นำเสนอวิธีคิด + วิธีการใหม่ ในการ "ป้องกัน บำบัด ฟื้นฟู" ภาวะ "สิวในวัยผู้ใหญ่" (Adult Acne) แนวธรรมชาติบำบัดองค์รวมจากประสบการณ์ตรงเรื่องสิวกว่า 23 ปี นักเขียนเจ้าของผลงาน "สิวซีเคร็ต" และหนังสือสิวอีกหลายเล่ม วรดาภา สุขพิมลกุล (บีม)

โพสต์สำคัญที่ต้องอ่านก่อน!

สาเหตุของสิววัยผู้ใหญ่ (Adult Acne) ที่ขึ้นหลังวัย 20 ปี

สิววัยผู้ใหญ่ คือ อะไร? สิวในวัยผู้ใหญ่  ภาษาอังกฤษใช้คำว่า  Adult Acne  แต่ละสำนักอาจจะให้นิยามสิว ชนิดนี้แตกต่างกัน  แต่จากประสบก...

Oct 9, 2011

ทำไมต้องเรา? (ที่เป็นสิว) ฟระ


คำถามแสนเศร้าที่คนเป็นสิวและคนที่มีจิตใจทดท้อระหว่างรักษาสิวตามแนวธรรมชาติบำบัดที่กำลังเจอมรสุมแห่งการขับพิษมักจะมีผุดขึ้นมาเสมอ ๆ ที่มองกระจก...

ทำไมต้องเป็นเรา?
ทำไมเพื่อนเรามันกิน มันเที่ยว มันนอนดึก มันปาร์ตี้ มันเครียด มันยังไม่เห็นเป็นสิวเลย?

อ่านะ เริ่มเปรียบเทียบใช่มั้ยคะตอนจิตตก

พุทธพจน์ท่านสอนว่า จงระวังอย่าให้จิตมัวหมอง
คำสอนหลักของพุทธ คือ ทำดี เว้นชั่ว ทำใจให้บริสุทธิ์

อันจิตตก ก็ถือว่าไม่เป็นไปตามนี้แล้วค่ะ
จิตอันคิดน้อยใจ เปรียบเทียบ รังแต่จะทำให้เกิดความหดหู่ เศร้าหมอง และลดทอนพลังงานโดยใช่เหตุ

ยิ่งคนเป็นสิว พลังงานเยียวยาตัวเองน้อยอยู่แล้ว ยังต้องมาเสียพลังงานกับการคิดลบอีก
เป็นเรื่องเสียเวลามาก ๆ เลยค่ะ

เอาล่ะ ปรับทัศนคติกันใหม่ก็แล้วกันนะคะ บีมจะบอกข้อดีของการเป็นสิวสำหรับเคสของบีมให้ก่อนนะคะ

  1. ถ้าบีมไม่เป็นสิวมาก่อน บีมก็จะไม่พบเจอหมอที่พูดให้เจ็บและทำให้บีมพยายามแสวงหาวิธีการรักษาสิวเอง โดยหมอคนนั้นตอบบีมเรื่องโรแอคฯ ว่า "ตับอยู่ข้างใน หน้าเธออยู่ข้างนอก เธอเลือกเอา" T_T 
  2. ถ้าบีมไม่เป็นสิวมาก่อน บีมก็จะไม่เข้าใจหัวอกคนเป็นสิวและคงไม่สามารถช่วยคนเป็นสิวด้วยส่วนลึกของหัวใจได้มากเท่านี้
  3. ถ้าบีมไม่เป็นสิวมาก่อน บีมก็คงจะไม่หาหนทางค้นหาองค์ความรู้และวิธีปฏิบัติซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพของบีมเองทั้งตอนไม่มีลูก ตอนตั้งครรภ์ และปรับหลักสุขภาพมาใช้เลี้ยงลูกต่อไป
  4. ถ้าบีมไม่เป็นสิวมาก่อน ก็คงจะไม่มีความทุกข์ในชีวิตให้ได้เรียนรู้มากมายจนแข็งแกร่งขึ้นเหมือนวันนี้
  5. ถ้าบีมไม่เป็นสิวมาก่อน บีมก็คงจะไม่เรียนให้ได้เกียรตินิยม ป่านนี้คงจะมุ่งไปเป็นดาราและด้านงานบันเทิงแล้วล่ะค่ะ
  6. ถ้าบีมไม่เป็นสิวมาก่อน ก็คงไม่มีโอกาสได้ทำ MarryBeam และก็ยังคงเป็นพนักงานบริษัทต่อไปซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เหมาะกับบุคลิกของบีมเลย และคงไม่มีโอกาสได้ใช้ความรู้ความสามารถมากเ่ท่านี้อีกแล้ว
สรุปว่า...ตอนนี้บีมกลับขอบคุณช่วงเวลาที่บีมเป็นสิวเสียอีก

แล้วเพื่อน ๆ ล่ะคะ 

ตอนนี้อาจทุกข์ทรมานเกิดคำถามและความไม่มั่นใจมากมาย เพราะอะไร?

