ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

แนะนำบล็อก ^^

บีมเริ่มเขียนบล็อกนี้เมื่อเดือนสิงหาคม 2552 และ ยุติการเขียนบล็อกนี้ไปเมื่อประมาณต้นปี พ.ศ. 2562 เนื่องจากช่วงนั้น Blogger (host ที่บีมใช้เขียนบล็อกนี้) มีปัญหาค่อนข้างมากและใช้งานยาก จึงได้ปรับไปเขียนที่ Wordpress แทน ซึ่งมีชื่อว่า https://shiningbeam.org

เนื้อหาในบล็อกจะเป็นเสมือน "บันทึกการเดินทาง" ที่จะทำให้ผู้อ่านได้เรียนรู้ว่า กระบวนการทั้งหมดที่บีมได้เคยผ่านมามีอะไรบ้าง แนะนำให้อ่านเป็นหลักฐานอ้างอิงชิ้นใหญ่ ที่จะช่วยสร้างความเชื่อให้คุณเพื่อให้มีความหวังและกำลังใจสำหรับการเริ่มต้นว่ามันเป็นไปได้จริง

แต่ถ้าคุณสนใจที่จะลงมือปฏิบัติและต้องการรู้ว่า จะเริ่มต้นอย่างไรและทำอะไรบ้างนั้น บีมได้สรุปไว้ให้ในคอร์สออนไลน์ "สิวซีเคร็ต" ที่จัดเรียงเนื้อหาอย่างเป็นระบบให้แล้วนะคะ คุณควรเริ่มต้นจากที่นั่น จะได้ไม่สับสนในข้อมูลค่ะ

คลิกดูรายละเอียดได้ที่ลิงค์นี้เลยค่ะ
ซึ่งสามารถสอบถามบีมได้ในคอร์สเลยนะคะ

ด้วยรัก
บีม วรดาภา

กินกาแฟดำ อาจทำให้ "สิวหายขาด"!!! (ตอนที่ 1) : ประสบการณ์ทดลองกินกาแฟและผลลัพธ์ที่เวิร์คจริง


วันแรกที่ตัดสินใจทดลองดื่มกาแฟ คือ 28 ม.ค. 62
อ่านโพสต์แรกเรื่องกาแฟนี้ต่อให้จบ
คลิก http://bit.ly/coffeeexperiment
ก่อนจะลงข้อมูลเชิงวิชาการ บีมขอเชื่อมไปที่จุดแรกของการเริ่มดื่มกาแฟก่อนค่ะ

นี่คือ บทความแรกที่บีมบันทึกลงในเพจ

พอดีช่วงนี้เกิดตกผลึก 💎 เรื่อง "สุขภาพตับกับคุณภาพผิว" เลยไปหาข้อมูลซะหน่อยว่าอาหารอะไรทำให้ "ตับแข็งแรง" บ้าง ไปเจอข้อมูลที่น่าเชื่อถือระดับหนึ่งมา ในบทความชื่อว่า 11 Foods That Are Good for Your Liver http://bit.ly/2UlBtWB
☕️กาแฟมาอันดับ 1 เลยทีเดียว ซึ่งบทความในเว็บนี้จะมีหลักฐานบนงานวิจัย กล่าวว่า มีงานวิจัยที่บอกว่า กาแฟช่วยลดความเสี่ยงการเป็นตับแข็ง http://bit.ly/2Rhkzqkหรือผู้ที่ตับเสียหายถาวร สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคตับชนิดเรื้อรัง (คนเป็นสิวเรื้อรังส่วนใหญ่ คือ คนที่ตับเสียจากยาและสารเคมี และการกินอาหารกลุ่มไขมันเลว น้ำตาล มากๆ มากมาก่อน)
และการดื่มกาแฟยังอาจช่วยให้ลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งตับ และช่วยต้านการเกิดโรคและการอักเสบในตับ
ช่วยลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตในคนที่ป่วยเป็นโรคตับเรื้อรัง ซึ่งเห็นประโยชน์ชัดที่สุดในผู้ที่ดื่มกาแฟอย่างน้อย 3 แก้วต่อวัน
หลัก ๆ แล้ว คงจะเป็นเพราะกาแฟช่วยป้องกันการสะสมของไขมันและคอลลาเจนในตับ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดหลัก ๆ ของโรคตับ
กาแฟยังสามารถลดการอักเสบและเพิ่มระดับของกลูต้าไธโอนที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระสำคัญในตับ (ต้านพิษให้ตัวตับเอง - บีม) สารต้านอนุมูลอิสระจะช่วยทำลายความเป็นพิษของอนุมูลอิสระ ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติของร่างกายและมันสามารถทำลายเซลล์ได้
---
จากบทความนี้ประกอบกับที่สังเกตพี่แม็ค (สามีตัวเอง) ไม่เป็นสิวเลย แถมเหมือนคนสุขภาพแข็งแรงตลอดเวลา เพราะเขากินกาแฟเป็นประจำทุกวัน และจากวิธีล้างพิษตับด้วยการสวนด้วยกาแฟที่เคยทำมานานแล้วได้ผลดีจริง (ก่อนคิดจะไปทำ กรุณาเข้ากลุ่มเฟส https://www.facebook.com/groups/AcneRevolutionTH/ ไปฟังคลิปรีวิวก่อนนะคะ เข้าฟรีได้ถึงสิ้นเดือนนี้ เพราะมันมีช่วงขับพิษแรง ๆ ก่อนแน่นอนสำหรับคนพึ่งเริ่มทำใหม่ๆ)
เลยคิดว่า ต้องลองดูสักตั้ง จะทดลองกินไประยะหนึ่งว่าเป็นยังไง จากคนที่ #ไม่นิยมการกินกาแฟ เพราะเชื่อว่ามันไม่ดีต่อสุขภาพ วันนี้เปิดใจ ลองดู
ไปหยิบเอาซองกาแฟสำเร็จ เป็นกาแฟเพียว ๆ ของแบรนด์ Starbucks (ไม่ได้รับค่าโฆษณาแต่พี่แม็คเป็นแฟนของแบรนด์นี้ ได้บัตรทองมาเรียบร้อย) ไม่ผสมอะไรเลย ซึ่งพี่แม็คซื้อมาไว้ติดบ้าน เอามาใส่น้ำร้อน ค่อย ๆ จิบดื่มตอนทำงานเช้านี้ (ตื่นตี 4 กว่า ดื่มน้ำอุ่นตามปกติไปแล้ว เข้าห้องน้ำไปแล้ว) พบว่า
- อาการหวัดดีขึ้น น้ำมูกหยุดไหลภายใน 1 ชั่วโมง
- หัวใจเต้นแรงนิด ๆ ไม่มาก รับได้
- สมองแจ่มใสขึ้น
- ร่างกายอุ่นขึ้น (อาจเป็นเพราะความร้อนของน้ำอยู่แล้ว แต่กาแฟมีฤทธิ์ร้อน ก็อาจช่วยจุดนี้)
- รู้สึกปากอิ่มน้ำ ไม่แห้งขาดน้ำ (อันนี้ไม่รู้ว่าเพราะกาแฟหรือเพราะดื่มน้ำไปเพียงพอแล้ว หรือเพราะกินน้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะไปแล้วเมื่อเช้า แต่เอาเป็นว่า ร่างกายไม่ร้อนเกินไปจนปากแห้ง แต่ต้องดูกันต่อไป ถ้าทดลองดื่มสัก 7 วัน)

---
สรุปว่า เบื้องต้นคือ รู้สึกดี แต่ต้องทดลองต่อเนื่อง
แต่สำหรับคนที่เป็นสิวอักเสบเยอะ ๆ อยู่หรือร่างกายขาดน้ำหนัก ๆ ผิวแห้งกร้าน ให้งดกาแฟไปก่อนนะคะ เพราะโดยตัวเขาเองทำให้ร้อนขึ้น ปรับสมดุลด้วยการดื่มน้ำอุ่นธรรมดาอย่างเดียวไปก่อน หรือดื่มน้ำอุ่นผสมย่านางถอนพิษร้อนจนกว่าจะหาย แล้วค่อยกลับมาดื่มกาแฟดำไม่ผสมอะไรเลย น่าจะพอได้ค่ะ ปริมาณที่ดื่มต่อวัน แนะนำให้เริ่มจาก 1 แก้วดูก่อน (ถ้ากลับมาเริ่มใหม่)
ขอบีมทดลองก่อน ไว้ได้ผลอย่างไร จะมาอัพเดทให้เป็นระยะ ๆ ค่ะ (ถ้าตกผลึกแล้วถึงจะมาอัพเดทนะคะ ถ้ายังไม่ตกผลึก จะยังไม่อัพเดทให้ค่ะ อย่างไรก็รอติดตามได้ กด Like และกดติดตามไว้ได้เลยค่ะ)

---

หลังจากวันนั้น บีมก็ทดลองดื่มกาแฟทุกวัน วันละ 1-3 แก้ว จริง ๆ แล้วกะดื่มวันละ 3 แก้ว แต่ว่าทำงานแล้วลืมดื่มระหว่างวันบ้าง ทำให้ไม่ครบ 3 แก้วทุกวัน แต่อย่างน้อยได้วันละ 1 แก้วเป็นพื้นฐาน โดยดื่มในช่วงเช้าค่ะ หลังเข้าห้องน้ำขับถ่ายทุกอย่างออกหมดแล้ว

กาแฟที่ดื่ม บีมเริ่มต้นด้วยกาแฟสตาร์บัคแบบซอง (ที่เห็นในภาพแรกเลย) เพราะ อยากดื่มทันทีหลังอ่านบทความเกี่ยวกับกาแฟและตับใน google จบ ปกติสามีดื่มกาแฟเป็นชีวิตจิตใจ เลยคิดว่าคงจะมีในครัวบ้างล่ะน่ะ เลยไปคุ้ยหาเลยทันทีตอนเช้ามืด

สรุปว่าเจอซองนี้แหละ มีอยู่ 3 ซอง เอามาฉีกผสมน้ำร้อนกันเลย และเริ่ม!!!

ผลลัพธ์ก็ตามที่รายงานไปแล้วนั่นล่ะค่ะ ก็รู้สึกดี เลยคิดว่าดื่มต่อเลย จะได้รู้ดำรู้แดงว่ามันช่วยจริงไหม? (เป็นคนชอบพิสูจน์ความจริงค่ะ)

บีมไม่ได้บันทึกไว้ทุกวัน แต่จะเขียนลักษณะของ "การตกผลึกความรู้และประสบการณ์" สำคัญ​ๆ ที่รู้สึกว่า การดื่มกาแฟดำมันช่วยเรื่องสิวจริง ๆ ให้อ่านนะคะ ซึ่งถ้านับเวลาแล้ว จาก 28 ม.ค. - วันนี้คือ 19 ก.พ. 2561 รวมแล้วคือ 23 วันนะคะที่ได้ทำการทดลองมา

จุดที่ตกผลึกสำคัญ ๆ 

ก่อนที่จะเดินทางไปมาเลเซียระหว่างวันที่ 4 - 12 ก.พ. สิ่งที่บีมรู้สึก ก็คือ ช่วงแรก ๆ ของการดื่มเหมือนจะมีอาการขับพิษเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นสิวแนวหลังคอ หลังหู หว่างคิ้ว และขมับ นิดหน่อย แต่รู้สึกว่าสิวจากการกินอาหารและความเครียดบริเวณกรามและคาง และสิวที่บริเวณบ่าไหล่จะไม่ค่อยมี เหมือนแห้ง ๆ ไป เหมือนไม่ขึ้น เหมือนผิวปกติ เหมือนไม่มีน้ำมันส่วนเกิน เหมือนไม่มีอะไรอักเสบ คือ ปกติถ้าเรามักจะเป็นสิวตรงไหนซ้ำ ๆ เราจะรู้สึกว่าผิวส่วนนั้นเหมือนมันพร้อมจะมีสิวปะทุออกมาถ้าเราดูแลตัวเองไม่ค่อยดีช่วงนั้น หรือ เราอาจจะต้องไปกินอาหารที่อาจจะทำให้เรามีปัญหา เพราะ ต้องกินเพื่อเข้าสังคม (ในสายงานเซลล์จะมีส่วนนี้เยอะ) ต้องเดินทางไกล การเลือกอาหารลำบาก นอนไม่พอ เป็นต้น แต่พอได้ดื่มกาแฟดำมาสัก 3-4 วัน รู้สึกได้เลยว่า เหมือนผิวจะเป็นผิวปกติแบบคนไม่เป็นสิวเขาเป็นกัน โดยไม่คาดหวัง ไม่เรียกร้อง มันเป็นของมันเองค่ะ

พอเดินทางไปมาเลเซีย รู้กันอยู่ว่าช่วงเดินทางก็...ทำให้ร่างกายแปรปรวนพอสมควรค่ะ แต่โชคดีที่ทุกที่มันมีร้านกาแฟ 55+ ขอบคุณที่เกิดมาเป็นดอกเห็ดนะคะ ไปสนามบินก็ไปดื่มกาแฟที่ร้านสนามบิน เลือกเอาแบรนด์ที่เรารู้จักเช่น Black Canyon เป็นต้น อันไม่รู้จัก เราก็ไม่ดื่มก่อนค่ะ ไม่ใช่ว่าติดแบรนด์ แต่อย่างน้อยการที่เป็นแบรนด์ใหญ่ มันก็ย่อมต้องมีมาตรฐานระดับหนึ่ง (เชื่อแบบนั้น) เอาปลอดภัยไว้ก่อน...ลูกยังเล็ก 55+

การที่ได้ดื่มกาแฟไปหลายวันก่อนหน้า (อ้อลืมบอกค่ะ ช่วงที่ทดลองอาหารอะไรเป็นพิเศษ จะไม่กินอาหารเสริมอะไรเลยค่ะ ไม่กินสมุนไพรอะไรด้วย คือ กินอาหารปกติที่เราคัดมาแล้วว่าดีต่อสุขภาพค่ะ) ทำให้เหมือนมีต้นทุนให้ร่างกายแข็งแรงและไม่ค่อยเป็นสิวตอนที่ไปอยู่มาเลเซีย ซึ่งเป็นการเดินทางด่วนค่ะ เพราะ เป็นการไปร่วมพิธีศพคุณแม่สามี คือ ด่วนมากจริง ๆ เลยไม่ทันเตรียมอะไรเลย โชคดีที่ดื่มกาแฟไปแล้ว...

อาหารของที่ทางบ้านพี่แม็ค จะเป็นอาหารมาเลย์ จีน ไทย ผสม ๆ กันค่ะ เรารู้กันอยู่แล้วว่า อาหารมาเลย์ส่วนใหญ่มีส่วนผสมเป็นแป้งเชิงเดี่ยว (GI สูง) และเป็นของทอดเสียเป็นส่วนใหญ่ คือ แป้งกับมันค่ะ ส่วนของจีน บีมจะชอบเป็นบะหมี่น้ำและติ่มซำ บีมไม่กินพวกเนื้อสัตว์อยู่แล้วค่ะ เป็ดย่าง หมูหัน คือไม่ได้กิน) แต่จะกินพวกกุ้งได้ ปลาได้ ส่วนอาหารไทยที่นู่น จัดว่าดีต่อสุขภาพ มีขมิ้นในน้ำแกง ส่วนผสมเป็นอาหารสด (ไม่ผ่านกระบวนการ) และมีเครื่องเทศ ผักสด เยอะอยู่ค่ะ บีมก็เลือกกินพวกนี้แหละเป็นหลัก 

ซึ่งด้วยความเพลียจากการเดินทางไกล และการที่ได้พักผ่อนไม่เต็มที่เหมือนอยู่บ้านปกติ มีกิจกรรมต้องทำมาก ประกอบกับอากาศที่ร้อนมาก ร่างเพลียมาก ๆ ค่ะ ทำงานอะไรไม่ได้เลย จะหลับอย่างเดียว (หลับจริงไรจริง หลับเกือบทั้งวัน) คือ ทั้งส่วนของอาหาร อากาศ และความเพลีย ปกติแล้วจะทำให้บีมมีสิวขึ้นในช่วงที่ไปอยู่บ้านพี่แม็ค ซึ่งก็จะเป็นแนวขมับ กราม คาง หลังคอ หน้าหู (มันเกิดจากร่างกายมีพิษสะสมค่ะ ตับดีท็อกซ์ได้ไม่ดี ทำให้ไตกำจัดออกไม่ทันเหมือนกัน ก็เลยขึ้นประมาณนี้ ถ้ามีมากไป ก็จะไปที่บ่า ไหล่ อก หลังด้วย) 

แต่...รอบนี้ เหมือนต้นทุนมาดี ... สิวแทบไม่มีเลยค่ะ อันนี้คือ เล่าให้สามีฟังด้วยความตื่นเต้นเลยว่า เฮ้ย...นี่เพราะดื่มกาแฟดำแน่ ๆ ก่อนที่จะมา (นางก็ดีใจสิคะ เพราะนางจะมีเพื่อนดื่มแล้ว ปกติภรรยาไม่ดื่มกาแฟเลย นางคุยด้วยไม่รู้เรื่อง ตอนนี้ไปเล่าให้คนอื่นที่เป็นสิวฟังว่า กินกาแฟดำละสิวหายหน้าใสนะ ดูภรรยาฉันสิ ตอนนี้ดื่มมากกว่าฉันซะอีก 55+)

ตอนที่อยู่ที่บ้านสามี 2 วัน ไม่มีกาแฟกินค่ะ เพราะ ตอนแรกคิดว่ามาถึงจะได้ไปซื้อของเข้าไปด้วย แต่ไม่ได้ซื้อเพราะไปถึงค่ำแล้ว แต่มีตัวดีท็อกซ์แบบซองที่พกไปด้วย เพราะรู้ว่าต้องใช้ (ทุกครั้งที่เดินทางระบบย่อยและขับถ่ายเราจะอ่อนแอค่ะ บีมจำเป็นต้องใช้ค่ะ) ก็ได้กิน 1 คืน เพราะ วันถัดไปจะได้พักอยู่บ้านถึงเที่ยง ก็เพียงพอให้เราจัดการเข้าห้องน้ำได้ (ถ้าเดินทางหรือมีกิจกรรม จะไม่กินค่ะ) พอวันที่ 3 ถึงได้เร่ิมดื่มกาแฟ เพราะได้เดินทางไปปีนัง (สามีไปต่อวีซ่าที่สถานกงศุลไทยที่นู่น) ก็ได้ดื่มกาแฟของร้านที่มาเลย์ค่ะ ดื่มแบรนด์นี้ค่ะ https://www.facebook.com/CostaCoffeeMalaysia/ พี่แม็คบอกว่า มันดี เป็นของอังกฤษ เราก็กล้ากินค่ะ แล้วรสชาติดีด้วย 

ภาพจากเฟส Costa Coffee Malaysia

พอไปถึงปีนัง ก็ไปจัดกาแฟกันในห้าง บีมจำไม่ได้แล้วว่า ไปดื่มของอะไรบ้าง แต่คือ ตั้งแต่ช่วงไปมาเลย์และเดินทาง บีมก็จะทดลองดื่มไปเรื่อย ๆ ค่ะ คือ ไม่ได้ยึดติดว่าต้องสตาร์บัค เพราะมันคงหาไม่ได้ทุกที่ แต่บีมไม่ดื่มของแบรนด์ A ไม่มีเหตุผลค่ะ แค่รู้สึกว่าไม่อยากดื่มเท่านั้นเอง และจากการได้ทดลองดื่มของหลาย ๆ ที่ หลาย ๆ แบรนด์ช่วงที่ผ่านมา ก็ทำให้รู้ว่า "กาแฟเหมือนกัน ยังไม่เหมือนกันเลย" ทั้งรสชาติและผลลัพธ์

ทดลองดื่มกาแฟดำสไตล์ญี่ปุ่นที่ร้านเบเชกู  ร้านกาแฟดังของเชียงรายค่ะ

กลับจากปีนัง ก็ไปที่ห้างใหญ่ในเมืองที่พี่แม็คอยู่ค่ะ เขามีสตาร์บัค เลยซื้อแบบ Ready Brew มันไม่มี Italian Roast แบบที่เราเคยกิน มีอีกรสชาติค่ะ ก็ซื้อมาแบบ 3 ซอง กะว่ากินวันละซองตอนเช้าก็พอ เดี๋ยวไม่กี่วันก็กลับแล้ว พอได้ดื่มกาแฟ ร่างกายก็โอเคขึ้นค่ะ หลายคนคงสงสัยว่า มันติดไหม คือ มันไม่ใช่ติดค่ะ มันก็เหมือนกับเราได้ดื่มน้ำปั่นผักผลไม้ อาหารดี ๆ กินแล้ว ร่างกายมันดี ก็เท่านั้นเองค่ะ และไม่เกี่ยวกับว่ากินกาแฟนอนไม่หลับ เพราะ บีมเคยดื่มกาแฟช่วงเย็น ๆ ถึง 4 ทุ่ม ก็หลับอยู่ดี...ส่วนใหญ่น่าจะเป็นเพราะนาฬิกาชีวิตรวนมากกว่าค่ะ...ไม่เกี่ยวกับกาแฟหรอก หรือ อีกอย่างคือ ใส่น้ำตาลกับนมข้นหวานในกาแฟเยอะมากกว่า ที่ทำให้เป็นแบบนั้น...กาแฟเฉย ๆ ไม่ได้แย่นะคะ...ส่วนการติดกาแฟ จริง ๆ คือไม่ใช่ ติดน้ำตาลในกาแฟมากกว่าค่ะ อันนั้นส่งผลต่อร่างกายรุนแรง ไว้ค่อยมาคุยเรื่องนี้ต่อในโพสต์หน้า ๆ นะคะ

การดื่มผิดวิธี ก็ส่งผลแย่เหมือนกันค่ะ 

คือ วันกลับมาที่สนามบินหาดใหญ่ ไม่มีสตาร์บัค แต่มี Black Canyon และไปสั่งกาแฟดำมาละ แต่พอมานั่งดูเมนูต่อ ก็อยากลอง Espresso เฉยเลย เพราะถามสามีว่ามันคืออะไร เขาบอกว่า มันคั้นจากเมล็ดสด ๆ เลยไม่ผสมน้ำหรืออะไรเลย ด้วยความชอบทดลอง เลยสั่งมาลอง โอ้โห...ไม่ไหวค่ะ แรงเกิ๊นนน... 

และสามีก็ดันดื่มกาแฟดำไม่หมด (คือ พอเราสั่ง Espresso มา นางบอกว่าจะดื่มตัวกาแฟดำเอง) เขาไม่ชอบรสชาติ เลยไม่หมด เราก็เสียดาย หลัง Espresso หมดแก้ว สักพัก ก็มาจัดกาแฟดำจนหมดด้วยความเสียดาย) ผล คือ Alert ผิดปกติ มือสั่นอีกต่างหาก แม่เจ้า...ต้องดื่มน้ำเข้าไปไล่เยอะพอสมควร ผลคือ ทำให้ปัสสาวะบ่อยมากกก และจากที่ไม่เคยต้องเข้าห้องน้ำบนเครื่องบินเลย รอบนี้ไม่ไหวจริง ๆ เพราะถ้าไม่ดื่มน้ำเปล่าไล่กาแฟออก จะมือสั่นและ Alert เกินเหตุ พอดื่มน้ำ ก็ต้องเข้าห้องน้ำมากกว่าปกติอีก แต่เลือกเอาอย่างหลังดีกว่าค่ะ ก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร แค่กลับมาแล้วลูกร้องหาแค่นั้นเอง (T_T)

ทดสอบพลังตับ

พวกชอบทดลองอย่างบีม จะเอาให้รู้จริง พอบีมรู้สึกว่าตับแข็งแรง ไม่เป็นสิวง่ายแล้ว บีมเลยลองเพิ่มสเต็ปการทดลอง โดยลองกินอาหารผัด ทอด เนื้อสัตว์ ที่ปกติตัวเองไม่กินค่ะ หรือกินแล้วสิวจะขึ้น สรุปว่า...สิวไม่ค่อยขึ้นเยอะ แต่ขึ้นนะคะ คือ มีที่หว่างคิ้ว กราม คอ อก หลังจากที่เรากินพวกนี้ คือ ยังขึ้นค่ะ ซึ่งตรงกับผลการวิจัยของหลาย ๆ สำนักว่า การกินกาแฟนั้นดีต่อตับแน่นอน แต่...มันจะได้ผลชัดเจนถ้าคนคนนั้นหรือผู้ป่วยคนนั้นดูแลสุขภาพและเลือกแต่ Healthy Choices ให้ตัวเองค่ะ ซึ่งจะไม่ค่อยได้ผลกับกลุ่มที่ยังดื่มแอลกอฮอล์อยู่ หรือ กินมัน กินหวาน และไม่ออกกำลังกายอยู่ค่ะ

สรุปประเด็นให้นะคะสำหรับโพสต์นี้ ที่เน้นการเล่าผลการทดลองให้ค่ะ

  1. การดื่มกาแฟดำ ทำให้สิวหายจริง ๆ และมีโอกาสขึ้นกลับมายากกว่าปกติ
  2. ช่วงแรก ๆ ที่ปรับตัว อาจมีสิวขับพิษขึ้นบ้าง แต่ให้สังเกตสุขภาพโดยรวมนะคะ ว่าตัวเองมีพลังและความสดชื่นเพิ่มแค่ไหน
  3. การดื่มกาแฟดำ ทำให้สุขภาพดีขึ้นจริงในหลาย ๆ ทาง (คงเพราะทำให้ตับที่เป็นอวัยวะสำคัญที่สุดของร่างกายแข็งแรงขึ้นจริง)
  4. การดื่มกาแฟดำ ทำให้หน้าใส ความมันลดลงจริง 
  5. ต้องกาแฟดำแบบอุ่น ๆ และไม่ผสมอะไรเลยเท่านั้นที่จะทำได้
  6. จะดื่มกาแฟให้สิวหาย ต้องดูแลสุขภาพด้วยค่ะ
  7. การดื่มกาแฟไม่ได้ทำให้ร่างกายร้อนขึ้นเหมือนอย่างที่บีมเข้าใจแต่แรก แม้มันจะเป็นอาหารจัดอยู่ในฤทธิ์ร้อนตามแนวคุณหมอเขียว แต่จากการทดลองของบีม มันไม่ได้ทำให้ร่างกายร้อนขึ้น แต่มันทำให้ขับปัสสาวะและขับความร้อนออกมามากขึ้น (อันนี้ต้องศึกษาต่อค่ะ แต่ไม่ได้ทำให้ร้อนขึ้นแน่นอน) ดังนั้น คนที่เป็นสิวอักเสบ บีมว่าดื่มได้เลยนะคะ (ข้อมูลต่างจากโพสต์แรกที่บีมเขียนในการทดลองเรื่องกาแฟ)
  8. กาแฟไม่ได้ทำให้นอนไม่หลับ เพราะบีมก็หลับปกติแม้จะดื่มช่วงเย็น หรือ 2-3 แก้วต่อวันค่ะ อาการไม่โอเคต่าง ๆ ถ้าไม่ได้เกิดจากแพ้คาเฟอีนจริง ๆ เป็นเพราะส่วนผสมอื่นที่ไม่ดีต่อสุขภาพในกาแฟมากกว่า เช่น น้ำตาล ครีมเทียม นมข้นหวาน เป็นต้น
  9. ให้สังเกตตัวเองเป็นหลัก ต้องดื่มในปริมาณที่รู้สึกสบายเท่านั้น ถ้าใจสั่น มือสั่น อาจต้องกินแบบ Decaf (ไม่ผสมคาเฟอีน) และต้องดื่มน้ำอุ่นไล่ไปเยอะ ๆ ค่ะ 
  10. เวลาที่ควรดื่มเป็นหลัก ถ้าอิงตามแนวอายุรเวทคือ ต้องเป็นตอนเช้าก่อน 10 โมงค่ะ เพราะ มันจะช่วยขับน้ำและความหนัก (คัพพะ) ทำให้เราสดชื่น มีพลัง และพร้อมสำหรับการทำงาน ส่วนตัวบีมจะเลือกดื่มหลังจากดื่มน้ำอุ่น 1 แก้วตอนเช้าและขับถ่ายหนักเบาเสร็จแล้วค่ะ
  11. จะกินแบรนด์ไหนก็ได้ ขอให้กินแล้วส่งผลดีต่อสุขภาพ (สังเกตเอง) ก็พอค่ะ ร่างกายจะบอกเราเอง
โพสต์ในเฟสส่วนตัว ที่บอกขอบคุณสามีที่ทิ้งกาแฟ 3 ซองไว้ในลิ้นชักครัววันนั้นค่ะ :)
โพสต์หน้า บีมจะมาสรุปบทความของต่างประเทศให้นะคะ เรื่องการทำงานของกาแฟที่ส่งผลดีต่อตับ ว่าน่าจะเป็นเพราะตัวไหนและช่วยเรื่องอะไรบ้างค่ะ ใครอยากรู้ ก็ไปอ่านในลิงค์ที่แนบมาด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ สำหรับคนที่ภาษาอังกฤษยังไม่แข็งแรง รอโพสต์หน้านะคะ โพสต์นี้ อ่านแล้วไปลองทานกันดูค่ะ แต่ต้องระวังในคนที่แพ้กาแฟ ซึ่งกาแฟที่มีคาเฟอีนอาจจะไม่เหมาะกับคนกลุ่มนี้ค่ะ
  1. เด็กและวัยรุ่น
  2. แม่ตั้งครรภ์และให้นมบุตร
  3. ผู้สูงอายุ
  4. ผู้ที่มีปัญหาความดันสูงหรือโรคหัวใจ
อย่างไรก็ควรจะเช็คข้อห้ามของการดื่มก่อนนะคะ และสังเกตตัวเองอีกทีว่าดื่มแล้ว สบายหรือไม่สบายค่ะ ... มีแต่เราเท่านั้นที่รู้จักร่างกายเราเองดีค่ะ... :-) #หมอที่ดีที่สุดคือตัวเราเอง

---

ข้อมูลอ้างอิงเรื่องประโยชน์ของกาแฟต่อสุขภาพ (มีงานวิจัยรองรับ)




ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

วิเคราะห์สิวของคุณด้วยภาพประวัติสิวของบีม พร้อมแนะนำวิธีค่ะ

ผู้ที่เป็นสิวเวลาที่ติดต่อขอรับคำปรึกษาจากบีมจะมีนิยามของสิวบนหน้าตัวเองแตกต่างกันไปค่ะ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมบีมจึงต้องขอรูปถ่ายสภาพผิวที่ชัดเจนก่อนเสมอที่่จะให้คำปรึกษา เพราะ บางคนไม่เคยเป็นสิวเลยในชีวิตและพึ่งจะมาเป็น ตอนคุยกันแบบไม่เห็นรูป จากคำอธิบายของเขาทำให้บีมจินตนาการแบบว่าของเขานี่สุด ๆ เลย แต่พอบีมได้เห็นรูป ก็...อ้าว เป็นไม่เยอะนี่นา เปรียบเทียบกับอีกท่านที่เป็นสิวมาน้านนานละ หลายปีดีดัก เขาก็จะพูดแบบว่าเฉย ๆ ก็เป็นสิวนะ ดีขึ้นมากแล้ว แต่พอเราเห็น เราก็แบบว่า เออ...ของคุณเรียกว่ายังมีัปัญหาเยอะอยู่นะคะ (คิดในใจ)

เพื่อให้เพื่อน ๆ แก้ปัญหาสิวของตัวเองได้ดีขึ้น บีมจึงคิดว่าเราควรมารู้จักกันก่อนว่าสิวแบบไหนเรียกว่าอะไรในบทความนี้นะคะ จะได้นิยามกันถูกต้องค่ะ

บีมจะอธิบายจากภาพอดีตสิวของบีมเองก็แล้วกันนะคะ ง่ายดี

นี่คือสภาพผิวของคนเป็นสิวโดยทั่วไปนะคะ ตอนนั้นเป็นช่วงก่อนที่บีมจะค้นพบวิธีรักษาสิวจากภายในค่ะ ตอนนั้นยังใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่มีจำหน่ายทั่วไป เช่น BP กับเจลล้างหน้าสำหรับผิวเป็นสิว ถ้าจำไม่ผิด คิดว่าช่วงนั้นน่าจะใช้ Acne Aid ค่ะ ก็หาดูในเน็ตเอาค่ะ ว่าเขาแนะนำและใช้อะไร…

วิธีล้างลำไส้แบบธรรมชาติ

เราควรมารู้จักก่อนว่า ของเสียและพิษที่สะสมในลำไส้นั้นมีอะไรบ้าง จะได้เข้าใจถึงกระบวนการล้างได้ถูกวิธี
พิษสะสมในลำไส้หลัก ๆ มาจากสิ่งต่อไปนี ลิ่มของนมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัวที่เป็นเมือกเหนียวอันเกิดจากการรวมตัวระหว่างนมกับน้ำย่อย ส่วนนี้จะไปเป็นเมือกเกาะติดตามผนังลำไส้น้ำมันพืชชนิดไม่อิ่มตัวสายยาวและไขมันทรานส์ที่จะเกาะอยู่ตามผนังลำไส้หากลำไส้เล็กย่อยไม่ได้หมดหรือย่อยไม่ได้เลยอาหารที่ย่อยไม่หมดจากระบบย่อยไม่สมบูรณ์ (เพราะตับ ลำไส้เล็ก ตับอ่อน ผลิตภัณฑ์เอ็นไซม์ย่อยไม่ได้มากนัก หรือการเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด)อาหารที่น้ำย่อยย่อยไม่ได้ หลัก ๆ คือ อาหารแปรรูปและอาหารผ่านไมโครเวฟพยาธิและจุลชีพที่เป็นโทษที่ติดมากับอาหาร ผักสด เนื้อสด เป็นต้น กลุ่มนี้จะมาโตในลำไส้ของเราได้ด้วยและแพร่กระจายไปจุดอื่น ๆ ได้ด้วยสารสังเคราะห์ที่ผสมในอาหาร เช่น สารกันเสีย สีผสมอาหาร สารแต่งกลิ่น ผงชูรส ฟอร์มาลีน เป็นต้นยาปฏิชีวนะที่ฆ่าเชื้อแบคทีเรียในร่างกายทั้งตัวที่ดีและไม่ดี และยาบางชนิดก็ไประคายเคืองผนังกระเพาะและลำไส้อีกด้วย ทำให้ผนังลำไส้เสียหาย ดูดซึมสารอาหารและน้ำได้ไม่ดี
พิษเหล่านี้จะสร้างภาวะที่เป็นกรดและความร้…

บทสวดก่อนกินข้าว (ละอัตตาของการบริโภคนิยม)

บีมกลัวลืมค่ะ เลยรีบมาอัพแต่เช้า เอาไว้ให้ตัวเองอ่านด้วย และคงจะเป็นประโยชน์หากเพื่อน ๆ จะนำไปใช้ด้วย เพื่อละกิเลส ณ เวลาที่กินอะไร...
ไปเจอ 2 บทพิจารณาที่บอร์ดพลังจิต...มีดังนี้
บทที่ 1
ข้าวทุกจาน อาหารทุกอย่าง อย่ากินทิ้งขว้าง เป็นของมีค่า หลายคนเหนื่อยยาก ลำบากหนักหนา สงสารบรรดา คนยากคนจน ในโลกนี้ ยังมีคนที่จนยาก แสนลำบาก อัตคัตและขัดสน อย่ากินทิ้งขว้างตามใจตน สงสารคนอื่นที่ไม่มีกิน ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณแม่ครัว ที่ท่านกรุณา เมตตาทำอาหารมาให้ เราชาว...(ระบุ)...ซาบซึ้งน้ำใจ ตั้งแต่นี้ต่อไป จะทำความดีตอบแทน...
ตรง เราชาว...บีมก็ไม่มีไอเดียว่าให้ใส่อะไร หรือต้องใส่ "ชาวโลก"? ไม่รู้นะคะ อาจจะใส่ชื่อเราก็ได้


บทที่ 2 ปะฏิสังขา โยนิโส ปิณฑะปาตัง ปะฏิเสวามิ เนวะทวายะ นะ มะทายะ นะ มัณฑะนายะ นะ วิภูสะนายะ ยะวะเทวะ อิมัสสะกายัสสะ ฐิติยายาปะนายะ วิหิงสุปะระติยา พรัหมะจริยานุคคะหายะ ดิติ ปุราณัญจะ เวทะนัง ปะฏิหังขามินะวัญจะ เวทะนัง นะ อุปปาเทสสามิ ยาตรา จะ เม ภะวิสสะติ อะนะวัชชะตา จะผาสุวิหาโรจาติ
คำแปล
ปะฏิสังขา โยนิโส ปิณฑะปาตัง ปะฏิเสวามิ เราย่อมพิจารณาโดยแยบคายแล้วฉันบิณฑบาต เนวะ ทวายะ ไม่ให้เ…