นำเสนอวิธีคิด + วิธีการใหม่ ในการ "ป้องกัน บำบัด ฟื้นฟู" ภาวะ "สิวในวัยผู้ใหญ่" (Adult Acne) แนวธรรมชาติบำบัดองค์รวมจากประสบการณ์ตรงเรื่องสิวกว่า 23 ปี นักเขียนเจ้าของผลงาน "สิวซีเคร็ต" และหนังสือสิวอีกหลายเล่ม วรดาภา สุขพิมลกุล (บีม)

โพสต์สำคัญที่ต้องอ่านก่อน!

สาเหตุของสิววัยผู้ใหญ่ (Adult Acne) ที่ขึ้นหลังวัย 20 ปี

สิววัยผู้ใหญ่ คือ อะไร? สิวในวัยผู้ใหญ่  ภาษาอังกฤษใช้คำว่า  Adult Acne  แต่ละสำนักอาจจะให้นิยามสิว ชนิดนี้แตกต่างกัน  แต่จากประสบก...

Jun 12, 2016

อัพเดทผลการทดลองการดูแลผิวหน้า ธรรมชาติ VS เคมี (12.06.59)


อัพเดทการทดลองล่าสุด เกี่ยวกับการดูแลผิวหน้า และสิ่งที่ตกผลึก (ก่อนจะลืม ถ้าปล่อยทิ้งไว้นานกว่านี้)

สิ่งที่เพื่อน ๆ ต้องเข้าใจก่อนคือ
1. บีมเขียนในมุมผู้ใช้สินค้า ไม่ใช่มุมคนทำธุรกิจ
2. บีมเขียนในมุมคนคนหนึ่งที่อยากแก้ปัญหาที่ตัวเองสงสัย
3. เป็นประสบการณ์ส่วนตัวที่อยากให้ไปคิดต่อกันอีกทีและปรับให้เหมาะสมกับตัวเองค่ะ เพราะมันอาจไม่ใช่กับทุกคน

เพื่อน ๆ จำได้ใช่ไหมคะว่า...สามวันก่อนบีมเกิดความรู้สึกไม่อยากใช้ของที่ไม่ใช่ธรรมชาติหรือไม่ใกล้เคียงธรรมชาติเลย

แล้วบีมก็ไปเอาของที่ไม่ได้ใช้มาสักพักแล้วกลับมาใช้ คือ
1. น้ำมันงาขาวแบบสกัดเย็น เอามาแทน RJK ตัว Cleansing สูตรน้ำมัน
2. สบู่มะพร้าวผสมสบู่สับปะรดของ Maclear เอามาแทนเจลล้างหน้ามะเฟืองน้ำผึ้งที่พึ่งซื้อมา ของสวนปานะ
3. พอดีอยู่บ้าน เลยไม่ทากันแดด
4. ถ้าแต่งหน้า ก็ทาครีมกันแดดของภัทรพัฒน์ เพราะมันจะมีเบสอยู่ แล้วลงด้วยแป้งฝุ่นศรีจันทร์ แล้วลงแป้งพัฟทานาคา จบ.

*** เช้า ***
สบู่มะพร้าวผสมสับปะรดล้างหน้า เสร็จแล้วปล่อยผิวยาวเลยตลอดวัน เพราะบีมทำงานอยู่บ้านไม่ได้ไปไหนค่ะ

*** ก่อนนอน ***
ล้างหน้าด้วยสบู่ 2 ก้อนนั้นเลย ทาน้ำมันงาขาว แล้วนอนไปเลย
แต่ถ้าวันไหนแต่งหน้า (ซึ่งก็พึ่งไม่กี่วันนี่เองค่ะ ไม่ถึง 5 วันนะคะ ที่เริ่มทำ) ก็จะใช้น้ำมันงาขาวแทน Cleansing เช็ดเครื่องสำอางออกไปแทน

-----------------------------------------------------------

ผลการทดลองของบีม

วันที่ 3 ที่ใช้สบู่และไม่ทาบำรุงอะไรเลย ยกเว้นการใช้น้ำมันงาบำรุง บีมพบว่าผิวหน้าเริ่มแห้ง แตกต่างจากวันแรกที่เริ่มใช้ ซึ่งผิวจะยังคงมีความชุ่มชื้นและใสพอเหมาะ
ตอนแต่งหน้า ก็รู้สึกผิวหน้าดูจะแห้ง ๆ ไม่ชุ่มชื้นเท่าที่ควร
ทั้งที่เราก็ทาน้ำมันงาบำรุงอยู่

-----------------------------------------------------------

บีมก็เลยลองปรับการใช้ดังนี้

เมื่อวานนี้บีมแต่งหน้าเบา ๆ ตามสิ่งที่เขียนไปแล้วนะคะ
จังหวะหาน้ำมันงาขาวไม่เจอ
เลยเอา RJK สูตรน้ำมันมาเขย่า ฉีดบนสำลีชุ่มพอประมาณ แล้วเช็ดหน้า
จากนั้นล้างหน้าด้วยสบู่มะพร้าวประกบกับสบู่สับปะรด
จากนั้น ก็เช็ดด้วยน้ำเกลือ Klean & Kare เพราะมันจะช่วยปรับผิวให้ชุ่มชื้น
แล้วทาเซรั่มของลูมิเนสให้ทั่วหน้า และมาส์กลูมิเนสทิ้งไว้เลย
มาลอกออกตอนเช้า

ล้างหน้าด้วย Smooth E สูตรสำหรับผิวบอบบางสุด ๆ
สีบรรจุภัณฑ์ออกเขียวอ่อนค่ะ เนื้อเจลสีใส ๆ ไม่มีกลิ่น
จากนั้นเช็ดด้วยน้ำเกลือ
แล้วพักหน้าไปเลย ไม่ทาอะไรต่อ (วันนี้แหละค่ะ)
เพราะจากที่ได้ข้อมูลมาเรื่องการสร้างผิวใหม่และซ่อมแซมผิว
จะเกิดตอนกลางคืนและตอนนอน
เลยคิดว่า เซรั่มลูมิเนส ใช้กระตุ้นการซ่อมแซมและสร้างเซลล์ใหม่
ตอนกลางคืนดีกว่า...ตอนเช้าบำรุงก็พอแล้ว (แต่วันนี้ไม่ทาอะไรเลย)

ซึ่งผิวโอเคมาก
ไม่แห้งแล้ว

-----------------------------------------------------------

ซึ่งเป็นแบบนี้ทุกครั้ง
เวลาที่บีมใช้ของจากธรรมชาติแบบ 90% ขึ้นไป
แต่ครั้งนี้ดีกว่าทุก ๆ ครั้ง
เพราะผิวบีมแข็งแรงขึ้นมากแล้วค่ะ
แต่ก็ไม่วาย แห้งเพราะใช้สบู่อยู่ดี...

มันทำให้บีมเรียนรู้ว่า

1. ธรรมชาติไม่ใช่ว่ามันไม่ดีค่ะ แต่มันอาจจะไม่เพียงพอสำหรับการฟื้นฟูและบำรุงผิวของบีม

2. เครื่องสำอางที่เราใช้ แม้มันอาจจะมีขั้นตอนซับซ้อนและมีเบสที่อาจจะเป็นสารเคมี แต่ถ้ามันไม่ใช่เคมีอันตราย และถ้าเราไม่ได้ใช้เยอะเกินไป คือ วันหนึ่ง 2 ครั้ง และผิวเราสมดุล ก็อยู่ในจุดที่รับได้

3. สำหรับบีม หลายครั้งที่ทดลองใช้น้ำมันมะพร้าว น้ำมันงา ทาผิว ซึ่งในผิวคนอื่น เขาอาจจะได้ผลเรื่องความชุ่มชื้น แต่สำหรับบีม บีมพบว่า การทาน้ำมันทาผิว ตอนทาและมีน้ำมันอยู่ ผิวจะดูชุ่มชื้น แต่บีมพบว่า ความชุ่มชื้นในผิวบีมจะได้รับไม่เท่ากับการทาครีมบำรุงที่เหมาะกับผิวของบีม เพราะตอนล้างทำความสะอาด ผิวจะแห้ง เหมือนขาดน้ำในผิว

4. บีมเรียนรู้ว่า สุดท้าย อยู่ที่ผิวของแต่ละคน และอยู่ที่การ DIY หรือ การหาสูตรที่เหมาะกับตัวเองค่ะ จะใช้ผสมกันก็ได้ระหว่างธรรมชาติกับไม่ใช่ธรรมชาติ ซึ่งอยู่ที่ความชอบ รสนิยมของแต่ละคน แต่สำหรับบีม บีมสามารถใช้ผสมผสานกันได้หมด แต่บีมจะเลือกใช้ของทาผิวให้น้อยที่สุด เพื่อลดการรบกวนผิว เป็นแนว Minimalist ค่ะ บีมไม่ชอบขั้นตอนเยอะ ๆ ชอบหน้าสดที่สุขภาพดี แต่งหน้าแล้วดูเนียน ผิวอิ่มน้ำ

บีมรายงานผลการทดลองและสรุปบทเรียนให้ตามนี้นะคะ

ไม่มีอะไรถูก
ไม่มีอะไรผิด
มีแต่ "อะไรเหมาะ" กับเราที่สุด
ตราบเท่าที่ครีมนั้นไม่ผสมสารพิษและเคมีอันตรายค่ะ

ต้องรู้จักสังเกตผิวตัวเองต่อการตอบสนองต่อสิ่งที่ใช้และพฤติกรรมประจำวันเสมอ ๆ

ซึ่งระดับการรับได้ของสารเคมีและความอันตรายของแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน
บางคน พาราเบน ก็ห้ามมี
บางคน พาราเบน มีได้ แต่ห้ามมีสเตียรอยด์ ปรอท เป็นต้น

เอาที่เราพอใจค่ะ
เอา common sense เป็นหลัก

#บีมสิวซีเคร็ต

0 ความคิดเห็น: