนได้

และทุกคนไม่ต้องกังวลนะคะ เพจ Beam's Secret สิวหายไว ไม่ต้องใช้ยา by ครูบีม ยังเปิดอยู่และเปิดตลอดไป ถ้ามีคำถามใด ๆ ยังสอบถามที่เพจได้ค่ะ เพียงแต่ครูจะไม่มีอัพเดทเรื่องสิวแล้วเท่านั้นเองค่ะ 

ในส่วนของร้าน BS Shop ครูยังคงทำงานซัพพอร์ตด้านข้อมูลผลิตภัณฑ์ วิธีใช้ที่ถูกต้อง และการดูแลหลังการขายให้กับแอดมินของร้านค่ะ จนกว่าระบบข้อมูลจะครบสมบูรณ์ ลูกค้าก็จะสะดวกในการค้นหาข้อมูลได้เองมากขึ้น

ขอบคุณทุก ๆ คนสำหรับการสนับสนุนและพลังใจดี ๆ ที่มีให้กันเสมอมานะคะ

เรื่องราวและประสบการณ์ของทุกคนคือส่วนหนึ่งขององค์ความรู้เรื่องสิวที่ครูเผยแพร่ที่จะเป็นประโยชน์ต่อคนรุ่นหลังอีกยาวนานสืบไปค่ะ

เราคือ "ครู" ของ "กันและกัน"

ด้วยรัก
#ครูบีม
เวลา 5.48 น. 
วันพฤหัสบดีที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2560



Oct 4, 2017

บทเรียนจาก "ไซนัส"


Photo from https://www.healthnutnews.com/common-ingredients-15-minutes-need-kill-sinus-infection/

เมื่อวันอาทิตย์ช่วงบ่าย ๆ ที่ผ่านมา (1 ตุลาคม 2560) ครูตื่นมาทำงานตั้งแต่ประมาณตี 3 กว่า ๆ (ตื่นอัตโนมัติ และอากาศเริ่มเย็น (เชียงราย) แต่ถ้าครูได้นั่งทำงานแล้ว ถ้าสมาธิมา จะไม่ค่อยอยากลุกไปไหน จึงไม่ได้ลุกไปหยิบผ้ามาทำให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น

ช่วงกลางวัน ก็รู้สึกครั่นเนื้อตัว แต่ก็ยังไม่รู้สึกอะไรมาก จนกระทั่งช่วงประมาณบ่ายสาม ก็เริ่มรู้สึกหนาว ๆ และเป็นไข้พอประมาณ ครูก็ยังคิดว่าเป็นหวัดธรรมดาเท่านั้น ซึ่งปกติถ้าเป็นหวัด ครูจะไม่กินยาอะไร และใช้สูตรที่ครูทำมาอยู่แล้ว ได้แก่ น้ำขิง ขมิ้นชัน น้ำกระเจี๊ยบแดงอุ่น เกลือหิมาลัยผสมน้ำอุ่น หรือน้ำธรรมดา น้ำหอมแดงต้ม น้ำเปล่าสะอาดอุณหภูมิห้องปริมาณมาก ๆ ดื่มตลอดเวลา อยู่ห่างจากห้องที่มีความเย็น เครื่องปรับอากาศ และจะอยู่ที่อบ ๆ ร้อน ๆ โดนแดด โดนความร้อน ให้เหงื่อออกมากที่สุด แล้วพักผ่อนมาก ๆ และจะไม่ค่อยกินอะไร (ทำตามสิ่งที่ร่างกายต้องการทั้งหมด ไม่ฝืน) ซึ่งปกติแล้ว เพียง 1 วันก็จะหาย

ครูก็ทดลองทำตามที่ครูทำเหมือนที่ผ่านมา...

แต่ครั้งนี้ มันแตกต่าง มันมีความร้อนขึ้นกระบอกตาและศีรษะตลอดเวลา ปวดเมื่อยไปถึงสันหลังทั้งแนว (คิดว่าแนวเส้นประสาททั้งหมดได้รับผลกระทบ) ที่ตัวไม่ค่อยมีไข้ แต่หัวร้อนตลอดเวลา

ครูก็เลยเพิ่มการกินน้ำมันมะพร้าวที่หมักกระเทียม เพราะน้ำมันมะพร้าวมันจะฆ่าเชื้อไวรัสและเชื้อโรคทุกอย่างได้ ซึ่งใช้ได้ผลกับตอนที่ลูกครูไม่สบาย ที่ไม่มียาฆ่าเชื้อไวรัส (หมอบอก) แต่น้ำมันมะพร้าวช่วยให้ไข้ลูกลงเร็วมาก เป็นแบบนั้นทุกครั้งที่ทำ (ประสบการณ์ส่วนตัว) แต่รอบนี้ เหมือนจะช่วยได้แป๊บเดียว แต่ไม่หายไป...

แต่สิ่งที่ครูกินหนักมากรอบนี้ และพบว่า ลดไข้ได้ดีมาก (เพราะครูไม่กินยาเลยแม้แต่นิดเดียว และไม่มียาสามัญประจำบ้านติดบ้านเลยแม้แต่อันเดียว) เหงื่อออกแบบสุดๆ หลุดโลกเลย คือ...เก๊กฮวยช่วยชีวิต ตามรูปเลยค่ะ (ไว้ครูค่อยมาอัพเดทประโยชน์ของเก๊กฮวยนี้และสิ่งที่ครูได้รับจากการกินแบบหนักมากให้ในโพสต์ต่อไปนะคะ ครูตื่นเต้นกับมันมากจริง ๆ รักที่สุด และมันจะช่วยทุกคนเรื่องสิวได้ด้วยค่ะ)


เก๊กฮวยโครงการหลวงช่วยชีวิต
เมื่อวันจันทร์ ครูคิดว่า รอดูอีกวันก็แล้วกัน แต่ในใจก็เกรง ๆ ว่าจะเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์อะไรไหม? เดี๋ยวติดลูกละแย่เลย สงสารเด็ก (พอดีพึ่งอ่านเจอโพสต์ในเฟสเรื่องไข้หวัดไม่นานมานี้) แต่อาการมันก็ดีขึ้นนะ แต่ทำไมน้า ยังปวดหัวและปวดตา และสันหลังอยู่ตลอดเลย (คือไม่สามารถจะคิดงานอะไรที่ปกติสามารถคิดได้ช่วงสมองโปร่งใส)

พอพ้นคืนวันจันทร์ คือ ไม่ไหวแล้ว ยังมีอาการเดิมเลย มันเกินเวลาปกติที่ร่างกายครูจะจัดการกับ "หวัดปกติ" ได้ ด้วยความไม่สบายใจ อยากไปตรวจเพื่อให้แน่ใจว่ามันไม่ใช่ไข้หวัดสายพันธ์ุอะไร และอยากให้หายเร็วที่สุด เพราะ ครอบครัวจะได้ไม่ติด และ จะได้ไม่กระทบงานนานเกินไป

ครูก็ไปโรงพยาบาลเลยเพื่อไปรับการตรวจเช็คให้แน่ใจ...


ผลการตรวจ

เมื่อเข้าพบคุณหมอ คุณหมอดูใบประวัติ และ ซักอาการเล็กน้อย แล้วสอบถามเพิ่มว่า

"ทำจมูกมานานหรือยังครับ"?

ในใจก็คิดว่า เฮ้ย...เกี่ยวด้วย...​แต่ก็ตอบไปว่า "4-5 ปีได้แล้วค่ะ"

จากนั้น คุณหมอก็เอามือมาเคาะที่ตรงหน้าผากด้านล่าง (พื้นที่สามเหลี่ยมเหนือคิ้วเล็กน้อย) และตรงข้างจมูกสองข้าง แล้วถามเราว่า "เจ็บมั้ย"

ครูก็ถามกลับเพื่อความชัวร์ว่า จะสามารถบอกอาการคุณหมอได้ถูก...
"เจ็บนี่คือยังไงคะ"? (เยอะนิดนึง แต่อยากให้ชัวร์)

คุณหมอก็ตอบอย่างใจเย็นว่า "มันจะจี๊ด ๆ นิด ๆ ครับเวลานิ้วเคาะโดน"
แล้วลองเคาะให้สังเกตอีกรอบ...(น่ารักมาก)

สรุปว่า หน้าผากไม่เจ็บ...แต่เจ็บตรงพื้นที่ข้างจมูกทั้งสองข้าง (โพรงไซนัส)

แล้วคุณหมอก็เฉลย...

การทำจมูกจะทำให้การไหลเวียนของของเหลวภายในจมูกไม่เป็นไปตาม flow ปกติ เพราะใส่แท่งซิลิโคนเข้าไปและมีการเปลี่ยนรูปทรงของจมูกด้วย  จะเกิดขึ้นกับทุกคนที่ทำจมูก จึงสามารถทำให้เกิดภาวะคั่งของน้ำมูกหรือเมือกในโพรงไซนัสได้ และทำให้เกิดการติดเชื้อและอักเสบได้

ครูก็เก็ต ถึงบางอ้อ...

เพราะนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เป็น แต่ครั้งก่อนเป็นที่หน้าผาก ระยะห่างก็สัก 3 ปีได้ ซึ่งก่อนทำจมูกก็ไม่เคยมีอาการเหล่านี้เลย (ก็เลยคิดว่าเป็นไปได้)

ครูก็ถามอีกเพื่อความมั่นใจว่า จะไม่ใช่ไข้หวัดสายพันธุ์อะไร ก็ได้รับคำตอบว่า ไม่น่าจะใช่ ให้ลองเอายาฆ่าเชื้อไปกินก่อนสัก 3 วัน

แต่ครูเคยเป็นมาก่อน และคิดว่า ใช่แล้วล่ะ คงไซนัสนี่แหละ แต่รอบนี้ย้ายมาที่โพรงจมูกแทน เลยปวดขึ้นตาและหัวตลอดเวลา พอขึ้นหัวก็ร้าวถึงเส้นประสาทไขสันหลัง พ่วงกันไปหมด แต่รอบนี้ ไม่รู้เพราะกินน้ำมันมะพร้าวหมักกระเทียม หรือ กินน้ำเก๊กฮวย (ไม่เติมน้ำตาล) อย่างหนักหรือเปล่า ที่ทำให้ครูถ่ายเหมือนท้องเสีย 2 รอบใหญ่ ๆ ในวันนี้...ผอมเลยทีเดียว



เมื่อได้ยามาแล้ว ครูก็กินเลย (เย็นอังคาร) แล้วก็เพลียมากช่วงเย็น ๆ ก็หลับไป พร้อมกับไข้ที่ขึ้นสูงมากขึ้น ก็เช็ดตัว และกินยาแก้อักเสบเพิ่มไป และฉีดจมูกเพิ่มเพราะคัดจมูก แต่ครูไม่กินยาแก้แพ้ (ใครที่งงว่า ครูใช้ยาทำไม เดี๋ยวครูสรุปให้ตอนท้ายนะคะ) จากนั้น ครูก็นอนพักต่อไปอีก เพราะเพลียมาก แต่เมื่อค่ำ ๆ ไข้ก็ลดลงทั้งหมดพร้อมกับอาการปวดโพรงจมูกที่ลดลงมากพอสมควร) พละกำลังกลับมาประมาณ 50%

ล่าสุด...

