Aug 25, 2016

วิธีกำจัด "สิวปิตตะ" ให้อยู่หมัดด้วยวิชาอายุรเวท (แถมสูตรพิเศษจากบีมที่ใช้ได้ผลดีด้วยนะคะ)


ตัวอย่างของสิวปิตตะ
ขอบคุณรูปภาพที่ได้รับบริจาคเพื่อเป็นวิทยาทานแก่เพื่อน ๆ จากแฟนเพจสิวซีเคร็ตค่ะ

สิวปิตตะ คืออะไร?

ในทางอายุรเวท ปิตตะหมายถึงธาตุไฟ

สิวปิตตะจึงหมายถึง สิวที่เกิดจากไฟที่มากเกินไปนั่นเอง
ไฟที่มากเกินไป จะทำให้ร่างกายร้อน และ อักเสบ
จึงทำให้สิวปิตตะเป็นสิวที่แสดงออกในลักษณะเป็นสีแดง อักเสบ ปวด บวม ร้อน และอาจจะมีหนองที่หัวสิวร่วมด้วย

สิวปิตตะ อาจจะขึ้นทั่วหน้า หรือ แค่บริเวณส่วนกลางของหน้าที่ควบคุมโดยไฟของร่างกาย โดยไล่จากใต้ตาลงมา จมูก แก้มส่วนบน จนถึงแนวขอบปากบนก็ได้

สาเหตุของสิวปิตตะ

สิวปิตตะ เกิดจากการที่ร่างกายของเราสะสมความร้อนมากเกินไป ซึ่งที่มาของความร้อนเกินได้แก่

  • พิษที่รับจากแหล่งต่าง ๆ เช่น ควันรถ ควันบุหรี่ ละอองพิษในโรงงาน ละอองพิษในสำนักงาน
  • การทานอาหารฤทธิ์ร้อนเป็นประจำทุกวัน โดยไม่ทานอาหารหลากหลายและไม่ทานอาหารฤทธิ์เย็นเพื่อปรับสมดุลเลย รายการอาหารฤทธิ์ร้อนเย็นค้นหาในกูเกิ้ลด้วยคำว่า หมอเขียว อาหารฤทธิ์ร้อน อาหารฤทธิ์เย็น เป็นต้น
  • การเป็นคนที่มักขี้โมโห หงุดหงิดง่าย อารมณ์แรง
  • การกินและฉีดยา และรับฮอร์โมนเป็นเวลานาน ๆ ทำให้ตับสะสมพิษจากเคมีจากตัวยาและฮอร์โมนส่วนเกิน รวมถึงยารักษาสิวทุกประเภทด้วยที่แก้แค่ปลายเหตุเท่านั้น ยิ่งกินยิ่งทำให้ร่างกายสะสมปิตตะ เมื่อหยุดกิน จึงยิ่งเป็นสิวปิตตะเพิ่มขึ้นนั่นเอง
  • การกินอาหารที่ใส่สารปรุงแต่งมาก กินอาหารผ่านกระบวนการมาก ไม่ค่อยกินอาหารจากธรรมชาติ ชอบกินรสจัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งรสเผ็ดและรสเปรี้ยว ชอบกินอาหารสำเร็จรูป และอาหารผ่านไมโครเวฟบ่อย ๆ
  • การนอนหลัง 4-5 ทุ่มเป็นประจำทุกวัน รวมไปถึงการนอนไม่มีคุณภาพ นอนหลับไม่สนิท จะทำให้ปิตตะในตับพุ่งสูง ตับไม่ได้พัก และทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ ทำให้พิษตกค้างในเลือดและน้ำเหลือง และระบบอวัยวะมากมาย
  • ไม่ล้างลำไส้ มีอุจจาระตกค้างแต่ไม่รู้ตัว ปล่อยให้ตัวเองท้องผูกยาวนานสะสม
  • กินอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันทรานส์สูงเป็นประจำ ซึ่งมักจะอยู่ในรูปแบบของเบเกอรี่ อาหาร Fast Food มักจะเป็นรูปแบบของอาหารตะวันตกชนิดที่อุดมไปด้วยแป้งและไขมันเป็นหลัก เน้นให้พลังงาน แต่ไม่ค่อยให้สารอาหารที่เซลล์ต้องการ คือ วิตามิน เกลือแร่ ไฟโตนิวเทรียนส์ และทำให้ร่างกายยิ่งร้อนเกิน
  • กินเนื้อสัตว์มากเป็นประจำ

วิธีบำบัดสิวปิตตะ

แบ่งเป็นสิวอักเสบเม็ดแข็งไม่มีหนอง และสิวอักเสบมีหนอง
สิวทั้งสองแบบนี้จะใช้หลักแก้ระบบภายในเหมือนกัน แต่แก้ที่ตัวสิวแตกต่างกัน

การลดไฟปิตตะที่ระบบภายใน ทำได้โดย

  1. การดื่มน้ำเพิ่มขึ้น เพราะน้ำไปดับไฟ แต่ไม่ได้ให้ดื่มน้ำเย็น ให้ดื่มน้ำอุณหภูมิปกติที่สะอาดปลอดสารปนเปื้อน (บางคนดื่มน้ำกรองหรือน้ำประปาซึ่งมีคลอรีนและอาจมีสารปนเปื้อนเล็ดลอดได้ ดมได้จากกลิ่นของน้ำค่ะ)
  2. ผสมคลอโรฟิลล์ หรือน้ำย่านางสกัดเย็น ลงไปในน้ำที่ดื่ม กำหนดปริมาณให้ได้วันละ 1.5 – 2 ลิตร ค่อย ๆ จิบดื่มไปตลอดวัน จนกว่ารู้สึกว่าเย็นเกินไป ให้ปรับดื่มน้ำขิงแทน จนรู้สึกเป็นปกติ ไม่หนาวสั่น หากเป็นโรคเลือดจางหรือความดันต่ำ ให้ดื่มน้ำใบเตยหรือบัวบกแทนน้ำย่านาง เพราะระดับความเย็นน้อยกว่า น้ำว่านหางจระเข้ที่ไม่ผสมน้ำตาล ก็สามารถช่วยได้ บ้านเรามีสมุนไพรพวกนี้อยู่แล้ว หาเจ้าประจำที่ทำไม่เติมน้ำตาล ทำสด ถ้าไม่แช่เย็นด้วยได้จะดีมาก แต่ถ้าเลือดขนาดนั้นไม่ได้จริงๆ ก็ซื้อแบบแช่เย็น แล้วเอามาตั้งทิ้งไว้สักหน่อย แล้วค่อยดื่มค่ะ
  3. ไม่ควรดื่มน้ำผลไม้บรรจุกระป๋อง เพราะมักเติมน้ำตาลและสารปรุงแต่งอื่นๆ เพิ่ม
  4. ปรับการทานอาหาร มาทานกลุ่มอาหารฤทธิ์เย็น เช่น ข้าวกล้องเป็นข้าวขาว ทานผักผลไม้ฤทธิ์เย็น ถ้าเป็นผลไม้ หรือผักที่ย่อยง่าย เอามาปั่นได้ แต่ถ้าผักไหนที่แข็ง ๆ ต้องเอามาลวกก่อนค่ะ แล้วค่อยกิน ไม่งั้นท้องอืด เป็นสิววาตะเพิ่มได้ เน้นผักผลไม้ที่ฉ่ำน้ำและไม่ผ่านกระบวนการ เช่น แตงทั้งหลาย แตงโม แตงกวา ว่านหางจระเข้ เป็นต้น
  5. ทานสมุนไพรลดปิตตะ ได้แก่ มะขามป้อม และขมิ้นชัน ได้ในทุกรูปแบบสดก็ได้ แบบผง แคปซูล ชา ก็ได้ (ซื้อของมีคุณภาพ ของไม่มีคุณภาพจะชื้น ระวังเชื้อราและสารหนูค่ะ) มะขามป้อมช่วยลดปิตตะและมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก ส่วนรากขมิ้นชันมีสรรพคุณต้านการอักเสบ ต้านไวรัส และแบคทีเรีย (กินแทนยาแก้อักเสบและยาปฏิชีวนะเลยค่ะ)
  6. ล้างตับเดือนละครั้ง วิธีที่ง่ายที่สุดที่คุณ Kristen แนะนำไว้ในหนังสือ คือ การดื่มน้ำมันละหุ่ง 1-2 ช้อนโต๊ะ เดือนละครั้ง เพื่อการขับอุจจาระแห้งแข็งออกจากลำไส้ กำจัดความร้อนที่สะสมในลำไส้เล็ก และล้างตับ หรือใช้วิธีที่บีมทำเองและแนะนำคนที่บีมดูแลคือ การทานสมุนไพรล้างตับของคุณทรายบ้านเพื่อสุขภาพ เดือนละ 1 ครั้ง ครั้งละ 3 ถุง (ประมาณ 6 วัน) หรือจนกว่าร่างกายจะรู้สึกโปร่งเบาสบาย มีพลัง สิวที่ขึ้นช่วงล้างพิษตับนี้เป็นปกติ ควรกินสมุนไพรจนกว่าสิวขับพิษที่ขึ้นรอบนั้นจะหาย
  7. เล่นโยคะแบบปราณนายามะ (แบบฉบับที่ครูนิน โยคะ เจ้าของหนังสือและเพจ Yoga Story สอน จากข้อมูลเพื่อนเรียนโยคะ เมืองไทยมีผู้เชี่ยวชาญโยคะด้านนี้น้อยมาก) เพื่อลดอารมณ์ร้อนลง และฝึกหายใจลึก ๆ ยาว ๆ ช้า ๆ เพื่อฝึกผ่อนคลายอารมณ์ดังกล่าว

