นำเสนอวิธีคิด + วิธีการใหม่ ในการ "ป้องกัน บำบัด ฟื้นฟู" ภาวะ "สิวในวัยผู้ใหญ่" (Adult Acne) แนวธรรมชาติบำบัดองค์รวมจากประสบการณ์ตรงเรื่องสิวกว่า 23 ปี นักเขียนเจ้าของผลงาน "สิวซีเคร็ต" และหนังสือสิวอีกหลายเล่ม วรดาภา สุขพิมลกุล (บีม)

โพสต์สำคัญที่ต้องอ่านก่อน!

สาเหตุของสิววัยผู้ใหญ่ (Adult Acne) ที่ขึ้นหลังวัย 20 ปี

สิววัยผู้ใหญ่ คือ อะไร? สิวในวัยผู้ใหญ่  ภาษาอังกฤษใช้คำว่า  Adult Acne  แต่ละสำนักอาจจะให้นิยามสิว ชนิดนี้แตกต่างกัน  แต่จากประสบก...

Mar 19, 2011

โหราศาสตร์ปฏิวัติกรรม แนวคิดใหม่ที่เราไม่ใช่เหยื่อของโชคชะตา





หลายคนคงจะงงว่า เขียนเรื่องสิวมาเกี่ยวอะไรกับตรงนี้

บีมขออธิบายว่า ตั้งแต่รักษาสิวด้วยตัวเองมา บีมมองเห็นว่าตัวเองเชื่อมโยงกับสรรพสิ่งมากขึ้น บีมเป็นส่วนหนึ่งของทุกอย่างที่เกิดบนโลกนี้ ธรรมชาติทำให้เราหายได้จริงถ้าเราใช้ชีวิตและปรับสภาพร่างกายอันเป็นธาตุขันธ์ให้สอดคล้องกับธรรมชาติทั้งของเราและธรรมชาติรอบตัว

จากเรื่องทางกาย มาสู่เรื่องจิตที่บีมพิสูจน์และได้รับการพิสูจน์จากเพื่อน ๆ ที่ได้ทดลองปฏิบัติหลาย ๆ คนแล้วว่า การนอนเร็ว การไม่เครียด และการทำใจให้นิ่ง ไม่ร้อนรน ไม่รีบเร่งเวลารักษาสิวนั้น ได้ผลจริง ๆ

ยิ่งปฏิบัติ ยิ่งศึกษา ก็ยิ่งพบว่า จิตนั้นสำคัญที่สุดไม่ว่าจะรักษาโรคอะไรก็ตาม

และโดยปกติเป็นคนสนใจเรื่องราวและคำถามเกี่ยวกับชีวิตอยู่แล้วค่ะ ชอบหาคำตอบว่าเราเกิดมาทำไม ทำไมต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ คำถามนี้มีตั้งแต่เด็กแล้วค่ะ เพราะเป็นคนที่มีปัญหามาตลอดนะ (แต่ยังโชคดีที่ครองตัวเองให้อยู่รอดปลอดภัยมาได้ถึงตอนนี้ บุญยังมี)

เอาล่ะ...ต่อจากตอนที่แล้วนะคะ และหลังจากที่บีมได้ลองอ่านดวงของลูกสาวเพิ่มเติมโดยอิงตามหนังสือของคุณมณฑานีเล่มนี้ บีมรู้สึกว่า มันใช่เลย...อธิบายได้ทุกอย่างที่บีมต้องการ

คือ บีมไม่ลบหลู่ศาสตร์ดูดวงแบบอื่นนะคะ แต่เราจะชี้ว่า การดูแบบนี้มันให้แนวคิดใหม่ของการเปิดปูมชีวิต ตอบคำถามชีวิตและทำให้เรารู้สึกด้านบวกได้มากกว่าที่ผ่านมา

บีมจะสรุปแนวคิดให้ฟังนะคะ และเพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น บีมจะยกตัวอย่างดวงบีมให้ดูนะคะ

โหราศาสตร์ปฏิวัติกรรม หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Karmic Astrology เป็นการดูดวงที่อิงกับแนวความคิดเรื่องกรรม ซึ่งจะสอดคล้องกับหลักพุทธศาสนามากค่ะ

หลักนี้ ใคร ๆ ก็สามารถดูเองได้ค่ะ ไม่ต้องมีอะไรซับซ้อนเลย แต่คนที่จะดูด้วยตัวเองได้นั้น ต้องมีพื้นฐานความเข้าใจเรื่องของ กรรม การกลับชาติมาเกิด ความสัมพันธ์ของสรรพสิ่ง (ดวงดาวและการโคจรของดวงดาวส่งผลต่อเราในฐานะที่เราเป็นกล่องพลังงานเล็ก ๆ บนโลก ไม่ใช่ธาตุสังขารแบบที่เรายึดติด)

แต่คุณโจได้อธิบายว่า แม้คนไม่เชื่อเรื่องการกลับชาติมาเกิด ก็สามารถดูได้นะคะ เพราะ จากปูมดวงนั้นจะสามารถบอกได้เลยว่า เรามีจุดแข็ง จุดอ่อนอะไร แง่มุมต่าง ๆ ในชีวิตของเรานั้น จะอยู่บนแผนที่ดวงที่เปรียบเสมือนลายแทงชีวิตของเรา (ตั้งแต่ชาติก่อน ๆ มา) ได้เลยค่ะ

แต่ทั้งนี้ โหราศาสตร์แนวนี้จะไม่เน้นให้คนไปยึดติดว่า เราเคยเกิดมาเป็นอะไร ยังไง แต่จะเน้นไปที่ "ประสบการณ์ทางจิตที่สั่งสมอยู่ในใจ" มากกว่า

ประสบการณ์นั้นมีทั้งบวกและลบ กี่ภพกี่ชาติที่เราเกิดมานั้น ล้วนแล้วแต่ได้รับการฝังอยู่ในจิตตลอดมา

และช่วงชีวิตก่อนที่เราจะเกิดมานั้น (ช่วงระหว่างภพชาติเดิมกับใหม่) เราจะมีการทำ Life Review เพื่อทบทวนว่าที่ผ่านมาในทุก ๆ ชาตินั้น จิตวิญญาณได้รับการพัฒนาหรือเสียหายในจุดใดบ้าง

และเราได้เลือกว่าในชาติหน้าเราจะต้องพบเจอบทเรียนชีวิตอะไรบ้างเพื่อที่จะยกระดับจิตวิญญาณของเราให้สูงขึ้นได้

ใช่ค่ะ เราเป็นคนเลือก

บีมเห็นด้วยกับจุดนี้และชอบในจุดนี้มาก และคิดว่ามันเป็นสัมมาทิฐิที่พระพุทธองค์ได้พร่ำสอนว่าให้เราเป็น "ผู้เลือกการกระทำ" ด้วยตัวเอง หรือที่เรียกว่า กฎแห่งกรรม นั่นเอง

ที่บีมเชื่อจุดนี้ เพราะ มีหลายคำทำนายที่บีมก็เฝ้าตระเวนไปดูเมื่อสมัยก่อนโน้น ซึ่งบีมสามารถผ่อนหนักเป็นเบาหรือหักล้างมันได้นะ
  1. ข้อแรก คุณแม่เคยเข้าใจว่าบีมจะเรียนสาขารัฐศาสตร์ไม่ได้ เพราะมันเป็นวิชาท่อง แต่ในที่สุด ด้วยเทคนิคในการเรียนประกอบกับความตั้งใจและการวางแผนในการเรียนของเรา ก็ได้เกรดมาดี
  2. ข้อที่สอง เคยมีคนบอกว่าบีมค้าขายไม่ได้ เพราะพูดน้อย ไม่กล้าแสดงออก และคิดเลขไม่เก่ง (บีมเองก็เคยเชื่อแบบนั้น) แต่ตอนนี้ รายได้หลักมาจากการค้าขายที่สามารถเลี้ยงตัวเองและช่วยเหลือครอบครัวได้บ้างค่ะ เป็นเพราะเราตั้งใจที่จะทำงานของตัวเอง ค่อย ๆ ทำ ค่อย ๆ เรียนรู้จนพอทำได้และเข้าใจหลักการทำงานประเภทค้าขายได้ ถ้าหลังจากนี้ไม่ได้ขายสิ่งนี้แล้ว ก็เป็นทักษะติดตัวที่จะไปทำค้าขายอย่างอื่นได้ค่ะ
  3. ข้อที่สาม เคยมีคนบอกว่าบีมจะได้คู่ไม่ดี ได้คู่ทุกข์ แต่ตอนนี้บีมกลับมีความสุขที่ได้ผู้ชายคนนี้มาอยู่ข้างกัน ทั้งนี้เพราะเราถือว่า Love conquers All ก่อนหน้าที่เราจะแต่งงานกัน ชีวิตด้านความรักบีมล้มเหลวอย่างรุนแรงค่ะ แต่ในที่สุดบีมคิดว่าบีมสอบผ่าน เพราะเราเริ่มรู้จักมองข้ามสิ่งที่เราเคยไม่ชอบในตัวเค้า และรักในสิ่งที่ดี ยอมรับในสิ่งที่เค้าเป็น ซึ่งมันก็ทำให้เราสุขได้
  4. ข้อที่สี่ ปีที่แล้ว เคยมีคนทำนายว่าเป็นปีที่แย่ที่สุดของบีม แต่ด้วยความดีที่เราเคยทำประกอบกับความตั้งใจในการทำมาหากินแบบสุจริต บีมถือว่าเป็นปีที่ดีของบีมและเป็นปีที่บีมตั้งตัวได้ และคิดว่า ถ้ามีคนทำนายว่านั่นแย่มาก แสดงว่าปีอื่น ๆ บีมคงจะสามารถผ่านไปได้แน่นอนด้วยทักษะที่ได้สั่งสมมาในปีนั้น
ด้วยความที่เราเป็นคนชอบความท้าทายมั้งคะ ทำให้เรารู้สึกว่าเราอยากเอาชนะคำทำนาย และหลาย ๆ อย่างก็พิสูจน์ว่า ลิขิตฟ้าหรือจะสู้ลิขิตเรา

และในตอนนี้เข้าใจแล้วว่า ไม่มีลิขิตฟ้าหรอก มีแต่ลิขิตเราทั้งนั้น....

เพราะเรา "เลือก" บทเรี่ยนชวิตให้กับตัวเองไว้แล้วล่วงหน้าว่าเราจะเกิดมาแก้ปัญหานั้น ๆ ให้ได้ในชาตินี้

คนที่มีปัญหาอย่างเดิมซ้ำ ๆ แสดงว่าเค้ายังสอบไม่ผ่าน ....ก็เท่านั้น

ฆ่าตัวตายไปก็ทำให้โลกวิญญาณเสียสมดุลเปล่า ๆ ค่ะ

กว่าจะเกิดเป็นคนได้ทั้งทีนั้นแสนยากลำบากนะ (ยิ่งเป็นคนแบบสมบูรณ์ไม่พิการนี่ พ่อแม่คุณลุ้นตัวโก่งเลยรู้มั้ยคะ เหมือนบีมตอนท้องน่ะค่ะ)

มันก็จะโยงกลับเข้ามาหาความหดหู่ใจที่เกิดขึ้นกับบีมในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าทำไมเราต้องมาเกิดในกลียุคนี้ด้วยนะ

แต่ท้ายที่สุดแล้ว ด้วยคำปลอบโยนจากกัลยาณมิตรจาก Facebook และเพื่อนเก่าของบีม ก็ทำให้คลายกังวลได้ ทำให้จิตเราสุขมากขึ้น

ด้วยข้อมูลที่เราพยายามหาเพิ่มเติม ก็ทำให้เราได้เตรียมตัวเตรียมใจกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้น และมันจะช่วยลดความกังวลได้ระดับหนึ่ง (เป็นธรรมดาค่ะที่เราจะค่อย ๆ คลายกังวล ถ้าเรา Educate ตัวเองมากขึ้น)

และสำคัญที่สุดคือ บีมคงเลือกเอาไว้แล้วว่า บีมจะเกิดมาในยุคนี้ เลือกที่จะเผชิญอะไรแบบนี้

คำถามที่ว่า "ทำไมเราต้องเกิดมาเจออะไรแบบนี้" มันหายไปเลย

มันเกิดเป็นสติ เป็นความเบิกบานขึ้นแทนด้วยคำว่า "เราเลือกแล้ว" คำเดียว

และแม้กระทั่งลูกเราและคนใกล้ชิดเราก็ตาม เราก็อดห่วงไม่ได้ว่าถ้ามีอะไรเกิดขึ้น พวกเขาจะเป็นอย่างไร

พอคิดได้ว่า "เขาเลือกแล้วที่จะเกิดมาในยุคนี้"

มันทำให้บีมรู้สึกผ่อนคลายไปได้มาก...เพราะทุกการเกิดมามันย่อมมีความหมายและเหตุผลของจิตนั้น ๆ อยู่เบื้องหลัง

สิ่งที่เราทำได้คือ ยึดหลักธรรมคำสอนเอาไว้ให้มั่น อย่าให้สติหลุด สติแตก ไม่งั้นบ้าแน่ๆ ถ้าเกิดอะไรแย่ ๆ ขึ้น และช่วงวิกฤตินั้น คนเราจะขุดเอาสันดานขึ้นมาเลยล่ะค่ะ...(เคยดูรายการ Survivor มั้ย คู่รักหลายคู่เลิกกันหลังเข้าร่วมรายการเยอะไป)

และนอกจากนี้ บีมยังเชื่อว่า หากเราทำดี ความดีจะคุ้มครองเรา ชาตินี้อาจคุ้มครองไม่ได้แต่คุ้มได้เมื่อเราจากไปแน่นอน ขอให้จิตสุดท้ายเราเป็นสุขก็พอ

และยังเชื่อว่า ถ้าคนบนโลกในตอนนี้ทั้งหมด (ทั้งหมดเลยนะคะ) เข้าใจเรื่องกฎแห่งกรรม และช่วยสร้างการกระทำด้านบวกขึ้นมาแทนแบบเต็มสตีม (อัตราเร่ง) สำนึกในบุญคุณของโลกและธรรมชาติให้มาก ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ไม่ตัดไม้ ไม่ทิ้งขยะเรื่อยเปื่อยอีกต่อไป...ไม่เปิดไฟทิ้งไว้ ไม่เป็นบริโภคนิยมที่ทำให้ทรัพยากรโลกยิ่งสิ้นเปลือง และหันมาอยู่กับธรรมชาติแบบง่าย ๆ

บีมเชื่อว่า เราจะช่วยผ่อนหนักเป็นเบาได้...

เหมือนที่มีคนทำนายว่าปีที่แล้วเป็นปีที่แย่เกือบที่สุดของบีม...แต่บีมก็ยังตั้งตัวได้และดำเนินชีวิตด้วยความดีและสติ...มันก็ผ่านไปได้และไม่ใช่ปีที่เลวร้ายสำหรับบีมมากนัก

แต่ด้วยโลจิคหรือตรรกะของโลกนี้....วันล้างโลกก็อาจเกิดขึ้นได้เช่นกันค่ะ...

ไว้มาต่อบทความหน้าเกี่ยวกับโลจิคที่จะนำไปสู่่วันสิ้นโลกค่ะ...

คืนนี้...ดวงจันทร์สวย...เปิดหน้าต่างไปชื่นชมจันทร์กันได้นะคะ...สวยจริง ๆ

ป.ล. เขียนเพลินจนลืมไปเลยว่า ว่าจะให้ดูดวงของบีมเป็นตัวอย่าง...เอาไว้ครั้งหน้าครั้งนู้นที่บีมมีเวลาอีกนะคะ แล้วจะทำให้ดูแบบย่อ ๆ (เพราะยังศึกษาไม่จบเล่มเลย)

0 ความคิดเห็น: