ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

Dr.Jacob กับความรู้สู่การดูแลลูกด้วยธรรมชาติบำบัด

Dr.Jacob Vadakkanchery แพทย์ด้านธรรมชาติบำบัดและผู้อำนวยการแห่ง Nature Life International
เมื่อวันศุกร์ที่ 23 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา บีมกับพี่แม็คได้ไปร่วมรับฟังแนวทางการดูแลลูกด้วยธรรมชาติ โดยโรงเรียนได้รับเชิญ Dr.Jacob Vadakkanchery ผู้อำนวยการองค์กร Nature Life International มาเป็นวิทยากรเพื่อให้ความรู้ในครั้งนี้

บีมกับพี่แม็คประทับใจในวิธีการสอนและการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ของท่านมาก รู้สึกว่า ท่านทำให้เรื่องธรรมชาติบำบัดเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ง่ายมาก ๆ และทำให้เราสองคนตกผลึกความรู้ไปอีกขั้น และทำให้เรามั่นใจในการดำเนินชีวิตที่เข้าใกล้ธรรมชาติบำบัดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ว่าการเดินไปในเส้นทางที่เราทำอยู่นี้ ต้องทำให้เราและคนที่เรารักทุกคนบรรลุเป้าหมายด้านสุขภาพที่ดีอย่างแน่นอน เพราะมีท่านเป็นตัวอย่างที่เราสัมผัสได้จริงอยู่ที่นี่แล้ว (บีมธรรมชาติมากวันนั้น สระผมเสร็จก็ไปที่โรงเรียนเลยทีเดียว ไม่ต้องจัดแต่งอะไรละ ^^)

บีมขอสรุปเป็นประเด็น ๆ ตามที่บีมเข้าใจ และเพื่อให้เข้าใจได้ง่ายสำหรับทุกคนดังต่อไปนี้ค่ะ

  • มนุษย์เราเกิดมาจากเซลล์ที่มาอยู่รวมกันหลักพันล้านเซลล์ หากเราค่อย ๆ ดึงเซลล์ของเราออกไปทีละเซลล์ ๆ จนครบพันล้านเซลล์ เราก็จะไม่มีอะไรเหลืออยู่เลย นั่นหมายถึงว่า การที่จะดูแลสุขภาพของเราให้ดี เราจะต้องดูแลเซลล์ของเราให้มีความสุข ให้ในสิ่งที่เซลล์ต้องการ ก็เท่านั้นเอง
  • แล้วเซลล์ของเราต้องการอะไร? เซลล์ของเราต้องการอาหารที่ดี อากาศที่ดีและมากพอ (ออกซิเจน/ลมปราณ/ชี่/พลังชีวิต) การพักผ่อนที่มีคุณภาพและเพียงพอ น้ำที่สะอาด จิตที่คิดบวกและส่งพลังงานบวก 
  • หากเราได้ให้ในสิ่งที่เซลล์ของเราต้องการ เราก็จะมีสุขภาพที่ดีอย่างแน่นอน
  • เราไม่ใช่เจ้าของร่างกายนี้ เราเป็นเพียงผู้รับใช้หรือผู้ช่วยเหลือให้ร่างกายได้รับในสิ่งที่เขาต้องการตามธรรมชาติ
  • เซลล์ไม่ได้ต้องการยารักษาโรคใด ๆ ไม่ได้ต้องการวัคซีนใด ๆ เพราะ เซลล์มีพลังตามธรรมชาติที่จะซ่อมแซม ฟื้นฟู เยียวยาตัวเองได้ตามธรรมชาติอยู่แล้ว
  • เซลล์ของเรารู้ดีว่าจะย่อยอาหารอย่างไร ขับถ่ายอย่างไร นอนอย่างไร กิจกรรมของเซลล์ที่ดำเนินไป คือ พลังชีวิตที่ขับเคลื่อนไป (Life Force) ตามธรรมชาติ ไม่ได้เกิดจากการบังคับควบคุมของเราเลยแม้แต่น้อย
  • ดังนั้น เรามีหน้าที่ "ซัพพอร์ต" ให้เซลล์ได้รับสิ่งที่ต้องการเท่านั้น!
  • ดังนั้น เราจึงจำเป็นต้อง "เงี่ยหูฟัง" เซลล์ของเรา ว่าขณะนี้เขาต้องการอะไรกันแน่ แล้วตอบสนองไปตามนั้น 
  • เวลาที่เรากินอาหารที่ไม่ดี อาหารเสีย อาหารมีพิษปนเปื้อน ร่างกายจะเริ่มดูดซึมของที่ไม่ดีเข้าไปในระบบทางเดินอาหาร และหากเราไม่สามารถขับถ่ายได้ดีเป็นปกติ ดื่มน้ำน้อย หรือเกิดการสะสมไปนาน ๆ ก็จะทำให้เกิดมูก เมือก ที่พยายามผลักพิษเหล่านั้นออกทางจมูก ปาก ลำคอ เป็นอาการคล้ายหวัด ภูมิแพ้ ซึ่งคนส่วนมาก จะพยายามกินยาเพื่อกดอาการไม่ให้น้ำมูกไหลหรือจาม กดอาการไข้ ฯลฯ สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาก็คือ มูกและเมือกเหล่านี้จะสะสมอยู่ในปอด ระบบทางเดินหายใจ และไซนัส ทำให้มีอาการเหมือนภูมิแพ้และมีอาการแพ้ง่ายขึ้น
  • เวลาที่เด็ก ๆ ของเราไปฉีดวัคซีน ร่างกายจะไม่สบาย เป็นไข้ งอแง เพราะในวัคซีนจะประกอบไปด้วยพิษมากมาย ดูข้อมูลส่วนผสมในวัคซีนได้ที่ https://www.cdc.gov/vaccines/vac-gen/additives.htm และคุณหมอได้พิสูจน์กับเด็ก ๆ ของท่านแล้วว่า วัคซีนไม่จำเป็นต่อการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับเด็ก ๆ (อย่างไรก็ตาม นี่เป็นสิ่งที่คุณหมอแสดงความเห็นและนักธรรมชาติบำบัดที่บีมเคยพบมา ได้ให้ข้อมูลมาอย่างเดียวกัน สำหรับบีมแล้ว เป็นสิ่งที่บีมจะหาคำตอบต่อไปค่ะ เกี่ยวกับเรื่องของวัคซีน)
  • ยาแก้ปวดทั้งของเด็กและผู้ใหญ่นั้น เป็นพิษสูงมาก ทำให้ตับและไตมีปัญหาอย่างรุนแรง คุณหมอยกตัวอย่างว่า หากเรานำยาพาราฯ มาบดให้ละเอียด แล้วคลุกกับข้าวสวยสุกเอาไว้ ทิ้งไว้ในครัว ผ่านไป 1 คืน แล้วกลับมาดู ก็จะพบว่า มีหนูตายอยู่รอบ ๆ ถ้วยข้าวที่ผสมยาพาราฯ นั้นแน่นอน ซึ่งพาราฯ สามารถฆ่าหนูได้ ฆ่าแมวได้ ฆ่าเด็ก ๆ ได้ และฆ่าคนได้ ในโดสที่สูงขึ้น ๆ (คุณหมอมีข้อมูลอ้างอิง)
  • และมียาแก้ปวดตระกูลพาราฯ สำหรับเด็ก ที่ถูกแบนไปแล้วทั่วโลก เพราะ ทำให้เด็กตับไหม้ (burnt liver) หลังจากกินยานั้นเข้าไป และมีเด็กเสียชีวิตจากการกินยาดังกล่าวอีกด้วย (คุณหมอมีข้อมูลอ้างอิง)
  • ยาสีฟันที่จำหน่ายทั่วไป ก็เป็นอีกตัวหนึ่งที่มีความเป็นพิษต่อเด็ก ๆ 
  • การที่จะทำให้เด็ก ๆ ของเรามีสุขภาพที่ดีนั้น ดูแลอย่างง่าย ๆ ได้ คือ ให้พวกเขากินผัก ผลไม้ น้ำมะพร้าว น้ำเปล่า (ไม่ร้อน ไม่อุ่น ไม่เย็นไป เป็นน้ำอุณหภูมิตามธรรมชาติ) ไม่ต้องกินเนื้อสัตว์ เพราะเขาจะได้รับโปรตีนจากพืชผักผลไม้ที่หลากหลายอยู่แล้ว และการนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ
  • นมสัตว์ไม่ใช่สิ่งเหมาะสมกับคนหรือเด็ก ๆ ของเรา และเด็ก ๆ ควรเลิกกินนมได้เมื่ออายุประมาณ 2 ขวบ (ตัวเลขนี้ไม่ชัวร์นะคะ แต่จำได้ว่า จะต้องเลิกถ้าฟันเด็กขึ้นหมดแล้ว) ให้มากินอาหารแทน เพราะธรรมชาติสร้างให้มาแบบนั้น ให้มีระบบย่อยที่สมบูรณ์ มีฟันที่ขบเคี้ยวได้และแข็งแรง ก็ต้องดูแลให้เป็นไปตามธรรมชาติ
  • พลังงานชีวิตหรือ Life Force นั้น เป็นพลังแห่งการเยียวยาอย่างแท้จริง และเฉพาะพืชผักเท่านั้นที่มีพลังเหล่านี้ สังเกตได้ว่า หากเราโยนมะเขือเทศออกไปทั้งผลที่นอกหน้าต่าง แล้วเราปล่อยทิ้งไว้แบบนั้น ไม่นานจะพบว่ามันสามารถงอกเป็นต้นใหม่ขึ้นมาได้ นั่นล่ะ คือ พลังชีวิตในพืชผักสด ที่ทำให้มันงอกขึ้นใหม่ได้ และแทนที่เราจะโยนออกไปนอกหน้าต่าง เราโยนเข้าในปากเรา ให้พลังนั้นมาฟื้นฟูเยียวยาเซลล์ของเราจะดีกว่าไหม? (คุณหมอถาม)
  • การเลือกผักผลไม้นั้น ควรเลือกที่อยู่ในระยะทางใกล้กับเราให้มากที่สุด เพราะ พืชผักผลไม้จากต่างถิ่น เดินทางจากแดนไกล เราไม่ทราบได้แน่ชัดว่ามันผสมอะไรมาบ้าง
  • มีคำถามว่า หากเรากินเนื้อสัตว์ และไข่ ที่ออร์แกนิค จะแตกต่างอย่างไรกับการกินมังสวิรัติที่เป็นออร์แกนิค? คำตอบจากคุณหมอคือ การกินเนื้อสัตว์​ นม ไข่ ที่เป็นออร์แกนิค เราจะได้รับสารอาหารแค่ 3 ตัว คือ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน แต่ในขณะที่การกินผักผลไม้ เนื้อมะพร้าว น้ำมะพร้าว เป็นหลักนั้น จะได้รับ 3 ตัวข้างต้น + อีก 10 อย่าง (บีมจำได้ไม่หมดค่ะ แต่จะเป็นพวกเอ็นไซม์ที่จะมีเฉพาะในผักผลไม้สดเท่านั้น มีพลังชีวิต มีไฟโตนิวเทรียนส์ เป็นต้น)
  • ให้ดื่มน้ำอุณหภูมิห้อง ไม่ต้องแช่เย็น ไม่ต้องใส่น้ำแข็ง ไม่ต้องต้ม น้ำน้ันมีพลังชีวิตสูงสุด
  • มีผู้ปกครองถามว่า ถ้าเด็กได้รับการวินิจฉัยว่าแพ้อาหาร 15 อย่าง ควรจะต้องดูแลรักษาอย่างไร? คุณหมอตอบว่า ให้กินเฉพาะผลไม้ น้ำมะพร้าว น้ำเปล่า เป็นเวลา 15 วัน แล้วจะดีขึ้นเอง
ข้อมูลทั้งหมดนี้ เป็นข้อมูลที่บีมกับพี่แม็คได้รับจากคุณหมอในช่วงเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า ๆ ซึ่งท่านเองได้ใช้แนวทางนี้มากว่า 37 ปี โดยไม่มีโรคภัยใด ๆ มากล้ำกลายเลย พี่แม็คได้ลองทดสอบกำลังของท่านด้วยการจับมือ ก็รู้สึกได้ว่า กระดูกและกล้ามเนื้อของท่านแข็งแรงมาก แม้จะดูตัวเล็กผอมบางก็ตาม

อย่างไรก็ตาม นี่คือ การบอกเล่าสู่กันฟังเพื่อเปิดประตูสู่โลกของธรรมชาติบำบัดอีกหนึ่งบาน ไม่ใช่บทความที่จะนำไปอ้างอิงเชิงการแพทย์ได้ สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับธรรมชาติบำบัดของศูนย์แห่งนี้ บีมแนะนำให้ติดต่อกับทางศูนย์เพื่อสอบถามข้อมูลโดยตรงที่ http://www.naturelifeinternational.com/index.aspx#contact 

ติดตามข่าวสารอัพเดทต่าง ๆ ได้ที่
www.facebook.com/beams.secret
www.facebook.com/MindDetoxforAdultAcne


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

วิเคราะห์สิวของคุณด้วยภาพประวัติสิวของบีม พร้อมแนะนำวิธีค่ะ

ผู้ที่เป็นสิวเวลาที่ติดต่อขอรับคำปรึกษาจากบีมจะมีนิยามของสิวบนหน้าตัวเองแตกต่างกันไปค่ะ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมบีมจึงต้องขอรูปถ่ายสภาพผิวที่ชัดเจนก่อนเสมอที่่จะให้คำปรึกษา เพราะ บางคนไม่เคยเป็นสิวเลยในชีวิตและพึ่งจะมาเป็น ตอนคุยกันแบบไม่เห็นรูป จากคำอธิบายของเขาทำให้บีมจินตนาการแบบว่าของเขานี่สุด ๆ เลย แต่พอบีมได้เห็นรูป ก็...อ้าว เป็นไม่เยอะนี่นา เปรียบเทียบกับอีกท่านที่เป็นสิวมาน้านนานละ หลายปีดีดัก เขาก็จะพูดแบบว่าเฉย ๆ ก็เป็นสิวนะ ดีขึ้นมากแล้ว แต่พอเราเห็น เราก็แบบว่า เออ...ของคุณเรียกว่ายังมีัปัญหาเยอะอยู่นะคะ (คิดในใจ) เพื่อให้เพื่อน ๆ แก้ปัญหาสิวของตัวเองได้ดีขึ้น บีมจึงคิดว่าเราควรมารู้จักกันก่อนว่าสิวแบบไหนเรียกว่าอะไรในบทความนี้นะคะ จะได้นิยามกันถูกต้องค่ะ บีมจะอธิบายจากภาพอดีตสิวของบีมเองก็แล้วกันนะคะ ง่ายดี นี่คือสภาพผิวของคนเป็นสิวโดยทั่วไปนะคะ ตอนนั้นเป็นช่วงก่อนที่บีมจะค้นพบวิธีรักษาสิวจากภายในค่ะ ตอนนั้นยังใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่มีจำหน่ายทั่วไป เช่น BP กับเจลล้างหน้าสำหรับผิวเป็นสิว ถ้าจำไม่ผิด คิดว่าช่วงนั้นน่าจะใช้ Acne Aid ค่ะ ก็หาดูในเน็ตเอาค่ะ ว่าเขาแนะน