สำหรับผิวหน้า

สิวอักเสบไม่มีหนอง จากหนังสือ Beauty Pure and Simple แนะนำว่าจะต้องใช้ผลิตภัณฑ์หรือสมุนไพรที่มีฤทธิ์ในการปลอบประโลมผิวให้สงบจากความร้อน ให้เย็นลง เบาสบาย ส่วนผสมควรเป็นธรรมชาติและปราศจากส่วนผสมที่ทำให้ผิวยิ่งร้อน แห้ง แดง อักเสบ เช่น ยารักษาสิวขนานต่าง ๆ หรือสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อนพอกบนสิวเพิ่มเติม และแอลกอฮอล์และตัวที่สามารถใช้รักษาบรรเทาสิวปิตตะได้ดีคือ น้ำมันมะพร้าวและอโลเวร่า

ปกติแล้ว ถ้าบีมเป็นสิวประเภทนี้หรือแนะนำผู้คน บีมจะเน้นหลักการดังนี้

  1. ใช้ตัวล้างหน้าที่อ่อนโยน ไม่มีส่วนผสมของ AHA, BHA หรือกรดใด ๆ เลย แม้แต่กรดธรรมชาติ เช่น เจลล้างหน้ามะเฟือง ก็จะไม่แนะนำ หรือสบู่สับปะรด อะไรก็ทำให้ผิวผลัด จะไม่แนะนำเลย
  2. เน้นการให้ความเย็นและความชุ่มชื้นกับผิวเป็นหลัก โดยแนะนำให้ใช้น้ำแร่ธรรมชาติที่ไม่ผสมสารอะไรเพิ่มเติมเลย จากประสบการณ์ของบีมพบว่า น้ำแร่จากแหล่งเทือกเขาดอยอินทนนท์มีสรรพคุณในการลดอาการบวมแดงร้อนของผิวได้ดีมาก และใช้เซรั่มบำรุงที่มีส่วนผสมหลักจากอโลเวร่า
  3. งดการทายารักษาสิวทุกประเภทโดยเด็ดขาด เพราะจะยิ่งทำให้สิวปิตตะแย่
  4. สามารถใช้มาส์กที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติจริงๆ ไม่ปนเปื้อนสารเคมี ที่มีฤทธิ์ทำให้ผิวเย็นและเติมน้ำในผิวได้ทุกคืน 1-2 ชั่วโมง ล้างออกแล้วฉีดน้ำแร่ และทาเซรั่มตาม

เคล็ดลับพิเศษที่ได้ผลดี

  1. เช็ดหน้าด้วยน้ำเกลือ Klean & Kare
  2. ทำหน้าให้เปียกน้ำ และใช้น้ำมันมะพร้าวทาลงทั่วหน้าอย่างเบามือ นวดเบา ๆ ตามแนวโพรงขน ถ้าสิวอักเสบมาก ให้ลูบก็พอ
  3. ล้างหน้าด้วยผงล้างหน้าถั่วเขียว 2 รอบ แล้วเช็ดผิวด้วยน้ำเกลือ Klean & Kare จนสำลีสะอาด
  4. ฉีดน้ำแร่ให้น้ำซึมลงผิวมาก ๆ ฉีดได้หลายรอบ ตบเบา ๆ ให้น้ำแร่ซึมลงไป จนรู้สึกผิวเย็น และน้ำไม่ซึมไปกว่านั้นอีกแล้ว
  5. ทาเซรั่มอโลเวร่า สามารถทาหนา ๆ ในลักษณะของมาส์กโดยไม่ต้องล้างออกได้เลย อยู่ที่ว่าผิวแดงมากน้อยเพียงใด ซึ่งมักจะทำให้สิวผด ๆ ผิวกร้าน ๆ มีอาการดีขึ้นด้วย


สำหรับครีมกันแดด ให้เลือกแบบที่สะท้อนแสงออกหรือแบบ Physical ที่ใช้ส่วนผสมกันแดดหลักคือ Zinc Oxide เพราะไม่เสี่ยงอุดตันเหมือน Titanium Dioxide หรือไม่ทาเลยก็ได้ แต่ต้องหลบเลี่ยงแสงแดดและความร้อนให้ดี เพราะตามปกติแล้ว ส่วนผสมในครีมกันแดดมักจะมีสารเคมีตกค้างหรือสะสมในผิว อาจทำให้กระบวนการรักษาสิวช้าลงได้ ดูข้อมูลอ้างอิงเพิ่มเติมเรื่องครีมกันแดดได้ที่ http://www.skinacea.com/sunscreen/physical-vs-chemical-sunscreen.html#.V75pcmVKrww

สำหรับสิวอักเสบแบบมีหนอง ให้ใช้น้ำเปล่าสะอาดที่ต้มสุกแล้วปล่อยให้อุ่นพอประมาณ ผสมเกลือหิมาลัย และแต้มไปที่หัวสิวเฉพาะจุดที่มีหนอง หรือสามารถเจาะหัวสิวด้วยปลายเข็มฉีดยาให้เป็นรูเล็ก ๆ ได้ แล้วแต้มสารละลายเกลือหิมาลัยในน้ำสุกอุ่น สิวจะแห้งเร็ว เพราะเกลือช่วยฆ่าเชื้อ แต่จะมีรอยดำเกิดตามมา ไม่ต้องกังวล เพราะมันจะผลัดออกไปเอง ไม่เป็นรอยดำค้างอยู่แต่อย่างใด แนะนำให้ใช้คัตเติ้ลบัดชุบน้ำเกลือเช็ดนะคะ แต้มได้ตลอดวัน เท่าที่ต้องการ

ห้ามเจาะ บีบ เค้น สิวอักเสบมีหนอง ถ้าหัวสิวยังไม่เป่งจนพร้อมหลุดออกมาง่าย ๆ เพราะสิวที่มีหนองจะทำให้เป็นรอยหลุม แผลเป็นได้มากกว่า หากไปเค้นอย่างไม่ถูกวิธี

ตัวอย่างของสิวปิตตะแบบต่าง ๆ

(คลิกที่แต่ละรูปเพื่อดูภาพขยายใหญ่ได้เลยนะคะ)

ขอบคุณรูปภาพที่ได้รับบริจาคเพื่อเป็นวิทยาทานจากเพื่อนๆ แฟนเพจ Beam's Acne Secret มาก ๆ ค่ะ ไม่อนุญาตให้ copy และ save เพื่อนำไปใช้ทางการค้าโดยเด็ดขาดค่ะ











Aug 19, 2016

สอนอ่านและรักษาสิวอักเสบและอุดตันที่หน้าผากด้วยตัวเอง ไม่ต้องใช้ยา ไม่ต้องอดอาหาร ไม่สุดโต่งและทรมาน


สอนอ่านสิวและวิธีแก้ปัญหา "สิวหน้าผาก" แบบนี้
บีมจะไม่บอกว่า เพื่อน ๆ ต้องทำอะไร
แต่บีมจะนำเสนอในมุมมองว่า ถ้าบีมเป็นสิวแบบนี้
แล้วบีม "จัดการยังไง" ละกันนะคะ แล้วเพื่อน ๆ เอาไปลองทำเอง
วิเคราะห์ผิวโดยรวม
- รูขุมขนไม่เห็นเท่าไหร่
- ผิวไม่ขาดน้ำ
.
ผิวประมาณนี้ดูจะไม่ได้ผ่านสเตียรอยด์มา เพราะเนื้อผิวยังไม่เสียหาย
แต่หนักไปทางสาเหตุภายในที่ลำไส้ เป็น ‪#‎สิวปิตตะ‬ ผสม ‪#‎สิววาตะ‬
เกิดจากของเสียสะสมในลำไส้ และมีแก๊สในลำไส้
เกิดเพราะ กินอาหารไม่เหมาะสม กินอาหารย่อยยาก เคี้ยวไม่ละเอียด กินยารักษาสิว แบคทีเรียที่ดีในลำไส้เหลือน้อยหรือไม่มี ตัวไม่ดีมีมาก ท้องผูก หรือถ่ายทุกวันแต่อุจจาระตกค้าง
.
ไม่ใช่การแพ้ผลิตภัณฑ์ แต่ถ้าใช้อะไรที่ระคายเคืองก็มีแนวโน้มที่สิวจะขยายอาการอักเสบและความรุนแรง
.
ส่วนตรงหัวคิ้ว เป็นสิวจากตับร้อน (ปิตตะ ไฟกำเริบที่ตับ ถ้าเป็นไขมันเยอะ แสดงว่าไขมันอาจพอกตับ) ส่วนใหญ่เกิดเพราะนอนดึก นอนหลัง 5 ทุ่มไปแล้ว นอนไม่พอ นอนไม่หลับ นอนไม่มีคุณภาพ ตื่นบ่อย ๆ กินอาหารฤทธิ์ร้อนเกิน อาหารผ่านกระบวนการบ่อย ๆ อาหารปิตตะ (เพิ่มไฟ) กินยากระตุ้นการหมุนเวียนของเลือดลม ขี้โมโห ขี้หงุดหงิด อารมณ์ร้อน อิจฉาริษยา เห็นใครดีกว่าไม่ได้ ทะเยอทะยานและเครียดจนเกินพอดี พักผ่อนน้อย
-----------------------------------------
วิธีแก้ ถ้าเป็นบีมแก้ให้ตัวเอง
1. ล้างลำไส้ก่อนเลย กินตัวล้างลำไส้ให้ต่อเนื่องจนกว่าอุจจาระจะไม่มีกลิ่นและสังเกตแล้วว่าสิวยุบลง จากรอยแดงเป็นรอยดำ ให้อาการซ่านพิษทั้งหมดหายไปให้หมด ค่อยหยุดกิน ซึ่งร่างกายคนทั่วไป ไม่เจ็บป่วยมากมายเรื้อรัง ปกติ อาการซ่านพิษไม่ควรเกิน 14 วัน อย่างมากสุด ก็ 21 วัน
2. ดื่มน้ำย่านางสกัดผสมน้ำเปล่า ดื่มเป็นแก้ว ๆ ตอนรู้สึกร้อนใน (เวลาบีมร้อนภายใน ร่างกายจะเฉื่อย ไม่สบายตัว อยากนอน หายใจร้อน จะดื่มย่านางทุก ๆครั้งที่รู้สึกแบบนี้ ไม่ได้กำหนดเวลา ชั่วโมง สังเกตร่างกายเอาค่ะ)
3. กินขมิ้นชัน 2 แคปซูล หลังอาหารทุกมื้อ เพื่อช่วยย่อยอาหารและไล่แก๊สในลำไส้ออกไป และกินก่อนนอนอีกที 2 แคปซูล เพื่อลดปิตตะและต้านการอักเสบของสิว ซึ่งมักจะมีอาการขับพิษ
4. เลือกกินแต่อาหาร "ย่อยง่าย" และไม่รสจัด คือ จืด ๆ ไปเลย เช่น ข้าวต้ม ซุป เลือกอาหารที่ไม่ก่อความร้อนเพิ่มให้ร่างกาย และเลี่ยงผักดิบ เพราะย่อยยาก ทำให้เกิดแก๊สในลำไส้ ผลไม้จะเลือกเป็นแก้วมังกร แช่เย็นก็ได้ แตงโม เบา ๆ ประมาณนี้ หิว ๆ ก็อาจจะกินกล้วยน้ำว้าไป จะไม่ค่อยกินข้าวมื้อหนัก ๆ และกินนมถั่วเหลืองตามกล้วยน้ำว้า
5. นอนหลับเร็ว สัก 4 ทุ่ม ไม่เกิน 5 ทุ่มจะหลับพร้อมลูกไปเลย ไม่ฝืนทำงานต่อ ถ้าเราทำไม่เสร็จ แสดงว่าเราวางแผนพลาดในวันนั้น ก็ต้องมาปรับปรุงแผนชีวิตวันต่อวันไป และดื่มน้ำเปล่าไม่เย็น (บีมไม่ดื่มน้ำเย็นเลย) 1 แก้วก่อนนอน (ตอนกินขมิ้นชันนั่นล่ะค่ะ)
6. ทำท่าโยคะอุทธิยานพันธะ (ไล่ของเสียและลมในท้องออกให้หมดในตอนเช้าหลังดื่มน้ำหลังตื่นนอนแล้ว)
7. ตอนเช้าจะทานน้ำมันงาเพื่อปรับสมดุลวาตะ สงบลมในลำไส้และในตัวค่ะ ลดพวกสิวอุดตันที่หน้าผาก
8. รีแล็กซ์ ฟังคลิปรักตัวเองทั้งเช้าค่ำ ช่วงงัวเงีย ๆ นั่นแหละค่ะ จะช่วยปรับอารมณ์เราให้ผ่อนคลายเป็นปกติ ใครทำสมาธิได้ ก็หาเวลาทำค่ะ ถ้าเล่นโยคะ สนับสนุนอย่างมาก เพราะสิวที่หน้าผาก เกิดเพราะความเครียดเป็นหลักด้วย โยคะช่วยได้หมด
-----------------------------------------
อาหารต้องห้าม!!!
ห้ามกินโยเกิร์ต ของดอง ปลาร้า นมวัว ผลิตภัณฑ์ทุกอย่างจากนมวัว
ทำเท่านี้ไปจนกว่าสิวจะยุบไปเองค่ะ
บีมแนะนำว่าไม่ต้องคาดหวังว่ากี่วันค่ะ
-----------------------------------------
ผิวหน้าล่ะ ใช้อะไร?
บีมก็จะใช้ของอ่อน ๆ ธรรมดา ๆ ไม่ใช้ยา ไม่ใช้ความร้อนไปจัดการมัน
เพราะมันอักเสบ ร้อนแรงอยู่แล้ว อย่าไปเพิ่มไฟให้มันอีก
- บีมจะใช้ผงถั่วเขียวละลายน้ำลูบเบา ๆ
- ไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีกรดแรง ๆ
- ไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี SLS, SLES
- ใช้พิฆวรางค์ฆ่าเชื้อสิว พอกก่อนนอนทุกคืนจนกว่าจะหาย
- ใช้น้ำเกลือเช็ดผิวที่เป็นสิวเบา ๆ หลังล้างหน้าทุกครั้ง เพื่อทำให้ผิวสะอาด และฆ่าเชื้อ สิวจะได้หายเร็ว ดูแลเหมือนแผล แต่ไม่ต้องทาแอลกอฮอล์ อย่ารุนแรงกับเขานะคะ จำไว้
- ถ้าต้องการได้ผลให้สิวแห้งเร็วอีกหน่อย จะทาตัวละลายสิวไม่เกิน 5 นาทีแค่ช่วงเย็น ล้างออก แล้วค่อยทาพิฆวรางค์ สิวหายก็หยุดใช้
- ใช้เซรั่มทาตอนเช้า ป้องกันหลุมสิว
- ใช้อโลบำรุงผิว ผิวแบบนี้ต้องใช้อโล สูตรเบา ๆ ที่เราไม่แพ้ ทาลงไปในตอนเช้า
- ถ้าไม่ออกบ้าน ไม่ทากันแดด แม้จะทำงานหน้าคอม ก็ไม่ค่อยทาค่ะ ไม่รู้ดีหรือเปล่า แต่เท่าที่สังเกต ก็ไม่มีฝ้า กระ อะไรกับผิว ค่ะ
- ถ้าออกบ้าน ก็จะใช้กันแดดภัทรพัฒน์ แล้วลงแป้งฝุ่นศรีจันทร์เลย (มันยังมี Talc เพื่อน ๆ จะหาสเปคธรรมชาติสุด ๆ ก็ได้นะคะ เอาตามที่พอใจเลย)
- ใช้น้ำมันมะพร้าว หรือ น้ำมันงาดำ เป็น Cleanser ซึ่งอาจจะใช้ผงถั่วเขียวหรือเจลล้างหน้าอ่อน ๆ สบู่อ่อน ๆ ล้างออกอีกที แต่ทั้งนี้ สบู่ต้องเป็นธรรมชาติ ไม่มี SLS, SLES ล้างแล้วหน้ารู้สึกชุ่มชื้น นุ่ม แต่ต้องล้างน้ำมันได้สะอาดด้วยนะคะ อันนี้ต้องหาสูตรที่ลงตัวกันเอาเอง
ทำแค่นี้แหละค่ะ สำหรับบีม
และแนะนำหลายคนไปแบบนี้สำหรับสิวแบบนี้
ก็ได้ผลดีค่ะ
มาเรียนการอ่านสิวและผิวของจริงกับเพื่อน ๆ ร่วมชั้น
นำการเรียนรู้โดยบีม วันที่ 4 ก.ย. 59 เวลา 13.00 - 17.00 น.
ณ JointBKK รายละเอียด คลิกดูที่ https://goo.gl/rcQ3wp
ชมคลิป VDO & Live ย้อนหลัง https://goo.gl/o7kTlD
อ่านบทความย้อนหลัง https://bye-bye2acne.blogspot.com/
แอดไลน์รับข่าวสาร Line: @ibeam http://line.me/ti/p/@ibeam

