Skip to main content

ประมวลภาพและการรักษาสิวด้วยตัวเองของบีมตั้งแต่ พ.ศ. 2552 - 2558



หากมีผู้ถามบีมว่า ตอนนี้บีมเป็นอย่างไรบ้างแล้ว ช่วยอัพเดทหน่อย สิ่งที่ได้ทำมาตั้งแต่ปี 2552 มันเวิร์คไหม ยั่งยืนไหม 

คำตอบของบีมคือ บีมพอใจมากที่สุดกับสิ่งที่ตัวเองได้เรียนรู้ ได้ปฏิบัติมาตลอดระยะเวลาเกือบ 6 ปีค่ะ เพราะบีมไม่เคยเครียดอีกเลยว่า เป็นสิวเพราะอะไรแล้วจะแก้อย่างไร บีมมีเวลาและพลังงานเหลือเฟือที่จะนำไปทำสิ่งอื่น ๆ ที่สำคัญในชีวิตต่อไป นั่นคือ เป้าหมายที่บีมบรรลุแล้วเกี่ยวกับเรื่องสิวและผิวของบีม

แต่ละคนมีความพอใจไม่เหมือนกัน บางคนอยากได้ผิวเรียบเนียนแบบไข่ปอก
แต่กรรมพันธุ์มันสูงสุดก็ไม่ถึงไข่ปอกได้ แต่มันดีที่สุดในแบบที่มันเป็นได้

ผิวบีมก็เช่นกันค่ะ
ตอนนี้มันดีที่สุดในแบบที่มันจะเป็นได้แล้ว
จากการศึกษาเรื่องธาตุเจ้าเรือน 
จุดอ่อนสุขภาพของบีมคือ ตับ ถุงน้ำดี และความร้อนในตัว
เพราะฉะนั้น หากมีของเสียสะสมในลำไส้ ทานอาหารมัน นอนดึก เครียด สิวก็จะขึ้นแถว ๆ แนวกราม ขมับ โหนกแก้ม ใต้คาง ก็จะอยู่ประมาณนี้ ถ้าบีมปรับสมดุลได้แล้ว มันก็หายเอง ถ้าลำไส้สะอาดแล้ว ทานอาหารย่อยง่าย มันก็หายเองค่ะ ไม่มีอะไรที่บีมเครียดเลย...คือ บีมพอใจแล้ว ไม่ต้องเป็นไข่ปอกก็ได้ แค่หน้าสดแล้วมั่นใจมาก เดินออกจากบ้านได้เลยโดยไม่ต้องทาแป้ง ก็พอแล้ว

โอเคค่ะ บีมจะไล่เรียงให้ดูค่ะว่า ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการรักษาตัวเอง จนถึงปัจจุบัน มันแบ่งเป็นกี่ช่วง และหลังจากนั้นจะนำรูปภาพที่แทนแต่ละช่วงมาอธิบายให้เห็นภาพเพิ่มเติมเพื่อความเข้าใจนะคะ

ช่วงที่ 1 ส.ค. 2552 - พ.ย. 2552 


เป็นช่วงที่เริ่มต้นและถือว่า "สุดโต่ง" มาก ๆ สำหรับการใช้ธรรมชาติบำบัดรักษาสิว เพราะบีมไม่ใช้อะไรเลย ใช้แค่สบู่ก้อนเดียวล้างหน้า เพราะกลัวสารเคมีเข้าผิวหน้า คือรู้สึกว่าตัวเองรับมาเยอะแล้ว อยากพักบ้างค่ะ ไม่กล้าใช้อะไรเลย และในการรักษาภายใน ก็ทานแต่ผักผลไม้ อย่างอื่นไม่กิน กินไม่ได้ สิวพาลจะขึ้น ประกอบกับเป็นช่วงที่คุณยายป่วยหนักขึ้น บีมจะไม่ค่อยได้นอนแล้วค่ะ ต้องตื่นและหลับตามรูปแบบการตื่นหลับที่ไม่ปกติของคุณยายค่ะ จนคุณยายเสียเมื่อเดือนตุลาคมปี 2552 ค่ะ บีมก็เริ่มกลับมานอนแบบปกติ

แต่สิ่งที่ได้เรียนรู้คือ สิวสัมพันธ์กับอาหาร และความสะอาดของลำไส้ และเริ่มศึกษาและปฏิบัติเรื่องรักษาภาวะสมดุลร้อนเย็นของหมอเขียวค่ะ

ช่วงที่ 2 ธ.ค. 2552 - มี.ค. 2553 


เป็นช่วงที่เริ่มทดลองทานอาหารปกตินอกเหนือไปจากผักผลไม้ล้วน ๆ ค่ะ เพราะน้ำหนักเมื่อเดือน พ.ย. 2552 เหลือเพียง 38.5 กิโลกรัม จนนั่งชักโครกแล้วรู้สึกว่าก้นกบติดกับฝาด้านหลังแล้วรู้สึกเจ็บมาก เพราะเราไม่มีเนื้อเลย บีมรู้สึกว่ามันเกินไป ตึงเกินไปแล้ว สุดโต่งไป จนทดลองทานอาหารปกติ แต่สิวก็ยังขึ้นอยู่ค่ะ เราก็รู้สึกว่า อาหารที่ร้อนเกินไป อาหารพวกแป้ง ข้าว ก็ทำให้สิวขึ้น อาหารมัน ๆ และแปรรูปไม่ต้องพูดถึง คือ ขึ้นเยอะมากค่ะ เนื้อสัตว์ก็ทานไม่ได้ ย่อยยากอีก งานเขียนและการให้คำปรึกษาช่วงนั้นก็จะเป็นคำแนะนำที่ดูยากและเยอะ สำหรับคนทั่ว ๆ ไปค่ะ แต่ในคนที่ทดลองทำดูก็ได้ผลดีค่ะ เพราะมีการเขียนเล่าสู่กันฟังค่ะ และลูกค้าของบีม (ตอนนั้นเริ่มขายของในแบรนด์ MarryBeam แล้วค่ะ เป็นแบรนด์ตัวเอง) ก็บอกว่าได้ผลดีค่ะกับแนวทางที่เราแนะนำไป แม้จะทำยาก แต่ลูกค้าก็พยายามและทำได้ค่ะ

ช่วงที่ 3 เม.ย. 2553 - พ.ย. 2553


บีมท้องน้องแคนดี้ (ลูกสาวคนแรก) และได้เรียนรู้เกี่ยวกับระบบร่างกายอีกมากเลยในตอนท้อง ผิวตอนท้องดีมากค่ะ แต่ช่วง 3 เดือนแรกนั้นสิวขึ้นเยอะมาก มาพร้อมกับอาการแพ้ท้อง แต่พอเข้าเดือนที่ 4 อาการแพ้ท้องหายไปพร้อมกับหน้าที่ใสขึ้น บีมเลยเรียนรู้ว่า อ๋อ สิวฮอร์โมนเป็นแบบนี้เอง และฮอร์โมนมันทำงานแบบนี้ และได้รู้ว่าอาหารส่งผลต่อผิวของลูกมาก ๆ ด้วยค่ะ แคนดี้ บีมดื่มนมถั่วเหลืองและโปรตีนของยี่ห้อดัง ค่อนข้างมาก เขาผิวสวยมากตอนคลอดค่ะ ไม่มีไขติดตัวเลย และก็ได้เรียนรู้วิธีการทานอาหารอย่างไรให้ได้ครบหมู่โดยที่สิวไม่ขึ้นหรือขึ้นน้อยที่สุดค่ะ

