Skip to main content

Q&A : รู้จัก "หลุมสิว" และ รีวิว "วิธีรักษา" ในสไตล์ของบีม


วันนี้มาตอบปัญหาเกี่ยวกับ "หลุมสิว"​ ที่หลายคนเป็นกังวลกันค่ะ โดยบีมจะพยายามอธิบายด้วยภาษาที่เข้าใจง่ายที่สุด  สำหรับทุกคน 

หลุมสิว คือ อะไร?

กำปั้นทุบดิน หลุมสิว คือ แผลเป็น ที่เกิดจากสิวหลังจากมีภาวะการอักเสบของผิวบริเวณนั้น ซึ่งการอักเสบ ก็คือ การทำสงครามระหว่างเชื้อโรคและเม็ดเลือดขาวในผิวนั่นเองค่ะ 

หลุมสิว บ่งบอกถึงสภาวะสงครามว่าร้ายแรงมากเพียงใดในชั้นผิวของเราเมื่อเป็นสิวขณะนั้น ๆ 
หรือ ในบางคน สิวอาจไม่ได้รุนแรง แต่ใช้วิธีการรักษาสิวไม่ถูกต้อง ก็นำไปสู่การเกิดแผลที่ผิวและในที่สุดเป็นหลุมสิวได้เช่นกัน

ดูคลิปวิดีโอนี้ เพื่อให้เห็นภาพว่า การซ่อมแซมผิวหลังผิวเกิดการอักเสบหรือมีบาดแผลนั้นทำอย่างไรบ้าง




ใครบ้างที่จะเป็นหลุมสิวหรือไม่เป็น?

เคยสังเกตไหมคะว่า บางคนเป็นสิว แล้วแทบไม่ทิ้งหลักฐานอะไรไว้เลยหลังจากสิวหาย ไม่ว่าจะเป็นหลุมสิวหรือรอยแดงและรอยดำ

แต่บางคน แม้จะอายุยังไม่มาก เป็นสิวทีไร หลุมและรอยหายยากมาก ๆ บางครั้งก็มีสีดำขึ้นจนอาจเป็นเหมือนขี้แมงวันได้เลย

และในขณะที่บางคน (อย่างเช่นบีม) ก่อนอายุ 25 ปี ต่อให้เป็นสิวหนักขนาดไหน ก็ไม่เคยเป็นหลุม (แต่มีรอยแผลเป็นจากการทำทรีทเมนต์แบบขัดผิวขณะที่ผิวแพ้สุด ๆ และอ่อนแอสุด ๆ ซึ่งถือเป็นการรักษาที่ไม่ถูกต้อง ส่งผลให้โครงสร้างผิวเสียหาย) แต่หลังจากอายุ 25 ปี เริ่มมีหลุมสิวปรากฏหลังจากสิวยุบไปแล้ว

ดังนั้น โดยการประมาณการและการสังเกต เรามักจะพบคนเป็นหลุมสิวในกลุ่มคนดังนี้
  1. มีอายุมากกว่า 25 ปี ซึ่งเซลล์ร่างกายเริ่มซ่อมแซมตัวเองช้าลง การสร้างเซลล์ทดแทนเซลล์เสียหายเดิมลดลง
  2. ภูมิคุ้มกันผิวอ่อนแอ เมื่อเกิดการอักเสบของผิว จึงทำให้ผิวเสียหายรุนแรงกว่าคนทั่วไปหรือคนที่มีผิวสุขภาพแข็งแรง ทำให้การซ่อมแซมผิวหลังภาวะสงครามเป็นทำได้ช้า เนื้อผิวไม่เติมเต็มขึ้นมา ทำให้เป็นหลุม
  3. มีภาวะขาดสารอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งขาดโปรตีน วิตามิน แร่ธาตุ ไฟโตนิวเทรียนส์ และโอเมก้า 3 ที่จะส่งเสริมให้เซลล์ผิวแข็งแรงและซ่อมแซมตัวเองได้ดี

การป้องกันการเป็นหลุมสิว (ในแบบฉบับของบีม)

  1. ไม่แกะ บีบ เค้นสิว จนผิวช้ำหรือถลอกเป็นรอยแผล
  2. รีบรักษาอาการอักเสบให้บรรเทาโดยเร็วที่สุด ซึ่งแนวทางของบีมจะไม่กินยาแก้อักเสบ แต่จะแนะนำให้ล้างลำไส้ ทานโอเมก้า 3 จากแหล่งต่าง ๆ (ที่บีมเคยทานจะมี น้ำมันงาม้อน น้ำมันปลา ไม่ใช่น้ำมันตับปลา และสามารถใช้ Flax Seed ได้ด้วยเช่นกัน) ออกกำลังกาย 30 นาที เข้านอนให้เร็ว ทานอาหารคลีนและย่อยง่าย เน้นผักผลไม้ ปลา โจ๊ก สลัด เบา ๆ  ธรรมชาติ จะไม่ใช้ยา
  3. ล้างหน้าให้สะอาด โดยใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน pH 5.5 ปราศจากพาราเบน ปราศจาก SLS และ SLES ใช้น้ำเกลือ Normal Saline เช็ดผิวทั่วหน้า เพื่อฆ่าเชื้อและป้องกันการติดเชื้อซ้ำ แต้มเซรั่มลูมิเนสที่สิว 
  4. ห้ามขัดและรบกวนหน้าโดยเด็ดขาด พอกและล้างออกอย่างอ่อนโยนได้เท่านั้น

การรักษาหลุมสิว

มีแหล่งข้อมูลมากมายที่เขียนเกี่ยวกับการรักษาหลุมสิว...สามารถหาได้ใน Google ซึ่งก็จะเป็นข้อมูลที่มีจำนวนมากพอสมควรแล้ว และแต่ละที่ก็ให้รายละเอียดและรีวิวไว้เรียบร้อยแล้วนะคะ

ดังนั้น บีมจะไม่เขียนซ้ำ แต่จะเล่าประสบการณ์รักษาของตัวเองแทนค่ะ (ย้ำว่า นี่คือ ประสบการณ์ส่วนตัว ควรใช้วิจารณญาณในการพิจารณาด้วยตัวเอง)

ใช้ TCA
เป็นกรดที่เวลาเราไปพบแพทย์ แพทย์อาจจะแต้มกรดนี้ที่หัวสิวเพื่อให้หัวเปิดเร็วขึ้น หรือแต้มหลุม เพื่อกระตุ้นให้มีการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ทดแทนขึ้นมา โดยการทำให้เกิดแผล ห้ามแกะสะเก็ด ปล่อยให้มันหลุดเอง 

ซึ่งในปี 2552 นั้น บีมสั่งจากหน้าเว็บมาใช้เอง...แต้มไม่เป็น แต้มมากไป จากที่จะรักษาหลุม มันกลายเป็นหลุมเสียเอง...

การใช้ครีม
ครั้งแรกที่บีมรู้สึกได้ว่า ครีมสามารถช่วยกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อที่หลุมสิวและแผลได้คือ ตอนที่ทาครีมตัวหนึ่งที่เคลมว่ามีส่วนผสมจาก สเต็มเซลล์รกแกะ โดยบีมได้บีบสิว หัวหลุดออก เป็นหลุมโบ๋ ๆ เลย แล้วก็เอาเซรั่มนั้นทามิดสิว ตื่นมาตอนเช้า เห็นเนื้อสีขาว ๆ ขึ้นมาในหลุมนั้น เป็นเนื้อเยื่ออ่อนของผิวเรานั่นเอง เมื่อทาติดต่อกัน 7 วัน ก็พบว่าหลุมโบ๋ ๆ นั้นหายไป ถูกแทนที่ด้วยเนื้อเยื่อที่ขึ้นมาเต็มพื้นที่หลุมนั้นและสีอ่อน ๆ ของเนื้อที่ขึ้นมาใหม่ก็ได้ปรับให้เป็นสีเดียวกับเซลล์ผิวรอบ ๆ ไปโดยอัตโนมัติ

นั่นคือ ครั้งแรกที่ เรียนรู้ว่า...เซรั่มสามารถช่วยเรื่องกระตุ้นหลุมสิวได้...และน่าจะเป็นส่วนผสมที่เป็นสเต็มเซลล์นั่นเอง 

แต่หลังจากนั้นก็หามาใช้ต่อไม่ได้แล้ว เป็นอันล้มเลิกไป...

แต่หลังจากนั้น ก็ไม่หยุดแสวงหา...แต่ก็ยังไม่กล้าใช้อะไรเพิ่มเติม ก็ได้ใช้เซรั่มเปปไทด์ของแบรนด์ตัวเอง...แต่มันก็ไม่ฟูขึ้นมากตามที่เราตั้งใจ ก็ยังคงมองหา...ว่าอะไรจะทำให้ผิวหน้าเรากลับไปเรียบได้เหมือนเดิม

การทำเลเซอร์
เนื่องจากบีมอยู่เชียงราย ไกลจากเทคโนโลยีประเภทเลเซอร์ที่รีวิวกันมากมายในกรุงเทพฯ บีมใช้เวลานานมากกว่าที่จะคิดลองทำเลเซอร์

พอดีได้อ่านเกี่ยวกับ Fraxel ว่าเป็นเลเซอร์ที่ให้ผลดีในการรักษาหลุมสิว และบังเอิญว่าสถานเสริมความงามรูปแบบคลินิกที่เป็นน้องใหม่มาเปิดที่เชียงรายในตอนนั้น (ซึ่งตอนนี้ปิดไปแล้ว) ประมาณปี 2557 บีมได้ลองสอบถามเกี่ยวกับเลเซอร์ตัวนี้ และเขาบอกว่า มี... 

บีมไม่รอช้า รูดบัตรไปเรียบร้อย...เป็นเลข 5 หลัก ได้มาสัก 250 shot

แล้วก็เริ่มนัดไปทำครั้งแรก...

ครั้งแรก คุณหมอทำ มือเบา ให้คำปรึกษาดี หลังทำมาบีมไม่มีปัญหาอะไร ยกเว้น โดนแดดนิดหน่อยช่วงขึ้นบ้านใหม่

ช่วงแรก ๆ ผิวก็ดูฟูขึ้นมา หลุมดูดีขึ้น ... แต่คุณหมอบอกตั้งแต่แรกแล้วว่า มันอาจจะชัดขึ้นเพราะเราเอาผิวหน้าของมันออก จะต้องมาทำซ้ำ

แต่เพราะบีมไม่ค่อยมีเวลามากนัก เนื่องจากธุรกิจขยายตัวมาก บีมแทบไม่ค่อยมีเวลาเดินห้างหรือดูแลตัวเองเท่าที่ควร...เลยไม่ได้ไปเกินกว่า 5 เดือน และไปครั้งนึง ต้องนั่งรอ + เวลาที่เข้าไปทำ รวมแล้วประมาณ 4 ชั่วโมง...รู้สึกว่าเสียเวลา...จึงไม่คิดจะไปก่อน

เซลล์จึงติดตาม เพราะ shot เหลืออีกมาก เราก็นัดเวลาไปทำ 

บีมย้ำให้คุณหมอทำให้...เซลล์คอนเฟิร์ม...
สุดท้าย ตอนเข้าห้องไปแล้ว...พึ่งมาบอกว่า พยาบาลทำแทนนะคะ เพราะคุณหมอไม่สะดวกเวลานี้ ติดคนไข้ฉีดฟิลเลอร์อยู่...

บีมก็ไม่ได้รักษาสิทธิ์ตัวเองเลย คิดว่า คนที่เขาเลือกมา น่าจะเชี่ยวชาญแล้ว คลินิกใหญ่แบบนี้ไม่น่าจะทำให้ตัวเองเสียชื่อนะ...ก็เลยตกลง

แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือ การยิง shot ลงบนผิวแบบเหมือนจะให้ shot หมดไปเร็ว ๆ แตกต่างจากที่คุณหมอทำให้อย่างสิ้นเชิง...

หลังจากนั้น บีมรู้สึกแสบร้อนหน้าไปเกือบ 5 วัน พยายามดูแลตัวเองไม่ให้โดนแดดและความร้อน ดูแลเหมือนครั้งแรกที่เราทำมา...แต่ไม่รู้เพราะอะไร...รู้สึกเหมือนมีวงน้ำตาล ๆ เหมือนฝ้า...ซึ่งสังเกตเห็นได้หลังจากผ่านไปประมาณ 1 เดือน บีมจึงโทรไปยกเลิก shot ทั้งหมดที่เหลือ และแจ้งเซลล์ว่าไม่ต้องติดต่อและติดตามอีก...เพราะบีมไม่กลับไปทำแล้ว เรื่องหลุมบีมก็ไม่เห็นผลชัดเจนนัก

ซึ่งทั้งสองครั้ง...ไม่ได้ทำที่หน้าผากและคางเลย ทำแต่บริเวณแก้มทั้งสองข้าง...

หลังจากนั้นมา...ก็รู้สึกว่า ผิวส่วนแก้มจะค่อนข้างมีปัญหาหลายอย่างตามมา บีมก็ดูแลไปตามปกติ แต่รู้สึกเหมือนรูขุมขนมันจะใหญ่ขึ้น และเหมือนผิวบริเวณแก้มจะบอบบางลง...sensitive มากขึ้นต่อปัจจัยต่าง ๆ ทั้งที่บีมก็ดูแลผิวตามปกติ

บีมเลยบอกตัวเองว่า...จะไม่ทำเลเซอร์ชนิดนี้เพื่อรักษาหลุมอีก...

ประกอบกับมีข้อมูลว่า มีวิธีการรักษาที่ไม่ต้องเลเซอร์...แต่ก็ยังไม่ได้ข้อมูลจากแหล่งข่าวเสียที...ก็รอ...

สุดท้าย หายกับเซรั่มลูมิเนส
สุดท้าย บีมหลุมสิวหายหลังใช้เซรั่มลูมิเนสอย่างต่อเนื่อง 4 เดือนที่บีมเห็นผลชัดเจน โดยช่วง 3 เดือนแรก ผิวส่วนที่มีปัญหาจะแห้งเป็นขุย เป็นปื้นหนา ๆ ดันตัวออกมา ซึ่งเห็นชัดเจนว่า เป็นบริเวณที่เคยทำเลเซอร์มาก่อน...เพราะหน้าผากและคางบีมไม่ได้ยิงเลเซอร์แม้แต่ shot เดียว ใช้เวลาในการปรับสภาพเพียง 2 เดือนกว่าเท่านั้น แต่ผิวตรงแก้มนี้ กว่าจะชัดเจน ต้องใช้เวลาประมาณ 4 เดือน...

สรุปสุดท้าย...สำหรับบีม ก็คือ เซรั่มลูมิเนสที่ช่วยทั้งป้องกันและรักษาบำบัดหลุมสิวที่มี ทั้งหลุมใหม่และหลุมที่เป็นมานานกว่า 1 ปี...

ใช้เซรั่มลูมิเนสได้ 7 วัน ช่วงผิวถูกซ่อมแซม ตรงส่วนที่มีปัญหาจะแห้งเป็นขุย พร้อมหลุดลอกออกมาอย่างอ่อนโยนทุก ๆ วันจนกว่าสภาพผิวจะแข็งแรงขึ้น ตรงแก้มที่เห็นเป็นขุย คือ บริเวณที่ได้รับการยิงเลเซอร์ Fraxel ตามที่ให้ข้อมูลไป

หลังใช้เซรั่มได้ประมาณ 2 สัปดาห์ ผิวที่เคยมีปัญหาอ่อนแอ แพ้ง่ายมานานคือรอบปาก ได้รับการซ่อมแซมและถูกผลัดออกมาอย่างอ่อนโยน...

สภาพผิวที่ปรับตัวดีขึ้นหลังใช้ได้ประมาณ 2 เดือน หลุมเริ่มหายไป ผิวเรียบเนียน ตึงกระชับ

สรุปเรื่องหลุมสิวและการรักษาในสไตล์ของบีม

  • หลุมสิว = แผลเป็นชนิดหนึ่ง บางคนอาจเป็นคีลอยด์หรือแผลเป็นนูน 
  • ปกติแล้วบีมเป็นคนไม่เป็นหลุมสิว จึงไม่ค่อยสนใจการรักษาหลุมหรือรอยมากนัก เพราะปกติจะหายเองในที่สุด
  • แต่อายุ 25 ปีเป็นต้นมา พบว่า หลุมสิวเริ่มไม่หายและเป็นแผลเป็นชนิดหนึ่งผิวหน้า และทำให้ผิวไม่เรียบเนียนเสมอกัน ดูหน้าแก่กว่าวัย
  • บีมลองเลเซอร์เพียงแค่ชนิดเดียว ไม่เคยทำ Dermal Roller และไม่เคยใช้เลเซอร์อื่นๆ อีกเลย นั่นคือ ครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่ทำเลเซอร์ และจะไม่ทำอีกต่อไปตลอดชีวิต
  • บีมได้หาข้อมูลอยู่หลายที่เกี่ยวกับการรักษาด้วยเลเซอร์ มีกัลยาณมิตร ได้พบคุณหมอที่ดี มีจรรยาบรรณ ได้แนะนำมา แต่บีมเองยังไม่มีโอกาสได้ไปพบ และไม่ได้ทำกับคุณหมอท่านต่าง ๆ ที่กัลยาณมิตรท่านนี้แนะนำมาให้ และได้มาพบกับเซรั่มลูมิเนสเสียก่อน และทดลองใช้จนเห็นผลชัดเจน ก็พบว่าพอใจในผลลัพธ์อย่างสูงสำหรับเรื่องหลุมสิวที่มี

บทความที่เกี่ยวข้อง

หมายเหตุ ผลการใช้ผลิตภัณฑ์เป็นผลการใช้ส่วนบุคคลและเป็นรีวิวส่วนบุคคล ไม่สามารถนำไปอ้างอิงไม่ว่ากรณีใด ๆ และผู้อ่านสามารถเลือกวิธีการรักษาหลุมสิวได้ตามที่ท่านเองเห็นว่าเหมาะสม 



Comments

Popular posts from this blog

บทสวดก่อนกินข้าว (ละอัตตาของการบริโภคนิยม)

บีมกลัวลืมค่ะ เลยรีบมาอัพแต่เช้า เอาไว้ให้ตัวเองอ่านด้วย และคงจะเป็นประโยชน์หากเพื่อน ๆ จะนำไปใช้ด้วย เพื่อละกิเลส ณ เวลาที่กินอะไร...
ไปเจอ 2 บทพิจารณาที่บอร์ดพลังจิต...มีดังนี้
บทที่ 1
ข้าวทุกจาน อาหารทุกอย่าง อย่ากินทิ้งขว้าง เป็นของมีค่า หลายคนเหนื่อยยาก ลำบากหนักหนา สงสารบรรดา คนยากคนจน ในโลกนี้ ยังมีคนที่จนยาก แสนลำบาก อัตคัตและขัดสน อย่ากินทิ้งขว้างตามใจตน สงสารคนอื่นที่ไม่มีกิน ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณแม่ครัว ที่ท่านกรุณา เมตตาทำอาหารมาให้ เราชาว...(ระบุ)...ซาบซึ้งน้ำใจ ตั้งแต่นี้ต่อไป จะทำความดีตอบแทน...
ตรง เราชาว...บีมก็ไม่มีไอเดียว่าให้ใส่อะไร หรือต้องใส่ "ชาวโลก"? ไม่รู้นะคะ อาจจะใส่ชื่อเราก็ได้


บทที่ 2 ปะฏิสังขา โยนิโส ปิณฑะปาตัง ปะฏิเสวามิ เนวะทวายะ นะ มะทายะ นะ มัณฑะนายะ นะ วิภูสะนายะ ยะวะเทวะ อิมัสสะกายัสสะ ฐิติยายาปะนายะ วิหิงสุปะระติยา พรัหมะจริยานุคคะหายะ ดิติ ปุราณัญจะ เวทะนัง ปะฏิหังขามินะวัญจะ เวทะนัง นะ อุปปาเทสสามิ ยาตรา จะ เม ภะวิสสะติ อะนะวัชชะตา จะผาสุวิหาโรจาติ
คำแปล
ปะฏิสังขา โยนิโส ปิณฑะปาตัง ปะฏิเสวามิ เราย่อมพิจารณาโดยแยบคายแล้วฉันบิณฑบาต เนวะ ทวายะ ไม่ให้เ…

วิธีล้างลำไส้แบบธรรมชาติ

เราควรมารู้จักก่อนว่า ของเสียและพิษที่สะสมในลำไส้นั้นมีอะไรบ้าง จะได้เข้าใจถึงกระบวนการล้างได้ถูกวิธี
พิษสะสมในลำไส้หลัก ๆ มาจากสิ่งต่อไปนี ลิ่มของนมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัวที่เป็นเมือกเหนียวอันเกิดจากการรวมตัวระหว่างนมกับน้ำย่อย ส่วนนี้จะไปเป็นเมือกเกาะติดตามผนังลำไส้น้ำมันพืชชนิดไม่อิ่มตัวสายยาวและไขมันทรานส์ที่จะเกาะอยู่ตามผนังลำไส้หากลำไส้เล็กย่อยไม่ได้หมดหรือย่อยไม่ได้เลยอาหารที่ย่อยไม่หมดจากระบบย่อยไม่สมบูรณ์ (เพราะตับ ลำไส้เล็ก ตับอ่อน ผลิตภัณฑ์เอ็นไซม์ย่อยไม่ได้มากนัก หรือการเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด)อาหารที่น้ำย่อยย่อยไม่ได้ หลัก ๆ คือ อาหารแปรรูปและอาหารผ่านไมโครเวฟพยาธิและจุลชีพที่เป็นโทษที่ติดมากับอาหาร ผักสด เนื้อสด เป็นต้น กลุ่มนี้จะมาโตในลำไส้ของเราได้ด้วยและแพร่กระจายไปจุดอื่น ๆ ได้ด้วยสารสังเคราะห์ที่ผสมในอาหาร เช่น สารกันเสีย สีผสมอาหาร สารแต่งกลิ่น ผงชูรส ฟอร์มาลีน เป็นต้นยาปฏิชีวนะที่ฆ่าเชื้อแบคทีเรียในร่างกายทั้งตัวที่ดีและไม่ดี และยาบางชนิดก็ไประคายเคืองผนังกระเพาะและลำไส้อีกด้วย ทำให้ผนังลำไส้เสียหาย ดูดซึมสารอาหารและน้ำได้ไม่ดี
พิษเหล่านี้จะสร้างภาวะที่เป็นกรดและความร้…

ปิดฉาก "สิวเรื้อรัง" ด้วยการล้างพิษท่อน้ำดีและตับ

หนังสือเล่มนี้...บังเอิญครูโชคดี เห็นที่บ้านคุณแม่มานานพอสมควรแล้ว
คุณแม่บอกว่า หนังสือดีมาก แต่ไม่รู้เป็นอะไร ครูก็ยังไม่ยอมหยิบติดมือกลับมาอ่านเสียที
ทั้งที่หนังสือนี้เขียนโดยนายแพทย์ด้านธรรมชาติบำบัดที่มีชื่อเสียงมาก
นายแพทย์บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล...

จนเมื่อไม่นานมานี้ ไปเยี่ยมคุณแม่ และรู้สึกว่า เล่มนี้ดึงดูดผิดปกติ
จนต้องหยิบมาอ่าน...อ่านแล้ว..."ต้องขอยืมคุณแม่กลับ"

รู้สึกได้ทันทีว่าจะมีประโยชน์มาก ๆ ต่อตัวเองและแฟนเพจ ลูกศิษย์ ลูกค้า
ที่มีปัญหา "สิว" อย่างแน่นอน ทั้งที่ยังไปได้เพียง 1/4 ของเล่ม
แต่จากประสบการณ์เรื่องการบำบัดสิวแนวธรรมชาติกว่า 8 ปี

อ่านแว่บเดียวก็รู้สึกเลยว่า...

คุณหมอให้ข้อมูลที่แน่นมาก (แม้จะดูเล่มเล็กก็เถอะ แต่แน่นจริงๆ)ทุกอย่างเป็นเหตุเป็นผลกันดีมาก เข้าใจได้ทะลุปรุโปร่งสำหรับครู (เพราะตัวครูเองก็ลงมือปฏิบัติเลยรู้ว่าที่คุณหมอให้ข้อมูลในหนังสือ เป็นความจริงทั้งหมด) แต่...คุณหมอไม่ได้เขียนถึงเรื่อง "สิว" เลยแม้แต่น้อยนะคะ คุณหมออธิบายเรื่อง "นิ่ว" ในท่อน้ำดีตับ ท่อน้ำดี และถุงน้ำดี ว่ามันทำให้มีปัญหาอะไร มันก่อตัวมาอย่างไร?