วันนี้ (พุธที่ 4 ตุลาคม 2560) ช่วงเช้า ครูพบว่ามีพละกำลังขึ้นมาสัก 70% และยังคงกินยาฆ่าเชื้อ (ปฏิชีวนะ) เม็ดที่ 2 และจะกินต่อให้หมด (เพราะยากลุ่มนี้ ถ้ากินต้องกินให้หมดตามโดสถ้าเราไม่ได้มีสมุนไพรหรือหนทางที่ฆ่าเชื้อในทางอื่นนะคะ แต่ถ้าเป็นสิว ไม่จำเป็นต้องกินนะคะ คนละเรื่องกัน) 

สถานะล่าสุด (ณ ตอนที่เขียน)

  • ครูหิวข้าว เพราะ ยังไม่ได้กินอะไรเลย เนื่องจากมื้อเที่ยงครูไม่อยากกินของคาวเลย อยากกินแต่ของที่ทำให้ร่างกายเย็นลง
  • ร่างกายมีภาวะขาดน้ำ ปากแห้ง dehydrated คงเป็นผลมาจากหลายอย่าง แต่หลัก ๆ ครูคิดว่า มาจากการกินยา 
  • ครูรู้สึกสมองยังไม่ปลอดโปร่งเท่าที่ควร และรู้สึกพลังลบเยอะ
  • ครูยังถ่ายไม่ออก (สำหรับวันนี้)
  • ภาษาอายุรเวทเรียก "อามะตกค้าง" ทำให้รู้สึกกายและใจหดหู่ (ซึ่งวันนี้ความคิด ความรู้สึกลบ ผุดเยอะมาก ๆ ค่ะ ต้องใช้สติเยอะมาก)
  • แต่ก็กำลังดูแลร่างกายอย่างดีที่สุดตามสิ่งที่เขาบอกครูว่า "ต้องการอะไร" ครูก็จัดให้ตามนั้น
  • ประจำเดือนมาตั้งแต่เมื่อวาน แต่ไม่มีอาการปวดประจำเดือนเลย และเลือดประจำเดือนไหลคล่อง สีแดงสุขภาพดีมาก ครูไม่แน่ใจว่าเป็นผลมาจากน้ำเก๊กฮวยหรือเปล่า แต่คาดว่าใช่ เพราะเขามีสรรพคุณล้างพิษตับ แล้วครูดื่มเยอะมากจริง ๆ แทนน้ำเปล่าได้เลย เพราะไข้มันสูงมาก ซึ่งถ้าตับสุขภาพดี เลือดประจำเดือนจะออกมาดีค่ะ (อันนี้เป็นหลักการแพทย์แผนจีน แต่นี่เป็นประสบการณ์ครูนะคะ ใครสนใจอาจจะต้องไปทดลองกันเอง อาจได้ผลต่างกันไปตามสภาพร่างกายแต่ละบุคคล และการล้างพิษตับไม่ใช่การกินตัวเดียวแล้วล้างได้ค่ะ แต่ของครูคือ ครูดูแลตัวเองมานานพอสมควรแล้ว การกินตัวนี้ในปริมาณเท่านี้ ก็อาจส่งผลที่ชัดเจนได้เลย ในขณะที่คนที่ร่างกายยังไม่เคยล้างพิษ ก็อาจไม่เห็นผลเท่านี้ค่ะ อันนี้ครูไม่รับประกัน)

สรุปบทเรียนใหม่ ๆ ที่ครูได้รับจากการไม่สบายครั้งนี้

  1. การทำจมูกทำให้เป็นไซนัสอักเสบได้ เพราะ ของเหลวภายในโพรงไซนัสและจมูกหมุนเวียนได้ไม่ดี ถ้ามีน้ำมูก หรือ เมือก อาจระบายออกไม่ได้ คั่งค้าง อักเสบได้
  2. ไซนัสอักเสบ ต่างจากหวัดธรรมดา (ที่ร่างกายรับความชื้นมากไป - เป็นประเภทที่ครูจะเป็นถ้าจะเป็นหวัดจากเสียสมดุล) คือ หวัดธรรมดามันจะไม่ปวดตาและปวดหัวขนาดนี้ นี่คือ ปวดเฉพาะจุด
  3. น้ำเก๊กฮวยของโครงการหลวงสามารถลดไข้ ทำให้เหงื่อออกได้ดี  และทำให้เลือดประจำเดือนมีสีแดงสดใส ไม่ปวดประจำเดือน และครูไม่เติมน้ำตาลนะคะ น้ำผึ้งก็ไม่เติม คือ กินแบบไม่ต้องเติมอะไร (ของที่อื่นครูไม่รู้ว่าจะให้ผลเหมือนกันไหม ถ้าถามมาขออนุญาตไม่ออกความเห็นนะคะ คงต้องทดลองกันเองดู ครูยังไม่ได้ศึกษาสมุนไพรแบบลึกซึ้ง รู้แต่ว่าในฐานะผู้ใช้ มันเวิร์คมาก) 
  4. การเป็นไซนัสอักเสบ ทำให้สิวขึ้นบริเวณโพรงไซนัสได้ด้วย (บริเวณที่เรามีปัญหา) ซึ่งสิวจะมีลักษณะร้อนและแดง (สิวปิตตะ) ตามอาการอักเสบภายใน ซึ่งต้องให้อาการไซนัสอักเสบหาย มันถึงจะยุบ

และตอบคำถามทิ้งท้ายว่า ทำไมต้องกินยา?

  • เนื่องจากครูยังไม่มีองค์ความรู้ว่าสมุนไพรหรือวิธีธรรมชาติใดที่จะฆ่าเชื้อที่ทำให้อักเสบนี้ได้ เพราะครูกินน้ำมันมะพร้าวที่หมักกระเทียมมาแล้ว ก็ยังไม่สามารถทำอะไรได้ มันไม่หาย 
  • บางอย่างเราก็ต้องอยู่เส้นกลางระหว่างการใช้ยาและการใช้ธรรมชาติบำบัด เพราะอาการบางอย่าง ธรรมชาติมันแก้ทันทีเลยไม่ได้ (ถ้าเราไม่ได้รู้เรื่องแบบปรมาจารย์สมุนไพรและธรรมชาติบำบัดจริงๆ แต่ถ้าครูรู้ ครูก็จะไม่ใช้ยา) ครูยังต้องทำงาน ต้องดำเนินชีวิต ครูก็เลือกที่จะให้อาการมันหายเร็ว เพราะมันทรมานและทำงานไม่ได้เลย ครูเลือกที่จะใช้ยาฆ่าเชื้อไปด้วยความรู้ว่าจะต้องดูแลตัวเองอย่างไรบ้าง
  • ครูรู้ว่าการใช้ยา ตับต้องรับภาระอะไร และภาวะขาดน้ำ ครูสามารถแก้ได้ด้วยการดื่มน้ำให้มากกว่าเดิมและการดื่มน้ำเก๊กฮวยเพื่อช่วยให้ตับระบายพิษจากยาได้ดีขึ้น
  • สุดท้าย แม้จะรู้ว่ายานี้จะฆ่าเชื้อแบคทีเรียชนิดที่ดีได้ แต่ครูก็รู้ว่า ครูสามารถเติมโพรไบโอติคส์กลับได้เช่นกัน
และที่สำคัญ ทำให้ครูค้นพบวิธีรักษาไซนัสอักเสบใหม่ ๆ เพิ่มด้วย
https://www.healthnutnews.com/common-ingredients-15-minutes-need-kill-sinus-infection/

และครูกำลังจะทดลองดูนี่แหละ ^^

จบการรายงานค่ะ
หวังว่าจะได้ประโยชน์กันไปไม่มากก็น้อยนะคะ

ด้วยรัก
ครูบีม




Sep 8, 2017

Success Story : พี่เกด สิวหายขาดได้ ไม่ต้องใช้ยา


Created by Pressfoto - Freepik.com


ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณน้องบีมที่ให้เป็นส่วนหนึ่งของผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรของน้องบีม และได้มีโอกาสมาแชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับแนวทางการรักษาสิวให้เพื่อนๆฟังค่ะ

แนะนำตัวก่อนค่ะ พี่ชื่อพี่เกด ตอนนี้ก็ใกล้ 37 แล้วค่ะ เป็นสิวแบบประปรายมาตั้งแต่ย่างเข้าวัยรุ่น เป็นๆหายๆ แต่ไม่เคยหายขาด เมื่อก่อนยังไม่คิดอะไร เพราะเรามักจะเข้าใจว่า ไม่เป็นไร เดี๋ยวอายุมากเราจะหายได้เอง ก็ปล่อยให้ขึ้นมาตามยถากรรมไปค่ะ

จนเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว เริ่มคิดได้ว่าปูนนี้แล้ว ก็ยังมีมาเยี่ยมเยียนกันได้แบบไม่หายขาด เลยสงสัยค่ะว่า มันเกิดขึ้นเพราะอะไร จนเมื่อมาเจอน้องบีม ได้อ่านประวัติของน้องบีมเลยรู้เลยค่ะว่า แนวทางการดูแลรักษาของน้องบีมนี่แหละค่ะ ที่จะทำให้เราหายขาดได้จริงๆ เลยเริ่มจริงจังกับแนวทางของน้องบีม

ตอนนี้ยืนยันได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่าหายขาดแล้วจริงๆ (หมายเหตุ: อาจมีขึ้นบ้าง ถ้าไม่ดูแลตัวเองเลยจริงๆ อันนี้ต่อให้คนที่ไม่เคยมีสิว แต่ถ้าไม่ดูแลตัวเอง เดี๋ยวยังไงก็ขึ้นค่ะ)