เพราะเพื่อน ๆ ยังไม่เชื่อมั่นในตัวเอง ยังไม่เชื่อมั่นในสิ่งที่ธรรมชาติให้มนุษย์เรามามากพอต่างหากค่ะ 

เราโดนฝังหัวมาว่า อะไรที่มองไม่เห็น มันเชื่อถือได้ยาก
เราถูกกระบวนทัศน์แบบวิทยาศาสตร์แบบสุดขั้วครอบงำมากเกินไป

บีมต้องบอกว่าสุดขั้ว เพราะแบบสุดขั้วนี้จะเชื่อเฉพาะที่เห็นและพิสูจน์ได้จากประสาทสัมผัสเท่านั้น 
แต่วิทยาศาสตร์จริง ๆ มันต้องรวมทางอื่นด้วย ใครฝึกจิตให้ดี ก็จะเห็นสิ่งที่เป็นจริงได้ไม่ยาก
ใครฝึกฟังเสียงและสังเกตร่างกายตัวเองให้ดี ก็จะรู้จักตอบสนองความต้องการของร่างกายและปรับสมดุลไม่ยากเลย

แต่เราไม่เคยถูกฝึกมาแบบนี้ ... มันก็เลยยาก

แต่รับรองว่าใครก็ทำได้ค่ะ 

โชคไม่ดีเลยที่เราไม่สามารถมองเห็นอวัยวะภายในของเราก่อน ขณะและหลังรักษาิสิวตามแนวธรรมชาติบำบัดได้เหมือนกระจกใส แต่อาจเป็นโชคดีที่เรามองไม่เห็นก็ได้ค่ะ ไม่่งั้นเพื่อน ๆ คงจะทดท้อกันมากกว่านี้ 

แต่ถ้ามองเห็นก็คงจะดีนะคะ เพราะหลายคนจะได้เชื่อแบบไม่ต้องสงสัยอีกต่อไปว่ามันเป็นไปได้จริง ๆ ...

เขียนไม่ได้ตรงกับหัวข้อเลยวันนี้ แต่ก็เกี่ยวข้องกันอยู่ค่ะ

อย่างน้อยก็ขอปรับความคิดเพื่อน ๆ ไปก่อนว่าเป็นสิวน่ะ เป็นเรื่องดี และมันต้องหายแน่นอนล่ะถ้าเราปฏิบัติัตัวตามแนวทางที่มันถูกต้อง มีคนเดินไปก่อนแล้วและมันถึงเส้นชัย แค่เราเดินตามมันก็ต้องถึงล่ะ

ขอให้นึกถึงตอนบีมรักษาตัวเองนะคะ
  • บีมไม่มีตัวอย่างคนไทยที่ไหนที่ทำให้เห็นก่อนว่าทำได้
  • บีมไม่มีที่ปรึกษาคนไทยที่ไหนที่จะช่วยให้กำลังใจบีมแบบเป็นส่วนตัวได้เหมือนที่บีมและ MB Ambassador ทำให้เพื่อนๆ ในตอนนี้เลย
  • บีมอาศัยการอ่านเอง ทดลองเองทั้งหมด 
พูดง่าย ๆ คือ เหมือนอยู่ในป่ารก มองเห็นแสงรำไรจากข้อมูลของฝรั่งต่างประเทศที่เขารักษาตัวเองสำเร็จ ดูข้อมูลก็คิดว่าต้องลองทำดูสักตั้ง 

พอเราเริ่มเดินไป ร่างกายมันเริ่มบอกว่าใช่ ๆ แบบนี้แหละ
เราก็ถางทางไปเรื่อย ๆ ทางไหนไม่ใช่เราก็เดินไปทางใหม่ ถางใหม่

จนตอนนี้บีมมาถึงที่ปลายทางและมองย้อนกลับไป ก็ยิ่งมั่นใจว่าใช่จริง ๆ จนกล้าบอกทุกคนว่า

"ถ้าทำสิ่งที่ถูกต้อง เดินบนหนทางที่ถูกต้อง มันก็ถึงเอง แค่ช้าเร็วต่างกัน"

เพราะสไตล์คนไม่เหมือนกัน วิถีชีวิตไม่เหมือนกัน
บางคนชอบเร็ว อึด อดทน ถึงไหนถึงกัน
บางคนชอบช้า ชอบลังเล ระแวง ระมัดระวัง ก็ช้าหน่อย
บางคนภารกิจ (ภาระเยอะ) ของพะรุงพะรัง เคลียร์ีีชีิวิตยาก ก็ช้าหน่อย
บางคนป่วยออด ๆ แอด ๆ ไม่ค่อยสบายก็ช้าหน่อย

ดังนั้น จะให้มันเหมือนกันหมดทุกคน คงเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าเดินมาตามทางที่ถางไว้ดีแล้ว ยังไงก็ถึง

สุดท้ายนี้ จะตอบคำถามว่า ทำไมเพื่อนเราที่มันใช้ชีวิตแบบแย่ ๆ ถึงไม่เป็นสิวแบบเราบ้าง มันมีปัจจัยดังต่อไปนี้ค่ะ
  1. คุณภาพจิตของเราีที่มาเกิดในท้องแม่ ซึ่งจิตนี้ทำบุญวาสนามามากน้อยต่างกัน สั่งสมผลแห่งการกระทำมาต่างกัน ซึ่งแม้แต่ฝาแฝดหรือพี่น้องท้องเดียวกันก็มีสภาพผิวและโรคภัยต่างกันได้ คนที่จิตใจดี ทำบุญทำทาน รักษาศีล รักษาจิตให้บริสุทธิ์มามากกว่าก็มีผิวพรรณดีกว่า สังเกตมั้ยคะว่าคนที่อยู่ในตระกูลชั้นสูงหรือตระกูลดี ๆ มักมีผิวพรรณงาม แม้แต่ในวรรณคดีไทยเอง หลายเรื่องที่บางคนเป็นลูกของคนตระกูลสูงแต่มาอยู่แบบชาวบ้าน คนก็ยังดูออกว่าไม่ใช่ชาวบ้าน นี่คือ วาสนาเดิมส่งผลให้มีผิวพรรณที่บ่งบอกวรรณะแบบนั้น อันนี้ล่ะ แข่งกันไม่ได้ เพราะเราทำมาแบบนี้ เราก็มีผิวพรรณด้อยกว่าเขา แต่ถ้าชาตินี้ เรากำหนดเองได้ เราก็ยกระดับคุณธรรม ศีล และจิตให้สูง ผิวพรรณดี ๆ ก็เกิดขึ้นได้ภายในชาตินี้เช่นกัน (บีมเองล่ะ คอนเฟิร์ม)
  2. สารอาหารและสุขภาพของแม่ตอนท้องดีมากน้อยแค่ไหน ถ้าดีมาก เราก็ได้ปัจจัยบวกด้านสุขภาพกายและใจมาเยอะ ก็ถือว่าเป็นทุนชีวิตที่ดี คนแบบนี้จะไม่ค่อยเป็นสิวหรือโรคอะไรง่าย
  3. ลักษณะการเลี้ยงดูของครอบครัว ปกติทานอาหารแบบไหน เลี้ยงลูกแบบกดหรือปล่อย เลี้ยงให้สุขภาพจิตดีหรือเสีย บางคนบอกว่าเป็นสิวจากกรรมพันธุ์ บีมกลับคิดว่า เป็นจากการเลี้ยงดูและแนวความคิดในการใช้ชีวิตและการเลือกทานอาหารตั้งแต่เราเด็ก ๆ มากกว่า 80% ค่ะ เพราะมันจะหล่อหลอมบุคลิกของเราทั้งภายในและภายนอกซึ่งมีผลต่อสุขภาพ 100%
  4. ชีวิตวัยเด็กอยู่ในเมืองหรือชนบท ส่วนใหญ่เด็กในชนบทจะได้นอนเร็ว ไม่เล่นคอม อยู่กับธรรมชาติและมีชีวิตเชื่อมโยงกับธรรมชาติและผู้คนมากกว่า จึงมีผิวพรรณดีกว่าเด็กในเมือง และมีพลังงานสะสมในชีวิตมากกว่า ทำให้เป็นสิวยากกว่า แต่ถ้าไปอยู่ในเมืองและเริ่มมีพฤติกรรมแบบในเมือง ก็เริ่มทำให้เป็นสิวได้
มันก็ประกอบด้วยเหตุผลประมาณนี้ค่ะที่จะส่งผลให้คนเป็นสิวได้หรือไม่ในวัย 10-20 กว่า ๆ 

แต่ขอให้เชื่อค่ะว่า จากประสบการณ์ที่บีมได้รับฟังเรื่องราวของคนเป็นสิวมามากมาย ถ้าใช้ชีวิตแบบไม่บันยะบันยังตอนวัยรุ่น สัก 30 ปีขึ้นไปจนถึง 50 กว่า ๆ โอกาสที่สิว ฝ้า มาเยือนมีเกิน 100% และโอกาสเป็นโรคเรื้อรังอื่น ๆ ก็มีเกิน 100% เช่นกันค่ะ

อย่าไปอิจฉาใครหรือน้อยใจอะไรเลยค่ะ 
อย่าไปเปรียบเทียบเรากับเขา
เดินบนลู่ของตัวเองให้ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้

"เมื่อเหตถูก ผลก็ถูกเองค่ะ"

สู้ ๆ นะคะ ^^

0 ความคิดเห็น: