นำเสนอวิธีคิด + วิธีการใหม่ ในการ "ป้องกัน บำบัด ฟื้นฟู" ภาวะ "สิวในวัยผู้ใหญ่" (Adult Acne) แนวธรรมชาติบำบัดองค์รวมจากประสบการณ์ตรงเรื่องสิวกว่า 23 ปี นักเขียนเจ้าของผลงาน "สิวซีเคร็ต" และหนังสือสิวอีกหลายเล่ม วรดาภา สุขพิมลกุล (บีม)

โพสต์สำคัญที่ต้องอ่านก่อน!

สาเหตุของสิววัยผู้ใหญ่ (Adult Acne) ที่ขึ้นหลังวัย 20 ปี

สิววัยผู้ใหญ่ คือ อะไร? สิวในวัยผู้ใหญ่  ภาษาอังกฤษใช้คำว่า  Adult Acne  แต่ละสำนักอาจจะให้นิยามสิว ชนิดนี้แตกต่างกัน  แต่จากประสบก...

Dec 13, 2011

วิเคราะห์สิวของคุณด้วยภาพประวัติสิวของบีม พร้อมแนะนำวิธีค่ะ




ผู้ที่เป็นสิวเวลาที่ติดต่อขอรับคำปรึกษาจากบีมจะมีนิยามของสิวบนหน้าตัวเองแตกต่างกันไปค่ะ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมบีมจึงต้องขอรูปถ่ายสภาพผิวที่ชัดเจนก่อนเสมอที่่จะให้คำปรึกษา เพราะ บางคนไม่เคยเป็นสิวเลยในชีวิตและพึ่งจะมาเป็น ตอนคุยกันแบบไม่เห็นรูป จากคำอธิบายของเขาทำให้บีมจินตนาการแบบว่าของเขานี่สุด ๆ เลย แต่พอบีมได้เห็นรูป ก็...อ้าว เป็นไม่เยอะนี่นา เปรียบเทียบกับอีกท่านที่เป็นสิวมาน้านนานละ หลายปีดีดัก เขาก็จะพูดแบบว่าเฉย ๆ ก็เป็นสิวนะ ดีขึ้นมากแล้ว แต่พอเราเห็น เราก็แบบว่า เออ...ของคุณเรียกว่ายังมีัปัญหาเยอะอยู่นะคะ (คิดในใจ)

เพื่อให้เพื่อน ๆ แก้ปัญหาสิวของตัวเองได้ดีขึ้น บีมจึงคิดว่าเราควรมารู้จักกันก่อนว่าสิวแบบไหนเรียกว่าอะไรในบทความนี้นะคะ จะได้นิยามกันถูกต้องค่ะ

บีมจะอธิบายจากภาพอดีตสิวของบีมเองก็แล้วกันนะคะ ง่ายดี

นี่คือสภาพผิวของคนเป็นสิวโดยทั่วไปนะคะ ตอนนั้นเป็นช่วงก่อนที่บีมจะค้นพบวิธีรักษาสิวจากภายในค่ะ ตอนนั้นยังใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่มีจำหน่ายทั่วไป เช่น BP กับเจลล้างหน้าสำหรับผิวเป็นสิว ถ้าจำไม่ผิด คิดว่าช่วงนั้นน่าจะใช้ Acne Aid ค่ะ ก็หาดูในเน็ตเอาค่ะ ว่าเขาแนะนำและใช้อะไรกัน

คนเป็นสิวมีสภาพผิวเหมือนกันหมดค่ะ ถ้ายิ่งเข้าวงจรคลินิกแล้ว ไม่ว่าจะรักษาวิธีไหนมา ก็จะมีสภาพผิวแบบเดียวกันหมด ไม่ใช่คุณคนเดียวที่เป็นแน่นอนค่ะ ไม่ว่าลูกค้าบีมจะกี่ราย ๆ ก็จะมีสภาพดังนี้ ผิวหน้ากับตัวคนละอย่าง บางคนผิวตัวดีมาก แต่ผิวหน้าดูแย่มาก หมองคล้ำ ดำง่าย จากรูปนี้จะเห็นเลยว่ามันคนละแบบเลยนะคะ ผิวตัวเราจะดูเนียน ๆ ใช่มั้ยคะ แต่ผิวหน้าจะดูคล้ำ กร้าน มีพวกรอยด่างดำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ นอกจากนี้รูขุมขนจะกว้างทุกคนและหน้าแห้งแต่มันค่ะ (คือ ล้างหน้าได้ไม่ถึงชั่วโมง มันเยิ้ม และเวลาซับน้ำมันออกระหว่างวัน จะเห็นว่าผิวเป็นริ้ว ๆ เลยทีเดียว)



มาดูภาพขยายกันนะคะ....


ตอนใช้ BP หรือยาทาละลายไขมันและสิวอุดตัน ผิวจะดูเรียบ ๆ นะคะ แต่มันจะมีสิวขึ้นมาเรื่อย ๆ แหละ หน้าก็ยังมัน รูขุมขนยังกว้าง ช่วยอะไรไม่ได้เลย แถมมีริ้ว ๆ บนผิวอีกค่ะ ส่วนสิวเม็ดเล็ก ๆ ที่เห็นจะเป็นอุดตันค่ะ ที่รอการขึ้นมาอักเสบ มันก็จะขึ้นและยุบเป็นวงจรแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ค่ะ ไม่จบสิ้น ทายาก็ได้แค่คุมอาการ คุมไม่ให้มีสิวอุดตัน แต่เราไม่ได้รักษาจากภายใน ก็ทำให้มันขึ้นมาเรื่อย ๆ แหละ และสังเกตว่า ตอนนั้นบีมจะมีสิวที่หน้าผากและกรอบหน้านะคะ คือ แนว U-Zone ซึ่งเมื่อวิเคราะห์แล้วเป็นสิวที่เกี่ยวเนื่องกับระบบย่อยอาหารค่ะ คือ บีมเคยทานยาแก้อักเสบรักษาสิวมานานเหมือนกัน(ยากดภูมิและทำให้ลำไส้เสียสมดุลที่ดีค่ะ) ทานจนมีโรคประจำตัวคือปวดท้องเข้าห้องน้ำบ่อยมาก และเป็นโรคเกี่ยวกับท้องไส้เสมอ ๆ ค่ะ และคงด้วยเดือนเกิด ธาตุเจ้าเรือนของบีมด้วย และหลายปัจจัยทำให้ท้องไส้มักเป็นปัญหาประจำของบีมค่ะ และขอบอกว่ากว่า 95% ของผู้เป็นสิว ก็เป็นลักษณะนี้ล่ะค่ะ ดังนั้น ส่วนใหญ่ถ้าแก้ด้วยการปรับอาหารอย่างจริงจัง สิวจะดีขึ้นมาก ๆ โดยอักเสบยุบก่อนนะคะ ส่วนอุดตันต้องใช้เวลาหน่อยค่ะ แต่ไม่ยากเกินความสามารถ

รูปต่อมานะคะ เป็นรูปที่คงคุ้นเคยกันดีมาก เพราะเป็นรูปแรกที่เป็นจุดเริ่มต้นของการหาวิธีรักษาสิวด้วยตัวเองอย่างจริงจังน่ะค่ะ เพราะไม่ไหวแล้วกับวิธีเดิม ๆ ที่เคยทำและหมดหวังกับอะไรต่าง ๆ ที่เคยใช้รวมทั้ง BP ด้วย ซึ่งเป็นความหวังเดียว ณ ตอนนั้นเลยก็ว่าได้ แต่แล้วก็ทำหน้าพังยับเยินเลย มาดูกันค่ะว่ามีปัญหาอะไรบนหน้านี้บ้าง


รูปนี้คือเริ่มปล่อยผิวนะคะ ไม่ทำอะไรแล้ว ใช้แต่นูโทรจีน่าล้างหน้าและก็ตามด้วย Beauty Cream ของ ดร.สมชายค่ะ ก็ใช้แค่นั้นล่ะ เพราะไม่แพ้และใช้อย่างอื่นไม่ได้แล้วด้วย พังมาก หน้าสากและแห้งอย่างรุนแรง พอความชุ่มชื้นกลับมา สิวอุดตันทยอยขึ้นทุกรูขุมขนเลย T_T ก็เลยหยุดใช้ไปก่อนค่ะ 

เม็ดเล็ก ๆ ที่ขึ้นนี้บีมขอเรียกว่า "สิวอุดตัน" นะคะ บางเม็ดจะเป็นหัวดำ กดออกได้ง่าย บางเม็ดไม่มีหัวหรือเป็นหัวขาวที่ถ้าเรากดแล้วเสี่ยงต่อการอักเสบ ไม่แนะนำให้ไปทำอะไรมันค่ะ เพราะวิธีรักษามันหลัก ๆ แล้วต้องจัดการระบบภายในต่างหากล่ะค่ะ 

แต่สิวที่ขึ้นมาล็อตนี้เป็นล็อตที่บีมสันนิษฐานว่า ผิวเขาผลักสารเคมีส่วนเกินออกจากเซลล์ค่ะ เพราะบีมทา BP แบบไม่ล้างออกเลยและทาเยอะมากตามที่ www.acne.org แนะนำค่ะ บีมทาเกือบเดือน ซึ่งผิวลักษณะนี้จะเกิดขึ้นกับคนที่ใช้ครีมหน้าขาวหรือครีมที่ผสมสารต้องห้ามต่าง ๆ ด้วยค่ะ 

ดังนั้น ใครใช้ครีมที่มีสารต้องห้าม หรือแพ้ เซลล์ผิวเขาจะผลักออกมาประมาณสัปดาห์ที่ 3-4 ค่ะ และจะขึ้นมาลักษณะนี้แหละค่ะ คือ ถ้าส่องกับแดดแล้วหน้าจะเป็นอุดตัน เป็นผดเล็ก ๆ ทุกรูขุมขนหรือเกือบ 90% ของใบหน้าเลยค่ะ บางคนใช้ตัวล้างหน้าหรือบำรุงหรือครีมอื่นที่ไม่เหมาะกับผิวช่วงเป็นสิวอีก คราวนี้ผสานกันทำให้ไปกันใหญ่เลยทีเดียว

ผิวแบบนี้ถ้าจะลองรักษาเองด้วย Home Remedy ก็ให้ทดลองใช้ไข่ขาวตีให้ฟูแล้วพอกหน้าหลังล้างหน้าสะอาดค่ะ พอมันตึง ๆ ก็ล้างออกด้วยน้ำเปล่าหรือเจลล้างหน้าสูตรอ่อนโยนให้สะอาดแล้วซับหน้า ก็จบขั้นตอนค่ะ น่าจะเป็นสูตรที่ใช้ซับพิษออกจากผิวได้ 

แต่ถ้าใครจะเอาแบบชัวร์ว่าซับพิษออกแน่บีมก็แนะนำมาส์กสาหร่ายของ MarryBeam (ของบีมเองแหละค่ะ) เลยค่ะ และถ้าผิวหน้าไม่มีการแพ้แสบแดงใด ๆ เลยและผิวเริ่มสงบลงแล้ว แนะนำให้ใช้ควบคู่ไปกับมาส์กอุ่น Acne Treatment Mask ค่ะ เพราะตัวนี้จะทำให้เซลล์อุ่น ซึ่งความอุ่นจะไปทำให้เขาคลายสารพิษตกค้างในผิวได้มากขึ้น ทำให้ช่วงสัปดาห์แรกของการใช้ (รักษาช่วงแรก ๆ แนะนำให้มาส์กทุกวันจนกว่าผิวจะดีขึ้น สิวจะยุบลง) ผิวจะดูแย่ๆ และเหมือนสิวจะขึ้นเยอะหน่อย ก็เพราะกระบวนกรล้างพิษนี่ล่ะค่ะ

วิธีใช้คือ ล้างหน้าเสร็จ ซับหน้า ลง Whitening Program 10 นาที ล้างออกด้วยน้ำเปล่า ซับหน้าให้หมาด ลงมาส์กอุ่นทั่วหน้า (ให้มิดผิว) ทิ้งไว้ 30 นาที ล้างออกด้วยเจลล้างหน้าให้สะอาดแล้วมาส์กสาหร่ายทั่วหน้า มิดผิว ทิ้งไว้ทั้งคืนหรือ 1-2 ชั่วโมงตามสะดวกค่ะ

เช้ามาล้างหน้าด้วยเจลล้างหน้าให้สะอาด เช็ดด้วยน้ำเกลือ Klean & Kare หรือ Acne Treatment Toner ก็ได้ค่ะ เช็ดจนสำลีสะอาด (อย่างเบามือ) ถ้าจะลงบำรุงก็เลือกเป็น Fresh Aloe Cooling Serum ส่วนกันแดดเป็น UV Antioxidant SPF80 (BB Brightening) นี่ก็เป็นการดูแลผิวที่มีลักษณะแบบนี้ในช่วงแรกและทำจนกว่าสภาพผิวจะดีขึ้นค่ะ และต้องอดทนตอนผิวขับพิษนะคะ เดี๋ยวติดตามต่อไป จะให้ดูว่าผิวและสิวขับพิษเป็นอย่างไรนะคะ 

นี่เป็นรูปด้านข้างค่ะ ซ้าย-ขวา


จะเห็นว่ามีอักเสบและรอยแดง (ตอนนั้นบีบค่ะ ทนอาการคันสิวไม่ไหว) มีหัวหนอง เพราะตอนนั้นไปเที่ยวบ้านพี่แม็คที่มาเลย์ค่ะ อาหารส่วนใหญ่เป็นแป้ง ก็เป็นอาหารปกติที่เขาทานกัน แต่เราไ่ม่รู้ว่ามันส่งผลต่อสิวของเรามาก ๆ มันก็ขึ้นมาเรื่อย ๆ นะคะ บีบก็แห้งและก็ทิ้งรอย (บีมก็ผ่านช่วงเวลานั้นมาเหมือนกันค่ะ You Are Not Alone.) และก็ขึ้นมาใหม่ ซ้ำที่เดิมบ้าง ใหม่บ้างค่ะ แต่รอบนี้มันเริ่มลามไปแก้มละ แต่ก่อนบีมไม่มีสิวที่แก้มเลย (เพราะยังไม่รู้เรื่องระบบภายในกับสิวอย่างไรล่ะคะ สิวมันจะลามไปเรื่อย ๆ ล่ะถ้าเราไม่ดูแลระบบภายในให้ดีและกลับมาแข็งแรงสมบูรณ์ค่ะ)


รูปด้านนี้จะเห็นชัดว่าจะมีสิวอุดตัน สิวไขมันไม่มีหัวเยอะมาก ๆ ค่ะ คือ ช่วงนี้สิวจะขึ้นตามบริเวณผิวที่สากจากการใช้ BP ในสูตรที่บอกนั่นล่ะค่ะ ลามมาหมดเลย ลงมาที่คอด้วย คืออุดตันไม่มีหัวจะเยอะมาก บีบก็ไม่ออก ยุบก็ไม่ยุบ สิวแบบนี้เป็นสิวที่ร่างกายทนกับพิษสะสมไม่ไหวค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไขมันในเลือดสูงเกินไป ซึ่งถ้ามีปัจจัยร่วมเช่น นอนดึก ทานอาหารที่เป็นแป้งขัดขาว แป้ง ขนมปัง อาหารหวาน ๆ จะอักเสบขึ้นมาได้ตลอดเลย

ที่เห็นเป็นจุดแดง ๆ คือ เส้นลมปราณที่เชื่อมผิวหน้าส่วนนี้กับบริเวณที่อวัยวะมีปัญหาเขามีความร้อนสะสมค่ะ ความร้อนนี้เกิดจากพิษสะสมค่ะ ถ้าหากว่า เราตื่นมาแล้วมีสิวแดง ๆ แบบนี้เลย แสดงว่าเป็นพิษร้อนสะสม แต่ถ้าไปแดง ๆ คัน ๆ เอาช่วงบ่าย ๆ เย็น ๆ แสดงว่ามีความร้อนเกินสะสมระดับหนึ่งและถูกกระตุ้นด้วยความร้อนจากการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย (เหมือนรถยนต์นี่ล่ะค่ะ วิ่งไปทั้งวันก็ต้องร้อนเป็นธรรมดาถ้าระหว่างวันเราไม่หมั่นเติมน้ำในหม้อน้ำค่ะ ซึ่งชาว MarryBeam จะรู้วิธีกันดีแล้ว คือ ทานชาล้างพิษ ทานสมุนไพรและเลือกทานอาหารฤทธิ์เย็นเป็นสัดส่วนสูงในช่วงตั้งแต่เที่ยงถึงเย็นนั่นเองค่ะ)

นั่นหมายถึงว่า ถ้าทั้งแดง ยิ่งแดงมาก ยิ่งแสดงว่าระบบภายในร้อนมาก ก็ยิ่งต้องทุ่มเทมากกว่าคนอื่น ๆ ค่ะ และถ้ายิ่งมีสิวไม่มีหัว ไม่ยุบ บีบไม่ออกตรงนั้นอีก ก็ต้องใช้ิวิธีล้างพิษทุกวิธีเลย ตั้งแต่ทาน Dtox หรืออะไรอื่น ๆ ให้ถ่ายท้องให้สุด ทานสมุนไพรล้างพิษ ออกกำลังกายที่ไม่รุนแรง เน้นไปที่การเคลื่อนไหวพลังงานและการหมุนเวียนของเลือดลม เช่น โยคะ ชี่กง รำกระบอง หรือจะทำอะไรก็ได้ตามชอบค่ะ แต่ต้องไม่ออกกำลังแบบหักโหม หนักเกินไป และควรออกกำลังในช่วงเช้าค่ะ ถ้าจะออกตอนเย็นแนะนำให้ออกแบบเบา ๆ เพราะตอนเย็นร่างกายเขาอยากพักแล้วล่ะ อย่าไปฝืนเขาเลยค่ะ จะรวนเปล่า ๆ และรวมไปถึงการนวดตัว นวดเท้า การขูดกัวซา การอบซาวน่า เป็นต้นค่ะ ทำพร้อม ๆ กันไปหลายวิธีได้เลย และต้องหมั่น Detox เอาความคิดลบ อารมณ์ลบ ๆ โกรธ ผิดหวัง โมโห เสียใจ หดหู่ เศร้า ออกไปให้ได้ค่ะ

รูปต่อมาคือ สิวแพ้


รูปนี้ประมาณช่วงแรกของการเริ่มธรรมชาติบำบัดได้นะคะ คือ ปล่อยหน้ามาหลายเดือนแล้วล่ะ จนสิวที่เคยมีเริ่มดีขึ้นค่ะ แต่มีอยู่วันหนึ่ง นึกครึ้มอยากทดลองพอกหน้าด้วยสูตรโยเกิร์ต มะนาว น้ำผึ้ง พอกครั้งแรกแสบ ๆ หน้า แต่คิดว่ามันรักษาสิว ไม่เป็นไร พอกรอบสองตอนเช้าอีกรอบหนึ่ง แสบกว่าเดิม สาย ๆ ผดเริ่มขึ้นและแสบยุบยิบที่หน้าค่ะ มาทราบทีหลังว่านี่คืออาการแพ้กรดจากน้ำมะนาว ดังนั้น ถ้าบีมจะใช้ตัวผลัดเซลล์ จะใช้ตัวจากธรรมชาติโดยตรงไม่ได้เลย จะต้องสกัดออกมาเป็น AHA, BHA หรือ PHA ก่อนค่ะจึงจะใช้ได้ไม่ระคายเคือง และบีมมามั่นใจอีกรอบตอนแพ้มะขามเปียกค่ะ คือ รูปด้านล่างนี้ค่ะ


ช่วงนั้นเดือนมกราคม ฤดูหนาวค่ะ แถมผิวยังลอกตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคมจากการแพ้มะขามเปียก คือ มีอาการเหมือนกับตอนแพ้มะนาวในรูปแรกเลยค่ะ แต่ด้วยความที่อยากทดลอง ก็ดันไปใช้ดิฟเฟอรินมาทาตอนมันแพ้ ๆ นี่แหละ เพราะอยากให้มันหายเร็ว ๆ (ส่วนใหญ่ที่คนเป็นสิวมีปัญหาก็เพราะแบบนี้เลยค่ะ แบบว่าใจร้อน แต่หลายครั้งกลับทำให้อะไร ๆ มันแย่ลงนะ) รูปนี้คือผ่านมา 1 เดือนนะคะ ลองคิดสภาพก่อนหน้านี้ดูค่ะ มันรุนแรงมากจนบีมไม่อัพบล็อกไปเดือนนึงได้ค่ะ เพราะหดหู่ชอบกล ตอนนั้นขอบอกว่าท้อนะคะ ท้อมากเลย แต่มันก็ยุบไปเยอะละ ก็ทำต่อไป

และที่อยากชี้ให้เห็นก็คือ  ผิวที่กำลังผลัดหรือกำลังรักษาตัวเอง เขาจะมีอาการแห้งและผลัดนะคะ เห็นชัดมากจากรูปนี้ หลายคนที่กำลังเริ่มรักษาสิว จะต้องผ่านช่วงหน้าแห้งแบบนี้ไปทั้งนั้นค่ะ แต่บีมว่าบีมรุนแรงกว่านะคะ เพราะอากาศแห้งด้วย ผิวแพ้มาด้วย ตอนนั้นยังไ่ม่ใช้มาส์กสาหร่ายด้วย (ไม่กล้าใช้ทั้งที่ได้เทสเตอร์มาแล้ว กลัวแพ้อีก ถ้ารู้เหมือนตอนนี้ ใช้ตั้งแต่เริ่มแพ้แล้วค่ะ เพื่อน ๆ โชคดีนะคะที่มีบีมเป็นตัวบุกเบิกไปก่อนแล้ว ไม่ต้องลองผิดลองถูกอีก)

ซึ่งเวลาที่ใช้ผลัดนี้แต่ละคนจะไม่เท่ากันค่ะ ขึ้นอยู่กับสารอาหารที่เพื่อน ๆ ได้รับในแต่ละวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโปรตีน (ไม่ใช่จากเนื้อสัตว์) กับวิตามินซี ถ้าใครที่พึ่งเริ่มรักษาและลำไส้ยังมีปัญหาหรือพิษสะสมเยอะอยู่ ระบบดูดซึมจะยังทำงานไม่ดีนะคะ แนะนำให้ทานอาหารเสริมช่วยร่างกายไปก่อนเพราะมันดูดซึมได้เร็วเพราะไม่ต้องผ่านการย่อยจากร่างกายค่ะ ซึ่งเอาไว้ระบบร่างกายเราดีขึ้นเมื่อไหร่ ลำไส้สะอาดแข็งแรงเมื่อไหร่ เราก็ค่อย ๆ ลดอาหารเสริมแล้วไปทานอาหารเป็นยากับบำรุงร่างกายแทนค่ะ อยากให้ผิวเต่งตึงสดใส ก็ทานพวกน้ำเต้าหู้ นมถั่วเหลือง นมข้าวกล้อง นมจากธัญพืชเยอะ ๆ ทานโปรตีนจากถั่ว จากเต้าหู้ และทานผักผลไม้มาก ๆ ค่ะ ถ้าปั่นแล้วก็ดื่มทั้งกากได้เลยค่ะ  อย่าไปเอากากออก ยกเว้นที่กินกากไม่ได้จริง ๆ เช่น มะระ เป็นต้น ลงทุนซื้อเครื่องปั่นดี ๆ (คนเป็นสิวหรือระบบย่อยไม่ค่อยดี แนะนำให้ทานอาหารย่อยง่าย ดังนั้น ประโยชน์จากการทานผักผลไม้ทั้งต้นกับแบบปั่น คนเป็นสิวหรือระบบย่อยไม่ค่อยดี จะได้ประโยชน์เต็ม ๆ จากสารจากผักผลไม้สดในรูปแบบปั่นมากกว่าค่ะ)

นอกจากสารอาหารที่ครบถ้วนแล้ว การนอนเร็ว (3-4 ทุ่ม) การขับถ่ายตอนเช้าทุกวันหลังตื่นนอน การดื่มน้ำให้ถูกต้อง ก็จะทำให้ผิวผลัดเร็วและเซลล์ใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นมาจะแข็งแรงกว่ามาทดแทนเซลล์เก่าที่เสื่อมสภาพไปค่ะ

ถ้าดูแลตัวเองดี ๆ ก็ประมาณ 3 สัปดาห์ - 1 เดือนผิวก็ดีขึ้นค่อนข้างชัดเจนเลย

ภาพแสดงสิวจากการแพ้กรดจากน้ำมะนาว จะเป็นผดผื่นเล็ก ๆ ขึ้นทุกรูขุมขน ส่องกับแสงด้านข้างหน้าจะไม่เรียบเลย มีอาการคันสิวยุบยิบ ๆ ร่วมด้วย ยิ่งอากาศร้อนยิ่งคันมาก สิวแบบนี้กดไม่ออกด้วยเพราะไม่มีหัวค่ะ ถ้าเอามืออังหน้า ผิวจะมีไอร้อน มีอาการแดง ๆ เห่อ ๆ ให้เห็นด้วย บางคนจะมีหัวสิวเป็นน้ำใส ๆ ก็เป็นอาการแพ้เช่นกันค่ะ

รูปนี้มีทั้งสิวแพ้และสิวอุดตันที่มีอยู่เดิมจากพิษสะสมในร่างกาย สภาพผิวแพ้จะแห้งกร้านไปด้วย (จากกรดมะนาว) เป็นเม็ดผดผื่นคัน ลักษณะผิวแดง ๆ ร้อน ๆ เห่อ ๆ

สิวขับพิษมาเป็นระลอก ๆ
ด้านล่างนี้เป็นระลอกแรกของการรักษาด้วยธรรมชาติบำบัด
บีมมีแค่สบู่ล้างหน้าตัวเดียวตลอดระยะเวลา 3 เดือน
จึงสามารถบอกได้ว่าการรักษาภายในด้วยการดูแลสุขภาพแบบไหนที่จะทำให้สิวยุบหรือขึ้นได้ค่ะ


รูปด้านหน้าจะเห็นว่าผิวดีขึ้นบ้างแล้วนะคะ แต่มีสิวไขมันและอักเสบนิด ๆ (มีความแดงหน่อย ๆ) ที่หว่างคิ้วและเหนือหว่างคิ้ว บริเวณนี้บ่งบอกสุขภาพของตับนะคะ ถ้าผิวบริเวณอื่นดีขึ้น แต่แถวนี้มีสิวปูดออกมา ก็แสดงว่ามีการขับพิษออกจากตับค่ะ ถ้าเป็นสีแดงก็เป็นความร้อนสะสม ถ้าเป็นไขมันหรืออุดตัน ก็เป็นไขมันที่สะสมในเซลล์ตับค่ะ แต่ถ้าใครที่อยู่ช่วงล้างพิษด้วยและนอนดึกด้วย มันก็จะขึ้นไม่ยุบเสียทีค่ะ เพราะนอกจากจะมีสิวขับพิษแล้วยังมีสิวจากพิษเพิ่มจากการนอนดึกด้วย (รวมไปถึงเคสที่ทานอาหารที่ไม่ดีต่อสิวด้วยค่ะ)


รูปนี้ชัดเจนนะคะ นี่ล่ะค่ะขับพิษ ถ้าเทียบกับรูปด้านบน ๆ นู้น จะเห็นว่าจุดที่เคยเป็นไขมันไม่มีหัว เริ่มอักเสบออกมาเต็มเลย ซึ่งบีมมองเห็นแล้วว่าถ้าดื่มน้ำปั่นผักผลไม้ทุกวันสิวจะขึ้นและยุบไปได้เองค่ะ เลยไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะสุขภาพโดยรวมเราดีขึ้นมาก แต่บีมจะยังไม่รู้ว่าการนอนไม่พอส่งผลต่อคุณภาพผิวมากขนาดไหนค่ะ ซึ่งอย่างที่เคยบอกว่าบีมมีหน้าที่หลักอีกหน้าที่ในตอนนั้นคือดูแลคุณยายที่ป่วยเป็นอัลไซเมอร์ระยะสุดท้ายแล้ว ท่านจะตื่นจะนอนไม่เป็นเวลาทำให้บีมได้นอนวันละไม่กี่ชั่วโมงเองค่ะ แต่เราก็ไม่ป่วยเพราะบีมดื่มน้ำปั่นผักผลไม้มากกว่า 3 แก้วทุกวันค่ะ จะซื้อผลไม้มาตุนเลย ปั่นดื่มทุกวันค่ะ ช่วงนี้บีมก็ยังไม่ทาบำรุงอะไรเลย เพราะดูเหมือนผิวกำลังดีขึ้น (รักษาตัวเอง) กลัวว่าใช้อะไรจะแพ้อีก เลยไม่เอาเลยค่ะ


สรุปว่าไม่ได้ไปทำอะไรกับมันค่ะ มีบีบบ้างเวลาคัน ๆ สิว คือ ตอนนั้นมันเยอะมาก เราก็จะเอาแต่สิวลงท่าเดียว แต่พอตอนนั้นนะคะ อยากบอกว่า อย่าไปบีบไปเค้นมันแรงเลยค่ะ เพราะรอยสิวกับหลุมสิวเนี่ย รักษายากกว่าสิวมากมายหลายเท่าเลย แนะนำให้ดูแลสุขภาพให้ดี เลือกทานอาหารดีกว่าค่ะ ไม่ทานอาหารที่ก่ออาการอักเสบเพิ่มขึ้น ที่สำคัญเลยคือ นมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัว แป้งสาลี เค้ก เบเกอรี่ ของหวาน น้ำตาล (อะำไรก็ตามที่หวาน ๆ) และอย่านอนดึกค่ะ 3-4 ทุ่มจะดีมาก ๆ เลทสุดไม่เกิน 5 ทุ่ม และแนะนำวิดีโอนี้ค่ะ http://www.youtube.com/watch?v=Gxfj_g_D878 สำหรับคำแนะนำเรื่องอาหารค่ะ

ใครมีมาส์ก ใครมี Acne Set ใช้ไปค่ะ ใช้ไปเรื่อย ๆ ก่อนจนกว่าสิวแบบนี้จะหายไปค่ะ มันจะหายแน่ๆ จะช้าเร็วขึ้นอยู่กับการดูแลกายและใจของผู้รักษาตัวเองค่ะ ตอนนั้นบีมไม่มี Acne Set ไม่มีตัวช่วย มันยังหายเองได้ค่ะ เพื่อน ๆ มีตัวช่วยแล้ว ยังไงก็เร็วกว่านั่นล่ะค่ะ แค่ใช้ความอดทนเองนะคะ อดทนต่อความรู้สึกเศร้าและหดหู่ของตัวเองเวลาเห็นสิวขับพิษในกระจก และอดทนต่อคำของคนรอบข้าง ท่องไว้ มีคนทำได้ ทำเหตุให้ถูก ผลที่ถูกต้องเกิดขึ้นเองค่ะ และก็อย่าลืมยิ้มน้อย ๆ ให้ตัวเองตอนเศร้า ๆ ค่ะ การยิ้มจะเปลี่ยนปฏิกิริยาเคมีภายในได้มากเลยค่ะ จากลบเป็นบวกทันที วิธีง่าย ๆ


รูปนี้ถ่ายประมาณปลายเดือนพฤศจิกายน 2552 ค่ะ ไปเรียนดูดวงเบื้องต้นกับ อจ.ชณนบ ที่ กทม. จำไ้ด้ว่าตอนนั้นสิวเริ่มหายแ้ล้วนะคะ มีตัวบำรุงที่เป็นจุดเริ่มต้นของ MarryBeam นี่แหละ แต่บีมยังไม่มีตัวไหนใช้รักษาสิวโดยตรงเลยค่ะ ก็ดูแลภายในอย่างเดียว ตอนนั้นทาแป้งแบบเบา ๆ เองค่ะ รู้สึกมั่นใจขึ้นนะคะ แม่ก็เห็นพ้องว่าสิวดีขึ้นมากแล้ว ยุบไปเยอะแล้ว 


พอได้นอนมากขึ้น (คุณยายเสียเมื่อต้นเดือนตุลาคมค่ะ หลังจากท่านเสีย บีมเลยได้นอนเต็มเวลา) สิวขับพิษที่เคยขึ้นก็ค่อย ๆ หายไปเอง และสิวหายแดงไปเยอะเลย เห็นมั้ยคะ ดูรูปด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ ตอนนั้นยังดื่มเฉพาะน้ำปั่นผักผลไม้อยู่ค่ะ อาหารปกติยังทานไม่ค่อยได้เพราะทานแล้วสิวจะขึ้นนะ แต่บีมไม่แนะนำเพื่อน ๆ ใ้ห้ดื่มเฉพาะน้ำปั่นผักผลไม้นาน ๆ นะคะ คือ ตอนนั้นบีมยังไม่ได้ค้นคว้าเพิ่มว่าจะทานอะไรได้บ้างไม่ได้บ้าง เพราะบีมยึดมั่นในน้ำปั่นผักผลไม้อย่างเดียว เลยปิดช่องทางอื่นค่ะ ไม่ค้นคว้าต่อเรื่องอาหาร ส่วนใหญ่ถ้าจะทานก็ง่าย ๆ ค่ะ ไม่มีเมนูอร่อย ๆ เลย คนอื่นทำตามยาก เช่น เห็ดนึ่งจิ้มน้ำพริก ข้าวกล้อง ข้าวต้มใส่ไข่และเต้าหู้ ก็วน ๆ อยู่เท่านี้แหละ





สรุปและเน้นย้ำว่า การนอนเร็ว หลับลึก เป็นยารักษาร่างกายและรักษาสิวที่มีประสิทธิภาพสูงสุดค่ะ ใครที่อยากสิวหายเร็วแต่ยังมีข้ออ้างในการนอนดึก หรือมีปัจจัยที่ำทำให้ต้องนอนดึก ก็ต้องยอมรับว่ากระบวนการฟื้นฟูร่างกาย รักษาสิว และรอยสิวจะช้าตามไปด้วยค่ะ

จริง ๆ แล้วสิวบีมควรจะดีขึ้นตั้งแต่ตอนนั้นแล้วนะคะ ถ้าบีมไม่ไปทดลองใช้มะขามเปียกในเดือนธันวาคมเพราะเห็นว่าตัวเองมีสิวอุดตันที่ยังเหลืออยู่ ไม่หมดเสียทีค่ะ แต่ยิ่งทำให้ผิวเยินรับปีใหม่เลยทีเดียว เศร้าข้ามปี

และจริง ๆ ถ้าบีมกล้าใช้มาส์กสาหร่ายที่ได้เทสเตอร์มาตอนนั้น ผิวของบีมคงจะดีขึ้นตั้งแต่ต้นปี 2553 แล้วค่ะ ^^

หลังจากผิวที่แพ้ ๆ แห้ง ๆ ค่อย ๆ ผลัดออกแล้ว สภาพผิวเริ่มกลับมาดีอีกครั้งหนึ่งค่ะ ตอนนั้นจะเหลือรอยแดงสิวและสิวไม่มีหัวที่โหนกแก้มและอุดตันเรื้อรังที่ไ่ม่ยอมยุบเสียที ส่วนอื่น ๆ ดีขึ้นหมดแล้วค่ะ รูปนี้ทาแป้งฝุ่นบาง ๆ เท่านั้นค่ะ
นี่สภาพผิวดีขึ้นมากหลังค้นพบกุญแจสำคัญ คือ ตับ ค่ะ และผิวใสมากหลังสัปดาห์ขับพิษจากการสวนลำไส้ด้วยกาแฟ ทำติดต่อกัน 3 วัน เช้าและก่อนนอน (ระวังนอนไม่หลับนะคะ ^^) และมีอาการหน้าหมอง ขับพิษร้อน ร้อนในประมาณสัปดาห์กว่า ๆ ค่ะ เป็นอาการขับพิษร้อนจากตับนั่นเอง พอความร้อนเริ่มหาย ร้อนในหาย (ทั้งที่ทานของฤทธิ์เย็นทุกวัน แต่ปากแห้งตลอดค่ะ นี่คือ อาการขับพิษร้อนค่ะ ก็ต้องทานตัวถอนพิษร้อนต่อไปจนกว่าอาการจะดีขึ้นค่ะ) 

เหลือแต่ที่โหนกแก้มนี่แหละที่มีปัญหาอยู่บ้าง แต่ว่ามันหายไปเยอะค่ะและรอยแดงลดลง สิวอุดตันหายไปไหนไม่รู้ เหลือนิดเดียวหลังสวนลำไส้ด้วยกาแฟค่ะ

หน้าด้านนี้จะลอกแห้งหน่อยค่ะ จำไม่ได้ว่าเป็นผลจากอะไร แต่จะชี้้ให้เห็นว่าในกระบวนการรักษาผิว อาการลอกแห้ง เป็นขุยนั้นเป็นปกติมาก ๆ ค่ะ เพียงแค่เลือกตัวบำรุงให้เหมาะสมกับระดับความแห้ง คือ ถ้าทาแล้วผิวชุ่มชื้นไปนานกว่า 1 ชั่วโมง แสดงว่าใช้ได้เลยค่ะ และเมื่อผิวมีความชุ่มชื้นพอดีตามธรรมชาติแล้วก็ต้องปรับไปใช้ครีมหรือเซรั่มที่เหมาะกับสภาพผิว ณ ตอนนั้นอีกรอบค่ะ ใช้ตัวเดิมอาจทำให้หน้ามันก็เป็นได้ หรือจะทดลองทาน้ำมันมะพร้าวทิ้งไว้ 5 นาที เช็ดด้วยสำลีหมาด 3 แผ่นเบา ๆ แล้วล้างออกด้วยตัวล้างหน้าที่อ่อนโยนสัก 2-3 รอบก็ได้ค่ะ พอผิวมันผลัดออกแล้ว มันจะดีขึ้นเองและกลับมาชุ่มชื้นเองค่ะ

แต่เรื่องราวมันไม่จบแค่นั้นค่ะ เพราะบีมต้องทำหน้าที่บุกเบิก ต้องทดลองครีมต่าง ๆ สำหรับลูกค้า MarryBeam มีช่วงนึงที่พอกโคลน Dead Sea ตัวนี้แหละ โอ้โห สิวขึ้นเยอะเลยค่ะ พอก 2 ครั้งเห็นท่าไม่ดี เลยเลิกดีกว่าค่ะ


และด้วยความที่ทำงานหนัก เหนื่อย เครียด (ก่อนพี่กานต์มาช่วย หนักมากก ทำงานจนผอมเลยทีเดียว) ก็จะทำให้ตับเขาสะสมพิษและความร้อนไว้เรื่อย ๆ ค่ะ เวลาล้างพิษทีก็มีสิวขับพิษออกมาเรื่อยแหละ แต่มันจะออกมาแบบน่ารัก ๆ ค่ะ ออกมาพอให้รู้ว่าขับพิษ ไมกี่วันก็ยุบไปค่ะ ยกเว้นตอนทานยาสมุนไพรรักษามะเร็ง (ที่บีมสอบถามพ่อหมอว่าใช้รักษาสิวได้มั้ย เขาว่ามันใช้ล้างพิษน่ะนะ ก็ทานได้) ขับออกมา 2 สัปดาห์แต่เป็นเม็ดเล็ก ๆ นะคะ แดงนิดหน่อย ก็ใช้มาส์กสาหร่ายพอกเอา ใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่มรักษาสิวเอาค่ะ แต่บางทีก็ไม่ใ้ช้ตัวรักษาสิวเลยเพราะอยากรู้ว่าสิวมันจะยุบเองเมื่อไหร่ มันก็ยุบไปเองภายในไม่เิกิน 3 วันค่ะ (สำหรับ Dtox) และถ้าใครก็ตามที่รักษามาจนถึงจุดที่บีมเป็นตอนนี้ และมีชีวิตแบบไม่่เครียด ได้พักผ่อนพอ รับรองว่าสิวไม่ได้ย่างกรายแล้วแหละ แต่ที่บีมยังมีสิวขับพิษเพราะงานยังเยอะอยู่ค่ะ เยอะจริง ๆ ^^ ตับเขาเหนื่อย เลยต้องคอยล้างกันเรื่อย ๆ นี่แหละ

สิวขับพิษช่วงทานยาสมุนไพรแ้ก้มะเร็งนะคะ จะเป็นแบบนี้

สิวหัวขาวฐานแดงแถวคาง กราม แก้มล่าง หมายถึง การขับพิษร้อนและเมือกมันจากผนังลำไส้ค่ะ เวลาขับพิษ บีมจะมีแค่แถว ๆ นี้แหละ เพราะมีปัญหากะระบบนี้ตั้งแต่เด็กค่ะ แบบว่าระบบย่อยไม่ค่อยดี


ให้ดูหน้าผากค่ะ มันจะเป็นอุดตันน้อย ๆ แบบนี้เวลาล้างพิษค่ะ นี่แหละ สิวขับพิษจากลำไส้เช่นกันค่ะ ขับพวกไขมันออกมา

และนี่คือสิวขับพิษจากกระบวนการรักษาตามปกติผสมกับสิวจากพิษที่เกิดจากการนอนดึกหรือนอนไม่พอ (ช่วงรักษาสิวด้วยตัวเองเข้าเดือนที่ 2 และช่วงดูแลคุณยายระยะสุดท้ายค่ะ)

สิวหัวคิ้ว ขับพิษจากตับ (นอนไม่พอ) ซึ่งรูปนี้ถ่ายเมื่อ 4 ตุลาคม 2553 เป็นวันก่อนวันที่คุณยายจะเสีย 1 วันค่ะ

สิวขับพิษจากกระบวนการรักษาตามปกติผสมกับสิวพิษจากการนอนไม่พอ พักผ่อนไม่พอ จะเห็นว่ารอยแดง (ความร้อน) ถูกขับออกมาเยอะเลยค่ะ เวลาเราพักผ่อนไม่พอ ร่างกายจะมีภาวะร้อนเกินสูงมากค่ะ ทำให้เป็นรอยแดงไม่เห็นและมีสิวอักเสบ ต้องทำให้ร่างกายเย็นลงด้วยอาหาร สมุนไพร การนอนเร็ว การดื่มน้ำที่ถูกวิธี และใช้ความเย็นจากน้ำแข็ง เจลเย็น และมาส์กสาหร่ายเข้าช่วยค่ะ

รอยแดงและสิวอักเสบจากพิษใหม่และเก่าผสมกัน

รูปนี้เป็นสิวฮอร์โมนค่ะ ตอนนั้นท้องได้ประมาณไม่เกิน 3 เดือน จะมีสิวเม็ดเล็ก ๆ คล้ายสิวอุดตันขึ้นมาแบบไม่ทราบสาเหตุ (ตอนยังไม่รู้ว่าท้อง) ขึ้นมาเกือบทั่วหน้าค่ะ แถวแก้มก็มี ตกใจหมดเลย แต่พอหายแพ้ท้องแล้วมันก็ยุบไปเองค่ะ และจะกลับมาบ้างตอนที่น้องในท้องตัวโตขึ้นหรือมีการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างที่ตัวเขาค่ะ ก็จะทำให้ฮอร์โมนเราเปลี่ยนด้วย สิวแบบนี้ก็จะขึ้นและยุบไปเองค่ะ บีมก็ดูแลผิวด้วย Acne Control Liquid Soap, Acne Control Cream, Whitening Program, มาส์กสาหร่าย และก็ Glutathione Gel เท่านั้นค่ะ ทากันแดดบ้างเวลาไปข้างนอก และทาน Dtox ตัวเดียวค่ะ

รูปนี้ตอนเดือนท้าย ๆ ของการท้องแล้วค่ะ ดีขึ้นมาก ๆ แล้ว



จะเห็นนะคะว่ารอยมันจาง ๆ ไปเองได้ค่ะ ไม่ต้องไปกังวลกับมันมากค่ะ โดยถ้ารักษาถูกวิธี สิวอักเสบจะยุบก่อน และอุดตันจะใช้เวลาเพราะเป็นสิวที่เกี่ยวกับอาหารที่ทาน ปริมาณน้ำตาล และปริมาณไขมันในเลือด (สมดุลของการนำสารอาหารไปใช้ค่ะ) ซึ่งต้องใช้เวลาในการปรับตรงนี้ เพราะช่วงแรกมันต้องล้างไขมันเสียออกมาก่อน ทำให้สิวเหมือนขึ้นเยอะกว่าเดิม พอผ่านไปแล้ว มันจะค่อย ๆ ลดลงเองค่ะ

และรอยสิวจะเปลี่ยนจากรอยแดงเป็นรอยดำ (พิษร้อนถูกถอนออกแล้วค่ะ)

หน้าที่ของเราคือ แค่ช่วยให้ในสิ่งที่ร่างกายต้องการเพื่อให้เขาซ่อมแซมและรักษาตัวเองจากอาการสิวได้เองค่ะ เราไปกะเกณฑ์ไม่ได้หรอกว่าจะหายเมื่อไหร่ เพราะร่างกายเขาเป็นคนซ่อม เราทำได้แค่ support ในสิ่งที่เขาต้องการค่ะ

1 ความคิดเห็น:

คนเกิดมาผิวเซนซิทีฟ said...
This comment has been removed by a blog administrator.