Skip to main content

ล้างลำไส้ฉบับง่ายและประหยัดด้วยน้ำเกลือหิมาลัย สูตร Dr.Axe (แปลไทย)


ล้างลำไส้ฉบับง่ายและประหยัดด้วยน้ำเกลือหิมาลัย เวลาที่ใช้ทั้งหมด: 5 นาที สูตรสำหรับ 1 ที่
ส่วนผสม 1. เกลือหิมาลัย 2 ช้อนชา 2. ขวดโหลที่มีฝาปิด ขนาดบรรจุ 1 ลิตร 3. น้ำกรองร้อน 1 ลิตร 4. น้ำมะนาวสด 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ 1. ต้มน้ำแต่ไม่ต้องให้น้ำเดือด (พอให้อุ่นๆ) 2. ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงใสขวดโหล ปิดฝา เขย่าแรง ๆ จนกว่าจะไม่เห็นอณูของส่วนผสมทั้งหมด (ละลายหมดในน้ำ) 3. พยายามดื่มให้หมดภายใน 5 นาที 4. นอนตะแคงข้างแล้วนวดท้องข้างนั้น จากนั้นตะแคงอีกข้างแล้วนวดท้องข้างที่เหลือ พยายามอยู่ให้ถึง 30 นาที จะทำให้เกลือร่างกายดูดซึมเกลือเข้าไปได้มากที่สุด 5. หลังจากดื่มน้ำเกลือนี้เข้าไปทั้งหมดไม่นาน ก็จะรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำ 6. เมื่อทนไม่ไหวแล้ว ให้ไปห้องน้ำ และอาจจะต้องเข้าห้องน้ำอีกหลายชั่วโมงจนกว่าของเสียในลำไส้จะถูกกำจัดออกทั้งหมด
แปลจากhttps://draxe.com/salt-water-flush-recipe/ -----------------------------------
บีมแบ่งปันประสบการณ์ส่วนตัว
ก่อนจะมาเจอบทความนี้ บีมได้ดื่มเกลือหิมาลัยมานานแล้วค่ะ โดยจะดื่ม 1 แก้วในตอนเช้าผสมกับน้ำอุ่นแก้วใหญ่ ซึ่งถ้าผสมกับน้ำมะนาว รสชาติจะดีกว่ามาก เมื่อดื่มแล้ววิ่งเหยาะ ๆ สักครู่ จะรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำ และถ้ายังไม่ได้ทานอาหารเช้า ก็จะมีการเข้าห้องน้ำอีก ถ่ายเหลว ๆ แต่พอออกหมดแล้ว จะรู้สึกโล่งมาก ๆ ซึ่งครั้งนี้ ได้ความมั่นใจจากเว็บไซท์ Dr.Axe และได้สัดส่วนที่แน่นอน ก็จะทดลองทำดูแบบฉบับเต็มไปพร้อมกับเพื่อน ๆ นะคะ
และการดื่มน้ำเกลือหิมาลัยจะช่วยให้ผิวที่มีปัญหาขาดน้ำชุ่มชื้นขึ้น ริมฝีปากนิ่มขึ้น หายใจคล่องขึ้น สุขภาพโดยรวมดีขึ้นมาก ๆ ค่ะ ต้องลองเองเลย มันง่ายซะจนไม่น่าเชื่อว่าเกลือแค่วันละช้อนเดียวจะช่วยได้จริงๆ
สำหรับใครที่มีอาการอะไรหลังดื่มน้ำเกลือหิมาลัยผสมมะนาวไปได้สักพัก และมั่นใจว่าดูแลตัวเองได้ดีมาก อาการไม่สบายตัวเหล่านั้นเรียกว่า healing crisis นะคะ ที่ทุกคนต้องเจอ แต่จะมากน้อยแค่ไหน แล้วแต่สภาพร่างกายของแต่ละคนค่ะ ถ้าสุขภาพดี จะไม่มีอาการนี้เกิดขึ้นหรือเกิดน้อยมาก ๆ ค่ะ
healing crisis คืออะไร หาคำตอบได้ในคลิปนี้นะคะ https://www.facebook.com/Siwsecret.Academy/videos/1437124392993156/
---------------------------------
Salt Water Flush Recipe
Salt Water Flush Recipe Total Time: 5 minutes Serves: 1
INGREDIENTS: 2 teaspoons of sea salt glass jar with a lid 1 liter of hot filtered water 2 tablespoons of fresh lemon juice or one cup of lemon water
DIRECTIONS: 1. Heat up your water but not to boiling. 2. Add your ingredients into the jar and put the lid on. Shake it vigorously to fully dissolve the salt. Make sure no granules are visible. 3. Drink the mixture quickly, within a few minutes if possible (under 5 minutes is the goal). 4. Lay down on your side and massage your belly on one side, then repeat on the other side. If you can manage to hold in the solution for about 30 minutes this will help your body fully absorb the salt. 5. Within a short time after finishing the mixture you should start to feel the urge to go to the bathroom. 6. Once you feel you can no longer hold out, go to the bathroom. You might have to go more than one time, sometimes needing to use the bathroom for several hours before you’re fully “cleansed” and your colon is emptied.