ดังนั้นพี่ขอสรุปแนวทางการรักษาที่พี่ทำอยู่ตอนนี้ให้ฟังตามด้านล่างเลยนะคะ


  1. ปักหมุดก่อนเลยค่ะ ว่าผิวเราดี ผิวเราแข็งแรง ผิวสวย หน้าใส หลับตานึกภาพเราในแบบสวยวิ้ง มีออร่า เน้นนะคะ ทำทุกวัน จะสามมื้อหลังอาหารเลยก็ได้ค่ะ
  2. ดูแลลำไส้ของเราให้สะอาดและแข็งแรงอยู่ตลอดเวลา โดยการขับถ่ายสม่ำเสมอ อย่าให้มีตกค้างในลำไส้นาน (พี่ใช้ทานโพรไบโอติกส์แบบแคปซูลและโอเมก้า 3 แบบแคปซูลทุกวัน มีน้ำผักผลไม้ปั่นบ้าง แต่ไม่ทุกวัน)
  3. งดอาหารที่แพ้ เพื่อไม่ให้เกิดการอักเสบของลำไส้ (อันนี้พี่ใช้การตรวจเลือดดูเลยค่ะว่า แพ้อะไรบ้าง ราคาอาจจะค่อนข้างสูง แต่รายการที่แพ้ และข้อมูลจากทางแลปมา ยืนยันได้ค่ะว่าอยู่ในรายการที่น้องบีมเขียนไว้ให้หมดแล้ว)
  4. นั่งสมาธิทุกวัน เพื่อล้างพิษในร่างกายและจิตใจ(ระยะเวลาการนั่งตามสะดวก แต่ต้องให้รู้สึกได้ว่าร่างกายและจิตใจผ่อนคลายและเบาสบายแล้ว)
  5. นอนประมาณ 4 ทุ่ม 
  6. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ (ความสม่ำเสมอของแต่ละคนอาจไม่เท่ากัน เนื่องจากความพร้อมของสภาพร่างกาย) 
  7. ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ก่อให้เกิดสิว (อันนี้หาซื้อได้จากร้านของน้องบีม เพราะมีให้ครบทุกขั้นตอน ไม่ต้องเสียเวลาคิดมาก)


ต้องขอบอกก่อนนะคะ ทุกขั้นตอนที่ทำนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันค่ะ พี่ใช้เวลาประมาณเกือบ 2 ปีที่ค่อยๆฝึกทำทีละอย่าง ทำวันละนิด แต่ทำอย่างมีวินัยและสม่ำเสมอค่ะ เช่น พอเรื่องนี้อยู่ตัวก็เริ่มทำอย่างใหม่ แต่ที่ทำมาก่อนหน้านี้ก็ยังคงต้องทำต่อไปนะคะ แต่ละคนก็ใช้เวลาไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับความมีวินัยและสิ่งที่สะสมมาก่อนหน้านี้ อย่าลืมรู้จักโดชาตัวเองก่อนด้วยนะคะ จะช่วยให้ย่นระยะเวลาได้เร็วขึ้น

ถ้าปฏิบัติตามที่น้องบีมแนะนำ จะเห็นว่ามีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นอย่างชัดเจนในแต่ละขั้นตอนที่ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนของพี่ก็คือ การที่พี่ได้เป็นศิษย์ของน้องบีมและพี่โค้ชทุกคนในหลักสูตร ล้างพิษ จิตใต้สำนึก รุ่น 2 ซึ่งเป็นสิ่งที่น้องบีมถ่ายทอดมานั้น ล้วนคัดสรรมาแล้วว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่กำลังเดินอยู่ในเส้นทางนี้แล้วทั้งสิ้น ยิ่งในหลักสูตรหลังๆที่น้องบีมเตรียมให้นั้น จะเข้มข้น และลงทุกรายละเอียด อันนี้ต้องขอชื่นชมน้องบีมเลยค่ะ ว่าน้องบีมเก็บได้ทุกเม็ดและถ่ายทอดออกมาได้อย่างชัดเจน ซึ่งทำให้เราสามารถเข้าใจร่างกายและจิตใจของเราได้อย่างถ่องแท้ สามารถย่นระยะเวลาให้หายขาดได้เร็วขึ้นจริงๆ

สุดท้ายขอบคุณทุกคนที่อ่านมาจนถึงตรงนี้ค่ะ (เพราะเขียนยาวมาก) พี่ขอให้ทุกคนโชคดี และไปถึงเป้าหมายที่ตัวเองวางไว้ เชื่อได้เลยค่ะว่า สิ่งดีๆจะไม่ได้เกิดขึ้นแค่ตัวเราเท่านั้น แต่มันจะส่งต่อไปถึงคนรอบข้างเราด้วยเสมอ และเมื่อร่างกายดี จิตใจดี สิ่งดีๆอีกมากมายก็จะเข้ามาในชีวิต

สุดท้ายของท้ายที่สุด พี่ต้องขอบคุณน้องบีมจากใจจริง เหมือนทุกครั้งที่เราได้มีโอกาสคุยกัน ที่น้องบีมได้มุ่งมั่น จริงจัง ศึกษา จนได้แนวทางนี้มาและเผยแพร่ให้เป็นประโยชน์กับผู้อื่น และพี่ก็เชื่อว่าสิ่งดีๆเหล่านี้ จะส่งผลให้น้องบีมเจอแต่สิ่งดีๆ คนดีๆ ในชีวิตตลอดไป

ขอบคุณอีกครั้งค่ะ
พี่เกด

Aug 7, 2017

ชื่อเรียกปัญหาสิวแนวกราม



มารู้จักชื่อเรียกของสิวแต่ละประเภท (แนวกราม) ด้วยนิยามของ #BeamsSecretกันนะคะ เราจะได้เข้าใจลักษณะของปัญหาสิวแต่ละอย่างได้ตรงกัน ดูตัวเลขตามภาพเลยค่ะ
  1. สิวอุดตันหัวปิด - สิวมีขนาดเล็ก ใหญ่กว่ารูขุมขนหน่อยเดียว ไม่มีจุดบุ๋มสีดำ ๆ ตรงกลาง เรียก สิวอุดตันหัวขาว หรือสิวอุดตันหัวปิด แบบนี้กดได้ค่ะ แต่ถ้าเอาเข็มเจาะรูให้เขาก่อน จะได้ไม่เปลืองแรงและไม่เป็นรอยมากนัก จะได้หายเร็ว ๆ สิวแบบนี้ ถ้าปล่อยไว้ ไม่รักษา วันดีคืนดี จะอักเสบได้ ถ้ามีปัจจัยเช่น ของกิน 10 อย่าง ความเครียด ดื่มน้ำน้อย ประจำเดือนจะมาค่ะ
  2. สิวอักเสบมีหัวหนอง - เป็นสิวเม็ดฐานสีแดง ๆ มีขนาดเล็กจนถึงใหญ่ แต่ไม่เป็นถุงน้ำ มีหัวหนองขาว ๆ อยู่ตรงกลาง ถ้านาน ๆ ไปจะกลายเป็นแข็ง ๆ เหลือง ๆ เพราะไขมันของเราเจออากาศ ก็เลยแห้งลงค่ะ สิวแบบนี้เจ็บปวด บวม แดง และอักเสบลุกลามใหญ่ได้ ถ้าไม่รีบรักษา ทำให้เกิดรอยดำ เพราะ การอักเสบจะทำให้เมลานินรีบรุดมาที่เกิดเหตุทีละมาก ๆ พร้อมกัน แต่เป็นรอยดำที่ผิวชั้นบน แบบนี้ผลัดเซลล์ออก แล้วทาบำรุงก็หายได้ค่ะ
  3. สิวอักเสบบวมน้ำ - มักเป็นถุงสิว มีฐานกว้างกว่าแบบที่ 2 ลักษณะสำคัญคือ เป็นถุง ๆ แต่ไม่ค่อยมีหัวขาว ๆ เป็นเหมือนเลือดคั่ง สิวแบบนี้ จะไม่ยุบตัวลง 100% จนกว่าสาเหตุภายในของการคั่งเลือดและน้ำเหลืองบริเวณนั้นจะหายไป (ต้องรักษาจากภายในเท่านั้นจึงจะยุบตัวแบน 100%) และเป็นสิวที่มีโอกาสก่อหลุมสิวมากที่สุด เพราะ จะกินเนื้อลงไป (ยิ่งหนองมากเท่าไหร่ และภูมิคุ้มกัน เม็ดเลือดขาวน้อยเท่าไหร่ ก็ยิ่งเกิดหลุมมากเท่านั้น หรือเป็นนานมาก ๆ กว่าจะหายค่ะ) บางที ด้านบนเหมือนจะแต้มยาแล้วแห้งๆ เป็นสะเก็ด ๆ แต่ก็ไม่ยุบลงไปซะทีนั่นเอง
  4. รอยแดง - เป็นรอยสีแดง ๆ จับดูแล้วเรียบ ไม่มีตุ่มนูน ๆ อีกเลย เป็นรอยที่เกิดจากการอักเสบหรือร้อนของเส้นเลือดฝอยบริเวณผิวหนังส่วนนั้น ๆ รอยแดง ไม่ใช่สิวอักเสบ แต่อาจเป็นร่องรอยหลังจากสิวอักเสบยุบตัว จนกว่าความร้อนเกิน หรือ ปิตตะ จะหมดจากผิวหนังสือบริเวณนั้นไป ซึ่งวิธีการที่ดีที่สุดคือ ลดความร้อนของเลือดและระบบอวัยวะที่มีความร้อนสะสมที่เกี่ยวข้องกับบริเวณนั้นของใบหน้า (Facial Reflexology)
วันนี้ ลองส่องกระจก แล้ววิเคราะห์สิวบริเวณกรามของตัวเองดูนะคะ ว่าเรามีสิวลักษณะใดกันบ้าง พรุ่งนี้และวันถัด ๆ ไปของสัปดาห์นี้ เราจะมาดูวิธีแก้ปัญหากันค่ะ
หมายเหตุ : ชื่อเรียกสิวและการบรรยายลักษณะปัญหาของสิวแต่ละแบบ เป็นความรู้เฉพาะที่บีมตกผลึกและผสมผสานมานะคะ อาจจะแตกต่างจากทฤษฎีอื่นๆ ที่หลายคนอาจได้ศึกษามา แต่บีมใช้ความเข้าใจของบีมแบบนี้ในการดูแลตัวเองและผู้อื่น ก็พบว่า ช่วยแก้ปัญหาได้จริงค่ะ ก็ขอใช้แบบนี้ในการสื่อสารกับแฟนเพจและลูกค้าก็แล้วกันนะคะ จะได้เข้าใจตรงกันค่ะ
--------------------------
สำหรับคืนนี้ ฝึกเข้านอนก่อน 4 ทุ่มกันนะคะ
เพราะมันจะช่วยให้ร่างกายสามารถดีท็อกซ์ตัวเองได้ตามธรรมชาติ
และสิวจะหายเร็วขึ้นค่ะ ประหยัดอาหารเสริมและครีมไปได้อีกเยอะเลยค่ะ
ขอบคุณค่ะ
#บีมซีเคร็ต
#BeamsSecret
http://bye-bye2acne.blogspot.com
บล็อกที่อ่านและลงมือทำแล้วจะมีโอกาสหายขาดจากสิวได้ตลอดไป
https://goo.gl/oYSb9T
รวมคลิปที่จะทำให้คุณเข้าใจเรื่องสิวได้อย่างถึงแก่นแห่งแรกในเมืองไทย

เรื่องเล่าสิวแนวกราม...ที่มีไว้ปราบเซียน




เรื่องเล่าสิวแนวกราม...ที่มีไว้ปราบเซียน
สิวแนวกราม เป็นสิว "ปราบเซียน"
เพราะจะเป็นสิวด่านสุดท้ายที่หลงเหลือ
สำหรับคนที่รักษาสิวแนวธรรมชาติทุกคน
ถ้าใครสามารถรักษาสิวแนวนี้ให้หายได้
มีโอกาสเท่ากับสามารถหายขาดได้ตลอดชีวิตเช่นกัน
สิวแนวกราม มักจะขึ้นเป็นเม็ดใหญ่ ๆ
บ้างก็มีแต่น้ำ บ้างก็มีสีแดง อักเสบผสม
บ้างก็มีหัวหนองเป็นจุดอยู่ตรงกลาง
ภาษาอายุรเวท เรียกว่า สิวคัพพะค่ะ
สิวแบบนี้มี สาเหตุหลัก ๆ มาจาก
การกินไขมันทรานส์ จากของทอด ผัด
น้ำมันทอดซ้ำ เช่น ไก่ทอด กล้วยทอด หมูทอด
หรือจากเบเกอรี่ที่ผสมไขมันทรานส์
ในรูปแบบมาการีน เนยเทียม ครีมเทียม
ไขมันปาล์ม น้ำตาล ในขนมช็อคโกแลตทั้งหลาย
และน้ำตาลปริมาณสูง ๆ ที่ผสมในเครื่องดื่มต่าง ๆ
น้ำตาลทรายแดง น้ำตาลทรายขาว
นอกจากจะเป็นอาหารของเชื้อยีสต์แล้ว
ยังทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดแกว่ง
ส่งผลให้กระตุ้นฮอร์โมนทั้งหลาย
ที่ทำให้เกิดภาวะหน้ามัน และเซลล์อุดตันรูขุมขน
และฮอร์โมนแปรปรวน ฮอร์โมนผู้ชายล้นทะลัก!
จึงส่งผลให้เป็นสิวฮอร์โมนต่อ
และยังรวมไปถึง ฮอร์โมนในนมวัว
เมือกเหนียวหนืดจากนมวัวที่รวมกับน้ำย่อยในกระเพาะ
อุจจาระเก่าตกค้าง พยาธิที่ไม่ได้ถ่ายออก
ไม่ได้กินผักผลไม้ เส้นใยอาหารเข้าไปเลย
เน้น เนื้อ นม ไข่ แป้ง ล้วน ๆ แต่ละมื้อ
นาน ๆ ไป เกิดการหมัก บูด เน่า เสีย
เกิดจุลินทรีย์มีพิษมากมาย
ผนังลำไส้ต้องสัมผัสกับพิษตลอดเวลา
ทำให้เสื่อมสภาพ เกิดเป็นรอยรั่ว
เรียก "ลำไส้รั่ว หรือ Leaky Guy Syndrome"
ส่งให้ผลพิษแพร่กระจายออกไปจากระบบลำไส้
ส่งผลให้เวลาต่อมา เกิดภาวะการอักเสบเรื้อรัง
สัปดาห์หน้า เราจะมาทำความรู้จักกับ "ลำไส้"
และวิธีการกู้ลำไส้ของเราให้กลับมาสุขภาพดี
ด้วยพระเอกขี่ม้าขาวที่ชื่อว่า โพรไบโอติคส์
เพราะมีคนมากมายเหลือเกิน
ที่ยังไม่รู้ว่า จะต้องทำยังไง
เพื่อให้สิว "แนวกราม" นี้หายได้จริงๆ
หลังจากที่บีมได้ทดลองกินนมหมักคีเฟอร์อีกรอบ
หลังจากที่เคยกินครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2552
ที่ตอนนั้นกินแล้วเห็นผลเรื่องสิวแนวกรามดีมาก
แต่หยุดไป เพราะ มีเภสัชที่เป็นห่วง
กระซิบบอกว่า "ระวังเรื่องเชื้อกลายพันธุ์"
แต่วันนี้ คีเฟอร์ ถูกพูดถึงในวงการสุขภาพไม่หยุดหย่อน
แรงแบบฉุดไม่อยู่ ใครที่รักษาสิวจากการเปลี่ยนอาหาร
ก็จะพูดถึงตัวนี้ด้วยในฐานะ โพรไบโอติคส์ที่สำคัญ
ที่จะทำให้สุขภาพลำไส้แข็งแรง และผิวแข็งแรงได้ตลอดไป
ติดตามในบทความต่อ ๆ ไป สำหรับวิธีการจัดการกับสิวแนวกรามให้อยู่หมัดนะคะ

ติดตามอัพเดทสาระดี ๆ เพื่อการ "ถอนรากสิว"​ แนวใหม่ ด้วยตัวเอง
FB: Beam's Secret

http://bye-bye2acne.blogspot.com/
บล็อกที่อ่านและลงมือทำแล้วจะมีโอกาสหายขาดจากสิวได้ตลอดไป

https://goo.gl/oYSb9T
รวมคลิปที่จะทำให้คุณเข้าใจเรื่องสิวได้อย่างถึงแก่นแห่งแรกในเมืองไทย

Aug 3, 2017

รักษาสิวรุนแรง โดย Brian Turner ในรายการ The Doctors (แปลไทย)




Brian has suffered from cystic acne for the last seven years. His heartbreakingly honest video relating the emotional pain it caused him in high school has gone viral. Brian wept on-camera as he told of the day when he broke down in school after being taunted by students, including his own best friend.

ไบรอันได้รับความทุกข์ทรมานจากการเป็นสิวซีสต์ตลอด 7 ปีที่ผ่านมา คลิปวิดีโอที่เป็นเนื้อหาที่แสดงออกจากก้นบึ้งของหัวใจว่าเขาได้รับความเจ็บปวดใจจากเพื่อน ๆ ที่โรงเรียนได้ถูกเผยแพร่ไปอย่างรวดเร็ว เขาหลั่งน้ำตาขณะที่เขากำลังเล่าเรื่องราวที่หัวใจสลายด้วยการกระทำของเพื่อน ๆ ที่โรงเรียน รวมไปถึงเพื่อนรักที่สุดของเขาด้วย

Today Brian’s skin is clear! He joins The Doctors to talk about how painful acne can be for teenagers. “I don’t think people understand how traumatic it can be,” he says. “I wanted to make videos and a channel where people could come to be comforted, just by seeing someone else who’s gone through it and understands.”

วันนี้ ผิวของไบรอันใสแล้ว เขาได้มาเป็นแขกรับเชิญในรายการ The Doctors เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับความเจ็บปวดของการเป็นสิวในวัยรุ่น "ผมไม่คิดว่าคนทั่วไปจะเข้าใจฮะว่ามันเจ็บปวดใจเพียงใด" เขากล่าว "ผมต้องการที่จะสร้างวิดีโอและช่องขึ้นมา ซึ่งจะช่วยให้คนรู้สึกดีขึ้น โดยการเห็นเรื่องราวของคนอื่นที่ได้เคยผ่านมันมาแล้ว และทำให้พวกเขาได้เข้าใจ" 

Brian tried all the traditional medical treatment options. Accutane helped for some time, but his acne began coming back. His breakthrough came when he tried eliminating dairy – his skin began to clear, and became better still when he began “megadosing” vegetables, eating 8 to 10 servings a day. Now his skin looks great and even his old acne scars are beginning to disappear!

ไบรอันเคยใช้การรักษาสิวด้วยการแพทย์แบบแผน (กินยา ทายา) มาแล้ว แอคคิวเทน (ยารักษาสิวแบบกิน) ได้ช่วยสักระยะหนึ่ง แต่ว่าสิวของเขาก็กลับมา การค้นพบของเขาเกิดขึ้นหลังจากที่เขาพยายามไม่กินนมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัว ผิวของเขาใสขึ้น และ ดียิ่งขึ้นเมื่อเขาเริ่มกินผักแบบ "เมกะโดส" (คือการกินปริมาณมากๆๆๆๆ - บีม) คือ กิน 8-10 ที่ต่อวัน (ที่อาจจะเป็นจานหรือแก้วก็ได้นะคะ แต่เข้าใจว่าเยอะมาก ๆๆๆ เหมือนเป็นอาหารหลักไปเลย - บีม) ตอนนี้ ผิวของเขาดูดีมาก ๆ และรอยสิวเก่า ๆ ของเขาก็กำลังจางหายไปด้วย!

ER Physician Dr. Travis Stork says that he’s just given a media interview about “beauty tips” – his number-one recommendation was that what you eat is the greatest factor in the health of your skin, “But no one seems to get that! You’re a shining example.”

นายแพทย์ ดร. ทราวิส สต็อร์ค กล่าวว่า เขาพึ่งจะให้สัมภาษณ์กับสื่อไปเกี่ยวกับเรื่องของ "เทคนิคความงาม" ซึ่งคำแนะนำอันดับ 1 ของเขาคือ อะไรที่คุณกินนั่นแหละเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดต่อสุขภาพผิวของคุณ "แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครเข้าใจนะครับ! คุณเป็นตัวอย่างที่เป็นแสงสว่างให้ผู้คนได้มาก ๆ"


Ob/Gyn Dr. Nita Landry adds that medications like Accutane have systemic side effects. “It’s a big deal!” she says. On the other hand, Brian’s current lifestyle is likely to improve his health even aside from his skin.

ดร.นิต้า แลนดรี้ กล่าวเสริมว่า ยาต่าง ๆ เช่น แอคคิวเทนนั้นมีผลข้างเคียงต่อทั้งระบบร่างกาย "นั่นเป็นเรื่องใหญ่เลยนะ" เธอกล่าว หรือพูดอีกอย่างหนึ่งว่า ไลฟ์สไตล์ของไบรอันขณะนี้จะช่วยให้สุขภาพของเขาดีขึ้นโดยรวมนอกเหนือไปจากผิวของเขา

“I want to thank you for being brave, and I want to thank you for making these videos,” she concludes.

"ฉันอยากจะขอบคุณในความกล้าหาญของคุณมาก และฉันอยากขอบคุณมากที่ได้ทำคลิปวิดีโอเหล่านี้ขึ้นมา" เธอสรุป

From : http://www.thedoctorstv.com/articles/4044-severe-acne-viral-video-offers-sufferers-comfort-and-hope

แปลโดย วรดาภา สุขพิมลกุล (บีม)
วันที่ 3 สิงหาคม 2560 เวลา 12.42 น.

Aug 2, 2017

สรุปสมุนไพรที่ใช้ปรับสมดุลแก้ปัญหาสิวทำเองได้ง่ายที่บ้าน


ภาพจาก Created by Topntp26 - Freepik.com


จากข้อมูลที่บีมได้รวบรวมและสังเกตมาตั้งแต่ประมาณปลายปีที่แล้วที่บีมพบกับแนวอายุรเวท ของคุณ Kristen Ma จนถึงตอนนี้ เกือบจะครบ 1 ปีแล้วนะคะ บีมพบว่าด้วยการใช้หลักการปรับสมดุลด้วยอาหารแนวอายุรเวทกับการรักษาสิวที่เธอนำเสนอ มันเวิร์คมาก ๆ และง่ายมาก ๆ มีการทำซ้ำและได้ผลเหมือนกันหลาย ๆ ท่าน

บีมจึงขออนุญาตสรุปสมุนไพรพื้นฐานที่เอาไว้ใช้แก้ปัญหาสิวแบบง่าย ๆ เหมือนแก้อาการเฉพาะหน้า ให้ตามนี้นะคะ

1. แก้สิวอักเสบ ใช้ น้ำขิง + ขมิ้นชัน บีมเข้าใจว่า ขิง + ขมิ้นชัน หักฤทธิ์ร้อนเย็น น่าจะออกมากลางนะคะ แต่ด้วยการทำงานของมัน ขิงจะทำให้เลือดลมวิ่ง ขมิ้นชันจะช่วยลดความร้อน ลดการอักเสบ ทั่วร่างกาย ที่เรียกว่า Chronic Inflammation ซึ่งคนทั่วโลก ถ้าได้กิน Fast Food กินไขมันทรานส์ น้ำมันพืชผ่านกระบวนการ น้ำตาล จะเป็นกันหมดค่ะ เลยสูตรน้ำขิง + ขมิ้นชัน เป็นสูตรกู้ชีวิตของคนบนโลกไปแล้ว เพราะ กูรูสุขภาพหลายท่านก็แนะนำว่าสูตรนี้เป็นสูตรหนึ่งของ SuperFood ค่ะ คือ สูตรที่ดีมาก ๆ ต่อสุขภาพ และดื่มน้ำอุณหภูมิห้อง 2 ลิตรตลอดวัน
2. แก้สิวอักเสบ สูตร 2 ใช้ ขมิ้นชัน หรือ น้ำย่านาง หรือ น้ำใบเตย หรือผลไม้ฤทธิ์เย็น เช่น แตงโม ผักฤทธิ์เย็น เช่น แตงกวา และดื่มน้ำอุณหภูมิห้อง 2 ลิตรตลอดวัน
3. แก้สิวอุดตันและผิวขาดน้ำ ใช้เกลือหิมาลัยผสมน้ำเปล่าดื่มวันละ 1 แก้ว 250 cc. และดื่มน้ำอุณหภูมิห้อง 2 ลิตรตลอดวัน
4. แก้สิวซีสต์ สิวหนอง เม็ดใหญ่ ๆ บวม แดง ใช้สะเดา จะเอาใบสดมาต้ม ดื่มเฉพาะน้ำ หรือจะทานเป็นแคปซูลก็ได้ค่ะ
-----------------------------

ข้อควรจำ


- หลังล้างพิษและปรับสมดุลผิวและร่างกายแล้ว สิวที่ขึ้นหลังจากนั้น เกิดจาก อาหาร อารมณ์ ระบบย่อยอาหาร และขับถ่าย ตามธรรมชาติของเรา เป็นเหตุปัจจัยสำคัญ
- การใช้สมุนไพรข้างต้นแก้ปัญหา จะได้ผลชั่วคราว ใช้ได้เฉพาะครั้ง แต่ถ้ายังกินของ 10 อย่างที่ต้องห้าม กินของที่ร่างกายไม่ต้องการ กินของที่เราแพ้ ก็จะมีสิวขึ้นได้ตลอดทุกครั้งที่กิน เพราะร่างกายย่อยไม่ได้ดีและกำจัดพิษตกค้างไม่ได้ดี
- การแก้ที่ต้นเหตุ ถอนรากสิว จะต้องช่วยให้ร่างกายได้ของที่จะไปซ่อมตับ ลำไส้เล็กและใหญ่ ให้กลับมาแข็งแรงสมบูรณ์ได้ 100% หรือมากที่สุด เมื่อ 2 ระบบนี้ดีแล้ว จะทำให้มีโอกาสสิวหายขาดได้จริง
- สิ่งที่ร่างกายต้องการเมื่อยามถอนรากสิว คือ ผักผลไม้สด ๆ การกินอาหารที่สมดุล ครบถ้วนทุกหมู่ น้ำสะอาดไม่เย็นวันละ 2 ลิตร น้ำมะพร้าวสด เนื้อมะพร้าวอ่อนสด กินให้สมดุล โดยกินตามหลักโดชาจะง่ายที่สุด และกินตามหลักอาหารร้อนเย็น และสุดท้ายคือ กินตามกรุ๊ปเลือด
- อาหารจะกลายมาเป็นตัวเราร่างกายใหม่ภายใน 90 วัน หรือพูดอีกอย่างว่า เราจะกลายเป็นคนใหม่ทุก ๆ 90 วัน จากเหตุปัจจัยที่เราใส่เข้าไปค่ะ ถ้าเราใส่เหตุปัจจัยเดิม ๆ ให้กายและใจ เราก็ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเสมอไป สิวไม่หายขาดเสียที ^^
-----------------------------

ข้อควรระวัง

- เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี แม่ตั้งครรภ์และให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลก่อนทานสมุนไพรเหล่านี้ค่ะ
- สำหรับเกลือหิมาลัย แตงกวา แตงโม จัดว่าเป็นอาหาร ไม่ใช่สมุนไพร ทานได้เหมือนอาหารปกติค่ะ เกลือหิมาลัย ทานได้ทุกวันค่ะเท่าที่รู้สึกดี และไม่ชงเค็มเกินไป ส่วนแตงกวา แตงโม ก็ให้ทานเหมือนอาหารปกติ แล้วสลับกับผักผลไม้ฤทธิ์เย็นอื่น ๆ ไปค่ะ ตรวจเช็ครายการได้ที่นี่นะคะ http://foodmorkeaw.blogspot.com/p/blog-page.html

Jul 30, 2017

10 กิจวัตรกำจัด & ป้องกันสิว ตามนาฬิกาอายุรเวท (ตามพลังโดชาของวัน)


จาก https://www.pinterest.com/explore/pitta-dosha/?lp=true


กิจวัตรนี้เป็นกิจวัตรที่บีมได้เคยทดลองทำมาก่อนสักระยะหนึ่ง โดยอ้างอิงตามเวลาของโดชาของแนวอายุรเวทเป็นหลักนะคะ จริง ๆ แล้ว บีมได้ทดลองหลายอย่างมากกว่าเรื่องสุขภาพ และพบว่านาฬิกาโดชานั้นใช้ได้ดีมากในการใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับพลังงานธรรมชาติค่ะ โดยอยากให้ทุกคนทดลองทำดูเบื้องต้นตามนี้ดูก่อนค่ะ 

คำแนะนำเพิ่มเติม

  1. ในการปรับกิจวัตร กรณีไม่สามารถทำได้ทั้งหมดในทันที ไม่ต้องกังวลนะคะ ให้ค่อย ๆ ปรับไปเรื่อยๆ ให้ใกล้เคียงที่สุดเท่าที่เราจะสามารถทำได้ ไม่กดดัน ให้ดูแลตัวเองอย่างมีความสุขที่สุด
  2. บางรายการเช่น น้ำเปล่า 1 ลิตร ถ้าไม่เคยดื่มมาก่อน อย่าฝืนดื่มไปเลย 1 ลิตร ให้ค่อย ๆ ดื่ม อะไรที่ทำแล้วรู้สึกไม่สบายตัว ก็ให้ค่อย ๆ เริ่มจากปริมาณน้อย ๆ ดูก่อน หรือลองพักไปก่อนสัก 2-3 วัน พอรู้สึกสบายเป็นปกติแล้ว ทดลองดูใหม่ โดยเร่ิมจากปริมาณน้อย ๆ 
  3. ผู้ที่นอนดึกมาโดยตลอด เมื่อปรับเวลามานอนเร็ว ช่วงแรก ๆ ถ้ายังไม่สามารถนอนได้เลยทันที ให้ลองใช้เรื่องกลิ่นอโรมาบำบัดกลุ่มที่ทำให้ผ่อนคลาย ทานกล้วยน้ำว้า ดื่มนมอัลมอนด์อุ่น ๆ ก่อนนอนสัก 30 นาที และลองเปิดเพลงนี้ฟังตั้งแต่ประมาณก่อนเข้านอนจริง 15 นาทีค่ะ https://youtu.be/w6sbrmcrSuo หรือ https://youtu.be/xQ6xgDI7Whc บีมได้ทดลองใช้มานานแล้ว พบว่าทั้งสองเพลงช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น นอกเหนือจากนั้น ทุกคนคงต้องทดลองเอาเองค่ะ แต่ผู้ที่บีมได้แนะนำไปแล้ว และได้ทดลองดู บางส่วนได้บอกว่า ช่วยเรื่องการนอนได้ดีมาก ช่วยให้อาการกังวล เครียด ปวดบริเวณต่าง ๆ ดีขึ้นได้ (โปรดใช้วิจารณญาณ เพราะ เป็นประสบการณ์ส่วนบุคคล)


