Skip to main content

เมื่อบีมได้มารู้จักพ่อหมอจันทร์แห่งเมืองพาน

เมื่อวานนี้บีมเดินทางไปบ้านสันมะเค็ด ซึ่งเป็นหมู่บ้านหนึ่งในเมืองพานนี้เองค่ะ
เขามีดีอะไร ทำไมบีมจึงต้องเดินทางไปที่นั่นด้วย

พอดีว่าคุณแม่ของบีมได้รับทราบเรื่องราวของที่นี่ในด้านยาสมุนไพรที่รักษามะเร็งได้มาจากเพื่อนที่ทำงานด้วยกันอีกทีเพราะพ่อของเพื่อนป่วยเป็นมะเร็งลำไส้และตอนนี้เริ่มลามมาที่ตับ  แม่ก็เลยขอสั่งซื้อยาตัวนี้ไปกับเขาด้วยเพราะแม่คงกลัวว่าตัวเองจะเป็นมะเร็งลำไส้เพราะถ่ายไม่ค่อยออก

คุณแม่่ได้ซื้อมา 2 ถุง ซึ่งเราได้ทำทานกัน 3 คนที่บ้านก็เลยจะหมดเร็วหน่อย ประกอบกับบีมได้นำมาจำหน่ายผ่านร้านออนไลน์ด้วย มีลูกค้าประจำสั่งซื้อ ก็เลยต้องเดินทางไปเอา และต้องไปด้วยตัวเองเพราะอยากไปเห็นว่าเป็นอย่างไรและจะได้เก็บรูปและข้อมูลมาฝาก

จากบ้านบีมใช้เวลาไปที่นั่นประมาณครึ่งชั่วโมงเห็นจะได้ เนื่องจากเราคลำทางไปครั้งแรก ก็เลยหลงนิดหน่อย แต่สุดท้ายก็ไปถูก เพราะที่นี่เขาดัง เพราะพ่อหมอท่านนี้เขาได้ทำตรงนี้มากว่า 30 ปีแล้ว และมีคนไข้มาหาเืรื่อย ๆ ไม่ขาดสาย เพราะทานแล้วหายจริงก็เลยมีการบอกต่อไปเรื่อย ๆ และไม่ว่าเราจะลงไปสอบถามใคร เขาสามารถบอกได้ถูกเลยว่า อ๋อ...ไปทางนี้ ๆ บีมก็คิดว่า เขาคงมีชื่อจริง ๆ

สถานที่อยู่ติดถนน ไม่ได้หายาก แต่ว่าป้ายที่บอกสถานที่มันอยู่คนละฝั่งกับทางที่เรามา ก็เลยมองไม่เห็น ตอนจอดถามรอบสองเขาบอกว่า อยู่ด้านฝั่งตรงข้ามนี่แหละ วกไปเลย

ในที่สุดเราก็ไปถึง

ที่นี่เป็นบ้านไม้เล็ก ๆ อยู่กันแบบง่าย ๆ

 นี่เป็นบริเวณหน้าบ้าน เล็ก ๆ แต่ร่มรื่นค่ะ คุณลุงท่านนี้เคยป่วยเป็นมะเร็ง มาทานยาแล้วก็ดีขึ้นจนจะหายเป็นปกติแล้ว เดินทางมาจากอำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา ก็ใช้เวลาเดินทางประมาณ น่าจะ 3 ชั่วโมงได้นะคะ ที่เห็นบนโต๊ะเป็นสมุนไพรทั้งหมดและบีมเห็นมีเปลือกหอย เขาสัตว์ด้วย คือเยอะมากทั้งเล็กและใหญ่ และจะต้องฝนทั้งหมดนี้เพื่อเอาน้ำในกระบะที่ได้จากการฝนไปดื่มค่ะ คงต้องทำทั้งวัน

ส่วนผู้ที่ใส่ชุดหม้อฮ้อมคือพ่อหมอจันทร์นี่เองค่ะ กำลังทำระเบียนประวัติคนไข้ด้วยตัวเองและให้คำปรึกษาเรื่องสุขภาพและยาสมุนไพรที่ต้องใช้ ปึ็กกระดาษที่เห็นรอบตัวคุณหมอคือระเบียนคนไข้ที่ท่านรักษามาทั้งหมด ท่านมีเคสยืนยันทั้งหมดค่ะ มีรูปภาพก่อนหลัง คือ ท่านต้องมีหลักฐานทุกอย่างเพื่อใช้ในการยืนยันกับเจ้าหน้าที่ของกรมป่าไม้ในที่ท่านจะต้องเข้าไปเก็บสมุนไพรมา ซึ่งท่านจะต้องเดินทางไป 5 ที่คือ เชียงราย ลำปาง น่าน แพร่ และลาว 

คือแต่ละเม็ดที่ท่านทำออกมาไม่ใช่ง่าย แต่จำหน่ายราคาถูกจริง ๆ และเป็นคุณหมอที่มีจรรยาบรรณมาก ๆ สมกับที่เป็นแพทย์แผนไทยมรดกที่น่าภาคภูมิใจของคนไทยเราค่ะ 

บีมเขียนอะไรมากไม่ได้เพราะท่านกำัชับว่าไม่อยากให้โฆษณา  แต่บีมถ่ายรูปกับอัดวิดีโอมาจำนวนหนึ่งค่ะ ตอนแรกกะเขียนกะลงข้อมูลเต็มที่ แต่ในเมื่อท่านขอมาแบบนั้น บีมก็จะลงเท่าที่สมควรจะลงก็พอ พอให้เป็นหลักฐานว่าบีมไปมาจริง ๆ และก็ได้ไปเห็น ไปสัมผัสกับแพทย์แผนไทยรักษาด้วยสมุนไพรล้วนจริง 

ท่านเป็นหนึ่งในทีมวิจัยของวิทยาลัยการแพทย์พื้นบ้านและแพทย์ทางเลือก มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย เป็นอาจารย์ของที่นั่นด้วย คือ ผลงานทางด้านวิชาการและรางวัลที่ได้รับมีเยอะค่ะ แต่ท่านขอให้บีมอย่าเอาไปพูดเยอะ เอาเป็นว่าให้คนที่มาได้เห็นเองดีกว่า 

สิ่งหนึ่งที่บีมประทับใจนอกจากความเรียบง่ายและจรรยาบรรณแพทย์ที่ท่านมีแล้ว คือ แนวคิดในการทำงานของท่าน 

ท่านบอกว่ามีคนจะเอาของของท่านไปขาย ไปลงเว็บไซท์เหมือนกัน แต่ท่านไม่เอา เพราะถ้าทำเช่นนั้น คนก็จะมาเยอะเกินกว่าที่ท่า่นจะทำไหว 

ข้อแรกคือ สมุนไพรที่ท่านใช้ทำยาตำรับของท่านนั้น (ลูกชายของท่านจบแพทย์แผนไทยสาขาเภสัชกรรม มีใบอนุญาตทำยาค่ะ) ต้องใช้เวลานั่งรถไปหามาถึง 5 แหล่งที่บอก และแต่ละเม็ดนั้น บางเม็ดมีสมุนไพรถึง 52 ชนิด ซึ่งไม่สามารถรองรับคนเยอะ ๆ ได้แน่นอน ผลิตไม่ทันแน่

ข้อที่สอง คือ ท่านทำงานเยอะแล้วจะหมดพลังชีวิตเร็วและจะอายุสั้น

คือบีมทำงานตรงนี้ที่ทำหน้าที่ให้คำปรึกษากับเพื่อน ๆ ที่เป็นสิว ดูแลลูกค้าจนหาย บีมเองเข้าใจในสิ่งที่ท่านพูดเป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการทำงานหนักเกินตัวที่จะทำให้อายุขัยของเราสั้นลง 

บีมเชื่อในเรื่องของความสมดุลและพอดีของชีวิต  แต่ที่ผ่านมาก็ถือว่าทำงานหนักมาก เพราะบีมทำงานผ่านอินเตอร์เน็ตที่มันมีความเร็วสูงในตัวเอง คนเราสมัยนี้ต้องการอะไรเร็ว ถามมาเดี๋ยวนั้นก็อยากให้ตอบเดี๋ยวนั้น ซึ่งบีมก็เข้าใจ เพราะเมื่อสังเกตจิตตัวเอง ถ้าบีมเป็นคนที่ติดต่อเข้ามาสอบถามอะไร ถ้ามันไม่ได้ตอนนั้น มันก็หงุดหงิดเหมือนกัน แต่บีมเชื่อว่า ถ้าคนคนนั้นเขาได้เข้าใจเบื้องหลังว่าเราทำงานหนัก เขาคงจะสามารถรอได้เช่นกันค่ะ 
พอพ่อหมอพูดข้อที่สองขึ้นมา มันจึงตอกย้ำบีมว่า บีมควรจะกลับไปสู่ความพอเพียงอย่างจริงจังได้แล้ว แม้บีมมีภาระเยอะ แต่คิดว่าถ้าเราทำให้มันพอดี พอเพียง มันก็จะอยู่ได้ เราก็ดูว่าอะไรที่เราต้องการแต่มันไม่ได้จำเป็นกับชีวิตเรานัก หรืออะไรที่เราสามารถทำเองได้ ก็ไม่ต้องหาซื้อ คือ ตอนนี้พยายามที่จะกลับเข้าสู่เส้นสมดุลชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระเ้จ้าอยู่หัวให้ได้ และเป็นสิ่งที่จะต้องทำให้คนรอบข้างได้เข้าใจอีกครั้งเหมือนตอนที่เราบุกเบิกทำเรื่องสิวที่คนรอบตัวเราหาว่าบ้านี่ล่ะค่ะ 

แต่ประสบการณ์จากวันนั้นจนถึงวันนี้สอนบีมว่า ไม่ต้องกลัวว่าคนอื่นจะคิดยังไง ขอแค่เราทำไปก่อน ทำให้เห็นผลกับตัวเองก่อน ทำให้ประสบความสำเร็จก่อน แล้วเราจะเป็นตัวอย่าง เราจะเป็นต้นแบบให้คนอื่นได้ คือ ไม่ต้องพูดมาก ไม่ต้องไปทำให้คนอื่นเขาเชื่อเรา ถ้าเรายังไม่ลงมือทำ 

นอกจากแนวคิดดี ๆ และความประทับใจในตัวพ่อหมอแล้ว บีมยังได้ความรู้ดี ๆ กลับมาฝากนะคะ เป็นแผ่นกระดาษข้อมูลที่พ่อหมอให้มาก็จะมี
  1. บทสวดมนต์ก่อนทานยาสมุนไพรเพื่ออธิษฐานจิตกับบรมครูแพทย์แผนไทยหมอชีวกโกมารภัจจ์ ซึ่งทุกคนและทุกครั้งก่อนเราทานยาไทยตำรับใด เราจะต้องสวดมนต์บูชาท่านก่อนและขอให้เทพยดาทั้งหลายได้ช่วยทำให้ยานี้ส่งผลให้เราหายจากโรคด้วย (นี่ไม่ใช่สิ่งงมงายค่ะ ไว้โอกาสต่อไปจะมาเขียนว่าเพราะอะไร)
  2. อาหารที่ไม่ควรทานช่วงรักษาโรคและจริง ๆ แล้วก็ไม่ควรทานเลยตลอดไปเพราะเป็นอาหารหล่อเลี้ยงเซลล์มะเร็งหรือทำให้เกิดความเสื่อมแก่เซลล์ร่างกาย
  3. วันแรกที่แนะนำให้เริ่มทานยา คือ มันจะมีวันดีกับวันไม่ดี เราไม่สามารถจะเริ่มทานยาเรื่อยเปื่อยได้ค่ะ มันจะไม่เห็นผลดีนัก
ตรงนี้บีมจะลงข้อมูลเฉพาะที่เกี่ยวกับสุขภาพก่อนนะคะ 


ของกินที่ท่านห้ามเด็ดขาดคือ

ผงชูรส, ซุปก้อนสำเร็จรูป ท่านว่ามันทำให้เซลล์มะเร็งโตเร็วกว่าผงชูรสอีก, น้ำอัดลม, ปลากระป๋อง, เนื้อควายเผือก, วัว, แกงหอยจูบ (รู้จักกันมั้ยคะ หอยขมนี่แหละ เวลากินต้องจูบ ๆ หอยให้เนื้อมันออกมา), หอยแครง, กุ้ง, ปู, เนื้อแลน (คิดว่านี่คือตัวเงินตัวทองน่ะค่ะ), หมูป่า, เนื้อฟาน (คล้ายกวาง), ของดองทุกชนิด, แกงกบ, แกงปลาไหล, ปลาหมึกสดเขาใส่ยากันบูด, เห็ดฟางที่เพาะใส่ปุ๋ยน้ำตาล, น้ำปู, 

และท่านยังบอกเพิ่มเติมว่า ไข่ไก่และ เนื้อสัตว์ต่าง ๆ  ก็จะทำให้เซลล์มะเร็งโตเร็ว


และเนื่องจากแม่บีมกับพี่แม็คชอบดื่มน้ำเย็น ชอบน้ำแข็ง บีมก็เลยถามให้พ่อหมอตอบจะ ๆ ฟันธงไปเลยค่ะว่ามันเป็นอย่างไร (ถามเป็นความรู้ด้วย) ท่านบอกว่า น้ำเย็นและน้ำแข็งจะไปทำลายและฆ่าเซลล์ของเราให้ดับลง

โอเคค่ะ พอหอมปากหอมคอสำหรับเรื่องนี้ ซึ่งขอย้ำอีกครั้งว่า ถ้าใครสนใจสมุนไพรและแนวทางการรักษาของพ่อหมอ ขอให้เป็นคนที่เอาจริงเท่าั้นั้น พร้อมที่จะหยุดทุกอย่างที่เป็นโทษต่อร่างกาย และพร้อมที่จะทำตามคำแนะนำของท่าน เพราะบีมอยากให้สมุนไพรและยาตัวนี้ไปถึงคนที่เขาทุกข์ทรมานจากมะเร็งหรือโรคเรื้อรังต่าง ๆ และอยากหาย และพร้อมปฏิบัติตามจริง ๆ เท่าั้นั้น

ลองคิดดูนะคะ ถ้าเราสนใจแต่เราไม่คิดดูแลตัวเองจริงจัง การซื้อสมุนไพรของท่านมา 1 ถุง แม้จะเป็นเงินจำนวนน้อย แต่ถ้าเราวางทิ้งไว้ ยังไม่ได้ต้มดื่ม ไม่่ได้ตั้งใจดื่ม ไม่คิดว่ามันจะช่วยอะไรได้จริง ก็จะเท่ากับเป็นการทำลายโอกาสของคนอื่นที่เขาต้องการยาจริง ๆ ไปรักษาความทุกข์ของเขา


และการเข้าไปหาท่านโดยไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ จะทำให้ท่านเสียเวลาที่จะต้องดูแลคนไข้ท่านอื่นไปเท่ากับเวลาที่ใช้อยู่กับเรา

บีมสอบถามมาแล้วค่ะว่าถ้าเป็นสิวนี้เกิดจากอะไร เป็นแบบไม่หายเสียที ท่านบอกว่า สิวเกิดจากภาวะเลือดเป็นพิษ มันก็เลยขับออกทางผิวหนัง และสามารถทานยาสมุนไพรของท่านได้เพื่อทำการล้างพิษที่มี 

แต่อีกครั้งนะคะ...คิดให้ดีก่อนที่จะติดต่อบีมเข้ามาและสั่งซื้อสมุนไพรของพ่อหมอค่ะ ว่าคุณเชื่อ ศรัทธาแพทย์แผนไทยหรือไม่ และพร้อมที่จะหยุดทุกอย่างที่เป็นโทษแก่ร่างกายหรือไม่  พร้อมที่จะปรับรูปแบบการดำเนินชีวิตให้สมดุลหรือไม่ เพราะถ้าไม่แล้ว การสั่งซื้อสมุนไพรของคุณจะเป็นการตัดโอกาสของอีก 1 ชีวิตที่เขาควรจะได้รับยานี้มากกว่าค่ะ เพราะยานี้ทำยากและทานแล้วมะเร็งต่าง ๆ หายจริง ๆ ขอให้ยาได้ไปถึงคนที่เขาเป็นจริง ๆ และจริงจังที่จะหายดีกว่านะคะ

Comments

jannyacze said…
This comment has been removed by a blog administrator.

Popular posts from this blog

บทสวดก่อนกินข้าว (ละอัตตาของการบริโภคนิยม)

บีมกลัวลืมค่ะ เลยรีบมาอัพแต่เช้า เอาไว้ให้ตัวเองอ่านด้วย และคงจะเป็นประโยชน์หากเพื่อน ๆ จะนำไปใช้ด้วย เพื่อละกิเลส ณ เวลาที่กินอะไร...
ไปเจอ 2 บทพิจารณาที่บอร์ดพลังจิต...มีดังนี้
บทที่ 1
ข้าวทุกจาน อาหารทุกอย่าง อย่ากินทิ้งขว้าง เป็นของมีค่า หลายคนเหนื่อยยาก ลำบากหนักหนา สงสารบรรดา คนยากคนจน ในโลกนี้ ยังมีคนที่จนยาก แสนลำบาก อัตคัตและขัดสน อย่ากินทิ้งขว้างตามใจตน สงสารคนอื่นที่ไม่มีกิน ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณแม่ครัว ที่ท่านกรุณา เมตตาทำอาหารมาให้ เราชาว...(ระบุ)...ซาบซึ้งน้ำใจ ตั้งแต่นี้ต่อไป จะทำความดีตอบแทน...
ตรง เราชาว...บีมก็ไม่มีไอเดียว่าให้ใส่อะไร หรือต้องใส่ "ชาวโลก"? ไม่รู้นะคะ อาจจะใส่ชื่อเราก็ได้


บทที่ 2 ปะฏิสังขา โยนิโส ปิณฑะปาตัง ปะฏิเสวามิ เนวะทวายะ นะ มะทายะ นะ มัณฑะนายะ นะ วิภูสะนายะ ยะวะเทวะ อิมัสสะกายัสสะ ฐิติยายาปะนายะ วิหิงสุปะระติยา พรัหมะจริยานุคคะหายะ ดิติ ปุราณัญจะ เวทะนัง ปะฏิหังขามินะวัญจะ เวทะนัง นะ อุปปาเทสสามิ ยาตรา จะ เม ภะวิสสะติ อะนะวัชชะตา จะผาสุวิหาโรจาติ
คำแปล
ปะฏิสังขา โยนิโส ปิณฑะปาตัง ปะฏิเสวามิ เราย่อมพิจารณาโดยแยบคายแล้วฉันบิณฑบาต เนวะ ทวายะ ไม่ให้เ…

วิธีล้างลำไส้แบบธรรมชาติ

เราควรมารู้จักก่อนว่า ของเสียและพิษที่สะสมในลำไส้นั้นมีอะไรบ้าง จะได้เข้าใจถึงกระบวนการล้างได้ถูกวิธี
พิษสะสมในลำไส้หลัก ๆ มาจากสิ่งต่อไปนี ลิ่มของนมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัวที่เป็นเมือกเหนียวอันเกิดจากการรวมตัวระหว่างนมกับน้ำย่อย ส่วนนี้จะไปเป็นเมือกเกาะติดตามผนังลำไส้น้ำมันพืชชนิดไม่อิ่มตัวสายยาวและไขมันทรานส์ที่จะเกาะอยู่ตามผนังลำไส้หากลำไส้เล็กย่อยไม่ได้หมดหรือย่อยไม่ได้เลยอาหารที่ย่อยไม่หมดจากระบบย่อยไม่สมบูรณ์ (เพราะตับ ลำไส้เล็ก ตับอ่อน ผลิตภัณฑ์เอ็นไซม์ย่อยไม่ได้มากนัก หรือการเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด)อาหารที่น้ำย่อยย่อยไม่ได้ หลัก ๆ คือ อาหารแปรรูปและอาหารผ่านไมโครเวฟพยาธิและจุลชีพที่เป็นโทษที่ติดมากับอาหาร ผักสด เนื้อสด เป็นต้น กลุ่มนี้จะมาโตในลำไส้ของเราได้ด้วยและแพร่กระจายไปจุดอื่น ๆ ได้ด้วยสารสังเคราะห์ที่ผสมในอาหาร เช่น สารกันเสีย สีผสมอาหาร สารแต่งกลิ่น ผงชูรส ฟอร์มาลีน เป็นต้นยาปฏิชีวนะที่ฆ่าเชื้อแบคทีเรียในร่างกายทั้งตัวที่ดีและไม่ดี และยาบางชนิดก็ไประคายเคืองผนังกระเพาะและลำไส้อีกด้วย ทำให้ผนังลำไส้เสียหาย ดูดซึมสารอาหารและน้ำได้ไม่ดี
พิษเหล่านี้จะสร้างภาวะที่เป็นกรดและความร้…

ปิดฉาก "สิวเรื้อรัง" ด้วยการล้างพิษท่อน้ำดีและตับ

หนังสือเล่มนี้...บังเอิญครูโชคดี เห็นที่บ้านคุณแม่มานานพอสมควรแล้ว
คุณแม่บอกว่า หนังสือดีมาก แต่ไม่รู้เป็นอะไร ครูก็ยังไม่ยอมหยิบติดมือกลับมาอ่านเสียที
ทั้งที่หนังสือนี้เขียนโดยนายแพทย์ด้านธรรมชาติบำบัดที่มีชื่อเสียงมาก
นายแพทย์บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล...

จนเมื่อไม่นานมานี้ ไปเยี่ยมคุณแม่ และรู้สึกว่า เล่มนี้ดึงดูดผิดปกติ
จนต้องหยิบมาอ่าน...อ่านแล้ว..."ต้องขอยืมคุณแม่กลับ"

รู้สึกได้ทันทีว่าจะมีประโยชน์มาก ๆ ต่อตัวเองและแฟนเพจ ลูกศิษย์ ลูกค้า
ที่มีปัญหา "สิว" อย่างแน่นอน ทั้งที่ยังไปได้เพียง 1/4 ของเล่ม
แต่จากประสบการณ์เรื่องการบำบัดสิวแนวธรรมชาติกว่า 8 ปี

อ่านแว่บเดียวก็รู้สึกเลยว่า...

คุณหมอให้ข้อมูลที่แน่นมาก (แม้จะดูเล่มเล็กก็เถอะ แต่แน่นจริงๆ)ทุกอย่างเป็นเหตุเป็นผลกันดีมาก เข้าใจได้ทะลุปรุโปร่งสำหรับครู (เพราะตัวครูเองก็ลงมือปฏิบัติเลยรู้ว่าที่คุณหมอให้ข้อมูลในหนังสือ เป็นความจริงทั้งหมด) แต่...คุณหมอไม่ได้เขียนถึงเรื่อง "สิว" เลยแม้แต่น้อยนะคะ คุณหมออธิบายเรื่อง "นิ่ว" ในท่อน้ำดีตับ ท่อน้ำดี และถุงน้ำดี ว่ามันทำให้มีปัญหาอะไร มันก่อตัวมาอย่างไร?