Comments

Popular posts from this blog

บทสวดก่อนกินข้าว (ละอัตตาของการบริโภคนิยม)

บีมกลัวลืมค่ะ เลยรีบมาอัพแต่เช้า เอาไว้ให้ตัวเองอ่านด้วย และคงจะเป็นประโยชน์หากเพื่อน ๆ จะนำไปใช้ด้วย เพื่อละกิเลส ณ เวลาที่กินอะไร...
ไปเจอ 2 บทพิจารณาที่บอร์ดพลังจิต...มีดังนี้
บทที่ 1
ข้าวทุกจาน อาหารทุกอย่าง อย่ากินทิ้งขว้าง เป็นของมีค่า หลายคนเหนื่อยยาก ลำบากหนักหนา สงสารบรรดา คนยากคนจน ในโลกนี้ ยังมีคนที่จนยาก แสนลำบาก อัตคัตและขัดสน อย่ากินทิ้งขว้างตามใจตน สงสารคนอื่นที่ไม่มีกิน ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณแม่ครัว ที่ท่านกรุณา เมตตาทำอาหารมาให้ เราชาว...(ระบุ)...ซาบซึ้งน้ำใจ ตั้งแต่นี้ต่อไป จะทำความดีตอบแทน...
ตรง เราชาว...บีมก็ไม่มีไอเดียว่าให้ใส่อะไร หรือต้องใส่ "ชาวโลก"? ไม่รู้นะคะ อาจจะใส่ชื่อเราก็ได้


บทที่ 2 ปะฏิสังขา โยนิโส ปิณฑะปาตัง ปะฏิเสวามิ เนวะทวายะ นะ มะทายะ นะ มัณฑะนายะ นะ วิภูสะนายะ ยะวะเทวะ อิมัสสะกายัสสะ ฐิติยายาปะนายะ วิหิงสุปะระติยา พรัหมะจริยานุคคะหายะ ดิติ ปุราณัญจะ เวทะนัง ปะฏิหังขามินะวัญจะ เวทะนัง นะ อุปปาเทสสามิ ยาตรา จะ เม ภะวิสสะติ อะนะวัชชะตา จะผาสุวิหาโรจาติ
คำแปล
ปะฏิสังขา โยนิโส ปิณฑะปาตัง ปะฏิเสวามิ เราย่อมพิจารณาโดยแยบคายแล้วฉันบิณฑบาต เนวะ ทวายะ ไม่ให้เ…

วิธีล้างลำไส้แบบธรรมชาติ

เราควรมารู้จักก่อนว่า ของเสียและพิษที่สะสมในลำไส้นั้นมีอะไรบ้าง จะได้เข้าใจถึงกระบวนการล้างได้ถูกวิธี
พิษสะสมในลำไส้หลัก ๆ มาจากสิ่งต่อไปนี ลิ่มของนมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัวที่เป็นเมือกเหนียวอันเกิดจากการรวมตัวระหว่างนมกับน้ำย่อย ส่วนนี้จะไปเป็นเมือกเกาะติดตามผนังลำไส้น้ำมันพืชชนิดไม่อิ่มตัวสายยาวและไขมันทรานส์ที่จะเกาะอยู่ตามผนังลำไส้หากลำไส้เล็กย่อยไม่ได้หมดหรือย่อยไม่ได้เลยอาหารที่ย่อยไม่หมดจากระบบย่อยไม่สมบูรณ์ (เพราะตับ ลำไส้เล็ก ตับอ่อน ผลิตภัณฑ์เอ็นไซม์ย่อยไม่ได้มากนัก หรือการเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด)อาหารที่น้ำย่อยย่อยไม่ได้ หลัก ๆ คือ อาหารแปรรูปและอาหารผ่านไมโครเวฟพยาธิและจุลชีพที่เป็นโทษที่ติดมากับอาหาร ผักสด เนื้อสด เป็นต้น กลุ่มนี้จะมาโตในลำไส้ของเราได้ด้วยและแพร่กระจายไปจุดอื่น ๆ ได้ด้วยสารสังเคราะห์ที่ผสมในอาหาร เช่น สารกันเสีย สีผสมอาหาร สารแต่งกลิ่น ผงชูรส ฟอร์มาลีน เป็นต้นยาปฏิชีวนะที่ฆ่าเชื้อแบคทีเรียในร่างกายทั้งตัวที่ดีและไม่ดี และยาบางชนิดก็ไประคายเคืองผนังกระเพาะและลำไส้อีกด้วย ทำให้ผนังลำไส้เสียหาย ดูดซึมสารอาหารและน้ำได้ไม่ดี
พิษเหล่านี้จะสร้างภาวะที่เป็นกรดและความร้…

ปิดฉาก "สิวเรื้อรัง" ด้วยการล้างพิษท่อน้ำดีและตับ

หนังสือเล่มนี้...บังเอิญครูโชคดี เห็นที่บ้านคุณแม่มานานพอสมควรแล้ว
คุณแม่บอกว่า หนังสือดีมาก แต่ไม่รู้เป็นอะไร ครูก็ยังไม่ยอมหยิบติดมือกลับมาอ่านเสียที
ทั้งที่หนังสือนี้เขียนโดยนายแพทย์ด้านธรรมชาติบำบัดที่มีชื่อเสียงมาก
นายแพทย์บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล...

จนเมื่อไม่นานมานี้ ไปเยี่ยมคุณแม่ และรู้สึกว่า เล่มนี้ดึงดูดผิดปกติ
จนต้องหยิบมาอ่าน...อ่านแล้ว..."ต้องขอยืมคุณแม่กลับ"

รู้สึกได้ทันทีว่าจะมีประโยชน์มาก ๆ ต่อตัวเองและแฟนเพจ ลูกศิษย์ ลูกค้า
ที่มีปัญหา "สิว" อย่างแน่นอน ทั้งที่ยังไปได้เพียง 1/4 ของเล่ม
แต่จากประสบการณ์เรื่องการบำบัดสิวแนวธรรมชาติกว่า 8 ปี

อ่านแว่บเดียวก็รู้สึกเลยว่า...

คุณหมอให้ข้อมูลที่แน่นมาก (แม้จะดูเล่มเล็กก็เถอะ แต่แน่นจริงๆ)ทุกอย่างเป็นเหตุเป็นผลกันดีมาก เข้าใจได้ทะลุปรุโปร่งสำหรับครู (เพราะตัวครูเองก็ลงมือปฏิบัติเลยรู้ว่าที่คุณหมอให้ข้อมูลในหนังสือ เป็นความจริงทั้งหมด) แต่...คุณหมอไม่ได้เขียนถึงเรื่อง "สิว" เลยแม้แต่น้อยนะคะ คุณหมออธิบายเรื่อง "นิ่ว" ในท่อน้ำดีตับ ท่อน้ำดี และถุงน้ำดี ว่ามันทำให้มีปัญหาอะไร มันก่อตัวมาอย่างไร?