10 กิจวัตรกำจัด & ป้องกันสิว

  1. ทำ Oil Pulling ด้วยน้ำมันมะพร้าว 5 จนทั่วปาก 5 นาทีก่อนแปรงฟัน
  2. หลังแปรงฟัน ดื่มน้ำเปล่าสะอาดอุณหภูมิห้อง 1 ลิตรภายใน 5-10 นาทีให้หมด และทำท่าโยคะอุทธิยานะพันธะ เพื่อกระตุ้นการขับถ่าย
  3. ออกกำลังกายด้วยการโยคะท่าสุริยะนมัสการ 5-10 รอบ (ขึ้นอยู่กับเวลาที่มี) หรือแกว่งแขน หรือเลือกออกกำลังที่ชอบประมาณ 20 – 30 นาที
  4. กินนมแพะหรือนมอัลมอนด์หมักคีเฟอร์ หรือ โยเกิร์ตที่ไม่แพ้  1 ถ้วย หรือ 1 แก้ว (250 cc) ภายใน 30 นาทีหลังดื่มน้ำ
  5. กินน้ำปั่นผักผลไม้ smoothie สูตรที่ต้องการ เป็นมื้อแรกสุดไม่เกิน 8 โมง
  6. กินมื้อเที่ยงเป็นมื้อใหญ่สุดของวันเพราะปิตตะสูงช่วง 10.00 – 14.00 น. ร่างกายจะย่อยอาหารได้ดีที่สุดช่วงนี้
  7. กินน้ำมันมะพร้าว หรือ น้ำมันงาม้อน (เลือกตัวใดตัวหนึ่ง) 1 ช้อนโต๊ะ ช่วง 14.00 – 18.00 น.
  8. กินอาหารเย็นเบา ๆ ก่อน 18.00 น.
  9. ละจากมือถือ และ Social Network ทุกชนิด ตั้งแต่ 20.00 น.
  10. นั่งสมาธิ สวดมนต์ เขียนไดอารี่ ทบทวนชีวิตวันนั้น และเขียนขอบคุณอย่างน้อย 1 สิ่งในสมุด
  11. ดื่มน้ำเปล่าสะอาดอุณหภูมิห้อง 1 แก้ว (250 cc) ก่อนนอน
  12.  ปิดไฟ เข้านอน หลับตา สั่งจิตก่อนนอนให้นอนหลับสนิท หลับลึก หลับสบาย ก่อน 22.00 น.


สำคัญมาก ที่จะต้องดื่มน้ำเปล่าที่สะอาดอุณหภูมิห้องประมาณ 2 ลิตรต่อวัน ที่เหลือจาก 1 ลิตรหลังตื่นนอน และ 250  มิลลิลิตร (1 แก้ว) ก่อนนอน ให้จิบดื่มทีละนิดตลอดวัน และไม่ดื่มน้ำก่อนหรือหลังอาหารเป็นเวลา 30 นาที


Jul 28, 2017

OVERSEAS CONTENT : อาหารที่แย่ที่สุดที่ก่อให้เกิดสิว - กำจัดสิวฮอร์โมนด้วยวิธีธรรมชาติ โดย Liah Yoo


คลิปต้นฉบับ https://youtu.be/qpbZTkhlQyA


อาหารที่แย่ที่สุดที่ก่อให้เกิดสิว : กำจัดสิวฮอร์โมนด้วยวิธีธรรมชาติ โดย Liah Yoo
.
"ฉันเข้าใจดีค่ะว่า พวกเราได้ใช้อะไรต่อมิอะไรมามากมายโดยคาดหวังว่า มันจะช่วยแก้ปัญหาสิวได้อย่างมหัศจรรย์ แต่แล้วเราก็ได้เรียนรู้ว่า การที่เราแสวงหาครีมต่าง ๆ มากมายนั้นเป็นเพียงแค่การแปะพลาสเตอร์บนผิวก็เท่านั้นเอง (คือ ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาจริงๆ - บีม) สิ่งที่คุณควรจะต้องทำในการเคลียร์สิวของคุณก็คือ มองเข้าไปในตัวของคุณ
.
สาเหตุของสิวหลัก ๆ มี 2 อย่างคือ
1. ความไม่สมดุลของฮอร์โมน
2. การอักเสบ
-----------------------
สูตรของการเกิดสิว
น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น > ผลิตอินซูลินเพิ่ม > ฮอร์โมนแอนโดรเจนเพิ่ม > น้ำมัน (sebum) ถูกผลิตเพิ่ม > น้ำมันที่เหนียวขึ้นมากขึ้น > อุดตันรูขุมขน > เกิดสิว
และตรงส่วนหน้าของผิวนี่เองที่จะทำให้เกิดการอักเสบขึ้นได้
สิ่งที่เราต้องทำ คือ อยู่ให้ไกลจากของกินที่ทำให้ฮอร์โมนแปรปรวนและก่อให้เกิดการอักเสบ
-----------------------
ของกินที่เราต้องหลีกเลี่ยงคือ
1. น้ำตาล ที่เป็นสาเหตุให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น และมันชัดเจนมากถ้าคุณลดหรือตัดน้ำตาลออกจากสิ่งที่กิน ก็จะทำให้ผิวของคุณดีขึ้นมาก
2. นมวัว นมมีน้ำตาลตามธรรมชาติ มี Growth Hormone และมีสารที่ทำให้อักเสบที่ทำให้เซลล์ผิวหนังติดกันเป็นก้อน ๆ และไปอุดตันรูขุมจนของคุณ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่แพ้แลคโตส ให้เปลี่ยนเป็นนมที่ทำจาก Nut - ถั่วมีเปลือกแข็ง (มีอีกอัน ฟังไม่ถนัดนะคะ ขออภัยด้วย)
3. อาหารที่มีค่า GI สูง (Glycemic Food) ซึ่งอาหารกลุ่มนี้จะสลายตัวเป็นน้ำตาลได้ง่าย และทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว คุณอาจจะเคยได้ยินเกี่ยวกับ คาร์โบไฮเดรตที่ดี และ คาร์โบไฮเดรตที่เลว ซึ่งกลุ่มหลังนี้นี่เองที่มักจะมีค่า GI สูง เช่น ขนมปังขัดขาว ข้าวขาว ซีเรียล และแผ่นมันฝรั่ง ให้เปลี่ยนเป็นคาร์โบไฮเดรตที่ดี เช่น whole grained food (อาหารไม่ขัดสี ไม่ผ่านกระบวนการแปรรูป - บีม) ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต และคาร์โบไฮเดรตที่ไม่ผ่านการแปรรูปต่าง ๆ
-----------------------
สิ่งที่ควรต้องกิน
1. วิตามินเอ - ในคนที่มีปัญหาสิวจะพบว่ามีปริมาณวิตามินเอในตัวต่ำ นั่นเป็นเหตุผลว่ายารักษาสิวเช่น โรแอคคิวเทนนั้น จึงอัดแน่นไปด้วยวิตามินเอ แต่เพราะว่า ยานั้นมีอาการข้างเคียงมาก ฉันจึงแนะนำให้คุณรับวิตามินเอจากแหล่งอาหารธรรมชาติมากกว่า ซึ่งมันจะช่วยให้ปริมาณน้ำมันในผิวอยู่ในระดับปกติ ฆ่าเชื้อสิว เร่งอัตราการสร้างคอลลาเจนในผิว และช่วยปกป้องผิวของคุณ เช่น แครอท บร็อคโคลี่ และมันหวาน (sweet potato) นั้นดีมาก ๆ เลยค่ะ
2. กรดไขมัน Omega 3 - คนที่มีปัญหาสิวส่วนใหญ่จะขาดสารอาหารตัวนี้ ซึ่งมันเป็นสารอาหารที่สำคัญมากที่ช่วยในการลดการอักเสบในร่างกาย อาหารที่ให้สารอาหารกลุ่มนี้คือ เมล็ดแฟล็ก เมล็ดเจีย วอลนัท แซลมอน เป็นต้น
3. ซิงค์ Zinc - เป็นสารอาหารย่อย (Micro-nutrients) ที่ฉันเคยมองข้ามมันมาก่อน แต่เมื่อฉันได้กินอาหารเสริม Zinc เป็นประจำ ฉันก็พบว่า ไม่ค่อยมีสิวขึ้นอีกเลย ซึ่งสารอาหารตัวนี้ ช่วยในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย P.Acne ที่เป็นสาเหตุของสิวด้วย
4. แอนตี้ออกซิแด้นท์ Anti-oxidant foods - อย่าลืมกินอาหารที่มีอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระสูง ๆ ด้วยนะคะ เช่น ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เคล (Kale) อยากให้ทุกคนทานทุกวัน เพราะ มันจะช่วยให้ผิวแข็งแรงมาก ๆ และทำให้ผิวมีพลังต้านอนุมูลอิสระที่มากระทบ ทำลายผิว และกระตุ้นให้เกิดสิว ณ ผิวชั้นบนได้
5. โพรไบโอติคส์ - ช่วยแก้ปัญหาที่มีในทางเดินอาหารของคุณ และช่วยต้านอาการอักเสบต่าง ๆ ในลำไส้ และช่วยในการดูดซึมวิตามินจากอาหารที่เรากินเข้าไปทุกวันได้เพิ่มขึ้น ซึ่งพบได้มากในอาหารที่ผ่านกระบวนการหมัก เช่น กิมจิ ซุปมิโซะ เป็นต้น
-----------------------
สรุปส่งท้าย...
การทานอาหารให้หลากหลาย ได้รับสารอาหารที่หลากหลาย และกินอาหารที่ไม่ผ่านกระบวนการ (Real Food - คืออาหารที่เป็นอาหารที่ช่วยเพิ่มพลังให้ร่างกายได้จริง ไม่ใช่ "ของที่กินได้" อะไรก็ได้จะเรียกว่า อาหาร - บีม) จะช่วยให้ผิวของคุณแข็งแรงและใสขึ้นได้จริง ๆ ค่ะ ฉันเชื่อใน Real Food ค่ะ และฉันเชื่อว่ามันเป็นส่ิงเดียวที่จะแสดงออกกับร่างกายว่า เรารักเขา คุณกำลังดูแลเขาให้ดีด้วยสิ่งที่ดี แต่คุณไม่จำเป็นต้องเครียดกับมันมากเกินไป ถ้าวันไหนที่คุณอยากจะกินมันฝรั่งสักแผ่นหนึ่ง ทำใจให้สบาย ๆ ค่ะ มันอาจจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ภายชั่วข้ามคืน แต่เมื่อคุณได้ทำไปเรื่อย ๆ คุณจะรู้สึกดี และอยากจะทำมันอีกต่อไปเรื่อย ๆ มากขึ้น ๆ ซึ่งในที่สุดแล้ว ด้วยการทำเช่นนี้ ก็จะทำให้คุณรักตัวเองมากขึ้น มีสุขภาพและผิวที่ดีขึ้น อยู่บนหนทางของสุขภาพที่ดีขึ้นนั่นเองค่ะ
- Liah Yoo -
แปลคลิปด้วยหัวใจสู่ผู้มีปัญหาสิวชาวไทย
โดย วรดาภา สุขพิมลกุล (บีม)
คลิปต้นฉบับ https://youtu.be/qpbZTkhlQyA