ช่วงที่ 4 ธ.ค. 2553 - กลางปี 2557


เป็นช่วงที่ธุรกิจไปได้ดีมาก จึงทำให้บีมต้องมาทำงานบริหารธุรกิจและดูแลลูกค้าค่อนข้างมาก จึงไม่มีเวลาที่จะค้นคว้าทดลองอะไรเพิ่มเติมอีก แต่เก็บข้อมูลมาเรื่อย ๆ จากลูกค้า จากตัวเอง แต่ตอนช่วงท้องน้องแพรี่เมื่อปี 2555 และคลอด ม.ค. 2556 ก็ได้องค์ความรู้อีกชุดหนึ่งค่ะ ที่เพิ่มเติมขึ้นมาค่อนข้างมากเกี่ยวกับร่างกายของมนุษย์เรา กลไกการทำงานของร่างกาย ของจิตใจ ฯลฯ และการคลอดน้องแพรี่และมีลูกอีกคนหนึ่งก็ทำให้เรารู้เลยว่า ทำไมคนเราถึงแตกต่างกันแม้จะมีพ่อแม่คนเดียวกัน ซึ่งการดูแลตัวเองของแม่ตอนท้องสำคัญมากที่จะกำหนดได้มากว่าลูกจะออกมาเป็นอย่างไร มีผิวพรรณอย่างไร มีนิสัยใจคออย่างไรค่ะ และตอบคำถามลูกค้าหลายคนด้วยว่า "ทำไมเป็นพี่น้องกันแล้วคนนึงมีสิว อีกคนหนึ่งไม่มี" ก็เพราะเหตุนี้ล่ะค่ะ ว่าแม่ตอนท้องมีปัจจัยที่เข้ามาไม่เหมือนกัน ก็ส่งผลต่อลูกในท้องอย่างแตกต่างกันไปด้วยค่ะ

ช่วงที่ 5 กลางปี 2557 - ปลายปี 2557

บีมได้อ่านหนังสือ "ปฏิวัติน้ำมันพืช" โดยอาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ แล้วก็ได้คำตอบเกี่ยวกับสิวอีกหลายอย่าง เป็นคำถามจากทั้งตัวเองและลูกค้าด้วยค่ะ เพราะในช่วงนี้ เราเริ่มได้รับคำถามจากลูกค้าว่า ทำไมสิวจึงไม่หายเสียที ทำไมเคยรักษาไปแล้วแล้วมันกลับมาอีก และตัวบีมเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าจะแก้ปัญหาผิวอย่างไรดีที่มักจะเป็นสิวอุดตันหรือสิวไขมันที่สะกิด ๆ แล้วหัวไขมันชอบหลุด คือ เม็ดใหญ่ ๆ บีมไม่มีแล้วค่ะในตอนนั้น แต่เรารู้สึกว่า เราก็อยากให้ผิวมันเรียบเนียนกว่านี้นะ หรือว่าต้องเลเซอร์ บีมก็ไปยิงเลเซอร์ 2 รอบในปี 2558 ซึ่งรอบแรก ยิงแล้วก็ดูแลไม่ดีค่ะ ไปโดนแดดแรงตอนขึ้นบ้านใหม่ รอบที่สองก็ไม่ได้ยิงกับคุณหมอ ทั้งที่เรานัดไว้ หลังจากนั้นมาก็รู้สึกว่าผิวส่วนที่เราไปยิงมาจะมีปัญหานะ....แต่ไม่รู้ว่าปัญหาอะไร...แต่เรารู้สึกว่าผิวมันไม่เรียบเนียนดี ยิ่งช่วงร้อน ๆ หรือใช้ตัวผลัดผิวมาก ๆ ก็จะมีผด ๆ ขึ้นมา

คือ เราก็พอใจแล้วนะ แต่มันน่าจะดีกว่านี้ได้อีกไหม และเราก็ไม่มีคำตอบให้ลูกค้าว่าจะทำอย่างไร เลยต้องหาคำตอบกันต่อไปค่ะ

อ้อ...เรื่องน้ำมัน พออ่านหนังสือเล่มนั้นจบ บีมก็ทดลองเลย เอาน้ำมันมะพร้าวสำหรับปรุงอาหารมาทำอาหาร สรุปว่าสิวไม่ขึ้น ทั้งที่เป็นเมนูที่เคยใช้น้ำมันรำข้าวอย่างดีแล้วสิวขึ้น สามารถทานกะทิได้ คือ เราลองกินอาหารปกติเลยค่ะ บีมมักจะทดสอบความทนต่อการเกิดสิวด้วยการกินทุกอย่างดู คือ มันทนมากขึ้นนะ แต่ทุกครั้งที่ล้างลำไส้ ก็มีสิวขับพิษขึ้นทุกครั้ง เราก็มีคำถามว่า เอ...จะทำได้ไหมที่จะไม่ต้องมีเลยเวลาล้างพิษ เราก็พยายามหาคำตอบค่ะ...

ก็เป็นปีที่ได้เรียนรู้อะไรเพิ่มขึ้นมาก ๆ และได้รู้ว่า จริงๆ แล้วมีอาหารไม่กี่อย่างหรอกที่จะทำให้คนคนหนึ่งเป็นสิวค่ะ อย่างบีมเองก็แค่อาหารมัน ทอด ผัดด้วยน้ำมันที่ไม่ใช่น้ำมันมะพร้าว หรือพวกที่เป็นน้ำมันสกัดเย็น ถ้ากินมากไป ก็สิวขึ้นอีก (สำหรับตัวบีมเองนะคะ)อาหารหวานๆ และพวกอาหารขยะทั้งหลายที่กินแล้วเลือดจะเต็มไปด้วยไขมันและอนุมูลอิสระ เลือดจะสกปรก น้ำเหลืองจะสกปรก ก็จะทำให้เป็นสิวค่ะ ยิ่งร่างกายบีมจุดอ่อนอยู่ที่ว่า ถ้าไม่ขับถ่ายจะป่วยและเป็นสิวค่ะ ถ้าเดินทางไกล ๆ แล้วกลั้นไม่เข้าห้องน้ำก็เป็นเรื่องเลยทีเดียว เลยต้องพกตัวล้างลำไส้ไปตลอดค่ะเวลาเดินทาง

ส่วนนมวัว ทานได้แล้ว สิวไม่ขึ้น แต่ร่างกายไม่มีน้ำย่อยโปรตีนในนมวัวค่ะ เลยท้องเดินเวลาดื่มนมวัว ไม่สบายตัว ก็เลยไม่ดื่มเลยค่ะ

ปี 2558 เป็นต้นมาถึงปัจจุบัน (พ.ค. 2558)

บีมเรียนรู้ทั้งจากตัวเองและจากผู้เล่าสู่กันฟัง (หลังจากปฏิบัติดูแล้ว) ก็พบว่า การรักษาสิวไม่ยากเลยค่ะ มันจะมีของที่ต้องรู้ ต้องเลี่ยงไม่กี่อย่าง ไม่ยากเหมือนก่อนแล้ว และเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับผิวหน้าก็มีลำดับและขั้นตอนที่น้อยลงค่ะ และยิ่งเราได้เรียนรู้เรื่อง "สิวเทียม" (Acne Aestivalis) แล้ว บีมก็พยายามค้นหาวิธีการรักษาค่ะ เพราะเห็นคนในครอบครัวเราก็เป็นและลูกค้าเป็นเยอะเหมือนกัน ซึ่งผิวในกลุ่มนี้จะบอบบางเป็นพิเศษค่ะ แต่คุณหมอที่บีมไปพบบอกว่า รักษาไม่หายค่ะ 

แต่ไป ๆ มา ๆ บีมก็ได้มาเจอผลิตภัณฑ์แบรนด์นึงโดยการแนะนำของลูกค้า MACLEAR ค่ะ นั่นก็คือ แบรนด์ JEUNESSE ซึ่งตอนนั้นไม่ตั้งใจจะคุยเรื่องนี้เลย เราคุยกันเรื่องทั่ว ๆ ไปค่ะ แล้วมาเข้าเรื่องนี้อย่างไรไม่ทราบ ลูกค้าบอกว่า มันไม่ต้องไปเลเซอร์น่ะ เราก็สนใจมาก เพราะเราคิดว่าเลเซอร์จะช่วยให้ผิวเราเรียบเนียนได้กว่านี้ แต่เราคำนวณแล้วทั้งเวลาและงบประมาณ ถ้าตัวนี้เวิร์คจริง ๆ ก็ดีนะ ประหยัดกว่า เพราะใจก็ไม่อยากทำเลเซอร์แล้วค่ะ (เคยทำ Fraxel มาก่อน)

แล้วเมื่อลองใช้ก็ติดใจมาก และทำให้รู้ว่า MACLEAR นั้นดีมากเพียงใดยิ่งกว่าที่เคยรับรู้ คือ ทั้งสองแบรนด์ทำงานเป็นธรรมชาติ ไม่มีสารอันตรายอะไรเลย แต่ JEUNESSE นั้นตอบโจทย์เราในมุมที่ว่า มันรักษาหลุมสิวได้ด้วยตัวเองโดยที่เราไม่ต้องไปทำเลเซอร์เลยจริง ๆ ค่ะ และได้ผิวที่แข็งแรง เรียบเนียนกลับมา 

บีมเคยทดลองใช้อยู่หลาย ๆ ยี่ห้อในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เพราะจะได้ทราบว่า MACLEAR ต้องพัฒนาสูตรไหม อย่างไรบ้าง แต่บีมแจ้งตรง ๆ ว่า ไม่มีอะไรตอบโจทย์บีมได้ดีกว่า MACLEAR เลยค่ะ แต่วันที่เจอ JEUNESSE ตอนแรกก็ระแวงว่าจะดีไหม แต่พอใช้แล้ว มันคือคำตอบของเราเลยค่ะที่เรามองหา แต่เราก็ต้องใช้ด้วยความเข้าใจ ดีที่เรามีพื้นฐานทำ MACLEAR มาก่อน เราก็เลยรู้ว่าจะต้องใช้ครีมและอาหารเสริมอย่างไรให้ตอบโจทย์ผิวที่เราต้องการค่ะ และโชคดีที่มาเจอกลุ่มคนทำธุรกิจที่ดี เขาทำ How-to มาให้พร้อมเลยค่ะ บีมก็ใช้ตามนั้น และลองใช้ในแบบที่ตัวเองอยากทดลองดูด้วยค่ะ (เป็นธรรมชาติของบีมที่ชอบทดลองค่ะ) ผ่านไปเดือนกว่า ๆ พบเลยว่า มันใช่จริง ๆ ไม่ต้องเลเซอร์ก็ได้ผิวที่เราต้องการ

คนที่ผิวไม่เคยเสียหายมากมายจากปัญหาสิวเรื้อรังมาก่อน อาจไม่รู้สึกอะไรเท่ากับที่บีมรู้สึกก็ได้นะคะ แต่ตัวบีม บีมตื่นเต้นและดีใจที่ผิวย้อนกลับไปเป็นเหมือนก่อนเป็นสิวอีกครั้ง แม้จะมีสิวแนวกรามเพราะทดลองไม่ทานตัวดีท็อกซ์ลำไส้ดู เพื่อจะดูว่าครีมนี้จะช่วยได้ถึงเพียงไหนที่จะป้องกันไม่ให้สิวใหม่ขึ้น

แต่ข้อสรุปคือ สิวจากจุดอ่อนระบบภายในเรา มันจะขึ้นก็ขึ้นได้ค่ะถ้าเราไปกระแทกจุดอ่อนนั้น แต่สภาพผิวโดยรวมคือดีมาก ๆ ซึ่งเราไม่ได้สัมผัสความรู้สึกนี้มายาวนานเกิน 10 ปีค่ะ

ต่อไปนี้ คือ บีมจะไล่เรียงภาพให้ดูนะคะ และบรรยายสั้น ๆ ค่ะ พร้อมลงวันที่จริง ๆ 



23 เม.ย. 58
เช้าวันที่จะเริ่มใช้เซรั่มลูมิเนสส์ หน้าผากจะไม่เรียบ จะเป็นผดเวลาร้อน ๆ หรือใช้ตัวผลัดผิวมากไปค่ะ เรียกอาการนี้ว่า "สิวผด" หรือ Acne Aestivalis

23 เม.ย. 58

23 เม.ย. 58

30 เม.ย. 58
จำได้ว่านั่งในร้านกาแฟดังแห่งหนึ่ง แล้วคัน ๆ หน้ามาก คือมันแห้งมากค่ะ ทาแป้งแล้วเห็นแบบนี้เลย
มารู้ตอนหลังว่าทาตัว Night Cream มากไปและใช้ผิดวิธีด้วยค่ะ จึงทำให้ผิวมันแห้งผิดปกติ เพราะตัวนี้มันซ่อมผิวได้ลึกมาก ใช้ลูมิเนสส์ ตรงไหนต้องซ่อม ตรงนั้นจะแห้งค่ะ


7 พ.ค. 2558
เริ่มรู้สึกว่าพอใจกับ "หน้าสด" มากขึ้นค่ะ เริ่มรู้สึกได้ถึงความเรียบเนียนที่เกิดขึ้นหลังจากผิวที่แห้งๆ ผลัดออกไปแล้ว

7 พ.ค. 58 ผิวด้านข้างยังไม่เรียบค่ะ ยังแห้งพอประมาณ และเห็นรอยสิว รอยหลุมชัดเจนอยู่

7 พ.ค. 58 ผิวด้านข้างยังไม่เรียบค่ะ ยังแห้งพอประมาณ และเห็นรอยสิว รอยหลุมชัดเจนอยู่
25 พ.ค. 58
หลังล้างหน้าก็รู้สึกว่า ผิวสด ๆ ดูดีจัง ก็เลยอยากถ่ายรูปคู่กับผลิตภัณฑ์ค่ะ

25 พ.ค. 58
ลองถ่ายแสงพิฆาต คือ สาดเข้าด้านข้าง แล้วรู้เลยว่า ครีมมันช่วยเราเยอะจริง ๆ  ผิวด้านข้างที่เ่คยเป็นปัญหามันเรียบขึ้นมากค่ะ

25 พ.ค. 58
มีความแห้งอยู่บ้างค่ะ แต่สภาพผิวโดยรวมเหมือนยกระดับขึ้นมาก ๆ  หลังจากกิน VidaCell ไป 2 ซอง คือ ตอนกลางคืนก่อนนอนและตอนเช้าค่ะ (A4 กินมาก่อนแล้วประมาณ 7 วัน ซึ่งบีมจะทดลองกินเป็นตัว ๆ ไปค่ะ ไม่กินปนกันเพื่อให้ทราบว่าตัวไหนทำงานต่อร่างกายอย่างไร)

25 พ.ค. 58
นี่คือรูปตอนเย็น ๆ ค่ะ มีน้ำมันออกมาเอง ทำให้ผิวดูชุ่มชื้นสุขภาพดีค่ะ บีมชอบแบบนี้ คือ หน้าสดมาก

25 พ.ค. 58
ผิวด้านข้าง หน้าเร่ิมเรียบขึ้นมาก ส่วนที่เสีย ๆ ที่เคยเลเซอร์มาก็ทยอยออกไปค่ะ เราก็ใจเย็นๆ แค่รอเวลาให้ผิวใหม่สร้างขึ้นมาแทนที่

25 พ.ค. 58
ผิวด้านข้าง หน้าเร่ิมเรียบขึ้นมาก ส่วนที่เสีย ๆ ที่เคยเลเซอร์มาก็ทยอยออกไปค่ะ เราก็ใจเย็นๆ แค่รอเวลาให้ผิวใหม่สร้างขึ้นมาแทนที่

28 พ.ค. 58
หน้าสดเหมือนกันค่ะ ชอบผิวมาก เลยถ่ายมาให้เพื่อน ๆที่ติดตามดูด้วย

3 มิ.ย. 58
หน้าสด ไม่ลงแป้งและปัดบลัชออนนะคะ ช่วงค่ำ ๆของวันเลย
ผิวตรงแก้มเรียบขึ้นเยอะมาก ตรงที่เคยเป็นหลุมกลายเป็นขุย ๆ และเรียบเนียนเสมอกันขึ้นมากค่ะ

3 มิ.ย. 58
หน้าสด ไม่ลงแป้งและปัดบลัชออนนะคะ ช่วงค่ำ ๆของวันเลย
ผิวตรงแก้มเรียบขึ้นเยอะมาก ตรงที่เคยเป็นหลุมกลายเป็นขุย ๆ และเรียบเนียนเสมอกันขึ้นมากค่ะ

3 มิ.ย. 58
หน้าสด ไม่ลงแป้งและปัดบลัชออนนะคะ ช่วงค่ำ ๆของวันเลย
ผิวตรงแก้มเรียบขึ้นเยอะมาก ตรงที่เคยเป็นหลุมกลายเป็นขุย ๆ และเรียบเนียนเสมอกันขึ้นมากค่ะ
31 พ.ค. 58
เป็นภาพถ่ายกลางแจ้งแบบไม่ใช้แอพค่ะ มีแสง แต่เรารู้สึกว่าถ่ายออกมารอบนี้แล้วหน้าใสมาก ^^ พอใจค่ะ

Comments

Popular posts from this blog

บทสวดก่อนกินข้าว (ละอัตตาของการบริโภคนิยม)

บีมกลัวลืมค่ะ เลยรีบมาอัพแต่เช้า เอาไว้ให้ตัวเองอ่านด้วย และคงจะเป็นประโยชน์หากเพื่อน ๆ จะนำไปใช้ด้วย เพื่อละกิเลส ณ เวลาที่กินอะไร...
ไปเจอ 2 บทพิจารณาที่บอร์ดพลังจิต...มีดังนี้
บทที่ 1
ข้าวทุกจาน อาหารทุกอย่าง อย่ากินทิ้งขว้าง เป็นของมีค่า หลายคนเหนื่อยยาก ลำบากหนักหนา สงสารบรรดา คนยากคนจน ในโลกนี้ ยังมีคนที่จนยาก แสนลำบาก อัตคัตและขัดสน อย่ากินทิ้งขว้างตามใจตน สงสารคนอื่นที่ไม่มีกิน ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณแม่ครัว ที่ท่านกรุณา เมตตาทำอาหารมาให้ เราชาว...(ระบุ)...ซาบซึ้งน้ำใจ ตั้งแต่นี้ต่อไป จะทำความดีตอบแทน...
ตรง เราชาว...บีมก็ไม่มีไอเดียว่าให้ใส่อะไร หรือต้องใส่ "ชาวโลก"? ไม่รู้นะคะ อาจจะใส่ชื่อเราก็ได้


บทที่ 2 ปะฏิสังขา โยนิโส ปิณฑะปาตัง ปะฏิเสวามิ เนวะทวายะ นะ มะทายะ นะ มัณฑะนายะ นะ วิภูสะนายะ ยะวะเทวะ อิมัสสะกายัสสะ ฐิติยายาปะนายะ วิหิงสุปะระติยา พรัหมะจริยานุคคะหายะ ดิติ ปุราณัญจะ เวทะนัง ปะฏิหังขามินะวัญจะ เวทะนัง นะ อุปปาเทสสามิ ยาตรา จะ เม ภะวิสสะติ อะนะวัชชะตา จะผาสุวิหาโรจาติ
คำแปล
ปะฏิสังขา โยนิโส ปิณฑะปาตัง ปะฏิเสวามิ เราย่อมพิจารณาโดยแยบคายแล้วฉันบิณฑบาต เนวะ ทวายะ ไม่ให้เ…

วิธีล้างลำไส้แบบธรรมชาติ

เราควรมารู้จักก่อนว่า ของเสียและพิษที่สะสมในลำไส้นั้นมีอะไรบ้าง จะได้เข้าใจถึงกระบวนการล้างได้ถูกวิธี
พิษสะสมในลำไส้หลัก ๆ มาจากสิ่งต่อไปนี ลิ่มของนมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัวที่เป็นเมือกเหนียวอันเกิดจากการรวมตัวระหว่างนมกับน้ำย่อย ส่วนนี้จะไปเป็นเมือกเกาะติดตามผนังลำไส้น้ำมันพืชชนิดไม่อิ่มตัวสายยาวและไขมันทรานส์ที่จะเกาะอยู่ตามผนังลำไส้หากลำไส้เล็กย่อยไม่ได้หมดหรือย่อยไม่ได้เลยอาหารที่ย่อยไม่หมดจากระบบย่อยไม่สมบูรณ์ (เพราะตับ ลำไส้เล็ก ตับอ่อน ผลิตภัณฑ์เอ็นไซม์ย่อยไม่ได้มากนัก หรือการเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด)อาหารที่น้ำย่อยย่อยไม่ได้ หลัก ๆ คือ อาหารแปรรูปและอาหารผ่านไมโครเวฟพยาธิและจุลชีพที่เป็นโทษที่ติดมากับอาหาร ผักสด เนื้อสด เป็นต้น กลุ่มนี้จะมาโตในลำไส้ของเราได้ด้วยและแพร่กระจายไปจุดอื่น ๆ ได้ด้วยสารสังเคราะห์ที่ผสมในอาหาร เช่น สารกันเสีย สีผสมอาหาร สารแต่งกลิ่น ผงชูรส ฟอร์มาลีน เป็นต้นยาปฏิชีวนะที่ฆ่าเชื้อแบคทีเรียในร่างกายทั้งตัวที่ดีและไม่ดี และยาบางชนิดก็ไประคายเคืองผนังกระเพาะและลำไส้อีกด้วย ทำให้ผนังลำไส้เสียหาย ดูดซึมสารอาหารและน้ำได้ไม่ดี
พิษเหล่านี้จะสร้างภาวะที่เป็นกรดและความร้…

ปิดฉาก "สิวเรื้อรัง" ด้วยการล้างพิษท่อน้ำดีและตับ

หนังสือเล่มนี้...บังเอิญครูโชคดี เห็นที่บ้านคุณแม่มานานพอสมควรแล้ว
คุณแม่บอกว่า หนังสือดีมาก แต่ไม่รู้เป็นอะไร ครูก็ยังไม่ยอมหยิบติดมือกลับมาอ่านเสียที
ทั้งที่หนังสือนี้เขียนโดยนายแพทย์ด้านธรรมชาติบำบัดที่มีชื่อเสียงมาก
นายแพทย์บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล...

จนเมื่อไม่นานมานี้ ไปเยี่ยมคุณแม่ และรู้สึกว่า เล่มนี้ดึงดูดผิดปกติ
จนต้องหยิบมาอ่าน...อ่านแล้ว..."ต้องขอยืมคุณแม่กลับ"

รู้สึกได้ทันทีว่าจะมีประโยชน์มาก ๆ ต่อตัวเองและแฟนเพจ ลูกศิษย์ ลูกค้า
ที่มีปัญหา "สิว" อย่างแน่นอน ทั้งที่ยังไปได้เพียง 1/4 ของเล่ม
แต่จากประสบการณ์เรื่องการบำบัดสิวแนวธรรมชาติกว่า 8 ปี

อ่านแว่บเดียวก็รู้สึกเลยว่า...

คุณหมอให้ข้อมูลที่แน่นมาก (แม้จะดูเล่มเล็กก็เถอะ แต่แน่นจริงๆ)ทุกอย่างเป็นเหตุเป็นผลกันดีมาก เข้าใจได้ทะลุปรุโปร่งสำหรับครู (เพราะตัวครูเองก็ลงมือปฏิบัติเลยรู้ว่าที่คุณหมอให้ข้อมูลในหนังสือ เป็นความจริงทั้งหมด) แต่...คุณหมอไม่ได้เขียนถึงเรื่อง "สิว" เลยแม้แต่น้อยนะคะ คุณหมออธิบายเรื่อง "นิ่ว" ในท่อน้ำดีตับ ท่อน้ำดี และถุงน้ำดี ว่ามันทำให้มีปัญหาอะไร มันก่อตัวมาอย่างไร?