แนวทางการเลือกทานอาหารในแต่ละวัน

บทความนี้เป็น request จากคุณมัท หนึ่งในลูกค้าของบีมเองนะคะ ซึ่งเธออยากจะปรับการทานอาหารให้ดีขึ้น แต่เนื่องจากอาจจะทำไม่ได้เต็มที่เพราะต้องไปทำงานและอาจหาอาหารลำบาก ดังนั้น แนวทางการเลือกอาหารหรือปฏิบัติตัวในบทความนี้จะเน้นไปที่คนทำงานประจำที่ต้องทำงานนอกบ้าน จันทร์-ศุกร์หรือเสาร์ ไม่รวมคนที่ทำงานเป็นกะ (เพราะงานเป็นกะเป็นงานที่ควบคุมตัวแปรสุขภาพค่อนข้างยาก เพราะลำพังแค่เวลานอนก็ไม่ปกติแล้วน่ะค่ะ) แนวทางปฏิบัตินี้จะเหมาะกับคนที่มีรูปแบบการดำเนินชีวิตเหมือน ๆ กันทุกคนนั่นเอง

เริ่มจากรูปแบบการดำเนินชีวิตคร่าว ๆ ก่อนนะคะ เราจะอิงตามนาฬิกาชีวิตเป็นหลัก

สิ่งสำคัญที่ควรต้องทำให้ได้ทุกวันเป็น Check List ที่ควรมีไว้บนหัวเตียงกับโต๊ะทำงาน ให้ทำจนเป็นนิสัยใหม่เลย มีดังนี้ค่ะ

  1. ดื่มน้ำเปล่าหรือน้ำอุ่นผสมน้ำมะนาวหรือผสม Apple Cider 2 แก้ว
  2. ขับถ่ายช่วงตี 5 - 7 โมงเช้า
  3. ถ้ามีเวลา แนะนำให้ออกกำลังเบา ๆ ช่วงเช้าให้ร่างกายได้เคลื่อนไหว กระตุ้นร่างกายให้ตื่นและกำจัดของเสียออก และรับพลังงานใหม่ แนะนำเป็นโยคะ เน้นท่าบริหารท้องลำไส้ ท่าพื้นฐานสุริยนมัสการ ท่าศพ เป็นต้น หรือจะเป็นชี่กง หรือเดินเล่น ไม่จำเป็นต้องวิ่ง สัก 15-30 นาทีให้หัวใจเต้นและรู้สึกกระปรี้กระเปร่าพอประมาณ
  4. ทานอาหารเช้าช่วง 7-9 โมง
  5. ระหว่างวันจิบน้ำให้ได้ปริมาณที่เหมาะสมต่อน้ำหนักตัว และดื่มใ้ห้ถูกวิธี คลิกที่เว็บลิงค์นี้เพื่อดูวิธีการดื่มน้ำและข้อควรปฏิบัติ (มีตารางคำนวณให้เสร็จสรรพ แค่ใส่ตัวเลขเท่านั้นค่ะ เครดิตเว็บคุณหมอแดง) http://www.the-arokaya.com/web5/drinkingwater.php
  6. หายใจเข้าออกช้า ๆ ให้เป็น ทำงานเต็มที่ ทำดีที่สุดในทุกขณะ แต่เรียนรู้ที่จะปล่อยวางผลลัพธ์เมื่อทำเสร็จแล้ว
  7. ไม่ควรออกกำลังกายหนัก ๆ ช่วงเย็นถึงค่ำ ถ้าต้องการออกให้ทำแต่เพียงเบา ๆ เช่น โยคะ ชี่กง เดินเล่น หรือทำงานอดิเรกเพื่อผ่อนคลายจะดีกว่า เพราะร่างกายต้องการผ่อนแรงแล้ว
  8. ทานมื้อสุดท้ายไม่หนัก ย่อยง่าย และไม่เกิน 1 ทุ่มเป็นอย่างช้า
  9. เ้ข้านอน 3 ทุ่มดีที่สุด หรือ 5 ทุ่มอย่างช้า (อย่างของบีมถ้าไม่มีงานเยอะหรือด่วนจริง ๆ มักจะหลับไปพร้อมลูกคือ 3-4 ทุ่ม และปล่อยให้ร่างกายเขาตื่นเองหรือบางทีลูกก็ตื่นมากินน้ำมั่ง นมมั่ง ก็ประมาณตีอะไรก็ว่าไปค่ะ ก็เคลียร์งานช่วงนั้นค่ะ แต่ของบีมจะนอนตอนกลางวันได้ เพราะต้องเอาเขาเ้ข้านอน เราก็ชาร์ตพลังตอนนั้นเองค่ะ ตั้งแต่ทำแบบนี้มา บีมว่ามันแลดูทรมานช่วงแรก แต่มันดีกับร่างกายมากกว่าเยอะเลย)
  10. อย่าลืม Detox จิตใจ บางคนจะใช้ช่วงเงียบ ๆ ก่อนนอน สวดมนต์ หรือนั่งสมาธิ แล้วจะพิจารณาว่าในใจแบกทุกข์อะไรอยู่บ้าง วันนี้ทำผิดอะไรไปบ้าง พอเรารู้ เราก็ให้อภัยตัวเอง และสัญญาว่าจะเริ่มใหม่ให้ดีกว่าเดิมในวันถัดไป อย่าเก็บอารมณ์ลบ ๆ ไว้ข้ามคืนข้ามวัน
สำหรับอาหารที่แนะนำสำหรับคนทำงานประจำมีดังนี้ค่ะ (ซึ่งเป็นสิ่งที่บีมวัดจากร่างกายของบีมที่สถานะคงที่แล้วค่ะ ใช้เป็นมาตรวัดพอได้ว่ากินอะไรแล้วสิวจะขึ้นหรือไม่ค่ะ ร่างกายแต่ละคนอาจแตกต่างกันไป แต่รวม ๆ แล้วนำไปใช้ได้ค่ะ)

มื้อเช้า
ลองประยุกต์เอามาทานมื้อเช้าดูนะคะ
  1. ซีเรียลธัญญพืชตรา Nutrimate กับนมถั่วเหลืองยี่ห้อที่ชอบ
  2. กล้วยน้ำว้า (กี่ผลก็ได้ แล้วแต่จะอิ่มท้อง) นมถั่วเหลือง/น้ำเต้าหู้ทรงเครื่อง หรือน้ำนมข้าวกล้อง น้ำฟักทอง น้ำมันมะพร้าว 1 ช้อน (ทานก่อนอาหารลดความอ้วน ทานหลังอาหารเพิ่มน้ำหนัก - บัลวี)
  3. กล้วยน้ำว้าหั่นแว่นพอดีค่ำราดน้ำผึ้งผสมน้ำมันมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากันแล้วทานเลย (แนะนำยี่ห้อ Nature Mind ซึ่งทานอร่อย ไม่เหม็นหืน แต่ถ้าเพื่อน ๆ มียี่ห้ออื่นที่ชอบอยู่แล้วก็ใ้ช้ได้ค่ะ)
  4. โอวัลติน Five Grains ผสมน้ำสุกอุ่น และผลไม้ฤทธิ์เย็นที่ชอบ ทานแล้วอิ่ม อาจจะเป็นหัวมันเทศก็ได้หรือกล้วยน้ำว้าก็ได้ หาง่ายดีค่ะ
  5. ผลิตภัณฑ์แบบซองของบริษัทซองเตอร์ใช้ได้ทั้งหมด
  6. ใครที่รีบจริง ๆ หาอะไรไม่ได้เลย ที่กินได้ไม่แย่จนเกินไปแต่ก็ถือว่าโอกาสเสี่ยงต่อสิวมีอยู่คือ แซนด์วิชสุขภาพที่ใช้ขนมปังขาวหรือโฮลวีต แต่มักจะเป็นโฮลวีตเทียมค่ะ ที่ว่าเทียมคือ มันมีสารอื่นเ่ช่นไขมันพืชอะไรผสมอยู่ด้วย ซึ่งทำให้มีโอกาสเป็นสิวได้ และก็ดื่มน้ำเต้าหู้หรือนมถั่วเหลืองให้อิ่ม
  7. ใครทานข้าว แนะนำเป็นเมนู ต้มมะระ (เขี่ยไส้หมูออกนะคะ) กับข้าวกล้อง ถ้าหาไม่ได้ ข้าวขาวก็ใช้ได้ แต่ควรทานลูกพรุนหรือผลไม้ที่มีใยอาหารสูงเพื่อช่วยให้ลำไส้ขนถ่ายของเสียไปทิ้งได้ดี และยังมีต้มจืดเ้ต้าหู้ผักกาดขาวใส่วุ้นเส้น ต้มจืดตำลึงไข่น้ำ จับฉ่าย (ที่ไม่มันเยิ้ม) ข้าวต้มใส่ไข่ ปลานึ่ง ไข่ตุ๋น ประมาณนี้ค่ะ เป็นประเภทต้ม นึ่ง ลวก ใช้ได้เลย ทานกับข้าวกล้องหรือข้าวขาว
แ้น่นอนต้องมีคนถาม จะตอบให้เลยนะคะ
  1. อย่าใช้กล้วยไข่ หรือกล้วยหอมแทนกล้วยน้ำว้า ยกเว้นแต่ว่าเพื่อนๆ ได้เคยพิสูจน์แล้วว่ากล้วยทั้งสองเป็นมิตรต่อร่างกายของเราจริง ๆ
  2. มื้อเช้าทานให้เต็มที่ ทานจนอิ่มแบบพอดี คือให้รู้สึกเต็มอิ่ม ทานเสร็จไม่ตึง ไม่หย่อน รู้ึสึกมีพลังแทน อย่าอดมื้อเช้าเด็ดขาด
  3. มื้อเช้าเป็นมื้อที่ร่างกายมีสภาพประหนึ่งทะเลทรายหรือฟองน้ำแห้ง พร้อมดูดทุกอย่าง ใครใส่ของมีประโยชน์มากตอนเช้าก็ยิ่งดีเท่านั้น
  4. ของทะเลยังต้องเลี่ยง ยิ่งใครอยู่ไกลทะเลเท่าไหร่ โอกาสฟอร์มาลีนหรือสารตกค้างก็มีมากเท่านั้น
มื้อเที่ยง
หลักการของมื้อนี้คือทานน้อยกว่ามื้อเช้า และไม่ทานเกินบ่ายโมง 

แนะนำ
  1. ข้าวกล่องห่อมาเอง (ดีที่สุด)
  2. ถ้าชอบก๋วยเตี๋ยว ลองเปลี่ยนมาทานวุ้นเส้น เพราะสารกันเสียน้อยกว่าเส้นก๋วยเตี๋ยวและมีฤทธิ์เย็นกว่า 
  3. หากเป็นกับข้าว ก็จะยังคงเป็นต้ม นึ่ง ลวก กับข้าวกล้องหรือข้าวขาวอยู่นั่นเอง
มื่อเที่ยงอากาศร้อน พยายามอย่าเพิ่มของมีฤทธิ์ร้อนใส่ตัว ปกติแล้วคนจะชอบทานส้มตำ ไก่ย่าง คอหมูย่างกับเพื่อน ๆ ในมื้อเที่ยง 

ถ้าต้องไปจริง ๆ แนะนำให้ทานย่านางแคปซูล น้ำย่านางคั้นสดไม่ใส่น้ำตาล หรือน้ำใบบัวบกก่อนไปทานอาหารประมาณ 20-30 นาที

ให้เลือกเครื่องดื่มเป็นน้ำมะนาวสดแบบไม่เย็นหรือแบบอุ่น หรือน้ำอะไรก็ได้ที่ออกรสเปรี้ยวแบบไม่เย็น สั่งมาเป็นแก้วเล็ก ไม่่ต้องเยอะ แล้วดื่มหลังมื้ออาหารจะช่วยย่อยอาหาร หรือมี Apple Cider ติดที่ทำงานเอาไว้ พอไปทานอาหารย่อยยากกลับมา ให้ใช้น้ำ Apple Cider 1 ช้อนชา (ใ้ช้ช้อนอย่างดีที่ไม่กร่อนเวลาโดนกรดนะคะ อย่าใช้พลาสติคุณภาพต่ำหรือช้อนโลหะ) ผสมน้ำเปล่าอุ่น 1 แก้ว ถ้าหาไม่ได้ น้ำอุณหภูมิห้องก็ได้ค่ะ แล้วดื่มหลังอาหารมื้อนั้นตอนเข้า Office แล้ว

มื้อเย็น
หลักการของมื้อเย็นคือ ทานน้อยกว่ามื้อกลางวัน ทานอาหารย่อยง่าย และไม่ทานเกิน 1 ทุ่ม

แนะนำ
  1. สลัดผักผลไม้สด (สะอาด) ราดน้ำสลัดแบบน้ำใส ถ้าหาไม่ได้แนะนำให้นำ Apple Cider ผสมน้ำผึ้งไม่ต้องเยอะ แล้วราดบนผักผลไม้ รอสัก 2-3 นาที คนให้เข้ากันก็น่าจะทานได้ค่ะ รสชาติไม่แย่หรอก
  2. ข้าวต้มกุ๊ยกับจับฉ่ายเปื่อย ๆ
  3. สุกี้น้ำไม่เผ็ด รสไม่จัด
  4. กล้วยน้ำว้ากับน้ำเต้าหู้หรือนมถั่วเหลือง น้ำนมข้าวกล้อง น้ำฟักทอง (่น้ำอะไรก็ได้ที่ทำจากพืช ไม่ใช่สัตว์)
  5. น้ำปั่นผักผลไม้ เน้นผลไม้มีใยอาหารและ่ช่วยล้างพิษ เช่น แก้วมังกร น้ำมะพร้าว น้ำมะนาว ลูกพรุน (อาจจะใช้วีต้าพรุนก็ได้ค่ะ เอามาใส่น้ำปั่นกับเพื่อนผลไม้อื่น ๆ อีกที) และำจำเป็นต้องมีผักด้วยเพื่อความสมดุลระหว่างแร่ธาตุโพแทสเซียมกับแมกนีเซียม (ถ้าจำไม่ผิด ถ้าผิดจะมาแก้ให้นะคะ) ผักแนะนำเป็น แตงกวา ผักบุ้ง ย่านาง ใบบัวบก มะระ หรือผักชีฝรั่ง และ เซเลอรี่ ปั่นดื่มจนอิ่มท้อง
แนะนำเพิ่มเติม ควรทานนมหมักบัวหิมะอย่างน้อยวันละ 1 แก้วพร้อมกับแหล่งโอเมก้า 3 เช่น น้ำมันปลา ที่สกัดมาเป็นแคปซูลหรือหนังปลา เมล็ด Flaxseed และไม่ควรหมักนมกับนมวัวค่ะ ใช้นมแพะ นมถั่วเหลือง หรือน้ำมะพร้าวก็ได้ ทานเช้าหรือก่อนนอน เพื่อเพิ่มจุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้ จะช่วยให้ลำไส้สะอาด สุขภาพดีและย่อยอาหารได้ง่ายขึ้น

ข้อแนะนำในการทานก็ประมาณนี้ค่ะ ลองประยุกต์ใช้ดูนะคะ

และข้อพึงระวังเวลาทานอาหารนอกบ้านคือ จะมีสารปนเปื้อนเยอะ ต้องเลือกร้านกันหน่อยค่ะ

ที่สำคัญต้องบอกคนทำอาหารว่า
  1. ห้ามใส่ผงชูรส
  2. ไม่ต้องปรุงให้ จะปรุงเอง
หวังว่าบทความนี้จะพอช่วยให้เพื่อน ๆ มองเห็นแนวทางในการเลือกทานอาหารมากขึ้นนะคะ



Comments