OVERSEAS CONTENT : 4 ความลับในการกำจัดสิวด้วยวิธีธรรมชาติให้หายอย่างถาวร โดย Dr.Axe



บีมได้แปลคลิปของ Dr.Axe แนะนำการรักษาสิว 4 ขั้นตอนที่จะทำให้สิวหายตลอดไปโดยแก้ที่ต้นเหตุที่แท้จริง แนะนำเรื่องอาหารต้องห้าม อาหารต้องกิน ให้ทำตามอย่างง่าย ๆ พร้อมความเห็นเพิ่มเติมจากบีมเพื่อให้นำมาใช้ได้จริงกับคนไทย


คลิปต้นฉบับ https://youtu.be/_m0Zs2vrybs

“สวัสดีครับทุกท่าน ผม Dr.Axe จาก Dr.Axe.com นะครับ
วันนี้ผมจะมาบอก 4 ความลับในการกำจัดสิวให้หายตลอดไป
นี่อาจจะเป็นวิธีการรักษาสิวที่ได้ผลดีที่สุดตั้งแต่ที่คุณเคยได้ยินมา
ผมจะชี้แจงตั้งแต่อาหารระดับท็อปที่ช่วยในการกำจัดสิว
อาหารเสริมระดับท็อปที่จะช่วยกำจัดสิว และผลิตภัณฑ์ล้างหน้าระดับท็อป และแน่นอนครับ อาหารที่คุณจะต้องตัดออกจากการกินของคุณทันทีถ้าคุณต้องการหายจากสิว
หนึ่งในสาเหตุของสิวในปัจจุบัน ก็คือ การก่อตัวและสะสมของแบคทีเรียชนิดที่ไม่ดี (เลว) เชื้อยีสต์ และ แคนดิด้า ในระบบทางเดินอาหารและระบบย่อยอาหารของคุณ
ดังนั้น ถ้าคุณต้องการที่จะรักษาอาการป่วยที่เกิดจากแคนดิด้าตลอดไป และต้องการให้สิวหายตลอดไป มีบางสิ่งที่คุณต้องทำครับ คือ อย่างนี้ครับ คุณอาจจะถามตัวเองว่า “ฉันไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้ฉันเป็นสิว? ฉันไม่รู้เลยว่าอะไรที่ทำให้แบคทีเรียชนิดที่ไม่ดีเติบโตในตัวของฉันได้” ซึ่งแน่นอนครับ มันเป็นสิ่งที่มีเหตุปัจจัยมาก่อนแน่นอน ที่ผมกำลังจะบอกคุณเดี๋ยวนี้เลยครับ
ถ้าหากคุณเคยกินยาปฏิชีวนะในอดีตที่ผ่านมา นั่นอาจจะเป็นสาเหตุหลักเลยครับ ถ้าคุณเคยกินยาคุมกำเนิด น้ำที่ผสมคลอรีน หรือฟลูออไรด์ ถ้าคุณกินน้ำตาลมามากเกินไป สิ่งเหล่านี้จะทำให้แบคทีเรียที่ไม่ดี ยีสต์ แคนดิด้า เจริญเติบโตเพิ่มจำนวนในร่างกายของเราได้มากครับ
เรามาดูความลับข้อแรกสำหรับการกำจัดสิวกันครับ
ความลับข้อที่ 1 กำจัดอาหาร 3 อย่างนี้ออกจากการกินของคุณ
1. น้ำตาล เพราะ น้ำตาลเป็นอาหารของยีสต์และเป็นอาหารของแคนดิด้าอีกด้วย เราจะต้องตัดน้ำตาลออกครับ แล้วแทนที่ด้วยสตีเวีย ซึ่งสตีเวียมีความเป็นธรรมชาติ เป็นสารให้ความหวานที่ไม่ให้พลังงานหรือให้พลังงานน้อยมาก แต่ถ้าคุณต้องการใช้น้ำตาลจริง ๆ และคุณอบหรือทำอาหาร ให้ใช้น้ำผึ้งดิบแทนครับ (raw honey) ซึ่งเป็นน้ำตาลที่ดีที่สุด ถ้าคุณต้องการกำจัดสิว
2. ธัญพืช (grain) โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลูเทน (gluten) ที่เป็นสาเหตุของการอักเสบในทางเดินอาหารของคุณ ซึ่งถ้าในทางเดินอาหารของคุณมีการอักเสบ มันก็จะโชว์ขึ้นมาบนผิวของคุณ ผู้คนส่วนใหญ่คิดว่า การที่เป็นสิวหรือผิวหนังอักเสบ (eczema) เป็นเรื่องของผิวเท่านั้น แต่ไม่ใช่ครับ นั่นเป็นเรื่องของทางเดินอาหารของคุณ (ลำไส้ – บีม) ถ้าคุณสามารถเยียวยาทางเดินอาหารของคุณ เราสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ไม่ดีในลำไส้ได้ สิวและปัญหาผิวอักเสบจะหายไปตลอดกาล
ลดการกินผลไม้ลง ผมแนะนำว่าให้กินเบอร์รี่พอประมาณ ในช่วงที่บำบัดสิวอยู่นี้ก่อน
ลดการกินผลไม้ ไม่ทานหรือลดการกินธัญพืช หรืออย่างน้อยก็ให้ทานธัญพืชแบบปราศจากกลูเทนครับ
3. หลีกเลี่ยงการทานน้ำมันที่เติมไฮโดรเจน (hydrogenated oil) เป็นที่แน่ชัดครับว่า น้ำมันชนิดเลวจะทำให้ต่อมไขมันของผิวหนังของคุณผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น ดังนั้น ขอให้ตัดมันออกจากการกินของคุณครับ
ถ้าคุณสามารถปรับเปลี่ยนอาหารการกินของคุณได้ โดยตัดน้ำตาลออก และแทนที่จะใช้ธัญพืช ผมแนะนำให้ใช้แป้งที่ทำมาจากมะพร้าวหรืออัลมอนด์แทน แทนที่จะใช้น้ำมันเติมไฮโดรเจน เปลี่ยนมาใช้น้ำมันมะพร้าวแทนครับ
เอาล่ะครับ เรามาพูดถึงอาหารที่สุดยอด 3 รายการที่กินแล้ว จะทำให้สิวของคุณหายไปครับ
1. อาหารที่มีใยอาหารสูง ใยอาหารจะช่วยลดสิว และฆ่าเชื้อแบคทีเรียในลำไส้ของคุณ เพิ่มอัตราการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียชนิดที่ดีที่เรียกว่า โพรไบโอติคส์ ซึ่งเป็นตัวที่สำคัญมาก ๆ ครับ ดังนั้นคุณควรจะต้องกินไฟเบอร์ แหล่งที่มีไฟเบอร์สูง ๆ จะเป็นพวกเมล็ด เช่น เมล็ดแฟล็ก หรือ เมล็ดเชีย (chia seed) และ พวกถั่วเปลือกแข็งอย่างอัลมอนด์ และผักต่าง ๆ ซึ่งผักและเมล็ดและถั่วงอก (เมล็ดและถั่วที่เพาะให้งอกออก – บีม) จะช่วยทำให้สิวของคุณหาย
2. กินโปรตีนคุณภาพดี : สิ่งที่จะทำให้สิวของคุณหายได้อีก คือ การทำให้เลือดของคุณสมดุล ถ้าหากคุณกินน้ำตาลมาก มันจะทำให้ระดับน้ำตาลของคุณไม่คงที่ ขึ้นและลงอย่างรวดเร็ว และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้แบคทีเรียที่ไม่ดีเติบโต จึงทำให้เกิดสิว ดังนั้น ขั้นต่อไปคือ การกินโปรตีนให้มากขึ้น โดยให้กินแหล่งของโปรตีนที่ดี ได้แก่ ไก่และไก่งวงออร์แกนิค เนื้อวัวที่เลี้ยงในทุ่งหญ้าตามธรรมชาติ ปลาที่จับได้ในแหล่งธรรมชาติ ไข่ออร์แกนิค เหล่านี้เป็นแหล่งของโปรตีนชั้นดี หรือแม้แต่โปรตีนจากข้าวกล้องงอก ซึ่งการกินโปรตีนที่ดี จะช่วยทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดของคุณสมดุลและคงที่ และช่วยให้สิวหาย
3. กินไขมันชนิดที่ดี : แหล่งน้ำมันที่ดีที่สุดในการกำจัดสิวคือ น้ำมันมะพร้าว ผมจะเอาน้ำมันทั้งหมดที่คุณมีออกจากบ้านคุณไปให้หมดครับ หรือแม้แต่น้ำมันมะกอก ผมก็จะไม่ใช้ในปริมาณมาก ผมจะใช้น้ำมันมะพร้าวในอาหารทุกอย่างของคุณ และในเกือบทุกสิ่งที่คุณทำ น้ำมันมะพร้าวมีสรรพคุณในการฆ่าเชื้อจุลชีพ นั่นหมายถึงว่า เขาจะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียชนิดที่ไม่ดี ซึ่งจะทำให้สิวหายได้ในที่สุด
ดังนั้น โปรดจำไว้นะครับ คุณจะต้องกินอาหาร 3 อย่างนี้
ในช่วงเริ่มต้น ต้องมั่นใจว่า คุณได้กินน้ำมันที่ดี ใยอาหาร และโปรตีนในทุก ๆ มื้อ มันก็เหมือนกับการที่คุณเตรียมสมูตตี้สำหรับมื้อเช้า โดยใส่นมมะพร้าว (กะทิ – บีม) เมล็ดแฟล็กซ์หรือเมล็ดเจียสัก 2 ช้อนโต๊ะ และโปรตีนคุณภาพดี เช่น ผงโปรตีนออร์แกนิค ทั้งหมดนี้สำหรับมื้อเช้า คุณก็จะได้รับทั้งไขมันที่ดี ไฟเบอร์ และโปรตีน ที่จะช่วยให้สิวของคุณหายไป
เอาล่ะครับ ตอนนี้ผมจะขอพูดถึงอาหารเสริมที่ดีที่สุดที่จะช่วยในการต่อสู้กับสิว
1. กินอาหารเสริมโพรไบโอติคส์คุณภาพดี เพราะมันจะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ไม่ดีและช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้กับคุณ ซึ่งสิวนั้นเกิดจากระบบลำไส้ของคุณ และ 80% ของระบบภูมิคุ้มกันของคุณอยู่ในลำไส้นั้นเอง ดังนั้น ถ้าคุณได้กินอาหารที่อุดมไปด้วยโพรไบโอติคอย่างเช่น ผักที่ทำด้วยการหมัก (cultured vegetables) คีเฟอร์ หรือโยเกิร์ต Amasi (อาหารหมักอย่างหนึ่งที่นิยมทานกันในอัฟริกาใต้ – บีม) คุณจะต้องมองหาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ให้ปริมาณโพรไบโอติคส์ 50 พันล้าน IUs ต่อวัน (IUs เป็นหน่วยวัด – บีม)
2. สังกะสี (Zinc) ที่จะช่วยในการซ่อมแซมทางเดินอาหารและช่วยเสริมภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ กินสังกะสี 50 มิลลิกรัมต่อวัน จะช่วยในการรักษาสิวได้ดีมาก
3. อาหารเสริมวิตามินและสารอาหารลำดับที่ 3 ในการต้านสิวคือ แอนตี้ออกซิแด้นท์ ผมเชื่อว่า ตัวที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดคือ elderberry คุณสามารถทานไซรัปหรือแบบสกัดก็ได้ โดยให้เติมตัวนี้ลงไปสัก 1 ช้อนโต๊ะทุกเช้าพร้อมกับสมูตตี้สูตรที่ผมพึ่งแนะนำคุณไป
อาหารเสริม 3 ตัวนี้ได้ผลมาก ๆ ครับในการกำจัดสิวให้หมดไป
และสิ่งสุดท้ายที่คุณควรจะทำนี้ก็คือ candida cleanse (การล้างแคนดิด้าให้หมดไป)
โดยหลักพื้นฐาน ก็คือ การตัดน้ำตาลและธัญพืชออกจากการกินของคุณประมาณ 1 สัปดาห์ และกินเฉพาะอาหารที่มีโพรไบโอติคส์และไฟเบอร์สูง ๆ ซึ่งจริง ๆ แล้ว สิ่งเหล่านี้คุณควรจะต้องกินเป็นประจำทุกวันอยู่แล้วครับ
ท้ายที่สุดครับ ผมแนะนำให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ทำมาจากทีทรีออยด์ ซึ่งน้ำมันตัวนี้เป็นธรรมชาติ มันเป็น essential oil และฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิวและช่วยในการให้ความชุ่มชื้นไปพร้อม ๆ กัน แนะนำให้ไปหาผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ทำมาจากทีทรีออยครับ
เรามาทบทวนกันนะครับ 4 ขั้นตอนในการกำจัดสิวให้หายไปอย่างถาวรมีดังนี้
1. ตัดน้ำตาล กลูเทนและธัญพืช และน้ำมันชนิดไม่ดี เช่น น้ำมันคาโนล่าและน้ำมันพืช มาใช้นำ้มันที่ดีอย่างน้ำมันมะพร้าว
2. กินไขมันที่ดี เช่น มะพร้าวในมื้ออาหารของคุณทุกวัน กินโปรตีนที่ดีเช่น เนื้อวัวที่เลี้ยงในทุ่งหญ้า ไก่หรือไก่งวงออร์แกนิค และจะต้องกินผลิตภัณฑ์ที่มีใยอาหาร (ไฟเบอร์) สูง ๆ
3. กินอาหารเสริมในกลุ่มโพรไบโอติคส์ สังกะสี และแอนตี้ออกซิแด้นท์
4. ใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ทำจากทรีทีออย
หากคุณได้ทำครบทั้งหมดนี้แล้ว จะทำให้สิวของคุณหายตลอดไปได้แน่นอนครับ
Dr. Axe
คลิปต้นฉบับ https://youtu.be/_m0Zs2vrybs
——————————-

ความคิดเห็นเพิ่มเติมจากบีม

– บีมแปลแบบบรรทัดต่อบรรทัดจากซับภาษาอังกฤษใต้คลิปวิดีโอ โดยไม่ได้สรุปความเอง
– สำหรับบีมแล้ว คลิปนี้เป็นคลิปที่สรุปเกี่ยวกับโภชนาการออกมาให้ดูง่ายที่สุดสำหรับคนที่ชอบแนวทางแบบเป็นขั้นตอนที่เอาไปทดลองทำดูแบบง่าย ๆ และวัดผลได้ง่าย ๆ ใน 30 วัน
– แต่มีรายละเอียดที่บีมคิดว่า จะต้องดูเพิ่มเติมเพราะแต่ละคนมีธาตุพื้นฐานและโดชาพื้นฐานแตกต่างกัน บีมยังคงยืนพื้นที่แนวอายุรเวทที่ได้รับอิทธิพลจากคุณ Kristen Ma เป็นหลัก เพราะ เป็นแนวทางที่ง่ายและได้ผลดีสำหรับบีมมาก
– สำหรับบีม ข้อ 1. ให้คุณทำตามนั้นได้เลย ที่ต้องตัด พอตัดออกแล้ว สิวลดลงเร็วมากจริง ๆ
– ข้อ 2. บีมไม่แนะนำให้กินเนื้อสัตว์ในช่วงเริ่มต้น หากจะกินให้กินเป็นนข้าวกล้องงอกแบบข้าวหุงหรือแบบชง (เพราะในคลิปก็พูดถึงแบบชง ซึ่งบ้านเรามีเยอะมาก ค้นหาใน google ด้วยคำว่า ข้าวกล้องงอกชง) ส่วนไขมัน น้ำมันมะพร้าวอาจจะหนักไปสำหรับโดชาคัพพะ แต่วาตะและปิตตะกินได้เลย คัพพะถ้าต้องการกิน ให้กินแต่น้อย ลองดูที่ 1 ช้อนโต๊ะต่อวัน รู้สึกอย่างไร ถ้าสบายดี ก็ให้กินโดสนั้นต่อ โดยคงที่แค่วันละ 1 ช้อนโต๊ะไปก่อน โดยผสมกับ smoothie ที่ทำหรือกินสดก็ได้ค่ะ
– ข้อ 3. บีมเห็นด้วย แต่สังกะสี บีมไม่เคยลองกิน คุณทดลองได้ค่ะ สำหรับบีมโพรไบโอติคบีมชอบกินจากคีเฟอร์ (นมหมัก) เพราะมันเป็นแบบสด ไม่มีอะไรมาปรุงแต่งเพิ่ม ได้ตัวแบคทีเรียเต็ม ๆ และบีมเคยกินพร้อมกับน้ำมันปลาที่มีโอเมก้า 3 แล้วสิวแนวกรามหายหมดพร้อม ๆ กัน ตอนนี้ก็กลับมากินอีกครั้งค่ะ เพราะมีเวลาดูแลการหมักนมแล้ว ส่วนสังกะสี เดี๋ยวค่อยทดลองกินดู แต่ตอนนี้รับจากเมล็ดฟักทองได้ค่ะ เพราะตัวนี้ก็มีสังกะสีเยอะเหมือนกัน ส่วนแอนตี้ออกซิแด้นท์ บีมว่าไม่จำเป็นต้องกินตามเขา เพราะอาหารที่มีแอนตี้ออกซิแด้นท์สูง ๆ ก็มีมากมายค่ะ ขมิ้นชันเองก็มีเยอะ สมุนไพรต่าง ๆ ก็มีเยอะ ถ้าปั่นน้ำผักผลไม้ ก็จะได้รับพวกนี้เยอะเหมือนกันค่ะ หรือถ้าจะกินอาหารเสริม ก็เลือกกลุ่มที่เคลมเรื่อง Antioxidant ไปเลยเรื่องเดียว ไม่จำเป็นต้องหา elderberry มากินนะ สำหรับบีม มันสามารถหาวัตถุดิบในบ้านเราทดแทนได้ค่ะ
– ข้อ 4. บีมคิดว่าท่าน ดร. อาจจะไม่เคยเป็นสิวมาก่อน เรื่องผลิตภัณฑ์บีมไม่เคยใช้ตัวล้างหน้าที่ท่านบอกนะคะ เคยใช้แบรนด์นึงที่เคลมว่ามีส่วนผสมนี้นานมากมาแล้ว และจำผลลัพธ์ไม่ได้แล้วค่ะ รู้แต่ว่าใช้อะไรก็ไม่หาย ก็เลิกใช้ไปนานแล้ว และส่วนตัวเคยทดลองใช้ทีทรีออยและมีแฟนเพจช่วยร่วมทดลองใช้ด้วยค่ะ มันเป็นน้ำมันที่แรงมาก สิวแห้งเร็วมาก แต่ก็แสบหน้าอยู่เหมือนกันถ้าผิวอ่อนแอ…เลย…ไม่แน่ใจ ณ จุดนี้นะคะ ตรงนี้ขอไม่คอนเฟิร์ม เพราะไม่มีประสบการณ์เรื่องตัวล้างหน้าที่เป็นทีทรีออย 100%
หากมีข้อสงสัยใด ๆ สอบถามได้ที่คอมเม้นต์ได้เลยค่ะ
#บีม2017

Disclaimer ของวิดีโอ (โปรดอ่าน)

*This content is strictly the opinion of Dr. Josh Axe, and is for informational and educational purposes only. It is not intended to provide medical advice or to take the place of medical advice or treatment from a personal physician. All viewers of this content are advised to consult their doctors or qualified health professionals regarding specific health questions. Neither Dr. Axe nor the publisher of this content takes responsibility for possible health consequences of any person or persons reading or following the information in this educational content. All viewers of this content, especially those taking prescription or over-the-counter medications, should consult their physicians before beginning any nutrition, supplement or lifestyle program.
เนื้อหานี้เป็นความคิดเห็นของ Dr.Josh Axe เท่านั้น และจัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่มีวัตถุประสงค์ที่จะให้คำแนะนำทางการแพทย์หรือทดแทนการให้คำแนะนำในการรักษาจากแพทย์ ผู้ที่รับชมเนื้อหานี้ ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญทางด้านสุขภาพที่ได้รับการรับรองในคำถามด้านสุขภาพที่เฉพาะเจาะจง ดร.แอ็กซ์ และ ผู้จัดทำเนื้อหานี้ จะไม่รับผิดชอบต่อผลที่ตามมาของผู้ใดก็ตามที่ได้อ่านหรือทำตามข้อมูลในเนื้อหาทางการศึกษานี้ ผู้ชมเนื้อหานี้ทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในระหว่างรับการรักษาหรือการกินยาทั่วไป ควรปรึกษาแพทย์ที่ดูแลก่อนที่จะเริ่มโปรแกรมอาหาร อาหารเสริม หรือการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต