ตกผลึกความคิด : ดูแลผิวด้วยธรรมชาติ VS ไม่ธรรมชาติ !?

ภาพจาก http://www.eco-business.com/opinion/its-time-personal-care-industry-clean-its-act/


ตั้งแต่ที่บีมได้พบกับคลิปคลิปหนึ่ง ผู้จัดทำเป็นคนอเมริกา ที่ทำให้บีมได้ตระหนักถึง สารเคมีในผลิตภัณฑ์ Personal Care ที่อยู่รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นสบู่ แชมพู ยาสีฟัน เจลล้างหน้า ฯลฯ ซึ่งเธอชี้ให้เห็นว่า ถ้าพลิกไปดูด้านหลังฉลาก มีสารเคมีมากมายเลยที่เราไม่รู้จักและเรากำลังใช้มันอยู่ทุกวัน!!!

เออ จริงแฮะ...บีมก็ว่างั้นแหล่ะค่ะ
และก็อินมากด้วย เพราะในความรู้สึกที่ค้นหาข้อมูลตอนนั้น (เดือนที่แล้ว) 
คือ ทำไมแชมพูสารพัดแบรนด์ 
ทั้งสมุนไพรเอย สูตรปกติ สูตรออร์แกนิค สูตร non-SLS, SLES 
ทำไมเราใช้ไม่ได้เลยนี่...
หรือเราเจอเคมีไปเยอะจริง ๆ ???
กำลังดีท็อกซ์หรืออย่างไร ???
เพราะบีมจะมีอาการหนังศีรษะแห้ง 
ซึ่งไม่ใช่รังแคค่ะ แต่มันแห้งและเป็นซ้ำ ๆ ที่เดิม
คือ ผิวหน้าเราแก้ได้ละ แล้วตอนนี้ต้อง Battle กับหนังศีรษะและเส้นผมนี่แหละ
เลยเป็นที่มาของการไปเจอคลิปคลิปนั้น...

หลังจากที่ดูจบ วันนั้นเลย...
บีมก็พาตัวเองปฏิบัติการ non-chemicals!!!
คือ หลีกเลี่ยงอะไรก็ตามที่ไม่ได้อยู่ในรูปแบบของธรรมชาติ
อะไรที่ใส่ขวด...พยายามจะเลี่ยงหมด
แต่ถ้าอันไหนที่ยังไม่เจอสูตรธรรมชาติใช้ทดแทน 
ก็ใช้ของที่บรรจุขวดนี่ล่ะค่ะ แต่เลือกมากกก
เลือกที่ธรรมชาติสุด ๆ ด้วยวิชาอ่านส่วนผสมที่พอมีอยู่
ซึ่งศึกษามาบ้างตอนที่ทำครีมแบรนด์ตัวเอง

สิ่งที่บีมใช้ในชีวิตประจำวันจะมีแค่นี้ค่ะ สำหรับ Personal Care
เริ่มกันไปตั้งแต่ตื่นนอนถึงหลับเลยนะคะ
(มันจะปน ๆ กันไปนะคะ อย่างที่บอก
ถ้าไม่เจอแบบธรรมชาติ ๆ เลย 
ก็จะเลือกที่ดีที่สุดและดูแล้วปลอดภัย 
ไม่มีสารเคมีรุนแรงหรืออันตรายเป็นส่วนผสมค่ะ
  • ยาสีฟัน - ใช้ของต่างประเทศ ซื้อจาก TOPS ชื่อว่า Aloe Dent 
  • ล้างหน้า - ใช้ผงถั่วเขียวสวนปานะ
  • ให้ความชุ่มชื้น - น้ำแร่
  • กันแดด - ไม่ใช้ และไม่แต่งหน้า (สดตลอดแม้ออกนอกบ้าน) ถ้าแต่งหน้าจะใช้กันแดดที่ผสมเบสในตัวของภัทรพัฒน์ (ของในหลวง)
  • Cleanser - น้ำมันมะพร้าว สลับ น้ำมันงาดำ ซึ่งน้ำมันงาดำจะเบากว่าค่ะ
  • แชมพู - เป็นโจทย์ยากมาก เพราะใช้อะไรก็ไม่เห็นจะแก้ปัญหาสักอัน แต่ที่เลือกใช้สลับ ๆ กันไปก็จะมี 
    • Low-Shampoo ของ อีฟ โรเช่ เป็นสูตรไม่มีฟองค่ะ เป็นครีม ๆ ไม่มีซิลิโคนด้วย สระแล้วฟินดี ผมลื่น ครีมนวดไม่ต้อง แต่...ก็ไม่หายนะ อาการคัน ๆ เนี่ย 
    • และก็ใช้ Shower Gel ของ ลูมิเนส คือ มันอ่อนโยนค่ะ อาบน้ำ ผิวนุ่มมาก สะอาดมาก สระผมแล้วสะอาดดี ผมนุ่มไม่ต้องครีมนวด แต่...เสียดายมี SLS ผสม ปลื้มหมด ยกเว้นอันนี้แหละ...เพราะตัวนี้ผลิตในไทย ถ้าเป็นตัวอื่นของ Luminese จะผลิตในอเมริกาทั้งหมดค่ะ  แต่อาการคัน ๆ ก็ยังอยู่...
    • อีกตัวก็ ไปซื้อแชมพูมะกรูดของโครงการสิงห์อาสาของไร่บุญรอด อันนี้ไม่เขียนส่วนผสม แต่ถ้าเป็นสิงห์นี่ เราไว้วางใจอยู่ เป็นโครงการที่เขาไปช่วยชาวบ้านให้ผลิต ตัวแชมพูกับครีมหมักผมมะกรูด...ก็โอเค แต่ผลลัพธ์เหมือนเดิม
    • แชมพูชมภิญญ์ จริง ๆ ตัวนี้ดีมากเลย แต่เสียดาย แอบหักคะแนน เพราะมี SLES ซึ่งพี่ยุและพี่อ้น เจ้าของแบรนด์ได้อธิบายและมีหลักฐานการพิสูจน์จากแล็ปว่า มันมีน้อยมาก ซึ่งเจ้าแบคทีเรียชนิดที่ดีจากน้ำหมักที่เอามาใช้ทำแชมพู มันสามารถมีชีวิตอยู่ได้ และผมมันจะพันกันหน่อยค่ะ จริง ๆ เขาจะมีน้ำมันที่แนะนำให้ใช้คู่กันด้วย แต่ด้วยความที่บีมเป็นคนไม่ค่อยชอบหมักอะไรทิ้งไว้เท่าไหร่ เลยไม่ค่อยจะได้ใช้ แต่ก็มีช่วงก่อน ๆ ที่ทดลองหมักอยู่ค่ะ ก็ลองใช้เต็มสูตร แต่มันก็ไม่หาย...
    • นี่เลย เอาแบบธรรมชาติ ไปหาสูตรมา เบคกิ้งโซดา .... เออ มันก็ดีนะ ตอนที่สระเสร็จเขาก็ให้ใช้แอปเปิ้ลไซเดอร์ผสมน้ำเอามาล้างผมต่อ เพื่อให้ผมนิ่ม... ผลสรุปคือ ลอนผมดัดหาย คลายหมดเลย กลายเป็นผมฟู หลังจากใช้ 2 ครั้ง... และมันรู้สึกผมเบา ๆ แปลก ๆ เลยไม่ได้ใช้อีกค่ะ คือ เบคกิ้งโซดามันก็ไม่ใช่ธรรมชาตินะ...มันก็สารเคมี แต่ฝรั่งที่มาแนวธรรมชาติ เขาใช้กันค่ะ เลยลองมั่ง แต่...ใครดัดผมมาและผมบางอยู่แล้ว ใช้แล้วมันอาจจะเป็นอย่างที่บีมบอกได้ค่ะ แอบเซ็งนิด ๆ เพราะดัดมาแพงและกะไว้ยาว ตอนแรกลอนสวยมาก เจอแบบนี้ ... เสียดายเงินดัดผม 55
  • ครีมนวด - ไม่ใช้ แต่ถ้าผมฟูไป จะเอาน้ำมันมะพร้าวหมักสัก 1-4 ชั่วโมง (แล้วแต่ว่าจะนั่งติดโต๊ะทำงานนานขนาดไหนค่ะ) แล้วไปสระผม มันจะนุ่มลื่นดี ไม่ต้องใส่ครีมนวด คือ บีมไม่ใช้ครีมนวดเลย เพราะส่วนใหญ่มันจะมีซิลิโคน ไม่ไว้วางใจ แม้ยี่ห้อที่บอกว่าไม่มีซิลิโคน แต่ก็...ใช้แล้วมันหนัก ๆ หัวอยู่ดี เลยไม่เอาดีกว่า
  • อาบน้ำ - สบู่ก้อนอย่างเดียวเลย เลือกสูตรธรรมชาติ ที่มีในห้องน้ำเลยจะมีของ Maclear (สบู่สมุนไพรจีนทานาคา) สบู่สับปะรด สบู่มะพร้าว (เอาอาบน้ำลูก) สบู่น้ำมันชาของภัทรพัฒน์ และเคยซื้อสบู่สมุนไพรกลั่นเบนเนตมาลองดูด้วย คือ ไม่เอาครีมอาบน้ำอีกเลย ถ้าจะใช้ก็ Shower Gel ของลูมิเนสนั่นแหละค่ะ แต่ใช้สบู่มากกว่า และต้องเป็นสูตร Non-SLS, SLES ด้วย คือ บอกแล้วว่า โคตรเลือกกกก
  • มาส์กพิฆวรางค์ - ตัวนี้เอามาทดลองฆ่าเชื้อสิวที่ยังหลงเหลือบนหน้าดู และเห็นเจ้าของแบรนด์หน้าใสมาก จากเดิมที่มีสิว ก็เห็นคุณแม่เอามาทดลองดูก่อน เห็นว่าดี เลยเอามาใช้มั่ง ก็เออ ดี ๆ ได้คุยกับเจ้าของแบรนด์ เขาก็น่ารักและอินกับธรรมชาติบำบัดเหมือนกัน ก็เลยสั่งมาขายด้วยเลย เผื่อใครมาปรึกษาจะเอาเลย ก็จะได้มีส่งให้ ซึ่งราคาก็เบาๆ ดีค่ะ มันก็ดี ได้ช่วยคนได้เยอะขึ้น ซึ่งจากเดิมที่บีมมีแต่ชุดลูมิเนสแนะนำ ซึ่งบางคนเขาไม่สามารถซื้อได้ เพราะราคาสูงลิ่วมากจริง ๆ มีตัวนี้มาก็ช่วยคนได้เยอะ เพราะมันปรับปรุงคุณภาพผิวได้ด้วย
  • กันแดดตัว - ไม่ค่อยได้ทา ถ้าจะทา จะใช้น้ำมันมะพร้าวทา
  • บำรุงริมฝีปาก ผิวตัว - น้ำมันมะพร้าว
บีมใช้อยู่แค่นี้แหละ ทุกวัน ๆๆๆๆ
เป็นเวลาประมาณ 1 เดือนที่ทดสอบการใช้แบบนี้

และบีมก็ได้เรียนรู้ว่า
  1. ใช้น้อย ๆ แค่นี้ก็ดีนะ เบาดี รู้สึกชีวิตเรียบง่ายขึ้น
  2. รู้สึกว่าสบายผิวดี ไม่ว่าจะผิวหน้าหรือผิวตัว ร่างกายเราเขาคงชอบแบบนี้แหละ
อย่างไรก็ตาม...สิ่งที่ได้เรียนรู้อีกก็คือ
การดูแลด้วยผลิตภัณฑ์เหล่านี้
พูดถึงแต่ผิวหน้านะคะ
(ผิวตัวไม่ต้องพูดถึงค่ะ เพราะมันไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว
ใช้แนวทางนี้ดูแล ยิ่งดีเลย)
เพราะผิวหน้ามันมีความพิเศษคือ มีต่อมไขมัน
และหลายคนเจอเคมีมามาก 
มันก็จะค่อนข้าง Sensitive มาก
มันไม่เพียงพอต่อการที่ผิวของบีม (ย้ำว่าของบีม) จะสุขภาพดีได้จริง ๆ 

ยิ่งมาเรียนรู้เรื่อง ปิตตะ วาตะ คัพพะ
บีมรู้ชัดละว่า ตัวเองคือ วาตะ + ปิตตะ
ซึ่งลมกะไฟนี่ มันจะทำให้อาการขาดน้ำมากกว่าปกติเกิดขึ้นได้มากกว่าชาวบ้าน
ลมมันเสริมไฟ แล้วดันมีทั้งสองตัวนี้ใน 1 ร่างกายนี้ สวัสดีเลย...
นั่นเป็นที่มาของ ปัญหาผิวขาดน้ำและปัญหาสิวของบีมเลยค่ะ
ซึ่งตลอด 20 กว่าปีที่ผ่านมา ไม่รู้เรื่องนี้ เลยเป็นสิวและผิวไม่สวยไง...จบเลย

น้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันงา มันช่วยไม่ได้จริง ๆ ค่ะ ในเคสของบีม
คือ มันจะช่วยได้เฉพาะตอนที่เราทาแล้วล้างออกด้วยผงถั่วเขียว
หน้าจะนุ่ม ๆ ชุ่มชื้นดี
แต่มันจะเก็บน้ำได้ช่วงสั้น ๆ สำหรับบีมนะคะ

แล้วพอมาใช้มาส์กพิฆวรางค์ร่วมด้วย
(เดี๋ยวจะมีคนถามว่าคืออะไร ไปดูด้วยตัวเองที่เพจนี้นะคะ @NaturalBeam)
สังเกตจากที่ใช้มาส์กนี้คือ
ผิวส่วนที่ไม่มีปัญหาเรื้อรัง
รูขุมขนมันแนบสนิทเลยค่ะ คือ ดีมาก ๆ
ยังรู้สึก Amazing เลยว่า เฮ้ย ให้ผลลัพธ์คล้ายเซรั่มลูมิเนสเลยในมุมนี้
คือ ส่วนที่มีปัญหาเขาจะซ่อมแซม สร้างเสริมเซลล์ใหม่
ส่วนไม่มีปัญหามันจะสนิทเลยค่ะ คือ ดี

บีมก็ลองใช้แบบไม่ทาบำรุงเลย 
ใช้แค่ที่บอกไว้ด้านบนนั่นแหละ
สรุปว่าสัก 2 สัปดาห์ รู้สึกผิวมันหมอง ๆ แห้ง ๆ 
และถ้าผิวบีมแห้ง ผิวจะสาก ๆ จับแล้วจะเป็นเม็ด ๆ เล็ก ๆ มีหัว สะกิดออกได้

บีมก็เลยทดลอง...
มีเช้าวันหนึ่ง 
บีมทาบำรุงของลูมิเนส (บำรุงผสมกันแดด)
ไม่นาน...พวกเม็ดเล็ก ๆ มันหายไปเยอะมากเลย
กลายเป็นผิวดูเนียนเรียบ
และผิวดูดน้ำจ๊วบ ๆ เร็วมาก
แสดงว่าผิวเราขาดน้ำจริง ๆ นั่นแหละ
ผิวขาดน้ำ มันไม่ได้อยู่ที่ Skin Care อย่างเดียวนะคะ
มันอยู่ที่การพักผ่อน ความเครียด พิษสะสมในตับและลำไส้ด้วย
ของบีมช่วงนี้ทำงานเยอะ เราก็ไม่ได้โทษตัว Skin Care
หรือไม่ได้โทษมาส์กพิฆวรางค์
เพราะเรารู้ว่า เราปิตตะ + วาตะ แห้งง่ายอยู่แล้วเป็นทุนเดิม
และถ้ายิ่งทำงานมาก มันก็ยิ่งเป็นน่ะ ถ้าดื่มน้ำน้อยด้วยนะคะ 
(บางทีทำงานติดลม ไม่ลุกดื่มน้ำ กินข้าว นี่คือข้อเสียของบีมที่ทุกคนในบ้านเป็นห่วง)

ซึ่งตัวอาหารเสริม ทดลองหยุดของเจอเนสเลย
เพราะยี่ห้ออื่นไม่กินอยู่แล้วเป็นปกติ
วิตซี คอลลาเจนอะไรก็ไม่กินค่ะ
เพราะรู้แล้วว่า พวกนี้กินจากอาหารก็ได้
ถ้าร่างกายระบบดี เดี๋ยวมันเอาไปสังเคราะห์เอง
ซึ่งตั้งแต่กินและใช้ของเจอเนสมา 1 ปี
มันก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า 
อาหารเสริมอื่นไม่จำเป็นเลย
เพราะร่างกายเราสร้างพวกนี้จากอาหารที่เรากินได้หมด
ซึ่งถูกจริตกับบีม
บีมไม่ชอบยุ่งยาก ต้องมานั่งกินวิตามินเยอะ ๆ ทีละตัวๆ

พอทดลองหยุดเจอเนส
บีมก็มาใช้สูตรที่บีมแนะนำผู้คนทางเพจไป
แนะนำแบบไหน บีมก็กินก็ใช้แบบนั้นนั่นแหละ
มีเกลือหิมาลัย เนยงาดำ น้ำมะนาว น้ำผึ้งป่า งาดำคั่ว น้ำผึ้งหมักแอปเปิ้ล น้ำมันมะพร้าว น้ำมันงา ฯลฯ
(ทานธรรมบีมก็หยุด เพราะจะทดสอบประสิทธิภาพของสูตรล้างพิษที่ตัวเองค้นพบ ที่ล้างด้วยอาหาร)

เออ...มันเวิร์คแฮะ ถ้าเราดูแลแบบองค์รวมนะคะ
และที่สำคัญ บีมจะพยายามนอนไม่เกิน 5 ทุ่มทุกคืน
จะไม่ฝืนทำงาน เพราะรู้ว่าร่างกายตัวเองแย่แล้ว
ผมหงอกขึ้นมาอีกแล้วค่ะ เพราะมันโดนใช้งานหนักมาตั้ง 4 ปี (ตอนทำธุรกิจ)
ปีนี้ บีมเลยขอฟื้นฟูให้มากที่สุด

กินคลีน ลดพิษ ลดเคมี
ชอบค่ะ ชอบมาก ๆ แนวทางนี้
บีมว่าร่างกายมันเบา มีพลัง
อาหารน่ะ ไม่ต้องกิน 3 มื้อหรอก
มันทฤษฎีใครบอกว่าต้องกิน 3 มื้อ
แต่ละคนจะมีรูปแบบการกินไม่เหมือนกันค่ะ
มันต้องหารูปแบบของตัวเองให้เจอ
ไว้ค่อยว่ากันเรื่องนี้ เดี๋ยวยาว

วันนี้จะตกผลึกให้ฟัง
ว่า จากการทดลองใช้ชีวิตและผลิตภัณฑ์สไตล์ธรรมชาติเกือบ 100%
และกินคลีนมาเกือบเดือนนี่ เห็นผลดีค่ะ 
ดีสำหรับบีมคือ รู้สึกเบาตัว ไม่หนัก สมองโปร่ง มีพลัง
นอน กิน ถ่าย ตามเวลาที่ควรจะเป็น
ตัวบีมก็มีปัญหาในชีวิตที่ต้องรับมือค่ะ
ไม่ใช่ไม่มีความเครียด
มี...แต่ต้องแยกแยะ
เครียดแล้ว มันส่งผลเสียต่อตัวเราและทุกคนนะ
แล้วไม่เห็นมันจะแก้ปัญหาได้เลย
มันต้องรู้ทัน แล้วปล่อย แล้วทำในสิ่งที่จะแก้ปัญหาแทน
นี่คือ ทางจิต มันต้องรับมือแบบนี้ แล้วมันจะผ่านไปได้ทีละก้าวเองแหละ
ปล่อยว่างมั่ง คิดซะว่า ถ้าพรุ่งนี้ตายแล้วจะตอนนี้จะทำอะไร จบ...
มันจะปล่อยได้มากขึ้น

ยาวไปอีกละ...
สรุปว่า
การใช้ชีวิตและผลิตภัณฑ์สไตล์นี้ บีมชอบมากกก
แต่สำหรับผิวหน้า มันไม่พอสำหรับบีมค่ะ
บีมจะต้องใช้บำรุงของลูมิเนสร่วมด้วย
และการทำงานหนัก ๆ แบบนี้ 
บีมต้องกินอาหารเสริมด้วยถึงจะเอาอยู่
นี่คือ เราพูดกันในมุมความจริงของชีวิตนะคะ
คือ ไม่ใช่ว่าบีมธรรมชาติแล้วปฏิเสธอาหารเสริม
บีมจะปฏิเสธสิ่งที่บีมสัมผัสแล้วรู้สึกไม่ดี ก็จะไม่แตะ
เราก็เลือกใช้ในมุมที่เราสบายค่ะและมันเหมาะกับจริตของเรา
สบายใจจะใช้อะไรก็ใช้เถอะ เอาความรู้สึกวัด
ไม่ต้องใช้เหมือนบีมก็ได้ 
บีมแค่เล่า เพราะก็ใช้แบบนี้จริง ๆ 
เล่าเป็นไกด์ไลน์ ไม่ได้บังคับว่าจะต้องทำตามนี้
แต่การทำในแบบนี้ มันสบายสำหรับบีม
จุดสบายแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน
และแต่ละช่วงชีวิตของเรา
จุดสบายนี้ก็เปลี่ยนแปลงเสมอ ๆ ค่ะ
มันเป็นธรรมดาของการปรับสมดุลของตัวเราต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง
จงสังเกตและปรับตัวให้ทัน แค่นั้นแหละ

ถึงตรงนี้ ขอแถมค่ะ
ทุกวันนี้ พอไม่ได้ทำแบรนด์ตัวเองแล้ว
ออกมาดูตลาดครีม สบู่ อาหารเสริม ในตลาดสิว
บีมว่ามันเยอะมาก คือ ลายตาไปหมด
บีมมองในมุมของผู้บริโภค
ถ้าเขาไม่มีความรู้ เขาจะงงมากเลย
และก็ไม่รู้จะซื้ออะไร อันไหนก็ว่าดีหมด!!!

แต่สำหรับบีมนะคะ
บีมว่า...ลองหยุดอยู่กับลมหายใจตัวเองสักนิด
กลับมาสู่สามัญดูบ้าง
แล้วจะรู้ว่า จริง ๆ การแก้ปัญหามันแค่เส้นผมบังภูเขานะ
มันไม่ได้ยาก

และอย่าแสวงหาของที่จะเอามาใช้ตอนจิตใจร้อนรน 
มันจะได้ของไม่ดีค่ะ
จิตเรามันดึงมาเองแหละ 
ใช้ไม่ดี ห้ามโทษใคร 
ต้องโทษตัวเองที่ดึงของไม่ดีเข้ามา

และ ข่าวที่น่ายินดีก็คือคนมากมายเขาหาวิธีรักษาสิวได้เองด้วยการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์แบบง่าย ๆ ค่ะ ไม่ต้องใช้ยาอะไรเลย คือ มาแนวธรรมชาติและ Back to Basic กันเพิ่มขึ้นมาก ๆ เป็นเรื่องน่ายินดีต่อสังคมไทยค่ะ

และเดี๋ยวนี้ แบรนด์ที่ทำแนวธรรมชาติดี ๆ ก็มีเยอะ
สำหรับบีม ผลิตภัณฑ์นี่...อะไรก็ได้ ที่อยู่ในคอนเซ็ปต์ธรรมชาติและปลอดเคมีอันตรายค่ะ
หัดดูส่วนผสมให้เป็น ไม่ต้องรู้หมด แต่ต้องรู้ว่า ตัวที่ไม่ควรมีอยู่ในเครื่องสำอางที่ว่าธรรมชาติควรมีอะไรบ้าง เวลาเปิดมาเจอ ....paraben บีมจะไม่ใช้เลย คือ วางไปเลย และ Alcohol Denat และถ้าแชมพูสบู่มี SLS, SLES (Sodium Laurate Sulfate, Sodium Lauryl Ether Sulfate) จะวางไปเลยเหมือนกันค่ะ ไม่ซื้อ
และไม่ใช่เขียนว่าสมุนไพร แล้วกลิ่นสีนี่แรงมาก สังเคราะห์ชัด ๆ 
แบบนั้นมันไม่ใช่ละ...

บีมบอกเลยน้า
ของธรรมชาติ & ออร์แกนิคที่เราต้องซื้อและมีคุณภาพดี ๆ
ส่วนใหญ่ราคาสูงค่ะ
เพราะในการทำของเหล่านี้
ต้นทุนมันสูงค่ะ
และต้องปราณีต 

แต่ก็ไม่เสมอไป
บางที่เขาก็สามารถทำได้ราคาเบา ๆ 
มันอยู่ที่ความเข้มข้นของสารสกัดและความหายากง่ายของวัตถุดิบค่ะ

ขอให้ทุกคนโชคดีค่ะ
เจอผลิตภัณฑ์ที่ชอบ เจอสูตรที่ใช่
ไม่ต้องใช้เยอะ ผิวก็ดีได้ค่ะ เขายิ่งชอบด้วย ไม่โดนรบกวนมาก 

บทความที่เกี่ยวข้อง

It's time for personal care industry to clean up its act 

--------------------------------------
ยุคนี้...ใคร ๆ ก็รักษาสิวเองได้

#‎บีมสิวซีเคร็ต
ผู้เชี่ยวชาญการแก้ปัญหาสิวในวัยผู้ใหญ่ (Adult Acne) ด้วยศาสตร์การอ่านผิวหน้าแผนจีนและอายุรเวท (อินเดีย)

ติดตามสาระดี ๆ และไม่พลาดข่าวสารสำคัญผ่านทางไลน์โดยตรงที่
http://line.me/ti/p/~@ibeam

ดูคลิปสำคัญ ๆ ย้อนหลังได้โดยสะดวกที่ : http://bit.ly/29FbBOW




Comments