คลิปเสียงแปลไทย I AM BEAUTIFUL Self-Talk เพื่อการรักและเคารพในตัวเองสำหรับการฟื้นฟูสุขภาพของทุกคน

โค้ชจอห์น คุณขจรภูมิ เจตน์กุลธร ศิษย์ NLP รุ่นแรกของบ้านเข็มทิศ โดย ครูอ้อย ฐิตินาถ ณ พัทลุง
ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาศักยภาพในตัวเองและการคิดบวก เจ้าของเสียงและผู้แปลคลิป

Clip เสียง แปลจาก I AM Beautiful ซึ่งบีมชอบมาก มันเป็นมากกว่าความสวยงามค่ะ เขาเรียกว่า Self-Talk จะรีโปรแกรมเปลี่ยนเส้นสมอง ปูทางใหม่ให้ความคิด ภาพ และความเชื่อใหม่ค่ะ ซึ่งตอนแรกเราจะยังไม่เชื่อเสียงที่เราฟังนะคะ แต่ต้องมีวินัย ฟังให้จบ พูดตาม ออกเสียง หรือในใจก็ได้ค่ะ ทั้งหลังตื่น แต่ยังไม่ลุกจากเตียง และก่อนนอน ตอนง่วง ๆ นะคะใกล้จะหลับ
คลิปเสียง แปล และ เรียบเรียงโดย โค้ชพี่จอห์น ขจรภูมิ เจตน์กุลธร
อยากให้ทุกคนทำนะคะ เพราะมันได้ผลจริง ๆ เรื่อง Self-Talk นี่นะคะ
และมันจะทำให้เราสงบ มีความสุข และร่างกายผ่อนคลายมากขึ้นค่ะ
มันจะดีต่อการปรับร่างกายให้สมดุลได้เร็วขึ้น
โหลดได้เลยจากคลิปเสียงที่ลิงค์นี้นะคะ
ขอบคุณพี่จอห์นมาก ๆ เลยนะคะ

เลี้ยงลูกให้ตามโดชา จะทำให้เขาสุขภาพดีและป้องกันสิวได้ในอนาคต


เลี้ยงลูกให้ตามโดชา จะทำให้เขาสุขภาพดีและป้องกันสิวได้ในอนาคต
พอได้เรียนรู้เรื่องโดชา บีมจึงได้คำตอบว่า ทำไมลูกของบีมจึงมีความแตกต่างกันด้านสรีระและหลังจากนี้จะต้องจัดอาหารการกินให้เขาอย่างไร เขาจึงจะมีสุขภาพที่ดีได้ และสวยอมตะได้จริง ๆ
แพรี่ - ดูแล้ว คือ ปิตตะผสมวาตะ แต่ปิตตะมากกว่าวาตะ แบบเดียวกับบีมเลย เพราะนางผมงอ แขนขา ตัว ดูยาว และนางก็ถ่ายยากมากตั้งไหนแต่ไรแล้ว อุจจาระออกมาแต่ละครั้ง จะเป็นก้อนเล็ก ๆ คือ ระบบภายในร้อนมากจริง ๆ มาแต่ไหน แต่ไร เหงื่อออกหัวเป็นกะละมัง และนางก็พลังมหาศาล เป็นเด็กที่ไม่นอนกลางวันเลย นางจะไม่ค่อยกินอาหารเป็นมื้อ ๆ แต่จะชอบกินบ่อยครั้ง (เหมือนบีมเลย) และมีความแน่วแน่ ชัดเจนมาก อะไรที่จะเอา คือไม่เปลี่ยนใจ ไม่เปลี่ยนแปลง ดังนั้น แพรี่จะสามารถกินพวกของหวาน ๆ ได้ แต่ห้ามกินของที่ทำให้ไฟกำเริบเด็ดขาด และแพรี่จะกินเท่าไหร่ก็ไม่อวบอ้วนแน่นอน
เหตุมาจากตอนท้อง - ตอนท้องแพรี่ บีมจะกินอาหารหลากหลาย ไม่ได้เน้นดื่มนมเยอะเหมือนตอนท้องแคนดี้ ส่วนใหญ่ที่จำได้ ก็จะอาหารฤทธิ์ร้อนเลยแหละค่ะ สลับผักอะไรไป คือไม่กินของทำลายสุขภาพ แต่จะเน้นเป็นอาหารทั่วไป และช่วงท้องแพรี่นี่ทำงานด้วยความกดดันด้วยบ้าง ไม่ค่อยได้ผ่อนคลายเหมือนแพรี่ แต่ดีที่นางอารมณ์ดีมากนะคะ เพราะในบ้านก็จะผ่อนคลาย หาอะไรขำ ๆ มาทำ และแคนดี้ก็อยู่ในวัยน่ารัก แพรี่เลยออกมาแบบนี้
----------------------------------------
แคนดี้ - คัพพะชัด ๆ แคนดี้กินเนื้อ นม แป้ง น้ำมันมะพร้าว เยอะมาก ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มาดูรายการอาหารต้องห้ามสำหรับคัพพะ ก็ตายละ...มิน่าล่ะ ลูกเราช่างเนื้อแน่น ตัวโตเกินเด็กวัยเดียวกันไปมากมาย และนางก็ไม่ชอบผลไม้รสเปรี้ยว แต่ชอบแอปเปิ้ลซึ่งดีต่อนางอยู่ แคนดี้ไม่เคยมีปัญหาการขับถ่าย ผิวสวย ตากลมโต หน้าอิ่ม ตามสไตล์คัพพะเลย เนื้อเยอะ แน่นมาก 555 แคนดี้นี่ได้พี่แม็คมาค่ะ พี่แม็คก็แบบนี้แหละ สองคนนี้ บวมง่ายพอ ๆ กัน และเรื่องขับถ่ายไม่เคยมีปัญหาเลย ทางโปร่ง โล่งสบายตลอด แคนดี้กินง่าย นอนง่าย ช้า ๆ มั่นคง ใจเย็น คัพพะแท้ ๆ เลยจริงๆ
เหตุมาจากตอนท้อง - ตอนท้องแคนดี้ สุขภาพมากๆๆๆๆ นมถั่วเหลืองเป็นลิตร ๆ ต่อวัน ดื่มนมแลคตาซอยฟ้าเลยค่ะ วันนึง 4-6 กล่อง โยคะ สวดมนต์ ทำสมาธิ โปรตีนแอมเวย์ (ตอนนั้นยังไม่รู้จักเจอเนส) คือ รีแล็กซ์อยู่มาก และอาหารก็ออกจะเย็น ๆ ไม่ร้อนเลยค่ะ แคนดี้เลยชอบกินนมมากที่สุดในชีวิต
----------------------------------------
ทั้งสองท้องสุขภาพบีมและลูกแข็งแรงดีค่ะ และคลอดธรรมชาติได้ง่ายมาก ไปโรงพยาบาลไม่ถึง 3 ชั่วโมง ออกละ
ทั้งปวงนี้ ต้องขอบคุณตัวเองที่รู้หลักการธรรมชาติและเอามาดูแลตัวเองตอนท้องค่ะ หลังคลอดก็ไม่อ้วนเลย กลับมาดูดีเร็วมาก มีข้อที่ไม่ได้ทำข้อเดียว ให้นมลูกไม่ถึง 6 เดือน เพราะน้ำนมน้อย เนื่องจากกลับมาทำงานเร็วและความเครียดสูง
และบีมอยากแนะนำให้ผู้หญิงทุกคนที่คิดจะมีลูก
หากอยากให้ตัวเองและลูกสุขภาพดี ให้ลูกเป็นอย่างที่เราต้องการ ให้เขาเป็นเขาที่ดีที่สุด ดูแลตัวเองตอนท้องให้ดีทั้งกายและใจนะคะ เราคือ แม่พิมพ์ของลูกเลยค่ะ และบีมคิดว่า ล้างพิษ ดูแลตัวเราเองให้สะอาด ปลอดสารพิษก่อนเขาจะเกิด เตรียมร่างกายให้ดีที่สุด เป็นสิ่งที่คนจะเป็นแม่ควรต้องทำ เป็นความสำคัญที่สุด สำหรับเด็กน้อยที่จะเกิดมาในท้องของคุณค่ะ เขาจะเป็นอย่างที่เราเป็น เราทำ เราเสพทุกอย่างตอนท้องเลยค่ะ จิตแม่ จิตลูก คือ จิตเดียวกัน ระวังการดูละคร ระวังการเสพข่าวลบ ๆ ตลอด 9 เดือนต้องเสียสละค่ะ อะไรที่ไม่ดี อย่าเอาเข้าร่างกายและจิตใจ ถ้าเรารักลูกเราจริงๆ
----------------------------------------
ดังนั้น จริงๆ พวกเรานี้ มีลักษณะพิเศษติดตัวมานานแล้วค่ะ
สงสัยเราจะเสียสมดุลกันมานานแล้วจริง ๆ นั่นแหละ
เพราะไม่เคยมีใครสังเกตโดชา แล้วกินตามธาตุเนาะ
ไม่เป็นไรค่ะ เอาใหม่ ๆ
ต่อไปนี้ คนไทย และเด็กไทย จะต้องไม่เป็นสิว
ต้องสวย ใส สุขภาพดี กันทั้งหมด
คนไทย รุ่นใหม่ จะสุขภาพดี หน้าใส แบบธรรมชาติ 100%

