นำเสนอวิธีคิด + วิธีการใหม่ ในการ "ป้องกัน บำบัด ฟื้นฟู" ภาวะ "สิวในวัยผู้ใหญ่" (Adult Acne) แนวธรรมชาติบำบัดองค์รวมจากประสบการณ์ตรงเรื่องสิวกว่า 23 ปี นักเขียนเจ้าของผลงาน "สิวซีเคร็ต" และหนังสือสิวอีกหลายเล่ม วรดาภา สุขพิมลกุล (บีม)

โพสต์สำคัญที่ต้องอ่านก่อน!

สาเหตุของสิววัยผู้ใหญ่ (Adult Acne) ที่ขึ้นหลังวัย 20 ปี

สิววัยผู้ใหญ่ คือ อะไร? สิวในวัยผู้ใหญ่  ภาษาอังกฤษใช้คำว่า  Adult Acne  แต่ละสำนักอาจจะให้นิยามสิว ชนิดนี้แตกต่างกัน  แต่จากประสบก...

Sep 8, 2017

Success Story : พี่เกด สิวหายขาดได้ ไม่ต้องใช้ยา


Created by Pressfoto - Freepik.com


ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณน้องบีมที่ให้เป็นส่วนหนึ่งของผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรของน้องบีม และได้มีโอกาสมาแชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับแนวทางการรักษาสิวให้เพื่อนๆฟังค่ะ

แนะนำตัวก่อนค่ะ พี่ชื่อพี่เกด ตอนนี้ก็ใกล้ 37 แล้วค่ะ เป็นสิวแบบประปรายมาตั้งแต่ย่างเข้าวัยรุ่น เป็นๆหายๆ แต่ไม่เคยหายขาด เมื่อก่อนยังไม่คิดอะไร เพราะเรามักจะเข้าใจว่า ไม่เป็นไร เดี๋ยวอายุมากเราจะหายได้เอง ก็ปล่อยให้ขึ้นมาตามยถากรรมไปค่ะ

จนเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว เริ่มคิดได้ว่าปูนนี้แล้ว ก็ยังมีมาเยี่ยมเยียนกันได้แบบไม่หายขาด เลยสงสัยค่ะว่า มันเกิดขึ้นเพราะอะไร จนเมื่อมาเจอน้องบีม ได้อ่านประวัติของน้องบีมเลยรู้เลยค่ะว่า แนวทางการดูแลรักษาของน้องบีมนี่แหละค่ะ ที่จะทำให้เราหายขาดได้จริงๆ เลยเริ่มจริงจังกับแนวทางของน้องบีม

ตอนนี้ยืนยันได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่าหายขาดแล้วจริงๆ (หมายเหตุ: อาจมีขึ้นบ้าง ถ้าไม่ดูแลตัวเองเลยจริงๆ อันนี้ต่อให้คนที่ไม่เคยมีสิว แต่ถ้าไม่ดูแลตัวเอง เดี๋ยวยังไงก็ขึ้นค่ะ)

ดังนั้นพี่ขอสรุปแนวทางการรักษาที่พี่ทำอยู่ตอนนี้ให้ฟังตามด้านล่างเลยนะคะ


  1. ปักหมุดก่อนเลยค่ะ ว่าผิวเราดี ผิวเราแข็งแรง ผิวสวย หน้าใส หลับตานึกภาพเราในแบบสวยวิ้ง มีออร่า เน้นนะคะ ทำทุกวัน จะสามมื้อหลังอาหารเลยก็ได้ค่ะ
  2. ดูแลลำไส้ของเราให้สะอาดและแข็งแรงอยู่ตลอดเวลา โดยการขับถ่ายสม่ำเสมอ อย่าให้มีตกค้างในลำไส้นาน (พี่ใช้ทานโพรไบโอติกส์แบบแคปซูลและโอเมก้า 3 แบบแคปซูลทุกวัน มีน้ำผักผลไม้ปั่นบ้าง แต่ไม่ทุกวัน)
  3. งดอาหารที่แพ้ เพื่อไม่ให้เกิดการอักเสบของลำไส้ (อันนี้พี่ใช้การตรวจเลือดดูเลยค่ะว่า แพ้อะไรบ้าง ราคาอาจจะค่อนข้างสูง แต่รายการที่แพ้ และข้อมูลจากทางแลปมา ยืนยันได้ค่ะว่าอยู่ในรายการที่น้องบีมเขียนไว้ให้หมดแล้ว)
  4. นั่งสมาธิทุกวัน เพื่อล้างพิษในร่างกายและจิตใจ(ระยะเวลาการนั่งตามสะดวก แต่ต้องให้รู้สึกได้ว่าร่างกายและจิตใจผ่อนคลายและเบาสบายแล้ว)
  5. นอนประมาณ 4 ทุ่ม 
  6. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ (ความสม่ำเสมอของแต่ละคนอาจไม่เท่ากัน เนื่องจากความพร้อมของสภาพร่างกาย) 
  7. ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ก่อให้เกิดสิว (อันนี้หาซื้อได้จากร้านของน้องบีม เพราะมีให้ครบทุกขั้นตอน ไม่ต้องเสียเวลาคิดมาก)


ต้องขอบอกก่อนนะคะ ทุกขั้นตอนที่ทำนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันค่ะ พี่ใช้เวลาประมาณเกือบ 2 ปีที่ค่อยๆฝึกทำทีละอย่าง ทำวันละนิด แต่ทำอย่างมีวินัยและสม่ำเสมอค่ะ เช่น พอเรื่องนี้อยู่ตัวก็เริ่มทำอย่างใหม่ แต่ที่ทำมาก่อนหน้านี้ก็ยังคงต้องทำต่อไปนะคะ แต่ละคนก็ใช้เวลาไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับความมีวินัยและสิ่งที่สะสมมาก่อนหน้านี้ อย่าลืมรู้จักโดชาตัวเองก่อนด้วยนะคะ จะช่วยให้ย่นระยะเวลาได้เร็วขึ้น

ถ้าปฏิบัติตามที่น้องบีมแนะนำ จะเห็นว่ามีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นอย่างชัดเจนในแต่ละขั้นตอนที่ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนของพี่ก็คือ การที่พี่ได้เป็นศิษย์ของน้องบีมและพี่โค้ชทุกคนในหลักสูตร ล้างพิษ จิตใต้สำนึก รุ่น 2 ซึ่งเป็นสิ่งที่น้องบีมถ่ายทอดมานั้น ล้วนคัดสรรมาแล้วว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่กำลังเดินอยู่ในเส้นทางนี้แล้วทั้งสิ้น ยิ่งในหลักสูตรหลังๆที่น้องบีมเตรียมให้นั้น จะเข้มข้น และลงทุกรายละเอียด อันนี้ต้องขอชื่นชมน้องบีมเลยค่ะ ว่าน้องบีมเก็บได้ทุกเม็ดและถ่ายทอดออกมาได้อย่างชัดเจน ซึ่งทำให้เราสามารถเข้าใจร่างกายและจิตใจของเราได้อย่างถ่องแท้ สามารถย่นระยะเวลาให้หายขาดได้เร็วขึ้นจริงๆ

สุดท้ายขอบคุณทุกคนที่อ่านมาจนถึงตรงนี้ค่ะ (เพราะเขียนยาวมาก) พี่ขอให้ทุกคนโชคดี และไปถึงเป้าหมายที่ตัวเองวางไว้ เชื่อได้เลยค่ะว่า สิ่งดีๆจะไม่ได้เกิดขึ้นแค่ตัวเราเท่านั้น แต่มันจะส่งต่อไปถึงคนรอบข้างเราด้วยเสมอ และเมื่อร่างกายดี จิตใจดี สิ่งดีๆอีกมากมายก็จะเข้ามาในชีวิต

สุดท้ายของท้ายที่สุด พี่ต้องขอบคุณน้องบีมจากใจจริง เหมือนทุกครั้งที่เราได้มีโอกาสคุยกัน ที่น้องบีมได้มุ่งมั่น จริงจัง ศึกษา จนได้แนวทางนี้มาและเผยแพร่ให้เป็นประโยชน์กับผู้อื่น และพี่ก็เชื่อว่าสิ่งดีๆเหล่านี้ จะส่งผลให้น้องบีมเจอแต่สิ่งดีๆ คนดีๆ ในชีวิตตลอดไป

ขอบคุณอีกครั้งค่ะ
พี่เกด

Aug 7, 2017

ชื่อเรียกปัญหาสิวแนวกราม



มารู้จักชื่อเรียกของสิวแต่ละประเภท (แนวกราม) ด้วยนิยามของ #BeamsSecretกันนะคะ เราจะได้เข้าใจลักษณะของปัญหาสิวแต่ละอย่างได้ตรงกัน ดูตัวเลขตามภาพเลยค่ะ
  1. สิวอุดตันหัวปิด - สิวมีขนาดเล็ก ใหญ่กว่ารูขุมขนหน่อยเดียว ไม่มีจุดบุ๋มสีดำ ๆ ตรงกลาง เรียก สิวอุดตันหัวขาว หรือสิวอุดตันหัวปิด แบบนี้กดได้ค่ะ แต่ถ้าเอาเข็มเจาะรูให้เขาก่อน จะได้ไม่เปลืองแรงและไม่เป็นรอยมากนัก จะได้หายเร็ว ๆ สิวแบบนี้ ถ้าปล่อยไว้ ไม่รักษา วันดีคืนดี จะอักเสบได้ ถ้ามีปัจจัยเช่น ของกิน 10 อย่าง ความเครียด ดื่มน้ำน้อย ประจำเดือนจะมาค่ะ
  2. สิวอักเสบมีหัวหนอง - เป็นสิวเม็ดฐานสีแดง ๆ มีขนาดเล็กจนถึงใหญ่ แต่ไม่เป็นถุงน้ำ มีหัวหนองขาว ๆ อยู่ตรงกลาง ถ้านาน ๆ ไปจะกลายเป็นแข็ง ๆ เหลือง ๆ เพราะไขมันของเราเจออากาศ ก็เลยแห้งลงค่ะ สิวแบบนี้เจ็บปวด บวม แดง และอักเสบลุกลามใหญ่ได้ ถ้าไม่รีบรักษา ทำให้เกิดรอยดำ เพราะ การอักเสบจะทำให้เมลานินรีบรุดมาที่เกิดเหตุทีละมาก ๆ พร้อมกัน แต่เป็นรอยดำที่ผิวชั้นบน แบบนี้ผลัดเซลล์ออก แล้วทาบำรุงก็หายได้ค่ะ
  3. สิวอักเสบบวมน้ำ - มักเป็นถุงสิว มีฐานกว้างกว่าแบบที่ 2 ลักษณะสำคัญคือ เป็นถุง ๆ แต่ไม่ค่อยมีหัวขาว ๆ เป็นเหมือนเลือดคั่ง สิวแบบนี้ จะไม่ยุบตัวลง 100% จนกว่าสาเหตุภายในของการคั่งเลือดและน้ำเหลืองบริเวณนั้นจะหายไป (ต้องรักษาจากภายในเท่านั้นจึงจะยุบตัวแบน 100%) และเป็นสิวที่มีโอกาสก่อหลุมสิวมากที่สุด เพราะ จะกินเนื้อลงไป (ยิ่งหนองมากเท่าไหร่ และภูมิคุ้มกัน เม็ดเลือดขาวน้อยเท่าไหร่ ก็ยิ่งเกิดหลุมมากเท่านั้น หรือเป็นนานมาก ๆ กว่าจะหายค่ะ) บางที ด้านบนเหมือนจะแต้มยาแล้วแห้งๆ เป็นสะเก็ด ๆ แต่ก็ไม่ยุบลงไปซะทีนั่นเอง
  4. รอยแดง - เป็นรอยสีแดง ๆ จับดูแล้วเรียบ ไม่มีตุ่มนูน ๆ อีกเลย เป็นรอยที่เกิดจากการอักเสบหรือร้อนของเส้นเลือดฝอยบริเวณผิวหนังส่วนนั้น ๆ รอยแดง ไม่ใช่สิวอักเสบ แต่อาจเป็นร่องรอยหลังจากสิวอักเสบยุบตัว จนกว่าความร้อนเกิน หรือ ปิตตะ จะหมดจากผิวหนังสือบริเวณนั้นไป ซึ่งวิธีการที่ดีที่สุดคือ ลดความร้อนของเลือดและระบบอวัยวะที่มีความร้อนสะสมที่เกี่ยวข้องกับบริเวณนั้นของใบหน้า (Facial Reflexology)
วันนี้ ลองส่องกระจก แล้ววิเคราะห์สิวบริเวณกรามของตัวเองดูนะคะ ว่าเรามีสิวลักษณะใดกันบ้าง พรุ่งนี้และวันถัด ๆ ไปของสัปดาห์นี้ เราจะมาดูวิธีแก้ปัญหากันค่ะ
หมายเหตุ : ชื่อเรียกสิวและการบรรยายลักษณะปัญหาของสิวแต่ละแบบ เป็นความรู้เฉพาะที่บีมตกผลึกและผสมผสานมานะคะ อาจจะแตกต่างจากทฤษฎีอื่นๆ ที่หลายคนอาจได้ศึกษามา แต่บีมใช้ความเข้าใจของบีมแบบนี้ในการดูแลตัวเองและผู้อื่น ก็พบว่า ช่วยแก้ปัญหาได้จริงค่ะ ก็ขอใช้แบบนี้ในการสื่อสารกับแฟนเพจและลูกค้าก็แล้วกันนะคะ จะได้เข้าใจตรงกันค่ะ
--------------------------
สำหรับคืนนี้ ฝึกเข้านอนก่อน 4 ทุ่มกันนะคะ
เพราะมันจะช่วยให้ร่างกายสามารถดีท็อกซ์ตัวเองได้ตามธรรมชาติ
และสิวจะหายเร็วขึ้นค่ะ ประหยัดอาหารเสริมและครีมไปได้อีกเยอะเลยค่ะ
ขอบคุณค่ะ
#บีมซีเคร็ต
#BeamsSecret
http://bye-bye2acne.blogspot.com
บล็อกที่อ่านและลงมือทำแล้วจะมีโอกาสหายขาดจากสิวได้ตลอดไป
https://goo.gl/oYSb9T
รวมคลิปที่จะทำให้คุณเข้าใจเรื่องสิวได้อย่างถึงแก่นแห่งแรกในเมืองไทย

เรื่องเล่าสิวแนวกราม...ที่มีไว้ปราบเซียน




เรื่องเล่าสิวแนวกราม...ที่มีไว้ปราบเซียน
สิวแนวกราม เป็นสิว "ปราบเซียน"
เพราะจะเป็นสิวด่านสุดท้ายที่หลงเหลือ
สำหรับคนที่รักษาสิวแนวธรรมชาติทุกคน
ถ้าใครสามารถรักษาสิวแนวนี้ให้หายได้
มีโอกาสเท่ากับสามารถหายขาดได้ตลอดชีวิตเช่นกัน
สิวแนวกราม มักจะขึ้นเป็นเม็ดใหญ่ ๆ
บ้างก็มีแต่น้ำ บ้างก็มีสีแดง อักเสบผสม
บ้างก็มีหัวหนองเป็นจุดอยู่ตรงกลาง
ภาษาอายุรเวท เรียกว่า สิวคัพพะค่ะ
สิวแบบนี้มี สาเหตุหลัก ๆ มาจาก
การกินไขมันทรานส์ จากของทอด ผัด
น้ำมันทอดซ้ำ เช่น ไก่ทอด กล้วยทอด หมูทอด
หรือจากเบเกอรี่ที่ผสมไขมันทรานส์
ในรูปแบบมาการีน เนยเทียม ครีมเทียม
ไขมันปาล์ม น้ำตาล ในขนมช็อคโกแลตทั้งหลาย
และน้ำตาลปริมาณสูง ๆ ที่ผสมในเครื่องดื่มต่าง ๆ
น้ำตาลทรายแดง น้ำตาลทรายขาว
นอกจากจะเป็นอาหารของเชื้อยีสต์แล้ว
ยังทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดแกว่ง
ส่งผลให้กระตุ้นฮอร์โมนทั้งหลาย
ที่ทำให้เกิดภาวะหน้ามัน และเซลล์อุดตันรูขุมขน
และฮอร์โมนแปรปรวน ฮอร์โมนผู้ชายล้นทะลัก!
จึงส่งผลให้เป็นสิวฮอร์โมนต่อ
และยังรวมไปถึง ฮอร์โมนในนมวัว
เมือกเหนียวหนืดจากนมวัวที่รวมกับน้ำย่อยในกระเพาะ
อุจจาระเก่าตกค้าง พยาธิที่ไม่ได้ถ่ายออก
ไม่ได้กินผักผลไม้ เส้นใยอาหารเข้าไปเลย
เน้น เนื้อ นม ไข่ แป้ง ล้วน ๆ แต่ละมื้อ
นาน ๆ ไป เกิดการหมัก บูด เน่า เสีย
เกิดจุลินทรีย์มีพิษมากมาย
ผนังลำไส้ต้องสัมผัสกับพิษตลอดเวลา
ทำให้เสื่อมสภาพ เกิดเป็นรอยรั่ว
เรียก "ลำไส้รั่ว หรือ Leaky Guy Syndrome"
ส่งให้ผลพิษแพร่กระจายออกไปจากระบบลำไส้
ส่งผลให้เวลาต่อมา เกิดภาวะการอักเสบเรื้อรัง
สัปดาห์หน้า เราจะมาทำความรู้จักกับ "ลำไส้"
และวิธีการกู้ลำไส้ของเราให้กลับมาสุขภาพดี
ด้วยพระเอกขี่ม้าขาวที่ชื่อว่า โพรไบโอติคส์
เพราะมีคนมากมายเหลือเกิน
ที่ยังไม่รู้ว่า จะต้องทำยังไง
เพื่อให้สิว "แนวกราม" นี้หายได้จริงๆ
หลังจากที่บีมได้ทดลองกินนมหมักคีเฟอร์อีกรอบ
หลังจากที่เคยกินครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2552
ที่ตอนนั้นกินแล้วเห็นผลเรื่องสิวแนวกรามดีมาก
แต่หยุดไป เพราะ มีเภสัชที่เป็นห่วง
กระซิบบอกว่า "ระวังเรื่องเชื้อกลายพันธุ์"
แต่วันนี้ คีเฟอร์ ถูกพูดถึงในวงการสุขภาพไม่หยุดหย่อน
แรงแบบฉุดไม่อยู่ ใครที่รักษาสิวจากการเปลี่ยนอาหาร
ก็จะพูดถึงตัวนี้ด้วยในฐานะ โพรไบโอติคส์ที่สำคัญ
ที่จะทำให้สุขภาพลำไส้แข็งแรง และผิวแข็งแรงได้ตลอดไป
ติดตามในบทความต่อ ๆ ไป สำหรับวิธีการจัดการกับสิวแนวกรามให้อยู่หมัดนะคะ

ติดตามอัพเดทสาระดี ๆ เพื่อการ "ถอนรากสิว"​ แนวใหม่ ด้วยตัวเอง
FB: Beam's Secret

http://bye-bye2acne.blogspot.com/
บล็อกที่อ่านและลงมือทำแล้วจะมีโอกาสหายขาดจากสิวได้ตลอดไป

https://goo.gl/oYSb9T
รวมคลิปที่จะทำให้คุณเข้าใจเรื่องสิวได้อย่างถึงแก่นแห่งแรกในเมืองไทย

Aug 3, 2017

รักษาสิวรุนแรง โดย Brian Turner ในรายการ The Doctors (แปลไทย)




Brian has suffered from cystic acne for the last seven years. His heartbreakingly honest video relating the emotional pain it caused him in high school has gone viral. Brian wept on-camera as he told of the day when he broke down in school after being taunted by students, including his own best friend.

ไบรอันได้รับความทุกข์ทรมานจากการเป็นสิวซีสต์ตลอด 7 ปีที่ผ่านมา คลิปวิดีโอที่เป็นเนื้อหาที่แสดงออกจากก้นบึ้งของหัวใจว่าเขาได้รับความเจ็บปวดใจจากเพื่อน ๆ ที่โรงเรียนได้ถูกเผยแพร่ไปอย่างรวดเร็ว เขาหลั่งน้ำตาขณะที่เขากำลังเล่าเรื่องราวที่หัวใจสลายด้วยการกระทำของเพื่อน ๆ ที่โรงเรียน รวมไปถึงเพื่อนรักที่สุดของเขาด้วย

Today Brian’s skin is clear! He joins The Doctors to talk about how painful acne can be for teenagers. “I don’t think people understand how traumatic it can be,” he says. “I wanted to make videos and a channel where people could come to be comforted, just by seeing someone else who’s gone through it and understands.”

วันนี้ ผิวของไบรอันใสแล้ว เขาได้มาเป็นแขกรับเชิญในรายการ The Doctors เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับความเจ็บปวดของการเป็นสิวในวัยรุ่น "ผมไม่คิดว่าคนทั่วไปจะเข้าใจฮะว่ามันเจ็บปวดใจเพียงใด" เขากล่าว "ผมต้องการที่จะสร้างวิดีโอและช่องขึ้นมา ซึ่งจะช่วยให้คนรู้สึกดีขึ้น โดยการเห็นเรื่องราวของคนอื่นที่ได้เคยผ่านมันมาแล้ว และทำให้พวกเขาได้เข้าใจ" 

Brian tried all the traditional medical treatment options. Accutane helped for some time, but his acne began coming back. His breakthrough came when he tried eliminating dairy – his skin began to clear, and became better still when he began “megadosing” vegetables, eating 8 to 10 servings a day. Now his skin looks great and even his old acne scars are beginning to disappear!

ไบรอันเคยใช้การรักษาสิวด้วยการแพทย์แบบแผน (กินยา ทายา) มาแล้ว แอคคิวเทน (ยารักษาสิวแบบกิน) ได้ช่วยสักระยะหนึ่ง แต่ว่าสิวของเขาก็กลับมา การค้นพบของเขาเกิดขึ้นหลังจากที่เขาพยายามไม่กินนมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัว ผิวของเขาใสขึ้น และ ดียิ่งขึ้นเมื่อเขาเริ่มกินผักแบบ "เมกะโดส" (คือการกินปริมาณมากๆๆๆๆ - บีม) คือ กิน 8-10 ที่ต่อวัน (ที่อาจจะเป็นจานหรือแก้วก็ได้นะคะ แต่เข้าใจว่าเยอะมาก ๆๆๆ เหมือนเป็นอาหารหลักไปเลย - บีม) ตอนนี้ ผิวของเขาดูดีมาก ๆ และรอยสิวเก่า ๆ ของเขาก็กำลังจางหายไปด้วย!

ER Physician Dr. Travis Stork says that he’s just given a media interview about “beauty tips” – his number-one recommendation was that what you eat is the greatest factor in the health of your skin, “But no one seems to get that! You’re a shining example.”

นายแพทย์ ดร. ทราวิส สต็อร์ค กล่าวว่า เขาพึ่งจะให้สัมภาษณ์กับสื่อไปเกี่ยวกับเรื่องของ "เทคนิคความงาม" ซึ่งคำแนะนำอันดับ 1 ของเขาคือ อะไรที่คุณกินนั่นแหละเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดต่อสุขภาพผิวของคุณ "แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครเข้าใจนะครับ! คุณเป็นตัวอย่างที่เป็นแสงสว่างให้ผู้คนได้มาก ๆ"


Ob/Gyn Dr. Nita Landry adds that medications like Accutane have systemic side effects. “It’s a big deal!” she says. On the other hand, Brian’s current lifestyle is likely to improve his health even aside from his skin.

ดร.นิต้า แลนดรี้ กล่าวเสริมว่า ยาต่าง ๆ เช่น แอคคิวเทนนั้นมีผลข้างเคียงต่อทั้งระบบร่างกาย "นั่นเป็นเรื่องใหญ่เลยนะ" เธอกล่าว หรือพูดอีกอย่างหนึ่งว่า ไลฟ์สไตล์ของไบรอันขณะนี้จะช่วยให้สุขภาพของเขาดีขึ้นโดยรวมนอกเหนือไปจากผิวของเขา

“I want to thank you for being brave, and I want to thank you for making these videos,” she concludes.

"ฉันอยากจะขอบคุณในความกล้าหาญของคุณมาก และฉันอยากขอบคุณมากที่ได้ทำคลิปวิดีโอเหล่านี้ขึ้นมา" เธอสรุป

From : http://www.thedoctorstv.com/articles/4044-severe-acne-viral-video-offers-sufferers-comfort-and-hope

แปลโดย วรดาภา สุขพิมลกุล (บีม)
วันที่ 3 สิงหาคม 2560 เวลา 12.42 น.

Aug 2, 2017

สรุปสมุนไพรที่ใช้ปรับสมดุลแก้ปัญหาสิวทำเองได้ง่ายที่บ้าน


ภาพจาก Created by Topntp26 - Freepik.com


จากข้อมูลที่บีมได้รวบรวมและสังเกตมาตั้งแต่ประมาณปลายปีที่แล้วที่บีมพบกับแนวอายุรเวท ของคุณ Kristen Ma จนถึงตอนนี้ เกือบจะครบ 1 ปีแล้วนะคะ บีมพบว่าด้วยการใช้หลักการปรับสมดุลด้วยอาหารแนวอายุรเวทกับการรักษาสิวที่เธอนำเสนอ มันเวิร์คมาก ๆ และง่ายมาก ๆ มีการทำซ้ำและได้ผลเหมือนกันหลาย ๆ ท่าน

บีมจึงขออนุญาตสรุปสมุนไพรพื้นฐานที่เอาไว้ใช้แก้ปัญหาสิวแบบง่าย ๆ เหมือนแก้อาการเฉพาะหน้า ให้ตามนี้นะคะ

1. แก้สิวอักเสบ ใช้ น้ำขิง + ขมิ้นชัน บีมเข้าใจว่า ขิง + ขมิ้นชัน หักฤทธิ์ร้อนเย็น น่าจะออกมากลางนะคะ แต่ด้วยการทำงานของมัน ขิงจะทำให้เลือดลมวิ่ง ขมิ้นชันจะช่วยลดความร้อน ลดการอักเสบ ทั่วร่างกาย ที่เรียกว่า Chronic Inflammation ซึ่งคนทั่วโลก ถ้าได้กิน Fast Food กินไขมันทรานส์ น้ำมันพืชผ่านกระบวนการ น้ำตาล จะเป็นกันหมดค่ะ เลยสูตรน้ำขิง + ขมิ้นชัน เป็นสูตรกู้ชีวิตของคนบนโลกไปแล้ว เพราะ กูรูสุขภาพหลายท่านก็แนะนำว่าสูตรนี้เป็นสูตรหนึ่งของ SuperFood ค่ะ คือ สูตรที่ดีมาก ๆ ต่อสุขภาพ และดื่มน้ำอุณหภูมิห้อง 2 ลิตรตลอดวัน
2. แก้สิวอักเสบ สูตร 2 ใช้ ขมิ้นชัน หรือ น้ำย่านาง หรือ น้ำใบเตย หรือผลไม้ฤทธิ์เย็น เช่น แตงโม ผักฤทธิ์เย็น เช่น แตงกวา และดื่มน้ำอุณหภูมิห้อง 2 ลิตรตลอดวัน
3. แก้สิวอุดตันและผิวขาดน้ำ ใช้เกลือหิมาลัยผสมน้ำเปล่าดื่มวันละ 1 แก้ว 250 cc. และดื่มน้ำอุณหภูมิห้อง 2 ลิตรตลอดวัน
4. แก้สิวซีสต์ สิวหนอง เม็ดใหญ่ ๆ บวม แดง ใช้สะเดา จะเอาใบสดมาต้ม ดื่มเฉพาะน้ำ หรือจะทานเป็นแคปซูลก็ได้ค่ะ
-----------------------------

ข้อควรจำ


- หลังล้างพิษและปรับสมดุลผิวและร่างกายแล้ว สิวที่ขึ้นหลังจากนั้น เกิดจาก อาหาร อารมณ์ ระบบย่อยอาหาร และขับถ่าย ตามธรรมชาติของเรา เป็นเหตุปัจจัยสำคัญ
- การใช้สมุนไพรข้างต้นแก้ปัญหา จะได้ผลชั่วคราว ใช้ได้เฉพาะครั้ง แต่ถ้ายังกินของ 10 อย่างที่ต้องห้าม กินของที่ร่างกายไม่ต้องการ กินของที่เราแพ้ ก็จะมีสิวขึ้นได้ตลอดทุกครั้งที่กิน เพราะร่างกายย่อยไม่ได้ดีและกำจัดพิษตกค้างไม่ได้ดี
- การแก้ที่ต้นเหตุ ถอนรากสิว จะต้องช่วยให้ร่างกายได้ของที่จะไปซ่อมตับ ลำไส้เล็กและใหญ่ ให้กลับมาแข็งแรงสมบูรณ์ได้ 100% หรือมากที่สุด เมื่อ 2 ระบบนี้ดีแล้ว จะทำให้มีโอกาสสิวหายขาดได้จริง
- สิ่งที่ร่างกายต้องการเมื่อยามถอนรากสิว คือ ผักผลไม้สด ๆ การกินอาหารที่สมดุล ครบถ้วนทุกหมู่ น้ำสะอาดไม่เย็นวันละ 2 ลิตร น้ำมะพร้าวสด เนื้อมะพร้าวอ่อนสด กินให้สมดุล โดยกินตามหลักโดชาจะง่ายที่สุด และกินตามหลักอาหารร้อนเย็น และสุดท้ายคือ กินตามกรุ๊ปเลือด
- อาหารจะกลายมาเป็นตัวเราร่างกายใหม่ภายใน 90 วัน หรือพูดอีกอย่างว่า เราจะกลายเป็นคนใหม่ทุก ๆ 90 วัน จากเหตุปัจจัยที่เราใส่เข้าไปค่ะ ถ้าเราใส่เหตุปัจจัยเดิม ๆ ให้กายและใจ เราก็ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเสมอไป สิวไม่หายขาดเสียที ^^
-----------------------------

ข้อควรระวัง

- เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี แม่ตั้งครรภ์และให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลก่อนทานสมุนไพรเหล่านี้ค่ะ
- สำหรับเกลือหิมาลัย แตงกวา แตงโม จัดว่าเป็นอาหาร ไม่ใช่สมุนไพร ทานได้เหมือนอาหารปกติค่ะ เกลือหิมาลัย ทานได้ทุกวันค่ะเท่าที่รู้สึกดี และไม่ชงเค็มเกินไป ส่วนแตงกวา แตงโม ก็ให้ทานเหมือนอาหารปกติ แล้วสลับกับผักผลไม้ฤทธิ์เย็นอื่น ๆ ไปค่ะ ตรวจเช็ครายการได้ที่นี่นะคะ http://foodmorkeaw.blogspot.com/p/blog-page.html

Jul 30, 2017

10 กิจวัตรกำจัด & ป้องกันสิว ตามนาฬิกาอายุรเวท (ตามพลังโดชาของวัน)