วิธีล้างลำไส้แบบธรรมชาติ

เราควรมารู้จักก่อนว่า ของเสียและพิษที่สะสมในลำไส้นั้นมีอะไรบ้าง จะได้เข้าใจถึงกระบวนการล้างได้ถูกวิธี พิษสะสมในลำไส้หลัก ๆ มาจากสิ่งต่อไปนี ลิ่มของนมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัวที่เป็นเมือกเหนียวอันเกิดจากการรวมตัวระหว่างนมกับน้ำย่อย ส่วนนี้จะไปเป็นเมือกเกาะติดตามผนังลำไส้ น้ำมันพืชชนิดไม่อิ่มตัวสายยาวและไขมันทรานส์ที่จะเกาะอยู่ตามผนังลำไส้หากลำไส้เล็กย่อยไม่ได้หมดหรือย่อยไม่ได้เลย อาหารที่ย่อยไม่หมดจากระบบย่อยไม่สมบูรณ์ (เพราะตับ ลำไส้เล็ก ตับอ่อน ผลิตภัณฑ์เอ็นไซม์ย่อยไม่ได้มากนัก หรือการเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด) อาหารที่น้ำย่อยย่อยไม่ได้ หลัก ๆ คือ อาหารแปรรูปและอาหารผ่านไมโครเวฟ พยาธิและจุลชีพที่เป็นโทษที่ติดมากับอาหาร ผักสด เนื้อสด เป็นต้น กลุ่มนี้จะมาโตในลำไส้ของเราได้ด้วยและแพร่กระจายไปจุดอื่น ๆ ได้ด้วย สารสังเคราะห์ที่ผสมในอาหาร เช่น สารกันเสีย สีผสมอาหาร สารแต่งกลิ่น ผงชูรส ฟอร์มาลีน เป็นต้น ยาปฏิชีวนะที่ฆ่าเชื้อแบคทีเรียในร่างกายทั้งตัวที่ดีและไม่ดี และยาบางชนิดก็ไประคายเคืองผนังกระเพาะและลำไส้อีกด้วย ทำให้ผนังลำไส้เสียหาย ดูดซึมสารอาหารและน้ำได้ไม่ดี พิษเหล่านี้จะส

บทสวดก่อนกินข้าว (ละอัตตาของการบริโภคนิยม)

บีมกลัวลืมค่ะ เลยรีบมาอัพแต่เช้า เอาไว้ให้ตัวเองอ่านด้วย และคงจะเป็นประโยชน์หากเพื่อน ๆ จะนำไปใช้ด้วย เพื่อละกิเลส ณ เวลาที่กินอะไร... ไปเจอ 2 บทพิจารณาที่บอร์ดพลังจิต...มีดังนี้ บทที่ 1 ข้าวทุกจาน อาหารทุกอย่าง อย่ากินทิ้งขว้าง เป็นของมีค่า หลายคนเหนื่อยยาก ลำบากหนักหนา สงสารบรรดา คนยากคนจน ในโลกนี้ ยังมีคนที่จนยาก แสนลำบาก อัตคัตและขัดสน อย่ากินทิ้งขว้างตามใจตน สงสารคนอื่นที่ไม่มีกิน ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณแม่ครัว ที่ท่านกรุณา เมตตาทำอาหารมาให้ เราชาว...(ระบุ)...ซาบซึ้งน้ำใจ ตั้งแต่นี้ต่อไป จะทำความดีตอบแทน... ตรง เราชาว...บีมก็ไม่มีไอเดียว่าให้ใส่อะไร หรือต้องใส่ "ชาวโลก"? ไม่รู้นะคะ อาจจะใส่ชื่อเราก็ได้ บทที่ 2 ปะฏิสังขา โยนิโส ปิณฑะปาตัง ปะฏิเสวามิ เนวะ ทวายะ นะ มะทายะ นะ มัณฑะนายะ นะ วิภูสะนายะ ยะวะเทวะ อิมัสสะกายัสสะ ฐิติยา ยาปะนายะ วิหิงสุปะระติยา พรัหมะจริยานุคคะหายะ ดิติ ปุราณัญจะ เวทะนัง ปะฏิหังขามิ นะวัญจะ เวทะนัง นะ อุปปาเทสสามิ ยาตรา จะ เม ภะวิสสะติ อะนะวัชชะตา จะผาสุวิหาโร จาติ คำแปล ปะฏิสังขา โยนิโส ปิณฑะปาตัง ปะฏิเสวามิ เราย่อมพิจารณาโดยแยบค