Skip to main content

เรื่องของเส้น(ลมปราณ) สำคัญไฉน

วันนี้ขอแปะข้อมูลที่ไปอ่านมาหน่อยค่ะ กลัวว่าวันหลังจะหาไม่เจอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลบอกเกี่ยวกับทางเดินของเส้นลมปราณที่เข้าใจง่ายมากเลย เพราะบีมจะเอามาใช้ในการช่วยวิเคราะห์จุดที่เกี่ยวกับสิวบนหน้าเพิ่ม และอยากให้เพื่อน ๆ ที่เป็นสิวทุกคนเห็นภาพว่าเรื่องของสิวไม่ใช่แค่อะไรบนใบหน้าจริง ๆ ค่ะ และทำไมการฝังเข็ม นวด กัวซา จึงสามารถช่วยเรื่องสิวได้ด้วย ดังนั้นการรักษาสิวต้องปฏิวัติทั้งกายและใจเืพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืนนะคะ

เส้นสีดำคือเส้นลมปราณ ถ้าของใคร เส้นไหนติดขัด บีมสังเกตว่ามันจะเป็นสิวไม่มีหัวค่ะ เหมือนลมดันออกมาใช่มั้ยคะ ทำไงก็ไม่ยุบ ต้องให้พลังมันเดินค่ะ จุดที่ติดขัดจึงจะสลายและหายไป สิวก็ยุบด้วย และถ้าสิวอักเสบก็แสดงว่าเส้นนั้นร้อนนะคะ เพราะพิษเอย เครียดเอย หายใจสั้นเอย ฯลฯ ร้อยแปดพันประการที่จะทำให้เกิดภาวะร้อนสะสมในร่างกายค่ะ ก็ต้องแก้้ด้วยการทำให้ร่างกายเย็นลงด้วยการปรับไลฟ์สไตล์ให้ช้าลง หายใจถึงปอดมากขึ้น (ถ้าอากาศบริสุทธิ์) และปรับด้วยอาหารและสมุนไพรฤทธิ์เย็นเป็นต้นค่ะ
File Name :276-009
นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่ม :276
เดือน-ปี :04/2545
คอลัมน์ :แพทย์แผนจีน
นักเขียนหมอชาวบ้าน :นพ.วิทวัส (ภาสกิจ) วัณนาวิบูล


มีความเชื่อกันว่า คนจะได้ดิบได้ดี จำเป็นต้องมีความเก่งบวกความเฮง แต่สมัยนี้จะให้แน่ยิ่งกว่าแช่แป้ง บางครั้งสำคัญกว่าเก่งกับเฮง คือ ต้องมีเส้น

ใครจะฝากเด็กเข้าเรียน ฝากเด็กเข้าทำงาน ใครจะเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น หรือแม้แต่จะจองหุ้น ถ้าเส้นไม่ดีโอกาสจะผิดหวังสูงมาก

ใน วิชาศาสตร์แพทย์แผนจีน การรักษาโรคเกี่ยวกับเส้นมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่าการให้ยาสมุนไพร หรือการดูแลสุขภาพด้านอื่น โรคที่เกิดจากความผิดปกติเกี่ยวกับเส้นเป็นสิ่งพบเห็นได้กับคนแทบทุกคน ไม่ผิดเพี้ยนจากชีวิตทางสังคมที่มักต้องอาศัยเส้น

มักมีคนไข้ถามเสมอว่า
“คุณหมอครับ ผมเป็นโรคเกี่ยวกับกระดูก กล้ามเนื้อ หรือเส้น หรือเอ็น”