จาก https://www.pinterest.com/explore/pitta-dosha/?lp=true


กิจวัตรนี้เป็นกิจวัตรที่บีมได้เคยทดลองทำมาก่อนสักระยะหนึ่ง โดยอ้างอิงตามเวลาของโดชาของแนวอายุรเวทเป็นหลักนะคะ จริง ๆ แล้ว บีมได้ทดลองหลายอย่างมากกว่าเรื่องสุขภาพ และพบว่านาฬิกาโดชานั้นใช้ได้ดีมากในการใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับพลังงานธรรมชาติค่ะ โดยอยากให้ทุกคนทดลองทำดูเบื้องต้นตามนี้ดูก่อนค่ะ 

คำแนะนำเพิ่มเติม

  1. ในการปรับกิจวัตร กรณีไม่สามารถทำได้ทั้งหมดในทันที ไม่ต้องกังวลนะคะ ให้ค่อย ๆ ปรับไปเรื่อยๆ ให้ใกล้เคียงที่สุดเท่าที่เราจะสามารถทำได้ ไม่กดดัน ให้ดูแลตัวเองอย่างมีความสุขที่สุด
  2. บางรายการเช่น น้ำเปล่า 1 ลิตร ถ้าไม่เคยดื่มมาก่อน อย่าฝืนดื่มไปเลย 1 ลิตร ให้ค่อย ๆ ดื่ม อะไรที่ทำแล้วรู้สึกไม่สบายตัว ก็ให้ค่อย ๆ เริ่มจากปริมาณน้อย ๆ ดูก่อน หรือลองพักไปก่อนสัก 2-3 วัน พอรู้สึกสบายเป็นปกติแล้ว ทดลองดูใหม่ โดยเร่ิมจากปริมาณน้อย ๆ 
  3. ผู้ที่นอนดึกมาโดยตลอด เมื่อปรับเวลามานอนเร็ว ช่วงแรก ๆ ถ้ายังไม่สามารถนอนได้เลยทันที ให้ลองใช้เรื่องกลิ่นอโรมาบำบัดกลุ่มที่ทำให้ผ่อนคลาย ทานกล้วยน้ำว้า ดื่มนมอัลมอนด์อุ่น ๆ ก่อนนอนสัก 30 นาที และลองเปิดเพลงนี้ฟังตั้งแต่ประมาณก่อนเข้านอนจริง 15 นาทีค่ะ https://youtu.be/w6sbrmcrSuo หรือ https://youtu.be/xQ6xgDI7Whc บีมได้ทดลองใช้มานานแล้ว พบว่าทั้งสองเพลงช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น นอกเหนือจากนั้น ทุกคนคงต้องทดลองเอาเองค่ะ แต่ผู้ที่บีมได้แนะนำไปแล้ว และได้ทดลองดู บางส่วนได้บอกว่า ช่วยเรื่องการนอนได้ดีมาก ช่วยให้อาการกังวล เครียด ปวดบริเวณต่าง ๆ ดีขึ้นได้ (โปรดใช้วิจารณญาณ เพราะ เป็นประสบการณ์ส่วนบุคคล)


10 กิจวัตรกำจัด & ป้องกันสิว

  1. ทำ Oil Pulling ด้วยน้ำมันมะพร้าว 5 จนทั่วปาก 5 นาทีก่อนแปรงฟัน
  2. หลังแปรงฟัน ดื่มน้ำเปล่าสะอาดอุณหภูมิห้อง 1 ลิตรภายใน 5-10 นาทีให้หมด และทำท่าโยคะอุทธิยานะพันธะ เพื่อกระตุ้นการขับถ่าย
  3. ออกกำลังกายด้วยการโยคะท่าสุริยะนมัสการ 5-10 รอบ (ขึ้นอยู่กับเวลาที่มี) หรือแกว่งแขน หรือเลือกออกกำลังที่ชอบประมาณ 20 – 30 นาที
  4. กินนมแพะหรือนมอัลมอนด์หมักคีเฟอร์ หรือ โยเกิร์ตที่ไม่แพ้  1 ถ้วย หรือ 1 แก้ว (250 cc) ภายใน 30 นาทีหลังดื่มน้ำ
  5. กินน้ำปั่นผักผลไม้ smoothie สูตรที่ต้องการ เป็นมื้อแรกสุดไม่เกิน 8 โมง
  6. กินมื้อเที่ยงเป็นมื้อใหญ่สุดของวันเพราะปิตตะสูงช่วง 10.00 – 14.00 น. ร่างกายจะย่อยอาหารได้ดีที่สุดช่วงนี้
  7. กินน้ำมันมะพร้าว หรือ น้ำมันงาม้อน (เลือกตัวใดตัวหนึ่ง) 1 ช้อนโต๊ะ ช่วง 14.00 – 18.00 น.
  8. กินอาหารเย็นเบา ๆ ก่อน 18.00 น.
  9. ละจากมือถือ และ Social Network ทุกชนิด ตั้งแต่ 20.00 น.
  10. นั่งสมาธิ สวดมนต์ เขียนไดอารี่ ทบทวนชีวิตวันนั้น และเขียนขอบคุณอย่างน้อย 1 สิ่งในสมุด
  11. ดื่มน้ำเปล่าสะอาดอุณหภูมิห้อง 1 แก้ว (250 cc) ก่อนนอน
  12.  ปิดไฟ เข้านอน หลับตา สั่งจิตก่อนนอนให้นอนหลับสนิท หลับลึก หลับสบาย ก่อน 22.00 น.


สำคัญมาก ที่จะต้องดื่มน้ำเปล่าที่สะอาดอุณหภูมิห้องประมาณ 2 ลิตรต่อวัน ที่เหลือจาก 1 ลิตรหลังตื่นนอน และ 250  มิลลิลิตร (1 แก้ว) ก่อนนอน ให้จิบดื่มทีละนิดตลอดวัน และไม่ดื่มน้ำก่อนหรือหลังอาหารเป็นเวลา 30 นาที


Jul 28, 2017

OVERSEAS CONTENT : อาหารที่แย่ที่สุดที่ก่อให้เกิดสิว - กำจัดสิวฮอร์โมนด้วยวิธีธรรมชาติ โดย Liah Yoo


คลิปต้นฉบับ https://youtu.be/qpbZTkhlQyA


อาหารที่แย่ที่สุดที่ก่อให้เกิดสิว : กำจัดสิวฮอร์โมนด้วยวิธีธรรมชาติ โดย Liah Yoo
.
"ฉันเข้าใจดีค่ะว่า พวกเราได้ใช้อะไรต่อมิอะไรมามากมายโดยคาดหวังว่า มันจะช่วยแก้ปัญหาสิวได้อย่างมหัศจรรย์ แต่แล้วเราก็ได้เรียนรู้ว่า การที่เราแสวงหาครีมต่าง ๆ มากมายนั้นเป็นเพียงแค่การแปะพลาสเตอร์บนผิวก็เท่านั้นเอง (คือ ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาจริงๆ - บีม) สิ่งที่คุณควรจะต้องทำในการเคลียร์สิวของคุณก็คือ มองเข้าไปในตัวของคุณ
.
สาเหตุของสิวหลัก ๆ มี 2 อย่างคือ
1. ความไม่สมดุลของฮอร์โมน
2. การอักเสบ
-----------------------
สูตรของการเกิดสิว
น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น > ผลิตอินซูลินเพิ่ม > ฮอร์โมนแอนโดรเจนเพิ่ม > น้ำมัน (sebum) ถูกผลิตเพิ่ม > น้ำมันที่เหนียวขึ้นมากขึ้น > อุดตันรูขุมขน > เกิดสิว
และตรงส่วนหน้าของผิวนี่เองที่จะทำให้เกิดการอักเสบขึ้นได้
สิ่งที่เราต้องทำ คือ อยู่ให้ไกลจากของกินที่ทำให้ฮอร์โมนแปรปรวนและก่อให้เกิดการอักเสบ
-----------------------
ของกินที่เราต้องหลีกเลี่ยงคือ
1. น้ำตาล ที่เป็นสาเหตุให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น และมันชัดเจนมากถ้าคุณลดหรือตัดน้ำตาลออกจากสิ่งที่กิน ก็จะทำให้ผิวของคุณดีขึ้นมาก
2. นมวัว นมมีน้ำตาลตามธรรมชาติ มี Growth Hormone และมีสารที่ทำให้อักเสบที่ทำให้เซลล์ผิวหนังติดกันเป็นก้อน ๆ และไปอุดตันรูขุมจนของคุณ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่แพ้แลคโตส ให้เปลี่ยนเป็นนมที่ทำจาก Nut - ถั่วมีเปลือกแข็ง (มีอีกอัน ฟังไม่ถนัดนะคะ ขออภัยด้วย)
3. อาหารที่มีค่า GI สูง (Glycemic Food) ซึ่งอาหารกลุ่มนี้จะสลายตัวเป็นน้ำตาลได้ง่าย และทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว คุณอาจจะเคยได้ยินเกี่ยวกับ คาร์โบไฮเดรตที่ดี และ คาร์โบไฮเดรตที่เลว ซึ่งกลุ่มหลังนี้นี่เองที่มักจะมีค่า GI สูง เช่น ขนมปังขัดขาว ข้าวขาว ซีเรียล และแผ่นมันฝรั่ง ให้เปลี่ยนเป็นคาร์โบไฮเดรตที่ดี เช่น whole grained food (อาหารไม่ขัดสี ไม่ผ่านกระบวนการแปรรูป - บีม) ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต และคาร์โบไฮเดรตที่ไม่ผ่านการแปรรูปต่าง ๆ
-----------------------
สิ่งที่ควรต้องกิน
1. วิตามินเอ - ในคนที่มีปัญหาสิวจะพบว่ามีปริมาณวิตามินเอในตัวต่ำ นั่นเป็นเหตุผลว่ายารักษาสิวเช่น โรแอคคิวเทนนั้น จึงอัดแน่นไปด้วยวิตามินเอ แต่เพราะว่า ยานั้นมีอาการข้างเคียงมาก ฉันจึงแนะนำให้คุณรับวิตามินเอจากแหล่งอาหารธรรมชาติมากกว่า ซึ่งมันจะช่วยให้ปริมาณน้ำมันในผิวอยู่ในระดับปกติ ฆ่าเชื้อสิว เร่งอัตราการสร้างคอลลาเจนในผิว และช่วยปกป้องผิวของคุณ เช่น แครอท บร็อคโคลี่ และมันหวาน (sweet potato) นั้นดีมาก ๆ เลยค่ะ
2. กรดไขมัน Omega 3 - คนที่มีปัญหาสิวส่วนใหญ่จะขาดสารอาหารตัวนี้ ซึ่งมันเป็นสารอาหารที่สำคัญมากที่ช่วยในการลดการอักเสบในร่างกาย อาหารที่ให้สารอาหารกลุ่มนี้คือ เมล็ดแฟล็ก เมล็ดเจีย วอลนัท แซลมอน เป็นต้น
3. ซิงค์ Zinc - เป็นสารอาหารย่อย (Micro-nutrients) ที่ฉันเคยมองข้ามมันมาก่อน แต่เมื่อฉันได้กินอาหารเสริม Zinc เป็นประจำ ฉันก็พบว่า ไม่ค่อยมีสิวขึ้นอีกเลย ซึ่งสารอาหารตัวนี้ ช่วยในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย P.Acne ที่เป็นสาเหตุของสิวด้วย
4. แอนตี้ออกซิแด้นท์ Anti-oxidant foods - อย่าลืมกินอาหารที่มีอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระสูง ๆ ด้วยนะคะ เช่น ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เคล (Kale) อยากให้ทุกคนทานทุกวัน เพราะ มันจะช่วยให้ผิวแข็งแรงมาก ๆ และทำให้ผิวมีพลังต้านอนุมูลอิสระที่มากระทบ ทำลายผิว และกระตุ้นให้เกิดสิว ณ ผิวชั้นบนได้
5. โพรไบโอติคส์ - ช่วยแก้ปัญหาที่มีในทางเดินอาหารของคุณ และช่วยต้านอาการอักเสบต่าง ๆ ในลำไส้ และช่วยในการดูดซึมวิตามินจากอาหารที่เรากินเข้าไปทุกวันได้เพิ่มขึ้น ซึ่งพบได้มากในอาหารที่ผ่านกระบวนการหมัก เช่น กิมจิ ซุปมิโซะ เป็นต้น
-----------------------
สรุปส่งท้าย...
การทานอาหารให้หลากหลาย ได้รับสารอาหารที่หลากหลาย และกินอาหารที่ไม่ผ่านกระบวนการ (Real Food - คืออาหารที่เป็นอาหารที่ช่วยเพิ่มพลังให้ร่างกายได้จริง ไม่ใช่ "ของที่กินได้" อะไรก็ได้จะเรียกว่า อาหาร - บีม) จะช่วยให้ผิวของคุณแข็งแรงและใสขึ้นได้จริง ๆ ค่ะ ฉันเชื่อใน Real Food ค่ะ และฉันเชื่อว่ามันเป็นส่ิงเดียวที่จะแสดงออกกับร่างกายว่า เรารักเขา คุณกำลังดูแลเขาให้ดีด้วยสิ่งที่ดี แต่คุณไม่จำเป็นต้องเครียดกับมันมากเกินไป ถ้าวันไหนที่คุณอยากจะกินมันฝรั่งสักแผ่นหนึ่ง ทำใจให้สบาย ๆ ค่ะ มันอาจจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ภายชั่วข้ามคืน แต่เมื่อคุณได้ทำไปเรื่อย ๆ คุณจะรู้สึกดี และอยากจะทำมันอีกต่อไปเรื่อย ๆ มากขึ้น ๆ ซึ่งในที่สุดแล้ว ด้วยการทำเช่นนี้ ก็จะทำให้คุณรักตัวเองมากขึ้น มีสุขภาพและผิวที่ดีขึ้น อยู่บนหนทางของสุขภาพที่ดีขึ้นนั่นเองค่ะ
- Liah Yoo -
แปลคลิปด้วยหัวใจสู่ผู้มีปัญหาสิวชาวไทย
โดย วรดาภา สุขพิมลกุล (บีม)
คลิปต้นฉบับ https://youtu.be/qpbZTkhlQyA

OVERSEAS CONTENT : 4 ความลับในการกำจัดสิวด้วยวิธีธรรมชาติให้หายอย่างถาวร โดย Dr.Axe



บีมได้แปลคลิปของ Dr.Axe แนะนำการรักษาสิว 4 ขั้นตอนที่จะทำให้สิวหายตลอดไปโดยแก้ที่ต้นเหตุที่แท้จริง แนะนำเรื่องอาหารต้องห้าม อาหารต้องกิน ให้ทำตามอย่างง่าย ๆ พร้อมความเห็นเพิ่มเติมจากบีมเพื่อให้นำมาใช้ได้จริงกับคนไทย


คลิปต้นฉบับ https://youtu.be/_m0Zs2vrybs

“สวัสดีครับทุกท่าน ผม Dr.Axe จาก Dr.Axe.com นะครับ
วันนี้ผมจะมาบอก 4 ความลับในการกำจัดสิวให้หายตลอดไป
นี่อาจจะเป็นวิธีการรักษาสิวที่ได้ผลดีที่สุดตั้งแต่ที่คุณเคยได้ยินมา
ผมจะชี้แจงตั้งแต่อาหารระดับท็อปที่ช่วยในการกำจัดสิว
อาหารเสริมระดับท็อปที่จะช่วยกำจัดสิว และผลิตภัณฑ์ล้างหน้าระดับท็อป และแน่นอนครับ อาหารที่คุณจะต้องตัดออกจากการกินของคุณทันทีถ้าคุณต้องการหายจากสิว
หนึ่งในสาเหตุของสิวในปัจจุบัน ก็คือ การก่อตัวและสะสมของแบคทีเรียชนิดที่ไม่ดี (เลว) เชื้อยีสต์ และ แคนดิด้า ในระบบทางเดินอาหารและระบบย่อยอาหารของคุณ
ดังนั้น ถ้าคุณต้องการที่จะรักษาอาการป่วยที่เกิดจากแคนดิด้าตลอดไป และต้องการให้สิวหายตลอดไป มีบางสิ่งที่คุณต้องทำครับ คือ อย่างนี้ครับ คุณอาจจะถามตัวเองว่า “ฉันไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้ฉันเป็นสิว? ฉันไม่รู้เลยว่าอะไรที่ทำให้แบคทีเรียชนิดที่ไม่ดีเติบโตในตัวของฉันได้” ซึ่งแน่นอนครับ มันเป็นสิ่งที่มีเหตุปัจจัยมาก่อนแน่นอน ที่ผมกำลังจะบอกคุณเดี๋ยวนี้เลยครับ
ถ้าหากคุณเคยกินยาปฏิชีวนะในอดีตที่ผ่านมา นั่นอาจจะเป็นสาเหตุหลักเลยครับ ถ้าคุณเคยกินยาคุมกำเนิด น้ำที่ผสมคลอรีน หรือฟลูออไรด์ ถ้าคุณกินน้ำตาลมามากเกินไป สิ่งเหล่านี้จะทำให้แบคทีเรียที่ไม่ดี ยีสต์ แคนดิด้า เจริญเติบโตเพิ่มจำนวนในร่างกายของเราได้มากครับ
เรามาดูความลับข้อแรกสำหรับการกำจัดสิวกันครับ
ความลับข้อที่ 1 กำจัดอาหาร 3 อย่างนี้ออกจากการกินของคุณ
1. น้ำตาล เพราะ น้ำตาลเป็นอาหารของยีสต์และเป็นอาหารของแคนดิด้าอีกด้วย เราจะต้องตัดน้ำตาลออกครับ แล้วแทนที่ด้วยสตีเวีย ซึ่งสตีเวียมีความเป็นธรรมชาติ เป็นสารให้ความหวานที่ไม่ให้พลังงานหรือให้พลังงานน้อยมาก แต่ถ้าคุณต้องการใช้น้ำตาลจริง ๆ และคุณอบหรือทำอาหาร ให้ใช้น้ำผึ้งดิบแทนครับ (raw honey) ซึ่งเป็นน้ำตาลที่ดีที่สุด ถ้าคุณต้องการกำจัดสิว
2. ธัญพืช (grain) โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลูเทน (gluten) ที่เป็นสาเหตุของการอักเสบในทางเดินอาหารของคุณ ซึ่งถ้าในทางเดินอาหารของคุณมีการอักเสบ มันก็จะโชว์ขึ้นมาบนผิวของคุณ ผู้คนส่วนใหญ่คิดว่า การที่เป็นสิวหรือผิวหนังอักเสบ (eczema) เป็นเรื่องของผิวเท่านั้น แต่ไม่ใช่ครับ นั่นเป็นเรื่องของทางเดินอาหารของคุณ (ลำไส้ – บีม) ถ้าคุณสามารถเยียวยาทางเดินอาหารของคุณ เราสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ไม่ดีในลำไส้ได้ สิวและปัญหาผิวอักเสบจะหายไปตลอดกาล
ลดการกินผลไม้ลง ผมแนะนำว่าให้กินเบอร์รี่พอประมาณ ในช่วงที่บำบัดสิวอยู่นี้ก่อน
ลดการกินผลไม้ ไม่ทานหรือลดการกินธัญพืช หรืออย่างน้อยก็ให้ทานธัญพืชแบบปราศจากกลูเทนครับ
3. หลีกเลี่ยงการทานน้ำมันที่เติมไฮโดรเจน (hydrogenated oil) เป็นที่แน่ชัดครับว่า น้ำมันชนิดเลวจะทำให้ต่อมไขมันของผิวหนังของคุณผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น ดังนั้น ขอให้ตัดมันออกจากการกินของคุณครับ
ถ้าคุณสามารถปรับเปลี่ยนอาหารการกินของคุณได้ โดยตัดน้ำตาลออก และแทนที่จะใช้ธัญพืช ผมแนะนำให้ใช้แป้งที่ทำมาจากมะพร้าวหรืออัลมอนด์แทน แทนที่จะใช้น้ำมันเติมไฮโดรเจน เปลี่ยนมาใช้น้ำมันมะพร้าวแทนครับ
เอาล่ะครับ เรามาพูดถึงอาหารที่สุดยอด 3 รายการที่กินแล้ว จะทำให้สิวของคุณหายไปครับ
1. อาหารที่มีใยอาหารสูง ใยอาหารจะช่วยลดสิว และฆ่าเชื้อแบคทีเรียในลำไส้ของคุณ เพิ่มอัตราการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียชนิดที่ดีที่เรียกว่า โพรไบโอติคส์ ซึ่งเป็นตัวที่สำคัญมาก ๆ ครับ ดังนั้นคุณควรจะต้องกินไฟเบอร์ แหล่งที่มีไฟเบอร์สูง ๆ จะเป็นพวกเมล็ด เช่น เมล็ดแฟล็ก หรือ เมล็ดเชีย (chia seed) และ พวกถั่วเปลือกแข็งอย่างอัลมอนด์ และผักต่าง ๆ ซึ่งผักและเมล็ดและถั่วงอก (เมล็ดและถั่วที่เพาะให้งอกออก – บีม) จะช่วยทำให้สิวของคุณหาย
2. กินโปรตีนคุณภาพดี : สิ่งที่จะทำให้สิวของคุณหายได้อีก คือ การทำให้เลือดของคุณสมดุล ถ้าหากคุณกินน้ำตาลมาก มันจะทำให้ระดับน้ำตาลของคุณไม่คงที่ ขึ้นและลงอย่างรวดเร็ว และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้แบคทีเรียที่ไม่ดีเติบโต จึงทำให้เกิดสิว ดังนั้น ขั้นต่อไปคือ การกินโปรตีนให้มากขึ้น โดยให้กินแหล่งของโปรตีนที่ดี ได้แก่ ไก่และไก่งวงออร์แกนิค เนื้อวัวที่เลี้ยงในทุ่งหญ้าตามธรรมชาติ ปลาที่จับได้ในแหล่งธรรมชาติ ไข่ออร์แกนิค เหล่านี้เป็นแหล่งของโปรตีนชั้นดี หรือแม้แต่โปรตีนจากข้าวกล้องงอก ซึ่งการกินโปรตีนที่ดี จะช่วยทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดของคุณสมดุลและคงที่ และช่วยให้สิวหาย
3. กินไขมันชนิดที่ดี : แหล่งน้ำมันที่ดีที่สุดในการกำจัดสิวคือ น้ำมันมะพร้าว ผมจะเอาน้ำมันทั้งหมดที่คุณมีออกจากบ้านคุณไปให้หมดครับ หรือแม้แต่น้ำมันมะกอก ผมก็จะไม่ใช้ในปริมาณมาก ผมจะใช้น้ำมันมะพร้าวในอาหารทุกอย่างของคุณ และในเกือบทุกสิ่งที่คุณทำ น้ำมันมะพร้าวมีสรรพคุณในการฆ่าเชื้อจุลชีพ นั่นหมายถึงว่า เขาจะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียชนิดที่ไม่ดี ซึ่งจะทำให้สิวหายได้ในที่สุด
ดังนั้น โปรดจำไว้นะครับ คุณจะต้องกินอาหาร 3 อย่างนี้
ในช่วงเริ่มต้น ต้องมั่นใจว่า คุณได้กินน้ำมันที่ดี ใยอาหาร และโปรตีนในทุก ๆ มื้อ มันก็เหมือนกับการที่คุณเตรียมสมูตตี้สำหรับมื้อเช้า โดยใส่นมมะพร้าว (กะทิ – บีม) เมล็ดแฟล็กซ์หรือเมล็ดเจียสัก 2 ช้อนโต๊ะ และโปรตีนคุณภาพดี เช่น ผงโปรตีนออร์แกนิค ทั้งหมดนี้สำหรับมื้อเช้า คุณก็จะได้รับทั้งไขมันที่ดี ไฟเบอร์ และโปรตีน ที่จะช่วยให้สิวของคุณหายไป
เอาล่ะครับ ตอนนี้ผมจะขอพูดถึงอาหารเสริมที่ดีที่สุดที่จะช่วยในการต่อสู้กับสิว
1. กินอาหารเสริมโพรไบโอติคส์คุณภาพดี เพราะมันจะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ไม่ดีและช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้กับคุณ ซึ่งสิวนั้นเกิดจากระบบลำไส้ของคุณ และ 80% ของระบบภูมิคุ้มกันของคุณอยู่ในลำไส้นั้นเอง ดังนั้น ถ้าคุณได้กินอาหารที่อุดมไปด้วยโพรไบโอติคอย่างเช่น ผักที่ทำด้วยการหมัก (cultured vegetables) คีเฟอร์ หรือโยเกิร์ต Amasi (อาหารหมักอย่างหนึ่งที่นิยมทานกันในอัฟริกาใต้ – บีม) คุณจะต้องมองหาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ให้ปริมาณโพรไบโอติคส์ 50 พันล้าน IUs ต่อวัน (IUs เป็นหน่วยวัด – บีม)
2. สังกะสี (Zinc) ที่จะช่วยในการซ่อมแซมทางเดินอาหารและช่วยเสริมภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ กินสังกะสี 50 มิลลิกรัมต่อวัน จะช่วยในการรักษาสิวได้ดีมาก
3. อาหารเสริมวิตามินและสารอาหารลำดับที่ 3 ในการต้านสิวคือ แอนตี้ออกซิแด้นท์ ผมเชื่อว่า ตัวที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดคือ elderberry คุณสามารถทานไซรัปหรือแบบสกัดก็ได้ โดยให้เติมตัวนี้ลงไปสัก 1 ช้อนโต๊ะทุกเช้าพร้อมกับสมูตตี้สูตรที่ผมพึ่งแนะนำคุณไป
อาหารเสริม 3 ตัวนี้ได้ผลมาก ๆ ครับในการกำจัดสิวให้หมดไป
และสิ่งสุดท้ายที่คุณควรจะทำนี้ก็คือ candida cleanse (การล้างแคนดิด้าให้หมดไป)
โดยหลักพื้นฐาน ก็คือ การตัดน้ำตาลและธัญพืชออกจากการกินของคุณประมาณ 1 สัปดาห์ และกินเฉพาะอาหารที่มีโพรไบโอติคส์และไฟเบอร์สูง ๆ ซึ่งจริง ๆ แล้ว สิ่งเหล่านี้คุณควรจะต้องกินเป็นประจำทุกวันอยู่แล้วครับ
ท้ายที่สุดครับ ผมแนะนำให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ทำมาจากทีทรีออยด์ ซึ่งน้ำมันตัวนี้เป็นธรรมชาติ มันเป็น essential oil และฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิวและช่วยในการให้ความชุ่มชื้นไปพร้อม ๆ กัน แนะนำให้ไปหาผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ทำมาจากทีทรีออยครับ
เรามาทบทวนกันนะครับ 4 ขั้นตอนในการกำจัดสิวให้หายไปอย่างถาวรมีดังนี้
1. ตัดน้ำตาล กลูเทนและธัญพืช และน้ำมันชนิดไม่ดี เช่น น้ำมันคาโนล่าและน้ำมันพืช มาใช้นำ้มันที่ดีอย่างน้ำมันมะพร้าว
2. กินไขมันที่ดี เช่น มะพร้าวในมื้ออาหารของคุณทุกวัน กินโปรตีนที่ดีเช่น เนื้อวัวที่เลี้ยงในทุ่งหญ้า ไก่หรือไก่งวงออร์แกนิค และจะต้องกินผลิตภัณฑ์ที่มีใยอาหาร (ไฟเบอร์) สูง ๆ
3. กินอาหารเสริมในกลุ่มโพรไบโอติคส์ สังกะสี และแอนตี้ออกซิแด้นท์
4. ใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ทำจากทรีทีออย
หากคุณได้ทำครบทั้งหมดนี้แล้ว จะทำให้สิวของคุณหายตลอดไปได้แน่นอนครับ
Dr. Axe
คลิปต้นฉบับ https://youtu.be/_m0Zs2vrybs
——————————-

ความคิดเห็นเพิ่มเติมจากบีม

– บีมแปลแบบบรรทัดต่อบรรทัดจากซับภาษาอังกฤษใต้คลิปวิดีโอ โดยไม่ได้สรุปความเอง
– สำหรับบีมแล้ว คลิปนี้เป็นคลิปที่สรุปเกี่ยวกับโภชนาการออกมาให้ดูง่ายที่สุดสำหรับคนที่ชอบแนวทางแบบเป็นขั้นตอนที่เอาไปทดลองทำดูแบบง่าย ๆ และวัดผลได้ง่าย ๆ ใน 30 วัน
– แต่มีรายละเอียดที่บีมคิดว่า จะต้องดูเพิ่มเติมเพราะแต่ละคนมีธาตุพื้นฐานและโดชาพื้นฐานแตกต่างกัน บีมยังคงยืนพื้นที่แนวอายุรเวทที่ได้รับอิทธิพลจากคุณ Kristen Ma เป็นหลัก เพราะ เป็นแนวทางที่ง่ายและได้ผลดีสำหรับบีมมาก
– สำหรับบีม ข้อ 1. ให้คุณทำตามนั้นได้เลย ที่ต้องตัด พอตัดออกแล้ว สิวลดลงเร็วมากจริง ๆ
– ข้อ 2. บีมไม่แนะนำให้กินเนื้อสัตว์ในช่วงเริ่มต้น หากจะกินให้กินเป็นนข้าวกล้องงอกแบบข้าวหุงหรือแบบชง (เพราะในคลิปก็พูดถึงแบบชง ซึ่งบ้านเรามีเยอะมาก ค้นหาใน google ด้วยคำว่า ข้าวกล้องงอกชง) ส่วนไขมัน น้ำมันมะพร้าวอาจจะหนักไปสำหรับโดชาคัพพะ แต่วาตะและปิตตะกินได้เลย คัพพะถ้าต้องการกิน ให้กินแต่น้อย ลองดูที่ 1 ช้อนโต๊ะต่อวัน รู้สึกอย่างไร ถ้าสบายดี ก็ให้กินโดสนั้นต่อ โดยคงที่แค่วันละ 1 ช้อนโต๊ะไปก่อน โดยผสมกับ smoothie ที่ทำหรือกินสดก็ได้ค่ะ
– ข้อ 3. บีมเห็นด้วย แต่สังกะสี บีมไม่เคยลองกิน คุณทดลองได้ค่ะ สำหรับบีมโพรไบโอติคบีมชอบกินจากคีเฟอร์ (นมหมัก) เพราะมันเป็นแบบสด ไม่มีอะไรมาปรุงแต่งเพิ่ม ได้ตัวแบคทีเรียเต็ม ๆ และบีมเคยกินพร้อมกับน้ำมันปลาที่มีโอเมก้า 3 แล้วสิวแนวกรามหายหมดพร้อม ๆ กัน ตอนนี้ก็กลับมากินอีกครั้งค่ะ เพราะมีเวลาดูแลการหมักนมแล้ว ส่วนสังกะสี เดี๋ยวค่อยทดลองกินดู แต่ตอนนี้รับจากเมล็ดฟักทองได้ค่ะ เพราะตัวนี้ก็มีสังกะสีเยอะเหมือนกัน ส่วนแอนตี้ออกซิแด้นท์ บีมว่าไม่จำเป็นต้องกินตามเขา เพราะอาหารที่มีแอนตี้ออกซิแด้นท์สูง ๆ ก็มีมากมายค่ะ ขมิ้นชันเองก็มีเยอะ สมุนไพรต่าง ๆ ก็มีเยอะ ถ้าปั่นน้ำผักผลไม้ ก็จะได้รับพวกนี้เยอะเหมือนกันค่ะ หรือถ้าจะกินอาหารเสริม ก็เลือกกลุ่มที่เคลมเรื่อง Antioxidant ไปเลยเรื่องเดียว ไม่จำเป็นต้องหา elderberry มากินนะ สำหรับบีม มันสามารถหาวัตถุดิบในบ้านเราทดแทนได้ค่ะ
– ข้อ 4. บีมคิดว่าท่าน ดร. อาจจะไม่เคยเป็นสิวมาก่อน เรื่องผลิตภัณฑ์บีมไม่เคยใช้ตัวล้างหน้าที่ท่านบอกนะคะ เคยใช้แบรนด์นึงที่เคลมว่ามีส่วนผสมนี้นานมากมาแล้ว และจำผลลัพธ์ไม่ได้แล้วค่ะ รู้แต่ว่าใช้อะไรก็ไม่หาย ก็เลิกใช้ไปนานแล้ว และส่วนตัวเคยทดลองใช้ทีทรีออยและมีแฟนเพจช่วยร่วมทดลองใช้ด้วยค่ะ มันเป็นน้ำมันที่แรงมาก สิวแห้งเร็วมาก แต่ก็แสบหน้าอยู่เหมือนกันถ้าผิวอ่อนแอ…เลย…ไม่แน่ใจ ณ จุดนี้นะคะ ตรงนี้ขอไม่คอนเฟิร์ม เพราะไม่มีประสบการณ์เรื่องตัวล้างหน้าที่เป็นทีทรีออย 100%
หากมีข้อสงสัยใด ๆ สอบถามได้ที่คอมเม้นต์ได้เลยค่ะ
#บีม2017

Disclaimer ของวิดีโอ (โปรดอ่าน)

*This content is strictly the opinion of Dr. Josh Axe, and is for informational and educational purposes only. It is not intended to provide medical advice or to take the place of medical advice or treatment from a personal physician. All viewers of this content are advised to consult their doctors or qualified health professionals regarding specific health questions. Neither Dr. Axe nor the publisher of this content takes responsibility for possible health consequences of any person or persons reading or following the information in this educational content. All viewers of this content, especially those taking prescription or over-the-counter medications, should consult their physicians before beginning any nutrition, supplement or lifestyle program.
เนื้อหานี้เป็นความคิดเห็นของ Dr.Josh Axe เท่านั้น และจัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่มีวัตถุประสงค์ที่จะให้คำแนะนำทางการแพทย์หรือทดแทนการให้คำแนะนำในการรักษาจากแพทย์ ผู้ที่รับชมเนื้อหานี้ ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญทางด้านสุขภาพที่ได้รับการรับรองในคำถามด้านสุขภาพที่เฉพาะเจาะจง ดร.แอ็กซ์ และ ผู้จัดทำเนื้อหานี้ จะไม่รับผิดชอบต่อผลที่ตามมาของผู้ใดก็ตามที่ได้อ่านหรือทำตามข้อมูลในเนื้อหาทางการศึกษานี้ ผู้ชมเนื้อหานี้ทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในระหว่างรับการรักษาหรือการกินยาทั่วไป ควรปรึกษาแพทย์ที่ดูแลก่อนที่จะเริ่มโปรแกรมอาหาร อาหารเสริม หรือการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต



Jul 23, 2017

13 วิธี ปรับกาย - ใจ เพื่อรักษาสิวสไตล์ Holistic



สำหรับผู้ที่ได้อ่านอัลบั้ม "เหตุผลที่คนเป็นสิวหลังอายุ 20 ปี" https://goo.gl/ntVM3b ไปแล้ว รู้สึกสนใจ และอยากทดลองทำดู อยากรู้ว่าต้อง "เริ่มอย่างไร"? ให้ศึกษาจากอัลบั้มนี้ได้เลยนะคะ บีมเรียบเรียงให้ 13 เทคนิคสำคัญจากประสบการณ์เรื่องสิวกว่า 8 ปี ที่เป็น "พื้นฐาน" ที่สำคัญของการแก้ปัญหาสิวที่ "รากสิว" จากภายในอย่างแท้จริงค่ะ

คุณจะได้เรียนรู้ 13 เทคนิควิธีที่กลั่นมาจากประสบการณ์ 8 ปีเรื่องการรักษาสิวด้วยหลักธรรมชาติ พิสูจน์แล้วว่าได้ผลอย่างยั่งยืนจริง มีโอกาสสิวหายและผิวแข็งแรงได้ตลอดชีวิตที่เหลือ 

สำคัญที่ รู้แล้ว ให้ทดลองทำด้วยตัวเอง ทำต่อเนื่องอย่างต้ังใจและสนุกกับการเรียนรู้ตัวเอง และปล่อยวางในผลลัพธ์ เมื่อถึงเวลา คุณจะได้รับในสิ่งที่ต้องการเอง โดยไม่ต้องคาดหวัง ^^ ใช้หลักอิทธบาท 4 ของพระพุทธเจ้า แล้วคุณจะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน


เซลล์ร่างกายจำเป็นต้องได้รับการพักผ่อน หลังจากที่เขาได้ช่วยให้เราดำเนินกิจกรรมชีวิตในแต่ละวันไปแล้ว เซลล์จะอ่อนล้า และส่งสัญญาณว่า ฉันต้องการพักแล้วนะ ด้วยอาการง่วงนอนและรู้สึกว่าตัวหนัก ๆ ช่วง 1-3 ทุ่ม (ผู้ที่มีสุขภาพดีปกติ จะรู้สึกง่วงและหนักตัว อยากเข้านอนช่วง 1-3 ทุ่ม) 

และช่วงเวลาที่ควรจะหลับสนิทจริง ๆ จะต้องอยู่ระหว่าง 4-5 ทุ่ม เป็นต้นไป และในช่วงเวลา 4 ทุ่ม - ตี 3 จะเป็นช่วงเวลาแห่งการซ่อมแซม ฟื้นฟู ดีท็อกซ์ เซลล์ของเราเอง ด้วยอวัยวะที่สำคัญที่สุด คือ ตับ ที่จะทำงานเข้มข้นที่สุดตามนาฬิกาชีวิตที่พลังชีวิตทั้งมวลของมนุษย์เราจะไปที่ตับช่วง ตี 1-3 และถ้าหากกระบวนการในช่วงค่ำคืนนี้ประสบความสำเร็จ เราจะตื่นมาได้เองช่วงไม่เกินตี 5 ด้วยอาการสมองและจิตโปร่งแบบสุด ๆ ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นว่า เซลล์ของเราได้รับการฟื้นฟูอย่างเต็มที่ พร้อมสำหรับเริ่มวันใหม่ต่อไปอย่างสดชื่น

การนอนจะประกอบด้วย 3 ช่วงคือ
ช่วงที่ 1 เตรียมเข้านอน
- ช่วงนี้ควรอยู่ในห้องนอน อยู่ไกลเครื่องมือสื่อสาร ทีวี ยกเว้นแต่ว่าใครจะฟังเสียงเพื่อกล่อมหลับหรือฟังทรานส์ ก็นำมาเปิดได้ค่ะ แต่งดการใช้ Social Media และเสพข่าวสารทั้งหมดจากทุกช่องทาง เพื่อลดความตึงเครียดของประสาทและสมองในการรับข้อมูล ซึ่งจะมีผลให้นอนไม่หลับหรือหลับไม่สนิท จิตฟุ้งซ่านก่อนและขณะหลับ ตื่นมาไม่สดชื่น
- ปิดไฟให้สนิท ดูว่าไม่มีแสงใด ๆ สว่างเข้ามา เพราะจะทำให้ร่างกายพักผ่อนไม่สนิทจริง ๆ และสามารถเปิดไฟสลัวเพื่อ อ่านหนังสือเนื้อหาดี ๆ สวดมนต์ นั่งสมาธิ เขียนไดอารี่ ทบทวนชีวิตในวันนั้น
- อาจเปิดเพลงประเภท relaxing music และจุดเทียนหอมตามชอบได้ เพื่อสร้างความผ่อนคลาย และดื่มนมอุ่น ๆ (ที่ไม่แพ้ เพื่อให้หลับได้ดีขึ้น)

ช่วงที่ 2 ขณะนอน
- ช่วงนอน เราไม่สามารถบังคับควบคุมอะไรได้อยู่แล้วค่ะ ซึ่งคุณภาพของการนอนจะมากน้อยเพียงใด จะอยู่ที่สุขภาพของเราและช่วงเวลาเตรียมเข้านอน

ช่วงที่ 3 กำลังจะตื่น
- ช่วงนี้มักจะเป็นช่วงฝัน ๆ กึ่งหลับ กึ่งตื่น ถ้าเริ่มรู้สึกตัวแล้ว ดร.บุญเลิศ สายสนิท ผู้เชี่ยวชาญด้านการสั่งจิต ได้แนะนำในคลิปวิดีโอ https://youtu.be/NlZQaiDU1YI ไว้ว่า อย่าพึ่งลืมตา และ ให้สั่งจิตตามที่เราต้องการ (ควรจะเตรียม self-talk หรือ affirmation เอาไว้ก่อนแล้ว เวลารู้สึกตัวจะได้ดึงมาใช้ได้เลย)

สำหรับผู้ที่ทำงานเป็นกะ หรือ มีอาชีพที่ต้องเดินทางบ่อย ๆ จะมีเวลานอนที่มักจะเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ จะได้รับผลกระทบทางสุขภาพค่อนข้างมาก จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดูแลรักษาร่างกายให้มากกว่าผู้ที่ทำงานและเลิกงานอย่างมีเวลาแน่นอน มิเช่นนั้น ร่างกายจะเสื่อมเร็วกว่าปกติ ดังนั้น ในช่วงเวลาที่ได้หยุดพักผ่อนยาว จะต้องมีการล้างพิษ พักผ่อนทั้งกายและใจ ฝึกหายใจ ทานอาหารคลีน อย่างเต็มที่ให้มากที่สุด และวางแผนสำหรับการเปลี่ยนมาทำงานที่สามารถควบคุมเวลาตื่นนอน ให้เป็นไปตามนาฬิกาชีวิตให้ได้ หากต้องการดูแลสุขภาพให้ดีที่สุด



น้ำเป็นองค์ประกอบของเซลล์ทุกเซลล์ และเซลล์ทุกเซลล์ก็ใช้น้ำในการทำกิจกรรมทุกอย่าง ตั้งแต่การกินอาหารของเซลล์ การหายใจ (เอาสารอาหารเปลี่ยนเป็นพลังงาน) การขับถ่าย ทุกกระบวนการของเซลล์ต้องใช้น้ำ และจะต้องใช้น้ำเลือดและน้ำเหลืองในการถ่ายเทเอาพิษและความร้อนที่เกิดขึ้นจากในเซลล์ออกไป 

แต่เรากลับมองข้ามตรงนี้ไป โดยการแสวงหาอาหารเสริมและครีมมากมายที่จะมาช่วยแก้ปัญหาสิวของเรา ทั้งที่ “น้ำ” เปล่าสะอาดแค่อย่างเดียวนี้แหละ เพียงแค่ดื่มให้ถูกวิธีและมากตามที่ร่างกายต้องการเท่านั้น จะส่งเสริมให้เซลล์อัจฉริยะของเรา สามารถจัดการตัวเองได้เป็นอย่างดี

เพราะ เซลล์ของเราฉลาดเหมือนเรา มีสมองเหมือนเรา เขารู้ว่าจะต้องดูแลตัวเองอย่างไร จะต้องย่อยอาหารอย่างไร ต้องถ่ายอย่างไร ต้องปรับอุณหภูมิให้เราอย่างไรเมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน ซึ่งสิ่งที่เซลล์ต้องการอย่างมาก เพื่อทำให้เขาทำงานที่เขาทำได้ตามธรรมชาติอยู่แล้วนั้น เป็นไปตามกระบวนการปกติ ซึ่งเมื่อเราดื่มน้ำ 2.5 ลิตร (นับเฉพาะน้ำเปล่าสะอาดที่ไม่แช่เย็นและไม่ต้ม) เราจะได้รับทั้งออกซิเจนที่ละลายในน้ำ (ถ้าต้ม ออกซิเจนจะหายไป) เพิ่มเติมไปจากการหายใจเอาออกซิเจนเข้ามาทางอากาศ และได้รับน้ำเพื่อสนับสนุนให้เลือดของเราไหลเวียนได้ดี พาเม็ดเลือดแดงไปได้ทั่วร่างกาย แม้ปลายสุดของอวัยวะเรา คือ ผิวหนัง ปลายมือ ปลายเท้า สมอง ก็จะทำให้ผิวหนังมีสุขภาพดี สมองแจ่มใส ปลายมือ ปลายเท้า มีเล็บสุขภาพดี หนังศีรษะมีความชุ่มชื้น เป็นต้น

ตับ ถุงน้ำดีที่ร้อน ก็จะได้ระบายความร้อนได้มากขึ้น สิวอักเสบ รอยแดงก็ลดลง ลำไส้เล็กและใหญ่ ก็จะชุ่มชื้นมากขึ้น ช่วยลดอาการท้องผูก ทำให้อุจจาระนิ่มขึ้น ลดอาการริดสีดวงทวาร ปลายประสาทของเราก็จะทำงานได้ดีขึ้น ทั้งระบบร่างกายจะทำงานสอดประสานกันดีขึ้น เหมือนเล่นดนตรีวงออเครสตร้าที่ไพเราะงดงาม ก็จะส่งผลออกมาเป็นบุคลิกภาพของเราโดยรวม แค่ปรับการดื่มน้ำเท่านั้นเอง

วิธีดื่มน้ำที่แนะนำ
- ดื่มน้ำเปล่าสะอาดไม่แช่เย็นและไม่ต้ม 2.5 ลิตรต่อวัน
- หลังแปรงฟันแล้วดื่ม 1 ลิตร (หากเริ่มดื่ม อาจทำได้ไม่ถึง ไม่เป็นไรค่ะ ค่อย ๆ เพิ่มปริมาณไป ถ้าฝืน จะอาเจียน)
- ก่อนอาหาร และ หลังอาหาร 30 นาที ดื่ม 1 แก้ว หรือ 250 มล.
- ระหว่างอาหาร ห้ามดื่มน้ำ แต่ซดน้ำซุปได้
- ระหว่างวันช่วงท้องว่างให้จิบน้ำไปตลอด
- ถ้าออกกำลังกายหรือจะอบตัวให้ดื่มน้ำก่อนประมาณ 1 แก้ว เพื่อป้องกันเลือดหนืดเพราะร่างกายจะร้อนขึ้นและเสียน้ำเมื่อออกกำลังหรืออบตัว
- ก่อนนอนดื่มอีก 1 แก้ว (250 มล.)
- ช่วงที่ปรับพื้นฐานสุขภาพ งดเครื่องดื่มอื่นทั้งหมด ยกเว้นน้ำมะพร้าว ที่สามารถดื่มร่วมกับน้ำเปล่าได้ และนับเป็นน้ำใน 2.5 ลิตรนี้ด้วย (Dr.Jacob Vadakkanchery แนะนำให้ดื่มน้ำเปล่าและน้ำมะพร้าวในการดูแลสุขภาพประจำวัน แต่การนับไว้ใน 2.5 ลิตร บีมแนะนำไว้เอง เผื่อมีผู้สอบถามค่ะ)

แนะนำให้ศึกษาวิธีการดื่มน้ำได้ในหนังสือ น้ำ 1.6 ลิตร มีความหมายต่อร่างกายคุณมากแค่ไหน? โดยนายแพทย์ อี ซึงนัม แปลโดยคุณตรองสิริ ทองคำใส



You are what you eat. 
ยังคงเป็นจริงเสมอ เพราะร่างกายของเราคือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ที่มาประกอบกันเป็นเซลล์ อาหารคือ ธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ ที่เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้ว ก็จะกลายมาเป็นส่วนประกอบของร่างกายเรา ดังนั้น เรื่องอาหาร เป็นเรื่องที่สำคัญมาก แต่คนส่วนใหญ่มักจะมองข้ามไปและพบว่าตัวเองยังมีปัญหาผิวและสิววนเวียนอยู่ไม่ขาด ทั้งที่ได้ใช้สกินแคร์และอาหารเสริมอย่างดีที่สุด แต่ก็ไม่สามารถทำให้สิวหายได้จริง ๆ 

หลักในการเลือกกินอาหารที่บีมค้นพบว่าใช้ได้ดีในกลุ่มผู้ที่ต้องการปรับสมดุลเพื่อแก้ปัญหาสิว คือ
- เลิกกินอาหารที่แพ้
- กินตามโดชา (อายุรเวท)
- กินตามกรุ๊ปเลือด
- กินคลีน และผักผลไม้สดมาก ๆ
- งดของกิน 10 อย่าง

รายละเอียดเรื่องอาหารจะอธิบายในคราวต่อไป

สำหรับการปรับเรื่องการกินในเบื้องต้นสำหรับผู้เริ่มต้น บีมอยากจะแนะนำให้เริ่มจาก การฝึกตัวเองให้งดของกิน 10 อย่าง ซึ่งเมื่อดูแล้ว จะเป็นของที่เราคุ้นเคยและชอบกินมาก่อน แต่สิ่งเหล่านั้น คือ สิ่งที่ทำให้เราเป็นสิวและผิวอ่อนแอ ดังนั้น หากเราต้องการสุขภาพผิวที่ดีจริง ๆ และสิวหายอย่างถาวร จำเป็นมากที่จะต้องตัดสิ่งที่ไม่ดีออกไปจากวงจรชีวิตให้ได้ก่อน ซึ่งข้อมูลของกิน 10 อย่างนี้ มาจากการศึกษา สังเกต ทดลอง ด้วยตัวเองและในฐานะที่ปรึกษาอิสระให้ผู้ที่มีปัญหาสิวมากว่า 8 ปี สามารถตรวจสอบได้ที่https://bye-bye2acne.blogspot.com/2017/04/foods-cause-acne.html โดยตั้งใจเลิกไปทีละอย่างจนทำได้ทั้งหมด

และเริ่มฝึกการกินผักผลไม้สด น้ำปั่นผักผลไม้สด แนะนำตามสูตร Dr.Tom Wu เลือกที่คุณชื่นชอบได้เลย เบื้องต้นขอให้ทำเท่านี้ก่อ

และถ้ามีโอกาสและงบประมาณมากพอ แนะนำให้ตรวจเช็ครายการอาหารที่คุณแพ้จากสถานพยาบาลแบบโฮลิสติคที่ปัจจุบันนี้มีจำนวนเพิ่มขึ้น ซึ่งอาหารเหล่านี้ ไม่ได้มีพิษภัยอะไร แต่ร่างกายของคุณไม่สามารถรับได้ ส่วนใหญ่เมื่อกินแล้วจะทำให้เป็นสิวทุกครั้ง ถ้าหยุดกิน ก็จะไม่มีสิวขึ้น ยกตัวอย่างง่าย ๆ เช่น ไข่ (บีมแพ้ไข่) ถ้ากินก็จะมีสิวขึ้นแนวกรามทุกครั้ง ถ้าไม่กิน จะไม่มีขึ้นอีกเลย เป็นต้น ถ้าหากคุณยังไม่มีงบประมาณที่มากพอ (เท่าที่ทราบจะอยู่ที่ประมาณ 10,000 – 15,000 บาท)

แนะนำให้สังเกตผลการรายงานอาหารที่คนแพ้บ่อย ๆ และลองเอามาเช็คตัวเองดู เมื่อใดที่กินอาหารที่ส่วนผสมนั้น ๆ สิวจะขึ้นใน 24 ชั่วโมงหรือไม่ ถ้ามีและมีซ้ำ ๆ ทุกครั้งที่กิน แสดงว่า เป็นไปได้ค่ะ ก็ให้หลีกเลี่ยงไปเสีย



อากาศเป็นชี่หรือพลังงานชีวิตที่มีไม่จำกัดที่จักรวาลตั้งใจมอบให้แก่เรา ในที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ จะมีอากาศที่มีพลังชีวิตอยู่มาก มีออกซิเจนอยู่มาก ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องฝึกฝนการหายใจ ในที่อากาศที่บริสุทธิ์ ซึ่งการออกกำลังกายโดยการวิ่งบนฟุตบาทที่มีควันเสียลอยอยู่เต็ม เป็นกิจกรรมที่บีมคิดว่า ร่างกายจะได้รับผลเสียมากกว่าผลดี ดังนั้น การเลือกสถานที่สูดอากาศนั้นเป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ เลยทีเดียว 

สวนสาธารณะเหมาะสำหรับการไปสูดอากาศในชีวิตประจำวันของคนในเมือง ถ้าคนที่อยู่ต่างจังหวัด ก็จะมีอากาศที่ดีมากกว่า (ยกเว้นโซนที่เผาป่า เผาขยะ โซนโรงงาน และสถานที่เพาะปลูกที่ใช้ยาฆ่าแมลงอย่างหนัก) สำหรับผู้ที่อยู่ในเมือง ควรหาโอกาสไปต่างจังหวัดที่มีอากาศบริสุทธิ์อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง หรือ 2 สัปดาห์ครั้ง เพื่อรับพลังชีวิตให้สมดุล ฟอกปอด ฟอกเลือด ให้สะอาด ให้สมองและเซลล์ได้รับพลังที่ดีทั่วถึงทุกอณูร่างกาย

การหายใจที่บีมพบว่าได้ผลดีสำหรับผู้เริ่มฝึกหายใจ คือ สูตร 1-4-2 ของ Dr.Pop ฐาวรา สิริพิพัฒน์ ที่เขียนแนะนำไว้ในหนังสือ “ไปใช้ชีวิตซะ” คือ หายใจเข้า 1 วินาที กักไว้ 4 วินาที และปล่อยออก 2 วินาที ทำ 10 ครั้ง ทั้งหมด 3 ยก

ซึ่งหลังจากที่บีมทดลองทำและได้แนะนำให้แฟนเพจ ผู้ที่มาเรียนในคลาส Workshop ได้ลองทำดู หลายคนไม่เคยนั่งสมาธิมาก่อน กลับพบว่า เทคนิคนี้ทำให้รู้สึกสงบ สบาย และรู้สึกตามดูลมหายใจได้ดีเป็นพิเศษ

และด้วยวิธีนี้ เป็นการอัดออกซิเจนเข้าปอดและร่างกาย การกักลมไว้ คือ การทำให้ออกซิเจนไปได้ทั่วถึงทุกเซลล์แม้ที่ปลายนิ้ว เป็นการเชื่อมต่อกับความสงบภายในตัวเราเอง และทำให้สมองได้รับออกซิเจนเพิ่มขึ้น ก็จะทำให้จิตสงบขึ้น มีพลังชีวิตเพิ่มขึ้นจากเพียงแค่ปรับการหายใจเท่านั้นเอง และด้วยการทำแบบนี้ ผิวหนังจะมีออกซิเจนไปเพิ่มขึ้น ทำให้เชื้อโรคลดลง เซลล์แข็งแรงขึ้น จะทำให้ผิวหนังแข็งแรงขึ้นโดยภาพรวม



ภาวะที่ดีที่สุด คือ ขับถ่ายหลังดื่มน้ำ 1 ลิตรได้หมดหรือเกือบหมดภายในเวลาไม่เกิน 20 นาทีหลังดื่มน้ำ อย่างน้อยก็ต้องรู้สึกโล่งไป 90% ขึ้นไป และขับถ่ายไม่เกิน 7 โมงเช้า ตามนาฬิกาชีวิตในร่างกายมนุษย์ทุกคน เพราะหลังจากนั้น ร่างกายจะไม่โฟกัสเรื่องการดีท็อกซ์ตัวเองแล้ว (เรามีเวลาดีท็อกซ์ตัวเองตั้งแต่ ตี 3 – 7 โมง เท่านั้น ที่เป็นเวลาตามธรรมชาติ ที่ร่างกายจะมีพลังขับพิษออกสูงสุด) ซึ่งจะมีผลให้ ผู้ที่ขับถ่ายหลัง 7 โมง จะมีภาวะอุจจาระตกค้าง แม้จะขับถ่ายทุกวัน แต่ก็จะมีกลิ่นปาก กลิ่นตัว มีภาวะหงุดหงิด ผิวขาดน้ำ ร้อนในง่าย เป็นต้น หรือในบางคนเป็นหนัก คือ ไม่ถ่ายทุกวันหรือไม่ถ่ายเป็นสัปดาห์ หรือเดือนก็มี

วิธีการปรับสมดุลเรื่องขับถ่าย จะต้องใช้เวลา เพราะระบบนี้เป็นระบบที่ได้รับความเสียหายค่อนข้างหนักจากการกินผิด อยู่ผิดมาเป็นเวลานาน และเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัยมาก ซึ่งหากจะปรับระบบขับถ่ายของลำไส้ จะต้องปรับหลายเรื่องพร้อม ๆ กัน

- ตั้งแต่เรื่องของอารมณ์ ต้องบริหารความเครียด ปล่อยวางให้เป็น
- ปรับการดื่มน้ำให้ถูกต้องและมากพอ
- ปรับอาหารให้ทานอาหารมีเส้นใยประเภทละลายในน้ำให้มากขึ้น
- ต้องบริหารหน้าท้อง ออกกำลังกายที่หรือเล่นโยคะท่าที่ทำให้หน้าท้องได้ขยับ แนะนำให้ทำท่าอุทธิยานะพัทธะ ตามคำแนะนำของ ครูนิน โยคะ ที่จะช่วยกระตุ้นให้ลำไส้และลมปราณในลำไส้ขับของเสียออกไปได้มากกว่าปกติ และแก้ไขอาการท้องผูกเรื้อรังให้ดีขึ้น
- ฝึกหายใจเข้าออกลึก ๆ เพื่อให้กระบังลมไปนวดลำไส้ให้ขยับ
- การนอนเข้าให้เร็วเพื่อสะสมพลังงานหยางของร่างกายให้มากพอ ซึ่งเป็นพลังงานที่จะสะสมตอนที่เรานอนจนถึงเช้า (เป็นพลังที่ปลุกให้เราตื่นถ้าเราชาร์จพลังนี้เต็มแล้ว) เพื่อตอนเช้า พลังหยางนี้จะช่วยให้เซลล์ที่ผนังลำไส้ขยับได้มากขึ้น ช่วยกันขับอุจจาระตกค้างออกไปได้ดีขึ้น
- การถ่ายพยาธิ การล้างอุจจาระตกค้างในลำไส้ให้หมดไป เพื่อช่วยเคลียร์พิษเก่า ๆ ที่พยาธิสร้างไว้ อุจจาระแข็ง ๆ เก่า ๆ รวมทั้งกลุ่มไขมันทรานส์ที่เหนียวติดผนังลำไส้ให้ออกไป
- การเติมโพรไบโอติคส์ เพื่อทำให้แบคทีเรียที่ดีช่วยเหลือลำไส้ในการต่อสู้สิ่งแปลกปลอมและเชื้อโรค และช่วยในการย่อย ดูดซึมสารอาหารและการขับถ่ายให้ดีขึ้น

การปรับสมดุลลำไส้ จะส่งผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพในการขับถ่าย ตามเหตุปัจจัยทั้งหมดนี้เลยค่ะ



เรื่องนี้เหมือนไม่เกี่ยว แต่ส่งผลมาก เพราะ ชีวิตที่ยุ่งเหยิง กระเป๋าที่รก โต๊ะทำงานที่รก บ้านที่ไม่ได้จัดให้สะอาดสวยงาม จะส่งผลต่อสุขภาพจิตของเรา คนที่มีปัญหาสิว โดยปกติแล้วจะรู้สึกลบและคิดลบอยู่แล้ว ซึ่งการปล่อยให้สภาพแวดล้อมที่เราอยู่รก สกปรก จะยิ่งเพิ่มดีกรีความหมองหม่นในจิตใจ เพราะ สมองและจิตจะบันทึกภาพที่เราได้เห็นโดยที่เราไม่รู้ตัว และไม่คิดว่ามันจะจำได้ แต่จริง ๆ แล้ว อะไรที่เราได้เห็น เราจะเก็บเอาไว้ทั้งหมดโดยไม่รู้ตัว

ดังนั้น บางครั้ง การที่เราได้ลงมือจัดตู้เสื้อผ้า ทำความสะอาด จัดเก็บโต๊ะทำงาน จะทำให้เรารู้สึกมีพลังใจก้อนเล็ก ๆ ผุดขึ้นมาว่า นี่ชั้นเริ่มทำบางสิ่งเพื่อให้ชีวิตตัวเองดีขึ้นแล้วนะ ชั้นช่างเป็นคนที่มีระเบียบจริง ๆ โต๊ะทำงานก็สะอาด สวยงามเสมอ ๆ

ซึ่งด้วยความรู้สึกนี้ จะส่งผลไปยังการจัดระเบียบชีวิตของเราด้านอื่นต่อไป จะทำให้เรามีพลังและกำลังใจในการเลือกอาหารที่ดีให้ตัวเอง เราจะไปหาเวลาไปออกกำลังกายจนได้ เพราะเรารู้สึกแล้วว่า เราสามารถจัดการชีวิตของเราให้สงบ เรียบร้อย และน่าพอใจได้ เราจะรู้สึกรักและเคารพตัวเองเพิ่มขึ้น และมีความสุขมากขึ้น เมื่อได้มองเห็นว่า ห้องหรือบ้านที่เราอยู่นั้น เป็นอย่างที่เราชอบ มีแต่ของที่เราชอบ

บีมแนะนำว่า ให้คุณสัมผัสสิ่งของต่าง ๆ ด้วยมือและความรู้สึกของคุณ คุณจะพบว่า ของแต่ละชิ้นจะกระตุ้นความรู้สึกที่แตกต่างกัน ให้เลือกเฉพาะของที่จับแล้วรู้สึกดีเอาไว้เท่านั้น ของที่จับแล้ว รู้สึกเจ็บปวด ทิ่มแทง หนัก ลบ ให้ทิ้งทั้งหมด โดยบีมได้นำหลักการนี้มาใช้และเห็นผลดีจริง จากหนังสือที่ชื่อว่า ชีวิตดีขึ้นทุก ๆ ด้าน ด้วยการจัดบ้านแค่ครั้งเดียว เขียนโดยคุณ Marie Kondo (คนโด มาริเอะ) ผู้แปล ปฎิพล ตั้งจักรวรานนท์, โยซุเกะ ที่บีมแนะนำให้ทุกคนหามาอ่าน (เขามีหนังสือเสียงด้วยนะคะ คลิกที่https://youtu.be/YAWiS7MyD6I) แล้วลองทำดูนะคะ มันจะเพิ่มความรู้สึกที่ดีกับตัวเราเอง และเราจะมีวินัยและพลังในการเปลี่ยนตัวเองที่เพิ่มขึ้นเยอะมาก



ลด & งด การรับพิษใหม่ ร่วมกับการ "ล้างพิษเก่าออก" ให้หมดสิ้น

หลายคนเข้าใจว่าพิษเป็นแค่เรื่องของอาหารการกินเท่านั้น และที่เข้าใจผิดยิ่งไปกว่านั้นคือ แค่ล้างลำไส้ให้สะอาด สิวก็หายได้แล้ว ในความเป็นจริง คือ สิวหายได้จริง แต่จะหายเฉพาะบริเวณที่เกี่ยวกับลำไส้ เช่น หน้าผาก กราม คาง ร่องแก้ม 

แต่สิวที่เกี่ยวเนื่องกับตับ ถุงน้ำดี ผนังหลอดเลือดอักเสบ จะไม่หายไป และแม้จะหาย แต่ถ้าไม่ดูแลตัวเองให้ “คลีน” คือ ไม่ลดและไม่งดการรับพิษใหม่เพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นจากสิ่งที่สัมผัสได้ เช่น น้ำปนเปื้อนโลหะหนัก หรือพยาธิ ควันเสียจากโรงงาน ท่อรถยนต์ ของกินที่ผ่านกระบวนการแปรรูป เติมสารปรุงแต่ง สารกันเสีย หรือสิ่งที่มองไม่เห็นแต่มีอยู่จริง คือ พลังงานจากคลื่นโทรศัพท์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเลคทรอนิคส์ จิตใจของผู้คน ถ้าหากว่า เราไม่พยายามดูแลตัวเองให้อยู่ในโซนคลีน เลือกคบคน เลือกสภาพแวดล้อม เลือกสิ่งที่เราจะรับเข้าตัวให้เป็นสิ่งที่ดีต่อเซลล์ของเราและเซลล์ต้องการจริง ๆ ก็ไม่มีวันที่สิวจะหายและร่างกายจะกลับมาสมดุลได้เลย

อาจจะได้ แต่เป็นระยะเวลาสั้น ๆ ไม่ยั่งยืน เมื่อไม่มีการปฏิบัติต่อเนื่องจนเป็นนิสัยใหม่แล้ว ก็จะกลับไปสู่วงจรและร่องน้ำเดิมที่เราเคยเป็น

ซึ่งในการที่จะทำให้ร่างกายกลับสู่สมดุลที่ถาวร ซึ่งเป็นภาวะที่ร่างกายมีความแข็งแรง สามารถต่อต้าน กำจัด สิ่งแปลกปลอม และพิษได้เป็นอย่างดี ทำให้เราอยู่ในภาวะที่ไม่เจ็บป่วยง่าย ถ้าจะเสียสมดุลก็ปรับกลับมาได้โดยง่าย เราจำเป็นที่จะต้องลดหรืองดการรับพิษใหม่ ทั้งจากสิ่งที่มองเห็นและมองไม่เห็น

และอย่าลืมว่า มงคลชีวิต 38 ประการ ที่พระพุทธเจ้าตรัสสอนไว้ สอนข้อแรกเลยว่า “อย่าคบคนพาล” ดังนั้น ก็เป็นหลักการเดียวกันในการดูแลสุขภาพ เราต้องไม่คบและหลีกไกลจากพิษก่อนเลย พาตัวเองให้ไกลจากคนลบ ๆ ถึงแม้ได้พบพาน ได้ปฏิสัมพันธ์ ก็อย่าได้ถือสาหาความใด ๆ หรือเก็บมาเป็นพลังลบของเราเอง แนะนำให้ฟังธรรมะจากครูบาอาจารย์และพระอาจารย์ที่คุณชื่นชอบเป็นประจำ จะทำให้บริหารจิตใจให้ไกล “พลังลบ” ได้เพิ่มขึ้น

สำหรับสูตรที่สามารถนำไปทดลองล้างพิษได้แบบง่าย ๆ คือ ใช้เกลือหิมาลัยกับมะนาว สามารถดูรายละเอียดสูตรได้ที่นี่ค่ะ https://bye-bye2acne.blogspot.com/2017/06/himalayan-salt-detox-formula.html (ห้ามใช้เกลือแกง หรือ เกลือทำอาหารทั่วไป)

และการอดล้างพิษใน 24 ชั่วโมง ดูได้ที่นี่ https://bye-bye2acne.blogspot.com/2017/06/fast-for-health.html



โดยธรรมชาติ มนุษย์เราเป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องการการออกกำลังกายเป็นประจำ เพราะมีระบบหนึ่งของเราคือ ระบบน้ำเหลืองหรือคือ ระบบภูมิคุ้มกัน (เม็ดเลือดขาวทหารของเรานั่นเอง) ที่ไม่สามารถจะหมุนเวียนได้ดีหรือเป็นน้ำนิ่งเมื่อเราไม่ออกกำลังกาย ซึ่งจะทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ มีพิษสะสม เป็นโรคได้ง่าย และนอกจากนี้ การออกกำลังกายยังส่งผลต่อมนุษย์เราในหลายทาง เป็นหนทางในการปลดปล่อยความเครียด พลังอั้นในตับ ให้กระจายออกสู่ภายนอก และหลั่งสารแห่งความสุขออกมาในขณะที่เราฟินสุด ๆ จนลืมนับเวลาในการออกกำลังกาย และยังทำให้หัวใจ การหมุนเวียนของเลือด การส่งสารอาหาร การเผาผลาญไขมันส่วนเกิน การล้างพิษตกค้าง ทำได้เพิ่มขึ้น สมองและจิตใจก็ปลอดโปร่ง จากที่เคยคิดทางแก้ปัญหาไม่ออก เพราะเลือดไม่ไปถึงสมองมากนัก ก็อาจจะคิดออกได้อย่างง่ายดาย และทำให้เส้นประสาทที่ตึงคลายออก จะส่งผลให้นอนหลับได้ดีขึ้น เมื่อหลับได้ดี ร่างกายก็จะฟื้นฟูตัวเองได้ดี ดีท็อกซ์ตัวเองได้ดี คือ ยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายสิบตัว เป็นอะไรที่คุ้มมากและประหยัดมาก

ในการเลือกประเภทของการออกกำลังกายนั้น ให้แล้วแต่ตัวเราชอบ ไม่มีอะไรที่ดีที่สุด เราสามารถเลือกได้หลากหลาย เพื่อให้ร่างกายสนุก ไม่เบื่อ และได้รับประโยชน์จากการออกกำลังกายแต่ละรูปแบบอย่างครบถ้วน

เช่น การเล่นโยคะ จะทำให้ฝึกสติ รู้ลมหายใจ ได้ยืดเส้นต่าง ๆ ทำให้เลือดลมที่ตัดขัดหมุนเวียนดี จริง ๆ ได้อะไรเยอะมากในการทำโยคะ และสามารถทำให้เหนื่อย หัวใจเต้น และเหงื่อออกได้พอ ๆ กับการออกกำลังกายประเภทอื่น แต่บางครั้ง คุณอาจจะอยากเล่นกีฬากับเพื่อน ๆ ก็ให้ตีแบด ปิงปอง ก็จะได้เรื่องความสนุก ได้สังคม ซึ่งเป็นการเติมเต็มความสุขและความสมดุลทางใจของคุณอีกแบบหนึ่ง เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคม ย่อมมีความสุขเมื่อมีความสัมพันธ์ที่ดี และถ้าต้องการกล้ามเนื้อ ก็ไปเล่นแบบสร้างกล้ามเนื้อได้เพิ่มเติม ซึ่งในสัปดาห์หนึ่งที่ออกอย่างน้อย 3 ครั้ง ก็อาจจะเลือกไปทำคนละอย่างแบบนี้ได้ อยู่ที่เราว่าในวันนั้น เราสังเกตว่าตัวเราต้องการแบบไหน ต้องการความสงบ ต้องการความเร้าใจ ต้องการปล่อยพลัง ฯลฯ เราก็ออกกำลังกายไปในรูปแบบนั้น หรือแม้กระทั่งการเรียนเต้นก็เป็นการออกกำลังกายที่ดีมาก ๆ

หรือถ้าคุณรู้สึกว่า ไม่ค่อยมีเวลา จะแกว่งแขนหลังตื่นนอนเป็นหลักร้อยถึงพัน ก็ย่อมได้เช่นกัน

ควรจะออกกำลังกายครั้งละประมาณ 30 นาที ให้หัวใจเต้น แต่ไม่เหนื่อยเกินไป เพราะถ้าเหนื่อยไปแทนที่จะดี กลับทำให้ร่างกายเครียด และควรดื่มน้ำประมาณ 1 แก้ว (250 มล.) ก่อนออกกำลังกาย เพื่อป้องกันอาการเลือดหนืด และจิบระหว่างดื่มเพื่อเติมน้ำที่สูญเสียไป ซึ่งถ้าปากไม่แห้งและไม่รู้สึกร้อนในออกจากคอ แสดงว่า ดื่มน้ำได้พอเหมาะแล้ว


การขอบคุณ เป็นเทคนิคที่ง่ายแต่ได้ผลดีมากในด้านการสลายพลังลบในใจให้หมดไป ทุกครั้งที่เราขอบคุณ เราจะรู้สึกว่าเราเป็นที่รัก เรามีคุณค่า เราจะรู้สึกว่า โคตรโชคดีเลยที่เกิดมาเป็นคนนี้ เราช่างได้รับความรักอย่างมากมายอย่างเหลือเฟือ ถ้าคุณไม่เชื่อเรื่องจักรวาล คุณก็ยังสามารถเชื่อได้ว่า คุณได้รับความรักอันมากมายจากพ่อแม่ของคุณ หรือบุคคลแวดล้อมที่รักคุณ ได้เช่นกันค่ะ ที่คุณสามารถสัมผัสและรู้ได้จากคนที่เป็นรูปธรรม ซึ่งความรู้สึกแห่งการขอบคุณจากใจจริง เป็นพลังขั้วตรงข้ามกับ ความรู้สึกเกลียดตัวเอง ไม่เห็นค่าตัวเอง ทิ่มแทงตัวเอง ซึ่งเป็นภาวะที่คนที่มีปัญหาสิวส่วนใหญ่มักจะสะสมไว้โดยไม่รู้ตัว และทำให้เกิดภาวะทำร้ายตัวเองซ้ำ ๆ โดยไม่รู้ตัว ดังนั้น จึงจำเป็นมากที่จะต้องสลายพลังลบนี้ไป ด้วยการยอมรับว่าเรามีมันอยู่ และแทนที่ด้วยความรู้สึกขอบคุณทันทีที่เรารู้สึกลบ โดยให้ระลึกถึงสิ่งดี ๆ เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เราได้รับตั้งแต่ตื่นนอนถึงเข้านอน

เราสามารถขอบคุณได้ทุกสิ่งที่เรารู้สึก ทั้งสิ่งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต ทั้งคนและสัตว์ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเราตื่นมาอย่างสดชื่น ก็ให้ขอบคุณเตียงนอนและห้องนอน หมอน ผ้าห่มของเราทันที ที่ทำให้เราหลับอย่างมีความสุข และตื่นมามีพลังแบบนี้ พอมาเปิดน้ำ ก็มีน้ำไหลจากก๊อกมาให้ได้ใช้ ก็ขอบคุณที่มีน้ำไหลออกมา ขอบคุณเจ้าของหอพัก ที่ดูแลให้น้ำสะอาดไหลมาได้ตลอดแบบนี้ ขอบคุณเจ้าของโครงการหมู่บ้านที่ช่วยวางระบบน้ำให้มีใช้ตลอด ขอบคุณตัวเองที่มีดวงตาที่สวยงามอะไรเช่นนั้น นี่พึ่งตื่น ก็ดวงตาสดใส (สมมติคุณเป็นสิว แต่มีดวงตาที่สวยงาม เป็นไปไม่ได้ที่เราจะไม่มีอะไรในตัวที่ดีเลย อย่างน้อย ตื่นมามีแขนขาครบ ทำงานสมบูรณ์ ก็น่าขอบคุณมาก ๆ แล้ว ที่ยังได้ตื่นมาหายใจ)

หากพึ่งจะฝึกการขอบคุณ อาจจะใช้เทคนิคของคุณหนูดี ว่าให้จดบันทึกลงสมุด วันละ 1 ครั้ง เกี่ยวกับสิ่งดี ๆ ที่เราได้รับในวันนั้น อะไรก็ตามที่เรารู้สึกขอบคุณ ซึ่งการได้ระลึกถึงสิ่งดี ๆ ที่เราได้รับทุก ๆ วัน จะทำให้มีพลังงานทางบวกในตัวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แนะนำให้ดูคลิปนี้เพื่อความเข้าใจมากขึ้นค่ะ https://youtu.be/nnIxs2FVcmA



ปัจจุบันนี้ คนรุ่นใหม่ นิยมหันมาปฏิบัติธรรมกันมากขึ้น ไม่ใช่เพราะเราจะไปบรรลุอะไร แต่เพราะเราต้องการสัมผัสความสงบ มีความสุข และมีสมาธิในการสร้างชีวิตให้สำเร็จตามที่เราต้องการ ท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในทุก ๆ ด้าน 

ซึ่งการเจริญสติ ก็จำเป็นต่อการปรับพื้นฐานสุขภาพมาก เพราะ สติที่ฝึกมาดีแล้ว จะทำให้เรารู้เท่าทันความรู้สึกลบ ๆ ของเรา และสามารถแปรพลังให้กลายเป็นบวกได้เสมอ 

ในผู้ที่มีปัญหาสิวและรอยสิวมานาน จะมีพลังงานลบสะสมอยู่สูง หากไม่มีสติ ก็จะรู้สึกร้อนรน รู้สึกกระวนกระวาย ไม่สามารถมองเห็นปัญหาที่ตัวเองมีได้อย่างชัดเจน และถูกกระทบทางอารมณ์ได้ง่าย และจะกลายเป็นวงจรสะสมความลบไปเรื่อยๆ พอกพูนต่อไปไม่สิ้นสุด และมีพฤติกรรมที่มักจะทำร้ายตัวเอง หากจะรักตัวเอง ก็จะรักได้ไม่สุด จะรู้สึกฝืนที่จะต้องกินของที่ดี และปฏิบัติต่อตัวเองให้ดีที่สุด รักตัวเองไม่ได้ อาการจะเป็นแบบนี้เสียเป็นส่วนใหญ่ (ซึ่งบีมเองก็เคยเป็นมาก่อน และผ่านมาได้แล้ว และอยากแบ่งปันว่า การเจริญสติคือ พื้นฐานของการรักษาสิวที่ต้องทำเป็นอย่างแรก ทำต่อเนื่อง สม่ำเสมอ อาจจะเห็นผลไม่เร็ว แต่ก็ไม่ช้า และระหว่างการฝึกฝน จะยิ่งทำให้ใจเราสัมผัสความสุขจากภายในเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เกิดปัญญาที่หยั่งรู้เกี่ยวกับกายและใจของตัวเองเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ รู้เท่าทันกิเลส รู้ว่าทำเหตุแบบนี้ ผลเป็นแบบนี้ ควบคุมตัวเองได้ดีขึ้น โดยไม่ได้ฝืนใจทำ แต่เพราะเข้าใจและเกิดจากการเลือกสิ่งที่ดีกว่าหรือดีที่สุดให้ตัวเอง เพราะต้องการให้เกิดผลลัพธ์ที่ดี)

การเจริญสติ ไม่จำเป็นต้องนุ่งขาวห่มขาว เราสามารถเริ่มต้นด้วยการหายใจแบบ 1-4-2 ตามที่แบ่งปันในหัวข้อเรื่อง “อากาศ” เฝ้ารับรู้ลมหายใจ ความคิด ความรู้สึก ที่มันเกิด ๆ ดับ ๆ สลับกันไป โดยไม่ยึดเอามาเป็นของตัวเรา เห็นความเกิด ดับ แค่รู้ แล้ววาง ไปเรื่อย ๆ และในชีวิตประจำวัน ก็สามารถฝึกสติได้กับทุกอย่าง ท่านพุทธทาสสอนว่า จะแปรงฟัน ก็ต้องจดจ่อกับการแปรงฟัน แปรงก็แปรงให้ดีที่สุด จะทำอะไร ก็ทำแค่ทีละอย่าง แล้วทำให้ดีที่สุด นี่คือ การจดจ่อกับปัจจุบัน ไม่ยอมให้อดีตมาทำลายความสุข ณ ปัจจุบัน และไม่ยอมให้ความกังวลในสิ่งที่ยังมาไม่ถึง มาทำลายความสุข ณ ปัจจุบัน เช่นกัน

เมื่อฝึกได้แบบนี้ ในระหว่างที่กำลังรักษาด้วยแนวธรรมชาติ คนจำนวนมากที่เคยใช้ยา กินยา ใช้ครีมมีสาร ระบบภายในและผิวเสียเรื้อรัง จะต้องพบกับช่วง healing crisis เป็นช่วงของการฟื้นฟูสุขภาพของเซลล์ให้กลับมาเป็นปกติ ด้วยพลังชีวิต (ชี่) ที่เราเติมให้กับร่างกายเพิ่มขึ้น แล้วเซลล์ได้คายพิษออกมาด้วยตัวเขาเอง ช่วงนี้ แต่ละคนจะมีอาการแตกต่างกันไป บางคนเป็นน้อย แป๊บเดียวหาย บางคนเป็นมาก และมากกว่าตอนที่ยังไม่บำบัดแนวทางธรรมชาติ ขึ้นบริเวณที่ไม่เคยขึ้น (แต่เป็นบริเวณที่มีพิษสะสมภายในที่สะท้อนทางผิว ณ ช่วงเวลานั้น) ซึ่งถ้าสติไม่แข็งแรงพอ จะเป็นทุกข์ จะไม่สามารถยอมรับความเปลี่ยนแปลง และในที่สุด จะถอยหนีไป ทั้งที่ร่างกายกำลังดีขึ้น ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายแทนมาก ที่เขาหรือเธอ ไม่สามารถเดินไปได้สุดทาง



การหัวเราะอย่างไร้เหตุผล การหัวเราะเสียงดัง ๆ แม้เราจะแกล้งทำก็ตาม ล้วนส่งผลดีต่อร่างกาย เพราะ มันไปหลอกสมองว่า เรากำลังมีความสุข และหลั่งสารเคมีดี ๆ ออกมา จะทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย พลังลบที่กดดันเราอยู่ จะสลายหายไป นี่เป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถทดลองดูได้ด้วยตัวเอง

หรือถ้าใครที่หัวเราะด้วยตัวเองไม่ได้ ก็หาอะไรมาช่วย อาจจะเป็นเพื่อนที่ตลก ดูคลิปเดี่ยวไมโครโฟน คุณโน้ส อุดม หรืออะไรก็ได้ที่ทำให้เราหัวเราะได้อย่างไม่ต้องกั๊กความรู้สึก อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง หรือถ้ามีอารมณ์ลบ ก็ให้เปิดดูได้เลยทันที เพื่อปรับพลังงานให้เป็นบวก

ด้วยการทำแบบนี้บ่อย ๆ จะทำให้ร่างกายไม่ค่อยได้รับสารพิษ แต่กลับได้รับสารที่มีความสุขแทน ก็จะทำให้เลือดลมหมุนเวียนดีขึ้น อารมณ์แจ่มใส กล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ผ่อนคลาย สามารถนอนหลับได้ดีขึ้น



คนที่มีปัญหาสิว มักจะอยู่กับตัวเองและปัญหาของตัวเองมากเกินไป ส่องกระจกดูสิว เกาสิว คันสิวทั้งวัน บางทีก็นั่งร้องไห้ เห็นเพื่อนหน้าใส ๆ ก็รู้สึกตัวเองด้อย (บีมก็เคยเป็นค่ะ แต่ผ่านมาได้แล้ว) จริง ๆ แล้ว ปัญหานี้ เป็นปัญหาที่เรียกว่า “ไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง” ซึ่งวิธีการแก้ไขก็คือ การสร้างคุณค่าให้ตัวเอง ให้ตัวเราเคารพ รักตัวเอง ซึ่งมี 2 อย่างที่บีมจะแนะนำให้ลองทำ เพื่อสร้างพลังตรงนี้ขึ้นมา

การดูแลคนที่รักเรา เช่น คุณพ่อ คุณแม่ น้องสาว พี่สาว ลูก สามี ภรรยา ฯลฯ ใครก็ตามที่รักเรา ให้ตระหนักถึงความรักของเขา ที่ถึงแม้เราจะเป็นสิว แต่เขาก็ยังรักเรา คอยดูแลเรา กอดเรา หอมเรา ให้เราดูแลเขากลับด้วยอะไรก็ได้ที่เราทำได้ ไม่จำเป็นต้องใช้เงินอย่างเดียว เรากับแม่อาจจะเคยมีความสุขในการถอนหงอกให้ท่าน เราก็ทำให้ท่าน ณ เวลานั้น ก็พูดคุยกันเรื่องดี ๆ เรื่องเกี่ยวกับอดีตที่มีความสุข ว่าเราเคยเป็นเด็กที่น่ารักแค่ไหน หรือเราใช้เวลาเล่นกับลูกให้มากขึ้น หัวเราะกับเขา กอดเขา ดูแลเขา ลูกเขาพร้อมจะกอดเราโดยไม่มีเงื่อนไข แม้แม่จะเป็นอย่างไรก็ตาม แม่คือคนที่สำคัญสำหรับลูกเสมอ ลองจับมือน้อย ๆ ของเขาตอนเขานอน บีบเบา ๆ หรือเอามือทาบหัวใจน้อย ๆ ของเขา เราจะรู้สึกได้ว่า สิ่งที่คนอื่นทำกับเราช่างเล็กน้อยเหลือเกินเมื่อเทียบกับใจที่ยิ่งใหญ่และคุณค่าที่ได้เป็นแม่คน คุณจะพบว่ามีพลังความเข้มแข็งอย่างประหลาดผุดขึ้นมาและประทับอยู่แบบนั้น หรือ อาจจะนัดกินข้าวกับที่บ้าน ซื้ออาหารดี ๆ ที่ครอบครัวเราชอบกินเข้าไปให้ เป็นต้น สิ่งที่เรามองเห็นคือ พ่อกับแม่ของเรา ครอบครัวของเรา ที่แม้เวลาจะเปลี่ยนไปเท่าไหร่ แต่ความรักที่ทุกคนมีให้เราไม่เคยเปลี่ยน แล้ว...เราจะไปแคร์สิ่งที่คนที่ไม่ได้รักเราเท่าครอบครัวพูด คิด หรือ ทำกับเราไปทำไมให้เสียเวลาดูแลคนที่เรารัก เพราะคนที่รักเรา จะเจ็บปวดเสมอเมื่อเห็นเราเป็นทุกข์ จงพัฒนาตัวเองให้เป็นคนที่สามารถมอบความรักและมีความสุขด้วยตัวเองได้ อยู่บนโลกอย่างเข้าใจ มีความสุขแท้จริงได้ ก็จะทำให้คนที่รักเรามีความสุขได้เช่นกัน

การบำเพ็ญประโยชน์ให้สังคม เปลี่ยนโฟกัสที่ปัญหาของตัวเอง ออกมาที่ปัญหาของคนอื่น ๆ ในสังคมบ้าง ในขณะที่เรายังมีงานทำ มีข้าวกิน 3 มื้อหรือมากกว่า มีที่นอน ยังมีอีกหลายชีวิตที่ นอนข้างถนน เด็กที่ถูกพ่อแม่ทิ้ง คนที่ตาบอด หมาแมวที่หิวโซ เด็กไม่ได้เรียนหนังสือ ฯลฯ คุณลองมองไปรอบ ๆ ถ้าคุณมองอย่างใจที่เป็นกลาง คุณจะพบว่า คุณยังสามารถทำหลายสิ่งให้กับคนเหล่านี้หรือเปล่า? คุณมีบางอย่างที่จะให้เขาได้ตอนนี้เลยหรือไม่? คุณเป็นสิว แต่คุณมีเสียงที่สดใส คุณสามารถอ่านหนังสือให้คนตาบอดได้หรือไม่? มันยังมีอะไรอีกมากมายที่เรื่องสิวของคุณจะถูกมองข้าม และคนจะเห็นเฉพาะหัวใจที่สวยงามของคุณเท่านั้น เขาจะไม่จดจำสิวของคุณ แต่เขาจะจดจำสิ่งที่คุณทำให้กับเขาด้วยใจจริง คุณจะรู้สึกได้ถึงโมเม้นต์นั้นเอง ขอแค่ลองเดินออกไปสร้างประโยชน์ให้สังคม ปล่อยวางเรื่องสิวไปสักพัก แล้วคุณจะรู้สึกถึงพลังบางอย่างที่ผุดขึ้นในตัวเอง แล้วพลังนั้นจะผลักดันให้คุณทำเฉพาะสิ่งที่ดีให้กับตัวเอง เพราะคุณจะรู้สึกว่า ชีวิตคุณมีคุณค่ากับใครบางคน คุณจะอยากดูแลสุขภาพของคุณให้ดี เพื่อชีวิตของใครอีกหลายคนที่รอคุณอยู่ก็เป็นได้...ถึงเวลานั้น คุณจะไม่ต้องฝืนใจที่จะทำสิ่งดี ๆ แต่คุณจะเต็มใจที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง และบางอย่างคุณอาจจะสามารถหักดิบโดยสิ้นเชิงก็เป็นได้ เหมือนที่พ่อหลายคนยอมหักดิบไม่สูบบุหรี่ ณ นาทีที่รู้ว่า มีลูก...เพราะคุณรู้ว่า ชีวิตของคุณมีค่าสำหรับใครบางคน...



เราไม่อาจทราบได้ว่า ผิวเราได้รับอะไรมาบ้าง ขณะนี้เป็นอะไร ซึ่งสิ่งที่เราใช้ทาอยู่ทุกวัน อาจกำลังทำร้ายผิวอย่างไม่รู้ตัว มันอาจจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดี แต่ผิวเรายังไม่พร้อมที่จะใช้ก็เป็นได้เช่นกัน 

ดังนั้น เพื่อให้ผิวปรับสภาพสู่สภาพแท้จริงของเขา เพื่อให้เราสังเกตอาการได้ดีขึ้น ว่าเขากำลังเป็นอะไรกันแน่ เมื่อเรารู้สึกไม่สบายผิว และใช้อะไรก็ไม่ดีขึ้นและไม่หาย บีมแนะนำให้คุณหยุดใช้ทุกตัวที่มี อย่าคิดเสียดายเด็ดขาด เพราะ ผิวที่เสียสภาพนั้น ถ้าปล่อยให้เสียไปเรื่อย ๆ จะต้องใช้เงินเยอะภายหลังในการฟื้นฟู อาจจะมากกว่าค่าครีมและหัตถการ (เลเซอร์ ฯลฯ) ที่คุณกำลังใช้และกำลังทำอยู่หลายเท่าตัว และเราก็มีผิวเดียว หลายครั้ง บีมพบว่า ความเสียหายที่เกิดกับผิวหน้าบางคนนั้นก็ยากที่จะฟื้นฟูกลับมาให้เป็นปกติได้ดังเดิม

สำหรับบางคนที่สามารถหยุดพักผิวโดยไม่ต้องทำอะไร ใช้แต่น้ำเปล่าล้างได้ ก็ให้ลองทำดูสัก 3 วัน แต่สำหรับคนที่จำเป็นต้องแต่งหน้าไปทำงาน อาจจะเลือกพักผิวโดยใช้เฉพาะน้ำเปล่าสะอาดล้างหน้าในวันเสาร์และอาทิตย์ หลังจากนั้นจึงค่อยทดลองใช้ทีละตัว และใช้เท่าที่จำเป็น คือ ตัวล้างหน้า โทนเนอร์ บำรุง กันแดด (ป้องกันรอยสิว หากคุณต้องทำงานหน้าคอมและออกแดด) และใช้ครีมบำรุงทีละตัว ช่วงผิวอ่อนแออยู่ จะต้องใช้ให้น้อยที่สุด และคุณควรจะทดลองใช้ทีละตัวกับผิว เพื่อให้ทราบว่า ตัวไหนที่เวิร์คกับคุณ และตัวไหนที่ไม่เวิร์ค โดยใช้ความรู้สึกวัด และถ้ามั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ปลอดภัย บางครั้ง หากผลลัพธ์การใช้ไม่น่าพอใจอาจจะต้องลองปรับเปลี่ยนวิธีหรือขั้นตอนการใช้ ก็จะได้ผลที่น่าพอใจขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณจะต้องจับความรู้สึกและสังเกตด้วยตัวเองเป็นหลัก และไม่จำเป็นต้องใช้ยารักษาสิวอีกต่อไป เพราะ ผิวที่แพ้ง่ายและเสียสภาพมาก จะไม่สามารถทนรับยารักษาสิวทั่วไปได้อีกต่อไป หากต้องการใช้ จะใช้สูตรธรรมชาติ หรือครีมที่มีความปลอดภัยและอ่อนโยนต่อผิว และงดการขัดผิว งดส่วนผสมผลัดเซลล์ผิวและมีความเป็นกรดหรือด่างต่อผิวแรงไป มีส่วนผสมของ AHA และ BHA ให้เน้นไปที่กลุ่ม Hydrating (ทำให้ผิวอิ่มน้ำ โดยปราศจากส่วนผสมของ propylene & butylene glycol) โดยให้เช็คส่วนผสมได้ในภาพอัลบั้มนี้https://www.facebook.com/pg/beams.secret/photos/?tab=album&album_id=1784985178208865



สรุปส่งท้าย
- การรักษาสิวแบบ holistic จะไม่มุ่งเน้นที่ตัวสิว แต่จะมุ่งไปที่ “เหตุ” แห่งการเกิดสิวแทน
- สาเหตุแท้จริงของสิวผู้ใหญ่ (ไม่นับสิวแพ้ และสิวสเตียรอยด์) คือ สุขภาพกายและใจที่เสียสมดุลสะสมต่อเนื่องกันมายาวนาน
- การซ่อมแซม ฟื้นฟูระบบภายใน และการป้องกันสิวไม่ให้กลับขึ้นมาใหม่ จะต้องใช้ระยะเวลา และต้องทำพร้อมกันหลาย ๆ ทาง
- การรักษาสิวแนวทางนี้ เป็นการพัฒนากาย ใจ และจิตวิญญาณไปพร้อม ๆ กัน
- ผลลัพธ์ที่ได้จะได้มากกว่าสิวหาย คือ การเปลี่ยนเป็นคนใหม่ที่ดีกว่าเดิมขึ้นทุกวันในทุกๆ ทาง

บีมขออวยพรให้คุณประสบความสำเร็จในการรักษาสิวด้วยแนวธรรมชาติทุกคนค่ะ หนทางอาจดูไกล แต่บอกได้คำเดียวว่ามันคุ้มเวลาถึงเส้นชัยแน่นอน

เขียนโดย วรดาภา สุขพิมลกุล (บีม)
วันที่ 5 กรกฎาคม 2560