บีมตกผลึกความรู้ การรักษาสมดุลร่างกายแนวอายุรเวท กับ สิวและสุขภาพ (1)

ตั้งแต่เข้าใจเรื่องสมดุล ปิตตะ วาตะ คัพพะ มา แม้จะเป็นเวลาไม่นาน คือประมาณเดือนนึงเห็นจะได้ และได้เริ่มทดลองกับตัวเองก่อน และให้เพื่อน ๆ ในกลุ่มโปรเจ็คผิวแข็งแรงทดลองทำบ้าง...โอ้โห ได้ผลเกินคาดแฮะ ประกอบกับความรู้เรื่องระบบย่อยอาหาร Food Combination และการทำโยคะดีท็อกซ์ จากคลาสโยคะของครูบุศและครูนิน แม้จะเป็นเวลาสั้น ๆ ไม่กี่ชั่วโมง ก็ทำให้บีมต่อจิ๊กซอว์ได้ครบทั้งหมด แล้วเอามาทดลองทำดูเอง
ผลลัพธ์คือ ตอนนี้ผิวดีมาก
ใช้ของกับผิวน้อยมาก
- บางวันใช้ผงถั่วเขียว แล้วตามด้วยน้ำเกลือ เซรั่มลูมิเนสเพื่อรักษาหลุมอย่างต่อเนื่อง
- บางวันใช้โฟมล้างหน้า ตามด้วยน้ำเกลือ และพิฆวรางค์ตอนกลางคืน
- บางวันก็ทดลองใช้อโลแบบ 100% จะออกบ้านก็ทากันแดดของภัทรพัฒน์ ลงแป้งฝุ่นของศรีจันทร์ หรือบางทีลงแป้งองุ่น Skin Food คือ จบ ส่วนแป้งเนื้อหนาขึ้นมาอีกหน่อยสำหรับออกงาน กำลังหาทดแทนที่มีอยู่เดิมค่ะ เพราะดูแล้วเป็นเคมี เลยไม่ใช้ต่อแล้ว
- บางวันก็แค่ใช้น้ำมันมะพร้าวลองทาบำรุงทั้งคืนดูว่าผิวตอนเช้าเป็นยังไง
- บางวันก็ทดลองใช้น้ำมันงาดำบำรุงผิวดู มันไปก็ล้างออก
คือ รู้สึกอิสระ และมีความสุข
เพราะรู้สึกเลยว่า มันง่ายเท่านี้เองเหรอ
และมีคำอธิบาย มีคำตอบที่หลายคนสงสัยได้มากขึ้น
เช่น เป็นสิวจะกินไข่ได้ไหม
ทำไมคนนี้กินมะนาวแล้วถ่ายออก แล้วอีกคนถ่ายไม่ออก
ทำไมบางคนกินไฟเบอร์ไซเลี่ยมฮัสก์แล้วถ่ายออก อีกคนถ่ายไม่ออก
ทำไมอะไรที่เวิร์คกับคนหนึ่ง ถึงไม่เวิร์คกับอีกคนหนึ่ง
ก็เพราะส่วนผสมของโดชามันแตกต่างกันค่ะ
และอาหารกับสมุนไพรนี่แหละ ที่จะทำให้เรากลับสู่สมดุลที่ดีที่สุดของเราได้เร็วที่สุด เพราะอาหารที่เรากินนี่แหละ คือ ตัวเรา ถ้าเรากินธาตุไม่สมดุล มีหรือร่างกายจะสมดุล
ถึงตรงนี้ อยากบอกทุกคนว่า
ไม่มีใครรักษาเราได้นอกจากตัวเราเองนะคะ เรื่องสิวนี่
สิวคือ การเสียสมดุลของโดชาทั้งสาม รวมทั้งการรับพิษมากไป และการใช้ชีวิตเปลืองจนระบบกำจัดพิษและภูมิคุ้มกันเสียสมดุลไปหมด
ดังนั้น ยาไม่จำเป็นแน่นอนแล้ว 100%
ยิ่งกิน ยิ่งแย่ เพราะมันแค่กดอาการ แต่มันเติมทั้งพิษและความร้อน (ปิตตะ) เข้าไปให้ตับและเลือดของเรา ทำให้ลำไส้ผุพังอีกต่างหาก
ยารักษาสิวไม่จำเป็นต่อการรักษาสิวเลยแม้แต่น้อยค่ะ
ไม่ต้องกินหรอก...และหยุดกินได้ทันที
และหันมายอมรับความจริงที่กำลังเกิดกับร่างกาย
หันเข้าหาเขา บอกเขาอย่างอ่อนโยนว่า
หลังจากนี้เราจะดูแลเขาอย่างดีที่สุด
ขอบคุณเขาที่แม้เราจะเลวร้ายกับเขามาเท่าไหร่
แต่เขาก็ทำให้เรายังหายใจมีชีวิตสัมผัสกับสุขอยู่บนโลกนี้ได้
ให้เขาพักผ่อนบ้างเถอะนะคะ
ตับ หัวใจ ลำไส้ ผิวหนังของเรา...
มานอนก่อน 4 ทุ่มกันให้ได้เนาะ
แล้วร่างกายจะเข้าสู่สมดุลเร็วมากกก
อยากรู้ว่าหลักง่าย ๆ ของการมีผิวสุขภาพดีและสิวหายเร็วคืออะไร
1. นอนก่อน 4 ทุ่ม
2. เล่นโยคะเป็นประจำแบบถูกหลัก แนะนำครูนินค่ะ Yoga Story
3. พยายามประยุกต์หลักการทานแบบ Food Combination https://bye-bye2acne.blogspot.com/…/08/food-combination.html และติดตามเพจครูบุศ โยคะ ได้ค่ะ เธอมีเมนูน่าสนใจเยอะแยะเลยที่กินตามหลัก Food Combination ที่เพจYoga By BUD
4. นั่งสมาธิและสวดมนต์ให้เป็น ให้จิตสงบ ไม่ต้องขอพรอะไรนอกจาก ขอปัญญา สุขภาพทีดี พลังความรักอันเต็มเปี่ยมก็พอ
5. ตรวจสอบโดชาตัวเอง และเรียนรู้การกินอาหารและสมุนไพรเพื่อปรับสมดุลโดชา ซึ่งเป็นสมุนไพรหาซื้อได้ทั่วไปค่ะ ง่ายมาก ๆ (แต่เลือกผู้ผลิตด้วยนะคะ ถ้าเลือกไม่ดี ระวังเชื้อราและสารปนเปื้อนค่ะ หนักสุดจะเป็นพวกสารหนู) ตรวจสอบโดชาที่http://bit.ly/2bxhJNy
6. ปล่อยวาง อย่าไปสนใจความคิดลบของคนอื่น สำรวจใจตัวเอง คิดบวกพอหรือยัง???
ทุกคนรักษาสิวของตัวเองได้ค่ะ
บีมเป็นกำลังใจให้และขอให้ทุกคนเก็ตหลักการเหล่านี้ได้เร็ว
สุขภาพองค์รวมพึ่งตัวเอง ดีที่สุดนะคะ
ร่างกายเรา ต้องรู้จักทุกมุม และต้องดูแลได้เอง
มีความผิดปกติอะไรเล็ก ๆ น้อยๆ ต้องอ่านให้เป็น ดูให้ออก และปรับแก้เองได้ค่ะ
ล่าสุด บีมกับพี่จอห์น โค้ชขจรภูมิ เจตน์กุลธร Life Coach ที่มีพลังคำพูดและวิชา NLP ที่ยอดเยี่ยมมาก พี่จอห์นแอบทำทรานส์และสะกดจิตบีมแบบไม่รู้ตัวหลายรอบแล้วค่ะ 555 ล้อเล่นค่ะ แต่บอกเลยว่า เขาเก่งจริง ๆ เรื่องการสั่งจิตและสร้างพลังบวกให้คนทุกคนรอบตัว วันนี้เราร่วมโปรเจ็คกัน ทำคลิปเสียง เดี๋ยวจะโหลดใน Youtube ซึ่งบีมได้เจอคลิปภาษาอังกฤษเป็น Self-Talk ชื่อว่า I AM BEAUTIFULhttps://www.youtube.com/watch?v=k-mUQ4D6TgI ซึ่งบีมฟังแล้วชอบมาก และอยากให้ทุกคนได้ฟังและรีโปรแกรมจิตตัวเองใหม่ สร้างเส้นประสาทใหม่ รักตัวเองมากขึ้น ร่วมกับโปรแกรมผิวใสสุขภาพดีตั้งแต่นี้ไปค่ะ ต้องฟังทุกวัน เช้าก่อนตื่น และก่อนนอน (ก่อนหลับ) ให้ได้นะคะ
สบาย ๆ ค่ะ เดี๋ยวก็หาย
อันนี้คอนเฟิร์มจากประสบการณ์ 7 ปีเรื่องสิวทุกประเภท ตั้งแต่สิวเด็กแพ้นมวัว สิววัยรุ่น สิวผด สิวแพ้สารเคมี สิววัยผู้ใหญ่ สิวสุขภาพ ฯลฯ
ทำใจสบาย แต่วินัยต้องเยี่ยมนะคะ
รักร่างกายตัวเองเยอะ ๆ
เพราะเกิดมามีร่างเดียว...
ดูแลให้ดีนะคะ

Aug 17, 2016

11 FAQ: 11 คำถามที่ถามบ่อย สิวและการรักษาสิวแนวทางของ “บีมสิวซีเคร็ต”


โดย พีรญา สุขพิมลกุล (บีม) เจ้าของพ็อคเก็ตบุ๊ค “สิวซีเคร็ต” และหนังสือสิวหลายเล่ม เจ้าของบล็อก ปฏิวัติความคิดพิชิตสิว Facebook: @BeamSiwsecret Line: @ibeam

1. สิวของเราเกิดจากอะไร?
2. ทำไมผิวของเราจึงแพ้ง่าย?
3. ทำไมผิวอ่อนแอ ขาดน้ำ ทั้งที่หน้ามัน?
4. ทำไมการรักษาด้วยยาจึงไม่ได้ผล?
5. หากต้องการรักษาแนวธรรมชาติ จะต้องหยุดยาและการหาหมอในทันทีหรือไม่?
6. สามารถใช้การเลเซอร์ร่วมด้วยได้ไหม?
7. การรักษารอยสิวทำอย่างไร ด้วยแนวทางธรรมชาติ?
8. จะหายขาดจากสิว 100% หรือเปล่า?
9. ไม่อยากให้เกิดอาการสิวขับพิษ แต่อยากหายด้วยวิธีธรรมชาติ จะทำได้ไหม?
10. กินอาหารเสริมระหว่างรักษาสิวได้ไหม?
11. ถ้าเลือกอาหารไม่ได้ จะต้องทำอย่างไร?

สิวของเราเกิดจากอะไร?

ตอบ จากประสบการณ์ 7 ปีของบีมที่ได้พูดคุยสืบประวัติคนที่มีปัญหาสิวมากว่า 100,000 ราย สรุปได้ว่าในยุคปัจจุบันและในเมืองไทย สิวเกิดมาจาก 4 สาเหตุหลัก ๆ ด้วยกันคือ
1. การใช้ครีมหรือยาที่มีสารสเตียรอยด์เป็นส่วนผสม
2. ดูแลผิวไม่ถูกวิธี เลือกผลิตภัณฑ์ไม่เหมาะสม เลือกผลิตภัณฑ์แบบรู้เท่าไม่ถึงการณ์
3. การใช้ชีวิตผิดธรรมชาติ กินผิดธรรมชาติของร่างกายจนทำให้ระบบร่างกายเสียสมดุล (โดชาเสียสมดุล ระบบเลือดลม ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง และระบบกำจัดพิษเสียหาย)
4. การกินยาและทายารักษาสิว


ทำไมผิวจึงแพ้ง่าย?

ตอบ ผิวที่แพ้ง่าย เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ เพราะเจอกับสารเคมีจำนวนมากทุก ๆ วัน พูดง่าย ๆ ว่า ร่างกายสะสมพิษเยอะ กินยารักษาสิวและยาอื่นๆ มาเยอะ ใช้ครีมมีสเตียรอยด์เยอะ เจอพิษในสภาพแวดล้อมเยอะ ความเครียดเยอะ จนภูมิคุ้มกันจัดการไม่ไหว ตับจัดการไม่ไหว ไตจัดการไม่ไหว แล้วก็ต้องคายออกมาอยู่ในเลือด และน้ำเหลือง และมันก็ไหลผ่านผิวหนังของเรา เมื่อเจอกับอะไรที่ไม่ควรไปต่อต้าน เม็ดเลือดขาวเราก็ดันไปต่อต้าน ทำให้เกิดอาการแพ้ขึ้นมาได้อยู่เสมอ ๆ วิธีการแก้ปัญหาผิวแพ้ง่าย ไม่ใช่การยอมจำนวนใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวแพ้ง่ายไปตลอด แต่ต้องยอมรับปัญหา และทำในสิ่งที่ให้ผลลัพธ์ตรงข้ามคือ ต้องทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานเป็นปกติให้ได้ ไม่โอเวอร์แอคติ้ง เห็นอะไรก็ต่อต้านไปหมด เราต้องลดพิษในลำไส้ ตับ ไต เพิ่มการหมุนเวียนของน้ำเหลืองและเลือด กินอาหารคลีน อาหารไทย ตามโดชาของตัวเอง (อายุรเวท) ปรับผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับผิวของเราในแต่ละสเต็ปพัฒนาการ อย่ายึดติดกับผลิตภัณฑ์อย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะร่างกายและผิวเราเปลี่ยนตลอดเวลา ในที่สุด เราจะใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นปกติแต่อ่อนโยนได้

ทำไมผิวอ่อนแอ ขาดน้ำ ทั้งที่หน้ามันมาก?

สาเหตุที่หน้ามันแต่ผิวดูเหี่ยวและขาดความชุ่มชื้น และแพ้ง่าย เป็นเพราะใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่รุนแรงต่อผิว มีส่วนผสมของ SLS หรือ SLES (Sodium Loreth Sulfate และ Sodium Ether Lauryl Sulfate) อย่างต่อเนื่อง และซ้ำเติมผิวด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว AHA, BHA และยารักษาสิวที่มีส่วนผสมของเบนซอยเพอร์ร็อกไซด์ (Benzoyl Peroxide – BP) อย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการขัดถูผิวหน้าแรง ๆ ทั้งที่ทำด้วยตัวเองและไปทำที่สถานเสริมความงามต่าง ๆ สรุปคือ ไม่ทะนุถนอมและรุนแรงกับผิวจะโดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตามนั่นเอง เป็นสาเหตุที่ทำให้ปราการหรือกำแพงผิวตามธรรมชาติ (Skin Barrier) เสียไป ทำให้ผิวเหมือนมีแผลและรูเปิดอยู่มากมาย ทำให้สิ่งแปลกปลอม เช่น ฝุ่นละออง สารเคมีในผลิตภัณฑ์ล้างหน้า ครีม ยา และอื่น ๆ สามารถทะลุผ่านผิวได้โดยง่าย ทำให้ผิวยิ่งอ่อนแอ และไขมันในร่างกายก็ผลิตออกมาเพิ่มขึ้น เพราะผิวส่งสัญญาณว่าน้ำมันในผิวหายไป จึงต้องผลิตเพิ่ม เพื่อปกป้องผิวจากภยันตราย (น้ำมันเป็นองค์ประกอบหนึ่งของกำแพงผิว) ด้วยเหตุผลเหล่านี้ จึงทำให้ผิวอ่อนแอและมันมากจนผิดปกตินั่นเอง สังเกตได้จากการซับมันแล้วยังมีริ้ว ๆ อยู่บนผิวหน้ามากมาย


ทำไมการรักษาด้วยยาจึงไม่ได้ผล?

ตอบ เพราะสิวไม่ใช่โรคติดเชื้อ และสาเหตุจริง ๆ เกิดจากการเสียสมดุลของโดชาหรือธาตุในร่างกาย รวมไปถึงพิษสะสมต่อเนื่องยาวนาน ระบบอวัยวะภายในและระบบร่างกายที่เสื่อมโทรม ดังนั้น การใช้ยาเป็นเพียงแค่การแก้ “ปลายเหตุ” แต่เป็น “ต้นเหตุ” ของสิวเรื้อรังตามมา เพราะยาจะไปสะสมและฤทธิ์ของยาจะทำลายตับ ไต และลำไส้ ซึ่งเมื่ออวัยวะภายในเสื่อมลง เสียไป เมื่อหยุดยาก็ทำให้สิวกลับมาเป็นมากขึ้น ซึ่งปกติแล้ว คนไม่ได้รักษาที่สาเหตุและไปกินยา ก็จะมีพฤติกรรมทำลายสุขภาพด้วย เช่น นอนหลัง 4-5 ทุ่ม กินดึก (หลัง 6 โมง) กินอาหาร Fast Food ไม่ออกกำลังกาย ตื่นสาย ไม่ถ่ายก่อน 7 โมง ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นพฤติกรรมที่กระทำประจำวัน จนเป็นสาเหตุทำให้ร่างกายเสื่อมสภาพลง ดังนั้น การแก้ปัญหาคือ ต้องนำร่างกายกลับสู่สมดุลเท่านั้น และต้องทำให้ร่างกายกลับมาสะอาด ทำงานเป็นปกติ สิวก็จะหายไปเอง จะใช้ระยะเวลาเท่าไหร่ ก็อยู่ที่พิษสะสม ทั้งในมุมของระยะเวลาในการสะสมและความแรงของพิษสะสม ความเข้าใจในแนวทางธรรมชาติองค์รวม และวินัยในการดูแลตัวเองในแต่ละวัน


หากต้องการรักษาแนวธรรมชาติ จะต้องหยุดยาและการหาหมอในทันทีหรือไม่?

ตอบ หยุดได้เลยทันที เพราะมันส่งผลกระทบต่อร่างกายไปเรียบร้อยแล้ว และการหยุดยารักษาสิวประเภทยาปฏิชีวนะทันที ทานไม่ครบคอร์ส อาจทำให้เชื้อดื้อยา แต่ในความเป็นจริงแล้วเราไม่จำเป็นต้องกลับไปกินยาอีกต่อไป ดังนั้น จึงไม่ต้องกลัวเรื่องเชื้อดื้อยา ถ้ามั่นใจว่าธรรมชาติคือทางออกทางเดียวของปัญหาสิว


สามารถใช้การเลเซอร์ร่วมด้วยได้ไหม?

ตอบ บีมไม่แนะนำให้ใช้เลเซอร์ด้วยประการทั้งปวง เพราะประสบการณ์ส่วนตัว จากการใช้เลเซอร์ Fraxel 150 ช็อต แบ่งเป็นการทำ 2 ครั้งในปี 2557 แล้วมาใช้เซรั่มลูมิเนสฟื้นฟูเนื้อผิวในภายหลัง รู้เลยว่า เลเซอร์ตัวนี้ ทำร้ายทำลายเซลล์ผิวแบบเต็ม ๆ (เป็นประสบการณ์และความเห็นส่วนตัว เพื่อน ๆ สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ด้วยตัวเอง ไม่จำเป็นต้องเชื่อและคิดเห็นตามบีมค่ะ แต่ตัวบีม ไม่เชียร์เลย ไม่ว่าจะเลเซอร์อะไร)


การรักษารอยสิวทำอย่างไร ด้วยแนวทางธรรมชาติ?

ตอบ สำหรับบีมแล้ว บีมไม่ค่อยนับเวลาว่าเมื่อไหร่รอยสิวจะหาย เพราะด้วยเวลาที่ผ่านไป มันมักจะจางหายไปเอง (สำหรับบีมก็ด้วยการดูแลตัวเองให้ถูกกับธรรมชาติของตัวเอง และบีมก็วางใจเซรั่มลูมิเนสค่ะ ก็ใช้แค่ตัวนี้มาตลอด ไม่ว่าอะไรที่เราเคยกังวล ถ้าทาต่อเนื่อง มันก็จางหายไปเองหมด และอีกตัวที่ชอบก็คือ มาส์กพิฆวรางค์ค่ะ บีมว่าสำหรับคนที่มีงบประมาณไม่มากนักที่จะใช้เซรั่มลูมิเนส ใช้มาส์กพิฆวรางค์ค่ะ และใช้อย่างต่อเนื่อง มันอาจจะเห็นผลช้ากว่า แต่มันก็ดีกว่าเวชสำอางมีตัวยา มันเป็นสมุนไพร ไม่ต้องกลัวสารเคมีใด ๆ เข้ากระแสเลือดและตับ ไต ตรงนี้ไม่ได้มาขายของ แต่แบ่งปันประสบการณ์ว่า บีมใช้อะไรและรู้สึกอะไรเท่านั้นเองนะคะ ซึ่งเพื่อน ๆ สามารถทดลองแสวงหาอะไรที่จะตอบโจทย์เพื่อน ๆ ได้ค่ะ ขอให้มันปลอดภัย ดูส่วนผสมก่อนเสมอ อย่าหลงกลการตลาด)

อย่างไรก็ตาม สำหรับคนทั่วไป บีมให้ความรู้เพิ่มเติมจากประสบการณ์นะคะว่า รอยสิวจะมี 3 แบบ คือ
1. หลุมสิว
2. รอยดำ
3. รอยแดง

หลุมสิว - หลุมสิวเหมือนรอยแผลเป็นค่ะ ถ้าเราเคยเป็นแผลแล้วมันเป็นผิวที่แตกต่างจากเดิม หลุมสิวเราก็แบบนั้นล่ะค่ะ ดังนั้น ให้นึกถึงว่า สภาพผิวที่เป็นหลุม ถ้าเป็นหลุมใหม่ ๆ ผิวหนังที่ยังสดและแบ่งตัวได้ ถ้าเรากระตุ้นให้ Fibroblast (เซลล์สร้างอีลาสตินและคอลลาเจนในผิว) ให้มันทำงานและสร้างโปรตีนในผิวได้มาก มันก็จะสร้างขึ้นมาทดแทนส่วนที่สึกหรอไป ซึ่งตัวที่ทำได้ก็จะเป็นกลุ่ม Stem Cell Growth Factors แต่ถ้าเป็นแผลเก่านานแล้ว มันก็ยังคงตื้นได้อยู่ แต่ต้องใช้เวลานานกว่าแผลสิวใหม่ๆ ซึ่งอาจจะไม่เหลือรอยและหลุมเลยแม้แต่น้อยถ้าเราทาตั้งแต่ตอนเป็นแผลใหม่ๆ หรืออาจจะมีสารสกัดหรือสมุนไพรที่จะทำงานกระตุ้นการสร้างโปรตีนในผิวได้ ก็ลองค้นหาดูค่ะ แต่สำหรับบีม จากประสบการณ์ตรงแล้ว บีมหายกับเซรั่มของลูมิเนส ส่วนคุณเพชร เจ้าของแบรนด์พิฆวรางค์ หลุมสิวหายกับมาส์กพิฆวรางค์ของเธอค่ะ อันนี้คงต้องทดลองดูเองว่าชอบแบบไหนค่ะ คนเราชอบไม่เหมือนกัน (ความรู้สึกและอารมณ์ตอนใช้) ต้องวัดเอง เลือกเอง บีมแค่คัดเลือก ตัดตัวเลือกให้เหลือน้อยที่สุดให้แล้วค่ะ ไม่ต้องไปลองผิดเยอะ ๆ

สำหรับบีม การเลเซอร์รักษาหลุม ไม่ได้ผลโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามค่ะ และยังทำให้เซลล์ผิวเสียหายด้วย (ความเห็นและประสบการณ์ส่วนตัว)

รอยดำ - เกิดจากตอนที่ผิวอักเสบจากตอนเป็นสิว เมลานินถูกผลิตมากกว่าปกติ ทำให้ตอนสิวหาย ผิวเกิดรอยดำขึ้นมา ณ จุดที่เคยเป็นสิวค่ะ ดังนั้น หากจะต้องป้องกันขนาดและความรุนแรงของรอยดำ จะต้องป้องกันตั้งแต่ตอนเป็นสิว คือ ถ้ามีสิวต้องให้ยุบเร็วที่สุด โดยไม่ใช้ยา แต่ใช้การปรับพฤติกรรม การออกกำลังกาย และการกินสมุนไพรและอาหารปรับสมดุลและต้านการอักเสบ และหลีกเลี่ยงความร้อนและแสงแดด ที่จะกระตุ้นให้เมลานินถูกผลิตมากขึ้นเพิ่มเติมจากการอักเสบค่ะ แต่พอเรามีรอยดำแล้ว และตรงนั้นเรียบ ไม่มีสิวแล้ว สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในการลดเม็ดสีเมลานิน เช่นเดียวกับตัวที่ใช้รักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ ซึ่งมันก็มีหลายประเภท บางอย่างอาจเป็นเซรั่ม บางอย่างอาจเป็นครีม บางอย่างเป็นน้ำมัน ก็เลือกให้เหมาะสมกับสภาพผิวและโดชาตัวเองค่ะ และควรช่วยให้ผิวมีการสร้างเซลล์ขึ้นมาทดแทน ดันเซลล์เก่าให้ผลัดขึ้นและออกไปตามวงจรปกติคือ 28 วันให้ได้ (ผิวที่เสื่อม จะใช้เวลาสร้างและดันเซลล์ใหม่ขึ้นมานานกว่านี้) อาจจะใช้พวกโทนเนอร์มะเฟือง (ถ้าใช้ได้) ตามที่แจ้งเลยค่ะ ผลิตภัณฑ์นี่ต้องลองใช้ดูเอง แต่จะใช้ตัวไหนได้ไม่ได้ จะอยู่ที่โดชาและความแข็งแรงของผิวเป็นหลักค่ะ) สำหรับบีมเอง บีมใช้เซรั่มลูมิเนส มาส์กพิฆวรางค์และ Night Cream ของลูมิเนส สำหรับรอยดำค่ะ

รอยแดง - รอยแดง ทายาไม่หายแน่นอนค่ะ เพราะมันเป็นเรื่องความร้อนของระบบภายใน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตับ ลำไส้ และเลือดของเรา ถ้าระบบเหล่านี้มีพิษและความร้อนอยู่มาก จะมีรอยแดงค่ะ และอาจมีสิวนูน ๆ แต่ไม่มีหัวอยู่ แต่เราคิดว่าไม่เป็นสิวแล้ว จริง ๆ แล้วเข้าใจผิดค่ะ วิธีการแก้ไข ไม่ใช่การทาครีม แต่คือ การล้างพิษลำไส้ ล้างตับ ทานสมุนไพรต้านการอักเสบตามโดชาตัวเอง และ การทานอาหารฤทธิ์เย็น (ลดความร้อนในร่างกายลง) เช่น แตงโม ย่านาง ใบเตย บัวบก (ห้ามเติมน้ำตาล)

จะหายขาดจากสิว 100% หรือเปล่า?

ตอบ หากเข้าใจในมุมว่าสิวเกิดจากการใช้สารเคมีกับหน้า มีพิษสะสมและการเสียสมดุลของร่างกายจากจุดสมดุลธรรมชาติของเรา ดังนั้น การที่เราจะหายหรือจะกลับมาเป็นอีก ก็อยู่ที่พฤติกรรมและความเข้าใจในการดูแลร่างกายของเราเท่านั้นเองค่ะ ถ้าเราไม่สร้างเหตุที่จะทำให้ตัวเราเป็นสิว มันก็จะไม่เป็นอีก

ไม่อยากให้เกิดอาการสิวขับพิษ แต่อยากหายด้วยวิธีธรรมชาติ จะทำได้ไหม?
ตอบ ไม่ได้ค่ะ เพราะการขับพิษเป็นกระบวนการหนึ่งของ Healing Crisis (หรือภาวะฟื้นฟูร่างกาย) ตามธรรมชาติ ดังนั้น จะต้องทำใจเตรียมพร้อมยอมรับกระบวนการนี้ก่อน ซึ่งบอกไม่ได้ว่าจะออกมารูปแบบไหน มากน้อยเพียงใด แต่เจ้าตัวจะรู้ดี โดยประเมินจากยาที่เคยกิน พฤติกรรมที่เคยทำ ว่าทำลายสมดุลสุขภาพมากเพียงใดค่ะ มันก็จะมากตามนั้น แต่ข่าวดีก็คือ บีมมีวิธีลดภาวะสิวขับพิษ อาการซ่านพิษ ให้น้อยลง มีวิธีการเตรียมตัว การถอนพิษ ช่วยระบายพิษ เพื่อให้ผ่านพ้นช่วงขับพิษได้อย่างเข้าใจและหายเร็วขึ้น

กินอาหารเสริมระหว่างรักษาสิวได้ไหม?

ตอบ เราสามารถทานอาหารเสริมที่จำเป็น (ที่เราขาดจริงๆ) และอาหารเสริมที่มีคุณภาพดีได้ค่ะ อย่างไรก็ตาม ไม่ควรทานอาหารเสริมเป็นอาหารหลัก ควรทานแต่พอดี ให้เน้นไปที่การใช้อาหารและสมุนไพรในการปรับสมดุล และให้อาหารเสริม เสริมในส่วนที่ยังขาดจากอาหารและสมุนไพรเท่านั้นค่ะ ซึ่งแต่ละคนจะต้องการอาหารเสริมมากน้อยแตกต่างกัน อยู่ที่ว่าเขาจะสามารถหาสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายต่อวันให้ครบถ้วนได้มากน้อยเพียงใด ให้หลีกเลี่ยงและระวังอาหารเสริมที่ปนเปื้อน ทำไม่ได้มาตรฐาน และอาจตกค้างในร่างกาย เป็นภาระต่อตับและไตต่อไปได้


ถ้าเลือกอาหารไม่ได้ จะต้องทำอย่างไร?

ตอบ จริง ๆ แล้ว ถ้าเรามองหา เราจะมองเห็นค่ะ เราอย่าพึ่งคิดว่ายาก ทำไม่ได้ อย่าพึ่งตัดโอกาสการดูแลตัวเองด้วยคำว่า “หาอาหารไม่ได้” แต่ลองตั้งคำถามใหม่ว่า “หาอย่างไร” ก่อน จะทำยังไงเพื่อให้เราสามารถกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพตัวเองให้ได้มากที่สุด ซึ่งจริง ๆ แล้วใน 1 วัน เราไม่ได้ต้องการอาหารมากมายนักหรอกค่ะ เราจะรู้เอง ถ้าเรากินมากไป เราจะอึดอัด ง่วงนอน อืดท้อง นั่นคือ กินมากไป และกินของที่ร่างกายเอาไปใช้ไม่ได้ แต่ถ้ากินแล้วรู้สึกมีพลัง เบา สบาย แสดงว่า ร่างกายเราได้เอาอาหารไปใช้ประโยชน์ได้จริง ๆ ถ้ากินไม่พอ เขาจะส่งสัญญาณมาเอง ว่าไม่มีพลังนะ ต้องกินให้มากขึ้น ซึ่งควรจะมีนมถั่วเหลืองหรือนมธัญพืชติดเอาไว้ พอหิว เราเอาพวกนี้มากินก่อน จะลดอาการสวาปามอาหารไร้ประโยชน์แบบไร้เหตุผลไปให้มากทีเดียว เพราะท้องเราอิ่มพอประมาณแล้วค่ะ และบีมจะชอบ “ภูแว” เป็นผงธัญพืชไม่ขัดสีค่ะ ลองทานมาสักพักแล้วโอเคมาก ไม่ต้องย่อยเลย ร่างกายเอาไปใช้ได้เลย ซึ่งบีมไม่ได้ค่าโฆษณาค่ะ แต่เป็นผู้บริโภคจริง ๆ ถ้าอยากได้แรงบันดาลใจเรื่องการจัดหาอาหารให้ตัวเอง ลองอ่านหนังสือ Kitchen Mare คิด เช่น แมร์ ของคุณกาละแมร์ พัชรศรี เบญจมาศนะคะ แม้เธอจะยุ่งมาก แต่ก็มีเวลาจัดสรรอาหารให้ตัวเองได้