โดยวิธีคิดของการรักษาแบบแพทย์แผนปัจจุบัน จะให้ความสำคัญของการตรวจวินิจฉัยโรค โดยดูที่พยาธิสภาพว่า เป็น โรคของเนื้อเยื่อหรืออวัยวะส่วนใดที่ผิดปกติ เป็นที่ตัวกระดูกมีความผิดปกติแล้วไปกดทับเส้นประสาทหรือไม่ หรือกระดูกผิดรูปทรงบิดเบี้ยว หรือกระดูกมีการผุ การกร่อนจนทำให้เกิดความเจ็บปวด
ถ้าเป็นกล้ามเนื้อ อาจจะดูว่าเป็นเพราะถูกทำลาย บาดเจ็บฉีกขาดหรือเกร็งตัว

ส่วนเรื่องเอ็นก็หมายถึงส่วนปลายของกล้ามเนื้อ หรือเอ็นยึดระหว่างกระดูก ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับการฉีกขาด หรือว่าบาดเจ็บเป็นส่วนใหญ่

ส่วน คำว่า “เส้น” อาจจะเคยได้ยินหรือคุ้นเคยกับการนวด หรือได้ยินจากแพทย์พื้นบ้าน หรือเป็นสิ่งที่รับรู้จากการดูแลตนเองในเรื่องสุขภาพ เช่น หมอนวดมักบอกว่า “เส้นบ่า เส้นคอ เส้นหลัง เส้นแขน เส้นหน้าขาของคุณแข็งมาก ทำให้คุณปวดไปทั้งตัว ต้องนวดคลายเส้น อาการก็ทุเลาลงได้”
ความ หมายเรื่อง “เส้น” ทางแพทย์แผนไทย หรืออินเดีย หรือของจีนมีความคล้ายคลึงกันบ้างในแง่เป็นทางเดินของพลังลมปราณของร่างกาย ซึ่งเป็นสิ่งที่มีทิศทางหรือแนวทางการไหลเวียนของพลัง (ลม) ปราณ เพื่อให้เกิดเลือดและพลังหล่อเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายให้มีการดำรงชีวิต หรือเพื่อการปรับตัวในการต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บให้มีสุขภาพที่ดี

หนังสือ คัมภีร์แพทย์แผนจีนเล่มแรกชื่อ “หวงตี้เน่ยจิง” เขียนขึ้นสมัยชุนชิว (770 -476 ปีก่อนคริสต์ศักราช) ประมาณเกือบ 2,500 ปีก่อน คัมภีร์เล่มนี้เกิดจากการรวบรวมประสบการณ์ทางการแพทย์ ตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงสมัยชุนชิว ซึ่งนับว่าเป็นคัมภีร์ที่รวบรวมเอาประสบการณ์ในการปฏิบัติทางการแพทย์อันยาว นานของชนชาติจีน

เนื้อหาของคัมภีร์ “หวงตี้เน่ยจิง” แบ่งเป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ คือ ตำรา “ซู่เวิ่น” และตำรา “หลิวซู”
ตำรา “หลิวซู” มีเนื้อหาสำคัญที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของเส้นลมปราณตั้งแต่ทฤษฎี เส้นทางเดิน จุดฝังเข็ม การตรวจวินิจฉัย และการรักษาโรค

“เส้น” ในความหมายของแพทย์แผนจีน จึงมีความหมายเกี่ยวกับเส้นลมปราณ ซึ่งมีแนวทางการเดินที่แน่นอน

เส้นทางเดินของเส้นลมปราณหลักมี 12 เส้น
ดังนี้
- เริ่มจากอวัยวะในร่างกายบริเวณทรวงอก ออกสู่ภายนอกมาที่แขนด้านในมี 3 เส้นหลัก ไปสิ้นสุดบริเวณปลายนิ้วมือ
- จากปลายนิ้วมือเดินทางผ่านมือ แขน หัวไหล่ ด้านนอกไปสิ้นสุดบริเวณศีรษะและใบหน้ามี 3 เส้นหลัก (มีเส้นแยกแขนงเชื่อมกับอวัยวะภายใน)
- จากศีรษะเดินทางมาด้านข้าง ศีรษะ ลำตัว มายังขาด้านข้างหรือด้านหลังไปบริเวณเท้า 3 เส้นหลัก (มีเส้นแยกแขนงเชื่อมกับอวัยวะภายใน)
- จากเท้าเดินทางมาตามขาด้านในผ่านหน้าท้อง (มีแขนงเชื่อมกับอวัยวะภายใน) เข้าบริเวณทรวงอก นอกจากนั้น ยังมีเส้นที่วิ่งผ่านกลางลำตัวด้านหน้าและด้านหลังอีกรวม 2 เส้น

ดัง นั้น “เส้น” ในความหมายดังกล่าว ก็คือ ความสัมพันธ์ของโรคอวัยวะภายใน สามารถสะท้อนความผิดปกติออกมาที่บริเวณแขน ขา ลำตัว ศีรษะ ความผิดปกติที่ส่วนนอก แขน ขา ลำตัว ศีรษะ ก็สามารถมีผลกระทบต่อโรคภายในหรืออวัยวะภายในได้

ดังนั้นการฝังเข็ม หรือกระตุ้นเส้นลมปราณโดยผ่านจุดฝังเข็มที่เหมาะสม สามารถมีผลกระทบต่ออวัยวะภายในได้ เช่น โรคบางอย่างเป็นที่ศีรษะ อาจใช้วิธีกระตุ้นจุดฝังเข็มที่อยู่บริเวณมือหรือเท้า ก็สามารถทำให้โรคบริเวณศีรษะหายได้เช่นกัน

นอกจากนั้น การเปลี่ยนแปลงของอากาศ สิ่งแวดล้อม ก็ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงของพลังธรรมชาติจะกระทบต่อพลังลมปราณของร่างกาย โดยเริ่มจากกระทบที่ผิว ถ้าแก้ไขไม่ดีหรือร่างกายไม่แข็งแรงพอ พลังก่อโรคที่รุนแรงจะลุกจากผิวสู่เส้นลมปราณและอวัยวะภายในได้

เส้น ลมปราณในความหมายที่แท้จริงเป็นอย่างไร ไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนในทางวิทยาศาสตร์ ในแพทย์แผนจีนบอกเพียงว่า มีหน้าที่ลำเลียงขนส่งเลือดและพลังลมปราณไหลเวียนไปยังอวัยวะภายใน และส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

จึงไม่ได้แยกว่าเป็นส่วนกระดูก เอ็น กล้ามเนื้อ แต่หมายรวมถึงทุกส่วนในบริเวณนั้น ที่เส้นลมปราณผ่าน ซึ่งในทางปฏิบัติ ไม่ว่าจะผิดปกติจากเนื้อเยื่ออวัยวะใด ก็จะทำให้เลือดพลังเดินไม่ดีทั้งนั้น การรักษาด้วยการปรับหลอดลม สามารถลดการบวม ลดการอักเสบ หย่อนคลายกล้ามเนื้อ ลดการคั่งค้างของสารอักเสบในร่างกายได้

แต่ถ้าหากผู้ป่วยมีพยาธิสภาพ ที่เกิดการแตกหัก หรือโครงสร้างที่เปลี่ยนแปลง การแก้ไขให้พยาธิสภาพหรือโรคหายได้โดยถึงแก่นย่อมกระทำได้ยาก แต่สำหรับการบรรเทาอาการหรือลดการปวดเกร็ง โดยไม่ต้องใช้ยา การรักษาเส้นเพื่อให้เลือดลมเดินสะดวกนับว่าสำคัญและปลอดภัย ผลเสียน้อยกว่าวิธีอื่น ๆ
การคลายเส้นมีหลายวิธี การนวด การออกกายบริหารในท่าที่เหมาะสม การทำโยคะท่าที่เหมาะสม การฝังเข็ม การประคบ การฝึกลมปราณ ควรพิจารณาเป็นทางเลือกในการดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องเส้น ร่วมกับการรักษาโรคแบบแผนปัจจุบัน

ใน ศาสตร์การแพทย์แผนจีน เราคงไม่หยุดการมองปัญหาเรื่องเส้นเพียงแค่ว่าเป็นโรคเฉพาะที่ว่าเป็นกล้าม เนื้อ เอ็น กระดูก แต่ยังคงต้องมองความเชื่อมสัมพันธ์กันของเส้นไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย หรืออวัยวะภายใน เพราะโรคแปลก ๆ ที่สลับซับซ้อนหลาย ๆ โรคในตัวคนไข้บางครั้งสัมพันธ์เกี่ยวข้องกัน พอรักษาถูกจุด ถูกเส้น อะไรก็ดีไปหมด เรียกว่า เป็นเรื่องของเส้นแท้ ๆ เลย

บอกแล้วไง “เรื่องเส้นสำคัญจริง ๆ” ไม่แพ้เวลา “ฝากลูกเข้าโรงเรียน” เลยเชียวละ

จาก http://www.doctor.or.th/node/3644

Comments

Popular posts from this blog

บทสวดก่อนกินข้าว (ละอัตตาของการบริโภคนิยม)

บีมกลัวลืมค่ะ เลยรีบมาอัพแต่เช้า เอาไว้ให้ตัวเองอ่านด้วย และคงจะเป็นประโยชน์หากเพื่อน ๆ จะนำไปใช้ด้วย เพื่อละกิเลส ณ เวลาที่กินอะไร...
ไปเจอ 2 บทพิจารณาที่บอร์ดพลังจิต...มีดังนี้
บทที่ 1
ข้าวทุกจาน อาหารทุกอย่าง อย่ากินทิ้งขว้าง เป็นของมีค่า หลายคนเหนื่อยยาก ลำบากหนักหนา สงสารบรรดา คนยากคนจน ในโลกนี้ ยังมีคนที่จนยาก แสนลำบาก อัตคัตและขัดสน อย่ากินทิ้งขว้างตามใจตน สงสารคนอื่นที่ไม่มีกิน ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณแม่ครัว ที่ท่านกรุณา เมตตาทำอาหารมาให้ เราชาว...(ระบุ)...ซาบซึ้งน้ำใจ ตั้งแต่นี้ต่อไป จะทำความดีตอบแทน...
ตรง เราชาว...บีมก็ไม่มีไอเดียว่าให้ใส่อะไร หรือต้องใส่ "ชาวโลก"? ไม่รู้นะคะ อาจจะใส่ชื่อเราก็ได้


บทที่ 2 ปะฏิสังขา โยนิโส ปิณฑะปาตัง ปะฏิเสวามิ เนวะทวายะ นะ มะทายะ นะ มัณฑะนายะ นะ วิภูสะนายะ ยะวะเทวะ อิมัสสะกายัสสะ ฐิติยายาปะนายะ วิหิงสุปะระติยา พรัหมะจริยานุคคะหายะ ดิติ ปุราณัญจะ เวทะนัง ปะฏิหังขามินะวัญจะ เวทะนัง นะ อุปปาเทสสามิ ยาตรา จะ เม ภะวิสสะติ อะนะวัชชะตา จะผาสุวิหาโรจาติ
คำแปล
ปะฏิสังขา โยนิโส ปิณฑะปาตัง ปะฏิเสวามิ เราย่อมพิจารณาโดยแยบคายแล้วฉันบิณฑบาต เนวะ ทวายะ ไม่ให้เ…

วิธีล้างลำไส้แบบธรรมชาติ

เราควรมารู้จักก่อนว่า ของเสียและพิษที่สะสมในลำไส้นั้นมีอะไรบ้าง จะได้เข้าใจถึงกระบวนการล้างได้ถูกวิธี
พิษสะสมในลำไส้หลัก ๆ มาจากสิ่งต่อไปนี ลิ่มของนมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัวที่เป็นเมือกเหนียวอันเกิดจากการรวมตัวระหว่างนมกับน้ำย่อย ส่วนนี้จะไปเป็นเมือกเกาะติดตามผนังลำไส้น้ำมันพืชชนิดไม่อิ่มตัวสายยาวและไขมันทรานส์ที่จะเกาะอยู่ตามผนังลำไส้หากลำไส้เล็กย่อยไม่ได้หมดหรือย่อยไม่ได้เลยอาหารที่ย่อยไม่หมดจากระบบย่อยไม่สมบูรณ์ (เพราะตับ ลำไส้เล็ก ตับอ่อน ผลิตภัณฑ์เอ็นไซม์ย่อยไม่ได้มากนัก หรือการเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด)อาหารที่น้ำย่อยย่อยไม่ได้ หลัก ๆ คือ อาหารแปรรูปและอาหารผ่านไมโครเวฟพยาธิและจุลชีพที่เป็นโทษที่ติดมากับอาหาร ผักสด เนื้อสด เป็นต้น กลุ่มนี้จะมาโตในลำไส้ของเราได้ด้วยและแพร่กระจายไปจุดอื่น ๆ ได้ด้วยสารสังเคราะห์ที่ผสมในอาหาร เช่น สารกันเสีย สีผสมอาหาร สารแต่งกลิ่น ผงชูรส ฟอร์มาลีน เป็นต้นยาปฏิชีวนะที่ฆ่าเชื้อแบคทีเรียในร่างกายทั้งตัวที่ดีและไม่ดี และยาบางชนิดก็ไประคายเคืองผนังกระเพาะและลำไส้อีกด้วย ทำให้ผนังลำไส้เสียหาย ดูดซึมสารอาหารและน้ำได้ไม่ดี
พิษเหล่านี้จะสร้างภาวะที่เป็นกรดและความร้…

ปิดฉาก "สิวเรื้อรัง" ด้วยการล้างพิษท่อน้ำดีและตับ

หนังสือเล่มนี้...บังเอิญครูโชคดี เห็นที่บ้านคุณแม่มานานพอสมควรแล้ว
คุณแม่บอกว่า หนังสือดีมาก แต่ไม่รู้เป็นอะไร ครูก็ยังไม่ยอมหยิบติดมือกลับมาอ่านเสียที
ทั้งที่หนังสือนี้เขียนโดยนายแพทย์ด้านธรรมชาติบำบัดที่มีชื่อเสียงมาก
นายแพทย์บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล...

จนเมื่อไม่นานมานี้ ไปเยี่ยมคุณแม่ และรู้สึกว่า เล่มนี้ดึงดูดผิดปกติ
จนต้องหยิบมาอ่าน...อ่านแล้ว..."ต้องขอยืมคุณแม่กลับ"

รู้สึกได้ทันทีว่าจะมีประโยชน์มาก ๆ ต่อตัวเองและแฟนเพจ ลูกศิษย์ ลูกค้า
ที่มีปัญหา "สิว" อย่างแน่นอน ทั้งที่ยังไปได้เพียง 1/4 ของเล่ม
แต่จากประสบการณ์เรื่องการบำบัดสิวแนวธรรมชาติกว่า 8 ปี

อ่านแว่บเดียวก็รู้สึกเลยว่า...

คุณหมอให้ข้อมูลที่แน่นมาก (แม้จะดูเล่มเล็กก็เถอะ แต่แน่นจริงๆ)ทุกอย่างเป็นเหตุเป็นผลกันดีมาก เข้าใจได้ทะลุปรุโปร่งสำหรับครู (เพราะตัวครูเองก็ลงมือปฏิบัติเลยรู้ว่าที่คุณหมอให้ข้อมูลในหนังสือ เป็นความจริงทั้งหมด) แต่...คุณหมอไม่ได้เขียนถึงเรื่อง "สิว" เลยแม้แต่น้อยนะคะ คุณหมออธิบายเรื่อง "นิ่ว" ในท่อน้ำดีตับ ท่อน้ำดี และถุงน้ำดี ว่ามันทำให้มีปัญหาอะไร มันก่อตัวมาอย่างไร?