Skip to main content

ประสบการณ์ทรงคุณค่าในเสถียรธรรมสถาน (ตอนที่ 1)




บีมได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรม "โครงการศิลปะการพัฒนาชีวิตด้วยอาณาปานสติภาวนา" และ "จิตประภัสสรณ์ตั้งแต่นอนอยู่ในครรภ์" เมื่อวันที่ 2-4 มีนาคม 2555 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สั้นแต่ได้รับอริยทรัพย์อย่างมหาศาลค่ะ แม้จะยังไม่ได้เจอคุณแม่ (แม่ชีศันสนีย์) แต่คณะแม่ชีพี่เลี้ยง อาสาสมัคร และเพื่อนทางธรรมที่ได้พบปะกันที่นั่น ก็ทำให้รู้สึกว่าคุ้มค่ามากที่ครอบครัวของบีมได้เสียสละเวลาและพลังงานเพื่อมาช่วยเลี้ยงดูเจ้าตัวน้อยของบีมที่มีอายุเพียง 1 ปี 4 เดือน และบีมก็ตั้งใจเอาไว้ว่าจะต้องตั้งใจเก็บเกี่ยวอริยทรัพย์มาให้ได้ตามหลักการของสายกลางค่ะ ต้องขอบคุณจริง ๆ สำหรับความรัก ความเสียสละ ที่ชุมชนเสถียรธรรมสถานได้สร้างและคนที่มีโอกาสพึ่งได้เข้าไปและไปอยู่น้อยวันสามารถสัมผัสได้จริง ๆ ค่ะ

ความเรียบง่ายเริ่มตั้งแต่การแพ็คของ บีมมีกระเป๋า 2 ใบเท่านั้นค่ะ ด้วยความที่มีเวลาเตรียมตัวน้อย ตอนแรกตั้งใจจะใช้เป้ แต่หาซื้อไม่ทัน ก็เลยมีกระเป๋าใส่เสื้อผ้าและของใช้หนัก ๆ 1 ใบ และมีกระเป๋าย่าม (เพราะในกิจกรรมเราต้องใช้ใส่ของค่ะ เขารณรงค์ไม่ให้ใช้ถุงพลาสติกค่ะ) ใบสีเขียว ซึ่งก็เป็นของแถมตอนที่สมัครสมาชิกอีฟ โรเช่

บีมขาดของแค่ 2 อย่าง คือ ผ้าถุงสีขาว กับ พลาสติกสำหรับทำโยคะ ค่ะ แต่คิดว่าน่าจะไปหาเอาแถว ๆ นั้น ก็ตัดสินใจไปตายเอาดาบหน้า :)

ซึ่งในการแพ็คกระเป๋า ก็ทำให้ความจริงข้อหนึ่งปรากฎนะคะ ของที่เรามี ล้วนแต่หนัก ไม่ว่าจะเป็นร่างกายนี้ที่มีมวล ต้องการอาหารหล่อเลี้ยง ลำพังแบกร่างกายเรา หาอาหาร ก็หนักแล้วค่ะ แต่เรายังมีสัมภาระชีวิต เรามีหน้าที่ที่ต้องทำตามบทบาทของเรา แต่คนเราก็ชอบแบกปัญหาไว้ให้หนักเข้าไปอีก ทั้งที่ไม่จำเป็นเลยนะ และอีกอย่าง บีมนึกถึงตอนที่แพ็คกระเป๋าสำหรับครอบครัวตอนบินไปเยี่ยมบ้านพี่แม็คที่มาเลย์ ก็พบว่า ตอนนั้นเราใช้เวลามาก และต้องบรรจุของไปเยอะแยะเลยนะ คือ ชีวิตของคนหลายคนนี่มันหนักอยู่แล้วนะ เราอย่าสร้างปัญหาให้กันและกันอีกเลย ช่วยกันรักษาใจให้ดีเพื่อช่วยกันและกันไปสู่ทางพ้นทุกข์กันดีกว่า .... คนเราเกิดมาพร้อมกรรมของตัวเองมันหนักแล้วค่ะ เหมือนมีกระเป๋าอยู่ใบหนึ่งติดมาทุกคนอยู่แล้ว...มาช่วยกันดีกว่า

บีมออกจากเชียงรายในเช้าวันศุกร์ เดินทางด้วยเครื่องบิน และพอไปถึงสนามบินก็ไปทานข้าวที่ S&P เพราะเข้าใจว่าในเย็นวันนั้นน่าจะไม่ได้ทานมื้อเย็น เพราะเราต้องไปถือศีล 8 ค่ะ และก็ตรงไปที่นั่นเลยด้วยแท็กซี่

บีมแต่งตัวแบบเรียบง่ายมาก เสื้อยืด กางเกงยีนส์ ก็เราไปปฏิบัติธรรมนี่คะ ก็เอาแบบนี้แหละ

พอไปถึงก็รอลงทะเบียน แล้วก็ท่านแม่ชีอาวุโสท่านหนึ่งก็เป็นผู้อธิบายข้อตกลงในการมาปฏิบัติธรรมครั้งนี้ค่ะ เนื่องจากบีมเป็นกลุ่มแรก ก็ได้ฟังก่อนและเข้าที่พักก่อน และพวกเราจะได้รับแผ่นพับคนละแผ่น (ถ้ามาด้วยกันก็รับไป 1 แผ่นก็พอค่ะ) ในนั้นก็จะอธิบายข้อตกลงและตารางเวลาค่ะ เอาไว้ติดตัว ซึ่งบีมไม่ได้เอานาฬิกาไป และเอาไปแต่มือถือ (ซึ่งยืมของคุณแม่มาอีกทีค่ะ เป็นมือถือโนเกียธรรมดา เอาไว้ติดต่อเวลาเดินทางเท่านั้นค่ะ เผื่อฉุกเฉิน) ซึ่งบีมปิดตลอดระยะเวลาการปฏิบัติจนถึงประมาณ 16.00 น.ของวันอาทิตย์คือ ตอนลงทะเบียนออกแล้วค่ะ จึงเปิดโทรศัพท์

ตอนเข้าที่พัก บีมกับเพื่อน ๆ ที่มาปฏิบัติธรรมก็ใส่ปลอกหมอนและปูผ้าคลุมเตียงเอง ซึ่งจะเป็นเบาะสีเขียวค่ะแบบไม่หนา (ตามการถือศีล 8 งดเว้นการนอนที่นอนสบายและสูงใหญ่) และก็ที่นอนจะเป็น 2 ชั้นค่ะเหมือนของหอพักในหรือของทหารเลยค่ะ

อ้อ ลืมบอกค่ะว่า บีมไม่ได้เอากล้องถ่ายรูปไป คือ ตั้งใจจะทำชีวิตให้เรียบง่ายและปราศจากเครื่องรบกวนจิตใจมากที่สุด ในชีวิตประจำวันของเรา เราชอบที่จะถ่ายรูปและอัพเดทอะไรให้คนอื่นในทันทีใช่ไหมคะ บีมก็เลยขอพักช่วงเวลาแห่งการอัพเดท อยู่กับเวลาธรรมชาติ กลับสู่วิถีชีวิตที่ไม่มีเทคโนโลยีการสื่อสารบ้าง ซึ่งมันจะทำให้เราเกิดสัมมาสมาธิได้ง่ายค่ะ สมาธิตั้งมั่นจึงจะเกิดปัญญาเห็นธรรมได้

เพื่อน ๆ ก็เลยจะเห็นแค่ตัวหนังสือที่บีมเขียนถ่ายทอดนะคะ :)

จากการสังเกต เพื่อน ๆ ที่มาปฏิบัติธรรมจะแบ่งเป็นกลุ่มดังนี้
  • มาคนเดียวและไม่สนทนากับใครเลยระหว่างปฏิบัติ 
  • มากับเพื่อน 1-2 คน และก็จะคุยกันเฉพาะในกลุ่ม
  • มาคนเดียวแต่มาทำความรู้จักทักทายกันที่นี่และคุยกันในกลุ่ม 
จริง ๆ บีมตั้งใจไปแบบ "งดสนทนา" ค่ะ แต่ด้วยความที่เพื่อนข้างเตียงกับเยื้องเตียงเขาอัธยาศัยดี เราก็เลยได้คุยกัน แต่เวลาปฏิบัติเราก็ตั้งใจค่ะ เลยไม่ได้มีปัญหาอะไรที่กระทบการปฏิบัติ จะมีก็แต่ต้องระวังคำพูด เพราะการถือศีลเราต้องระวังวาจาไม่ให้เป็นไปในทางอกุศลค่ะ แต่มันก็มีหลุดบ้างนะ ก็สมาทานใหม่ค่ะ แต่เรื่องวาจาหรือคำพูดนี้ถือว่าสำคัญมาก ๆ เลยค่ะ และเป็นข้อที่คนทำผิดได้ง่ายมากกว่าข้ออื่นอีกนะคะ (ในมุมมองของบีมนะคะ) เพราะเวลาคุยเรามักเมามันและสติหลุดค่ะ ก็ต้องมีสติคุมดี ๆ เลยล่ะ

และแล้วบีมก็ออกไปพร้อมกับเพื่อนค่ะ สรุปบีมมีเพื่อนในกลุ่ม 3 คนค่ะ แต่ละคนน่ารักมากค่ะ และเราก็ไปเริ่มกิจกรรมโยคะกันก่อนเลย ต้องเอาแผ่นพลาสติกมาปูนอนที่สนามหญ้าตอนบ่าย 4 โมงค่ะ ร้อนหน้ามาก ๆ แต่ก็ดีค่ะ ได้นอนท่าศพ ซึ่งทำให้ผ่อนคลายมากจากการเดินทางค่ะ และก็มีครูนำโยคะค่ะ ซึ่งในขั้นตอนนี้ คุณครูก็ได้เน้นย้ำความสำคัญของลมหายใจ สอนวิธีหายใจ ให้รู้จักลมหายใจเข้าออกเบื้องต้นค่ะ ซึ่งบีมก็นำไปใช้ตลอดการภาวนาและนำไปต่อยอดให้เข้ากับอาณาปานสติที่แม่ชีท่านได้กรุณาสอนค่ะ

(ติดตามตอนต่อไปนะคะ ว่าระหว่างนี้ได้มีอะไรบ้าง และแต่ละกิจกรรมได้ก่อให้เกิดการเรียนรู้ภายในของบีมอย่างไรบ้างค่ะ ขอบคุณค่ะ)

Comments

Popular posts from this blog

บทสวดก่อนกินข้าว (ละอัตตาของการบริโภคนิยม)

บีมกลัวลืมค่ะ เลยรีบมาอัพแต่เช้า เอาไว้ให้ตัวเองอ่านด้วย และคงจะเป็นประโยชน์หากเพื่อน ๆ จะนำไปใช้ด้วย เพื่อละกิเลส ณ เวลาที่กินอะไร...
ไปเจอ 2 บทพิจารณาที่บอร์ดพลังจิต...มีดังนี้
บทที่ 1
ข้าวทุกจาน อาหารทุกอย่าง อย่ากินทิ้งขว้าง เป็นของมีค่า หลายคนเหนื่อยยาก ลำบากหนักหนา สงสารบรรดา คนยากคนจน ในโลกนี้ ยังมีคนที่จนยาก แสนลำบาก อัตคัตและขัดสน อย่ากินทิ้งขว้างตามใจตน สงสารคนอื่นที่ไม่มีกิน ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณแม่ครัว ที่ท่านกรุณา เมตตาทำอาหารมาให้ เราชาว...(ระบุ)...ซาบซึ้งน้ำใจ ตั้งแต่นี้ต่อไป จะทำความดีตอบแทน...
ตรง เราชาว...บีมก็ไม่มีไอเดียว่าให้ใส่อะไร หรือต้องใส่ "ชาวโลก"? ไม่รู้นะคะ อาจจะใส่ชื่อเราก็ได้


บทที่ 2 ปะฏิสังขา โยนิโส ปิณฑะปาตัง ปะฏิเสวามิ เนวะทวายะ นะ มะทายะ นะ มัณฑะนายะ นะ วิภูสะนายะ ยะวะเทวะ อิมัสสะกายัสสะ ฐิติยายาปะนายะ วิหิงสุปะระติยา พรัหมะจริยานุคคะหายะ ดิติ ปุราณัญจะ เวทะนัง ปะฏิหังขามินะวัญจะ เวทะนัง นะ อุปปาเทสสามิ ยาตรา จะ เม ภะวิสสะติ อะนะวัชชะตา จะผาสุวิหาโรจาติ
คำแปล
ปะฏิสังขา โยนิโส ปิณฑะปาตัง ปะฏิเสวามิ เราย่อมพิจารณาโดยแยบคายแล้วฉันบิณฑบาต เนวะ ทวายะ ไม่ให้เ…

วิธีล้างลำไส้แบบธรรมชาติ

เราควรมารู้จักก่อนว่า ของเสียและพิษที่สะสมในลำไส้นั้นมีอะไรบ้าง จะได้เข้าใจถึงกระบวนการล้างได้ถูกวิธี
พิษสะสมในลำไส้หลัก ๆ มาจากสิ่งต่อไปนี ลิ่มของนมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัวที่เป็นเมือกเหนียวอันเกิดจากการรวมตัวระหว่างนมกับน้ำย่อย ส่วนนี้จะไปเป็นเมือกเกาะติดตามผนังลำไส้น้ำมันพืชชนิดไม่อิ่มตัวสายยาวและไขมันทรานส์ที่จะเกาะอยู่ตามผนังลำไส้หากลำไส้เล็กย่อยไม่ได้หมดหรือย่อยไม่ได้เลยอาหารที่ย่อยไม่หมดจากระบบย่อยไม่สมบูรณ์ (เพราะตับ ลำไส้เล็ก ตับอ่อน ผลิตภัณฑ์เอ็นไซม์ย่อยไม่ได้มากนัก หรือการเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด)อาหารที่น้ำย่อยย่อยไม่ได้ หลัก ๆ คือ อาหารแปรรูปและอาหารผ่านไมโครเวฟพยาธิและจุลชีพที่เป็นโทษที่ติดมากับอาหาร ผักสด เนื้อสด เป็นต้น กลุ่มนี้จะมาโตในลำไส้ของเราได้ด้วยและแพร่กระจายไปจุดอื่น ๆ ได้ด้วยสารสังเคราะห์ที่ผสมในอาหาร เช่น สารกันเสีย สีผสมอาหาร สารแต่งกลิ่น ผงชูรส ฟอร์มาลีน เป็นต้นยาปฏิชีวนะที่ฆ่าเชื้อแบคทีเรียในร่างกายทั้งตัวที่ดีและไม่ดี และยาบางชนิดก็ไประคายเคืองผนังกระเพาะและลำไส้อีกด้วย ทำให้ผนังลำไส้เสียหาย ดูดซึมสารอาหารและน้ำได้ไม่ดี
พิษเหล่านี้จะสร้างภาวะที่เป็นกรดและความร้…

ปิดฉาก "สิวเรื้อรัง" ด้วยการล้างพิษท่อน้ำดีและตับ

หนังสือเล่มนี้...บังเอิญครูโชคดี เห็นที่บ้านคุณแม่มานานพอสมควรแล้ว
คุณแม่บอกว่า หนังสือดีมาก แต่ไม่รู้เป็นอะไร ครูก็ยังไม่ยอมหยิบติดมือกลับมาอ่านเสียที
ทั้งที่หนังสือนี้เขียนโดยนายแพทย์ด้านธรรมชาติบำบัดที่มีชื่อเสียงมาก
นายแพทย์บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล...

จนเมื่อไม่นานมานี้ ไปเยี่ยมคุณแม่ และรู้สึกว่า เล่มนี้ดึงดูดผิดปกติ
จนต้องหยิบมาอ่าน...อ่านแล้ว..."ต้องขอยืมคุณแม่กลับ"

รู้สึกได้ทันทีว่าจะมีประโยชน์มาก ๆ ต่อตัวเองและแฟนเพจ ลูกศิษย์ ลูกค้า
ที่มีปัญหา "สิว" อย่างแน่นอน ทั้งที่ยังไปได้เพียง 1/4 ของเล่ม
แต่จากประสบการณ์เรื่องการบำบัดสิวแนวธรรมชาติกว่า 8 ปี

อ่านแว่บเดียวก็รู้สึกเลยว่า...

คุณหมอให้ข้อมูลที่แน่นมาก (แม้จะดูเล่มเล็กก็เถอะ แต่แน่นจริงๆ)ทุกอย่างเป็นเหตุเป็นผลกันดีมาก เข้าใจได้ทะลุปรุโปร่งสำหรับครู (เพราะตัวครูเองก็ลงมือปฏิบัติเลยรู้ว่าที่คุณหมอให้ข้อมูลในหนังสือ เป็นความจริงทั้งหมด) แต่...คุณหมอไม่ได้เขียนถึงเรื่อง "สิว" เลยแม้แต่น้อยนะคะ คุณหมออธิบายเรื่อง "นิ่ว" ในท่อน้ำดีตับ ท่อน้ำดี และถุงน้ำดี ว่ามันทำให้มีปัญหาอะไร มันก่อตัวมาอย่างไร?