นำเสนอวิธีคิด + วิธีการใหม่ ในการ "ป้องกัน บำบัด ฟื้นฟู" ภาวะ "สิวในวัยผู้ใหญ่" (Adult Acne) แนวธรรมชาติบำบัดองค์รวมจากประสบการณ์ตรงเรื่องสิวกว่า 23 ปี นักเขียนเจ้าของผลงาน "สิวซีเคร็ต" และหนังสือสิวอีกหลายเล่ม วรดาภา สุขพิมลกุล (บีม)

โพสต์สำคัญที่ต้องอ่านก่อน!

สาเหตุของสิววัยผู้ใหญ่ (Adult Acne) ที่ขึ้นหลังวัย 20 ปี

สิววัยผู้ใหญ่ คือ อะไร? สิวในวัยผู้ใหญ่  ภาษาอังกฤษใช้คำว่า  Adult Acne  แต่ละสำนักอาจจะให้นิยามสิว ชนิดนี้แตกต่างกัน  แต่จากประสบก...

Sep 16, 2010

ทำไมเราจึงเป็นสิวอุดตัน?


คุณเคยสงสัยกันมั้ยคะว่า สิวอุดตันมันมาจากไหน ทำไมเราจึงกำจัดมันออกไปยากมาก เลิกทายามันก็กลับมาใหม่ กดออกแล้วก็กลับมาใหม่ ทำไมมันไม่หายเสียที

บีมเองก็พยายามค้นหาคำตอบมานานค่ะ แต่ก็พึ่งจะมี Blink (หมายถึงความเข้าใจที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญเมื่อเวลาผ่านไปค่ะ) ขึ้นมาไม่นานมานี้เองค่ะ เลยอยากจะมาเขียนเอาไว้กันลืมและได้เผยแพร่ไปในตัวด้วย

หลังจากที่อาการสิวหายไปแล้ว ตอนนี้มีผิวเหมือนคนปกติ ซึ่งสามารถมีสิวเกิดขึ้นได้ถ้าหากทานอาหารที่ก่อสิว หรือนอนไม่พอนะคะ ซึ่งสิวที่ขึ้นมาสามารถยุบเองได้ ไม่เหมือนแต่ก่อนนู้นค่ะ ^^

บีมจึงมีร่างกายที่สามารถจะ Test ได้ว่าเราทำอะไรแล้วถึงมีสิวแบบนี้ ๆ ขึ้น

ประกอบกับได้ข้อมูลเพิ่มเติมมาในช่วงหลัง ๆ นี้ด้วยค่ะ

สาเหตุที่เราเป็นสิวอุดตันเพราะ ร่างกายมีไขมันอยู่ในเส้นเลือดเกินพิกัด ส่วนใหญ่เป็นไขมันส่วนเกินที่ร่างกายไม่ได้ใช้งานแล้ว กลายเป็นของเสีย ซึ่งร่างกายเองก็ไม่สามารถขับออกได้ด้วย อาจจะเพราะอาการท้องผูก หรือแม้คุณจะถ่ายได้ทุกวัน แต่ไม่ได้หมายความว่าไขมันเหล่านี้จะถูกขับออกได้ค่ะ เมื่อมันทิ้งออกทางลำไส้ไม่ได้ อีกทางหนึ่งที่ระบายออกได้คือ ทางรูขุมขนบนใบหน้า อก คอ แผ่นหลัง ซึ่งเป็นบริเวณที่มีต่อมไขมันหนาแน่นที่สุด นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เมื่อเรากดสิวอุดตันออกสัปดาห์นี้ สัปดาห์หน้าก็ต้องกดใหม่อยู่ดีค่ะ เพราะเรามี supply หรือไขมันเต็มเปี่ยมที่พร้อมล้นทะลักออกมาตลอดเวลาอยู่แล้วค่ะ

อ่านแล้วมีคำถามใช่มั้ยคะ บีมจะตอบทีละข้อนะคะ

ไขมันเหล่านี้มาจากไหน
ไขมันที่ล่องลอยอยู่ในกระแสเลือดและสะสมตามอวัยวะต่าง ๆ มาจากอาหารที่เราทานเป็นหลักค่ ไม่ใช่เพียงไขมันเท่านั้นนะคะ แต่ยังรวมไปถึงน้ำตาลและแป้งขัดขาว เบเกอรี่ด้วย เพราะมันจะมีกลไกทางชีวเคมีบางอย่างที่เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะไปเพิ่มไขมันในกระแสเลือดได้ค่ะ (บีมจำได้คร่าว ๆ ค่ะ ต้องไปรื้อฟื้นนิดนึง แต่ถ้าสังเกตกันนะคะ เวลาทานแป้งเยอะ ๆ หน้าจะมันใช่มั้ยคะ ^^ ถ้าลองลดแป้ง หน้าจะมันน้อยลงค่ะ ทดลองดูได้ค่ะ แต่ต้องใช้ระยะเวลานิดนึงนะคะ)

จริง ๆ แล้วร่างกายของเราต้องการไขมันด้วยนะคะ เพราะวิตามินและแร่ธาตุหลาย ๆ ตัวก็ต้องละลายในไขมันก่อนจึงจะสามารถถูกดูดซึมไปใช้งานได้ค่ะ แต่เราควรจะรับไขมันที่ดีในปริมาณที่เหมาะสม เช่น น้ำมันที่ได้จากการสกัดเย็น ไม่ผ่านกรรมวิธี ไม่ใช่น้ำมันที่ได้จากการทอด ผัด (วิธีการทอดผัดแบบรักษาสุขภาพมีอยู่ค่ะ เคยอ่าน ๆ มาเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าเราจะทานของผัดของทอดไม่ได้เลยค่ะ แต่มันมีวิธีปรุงแบบพิเศษค่ะ ลองค้นหาใน google พลาง ๆ ก่อนนะคะ ^^)

ดังนั้น ถ้าจะเริ่มรักษาสิวอุดตัน ควรตระหนักว่า ร่างกายมีไขมันเกินพิกัด ถ้าไปเช็คร่างกายจะพบว่า คุณมีไขมันชนิดเลวสูงเกินเกณฑ์ (แม้จะเป็นคนผอม) และมีโอกาสมีคอเลสเตอรอลสูงตามไปด้วยค่ะ และควรจะงดการบริโภค ไขมัน แป้ง น้ำตาล เป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์พร้อมทั้งมีปฏิบัติการล้างพิษอย่างจริงจังเพื่อให้ร่างกายได้มีเวลากำจัดไขมันตกค้างในเลือดออกไปทางลำไส้และอุจจาระให้ได้มากที่สุดค่ะ แล้วคุณจะพบว่า สิวเม็ดเล็ก สิวไขมัน สิวอุดตันจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ถ้ามีไขมันในเลือดสูงมาก ๆ อาจต้องใช้เวลามากกว่า 2 สัปดาห์ค่ะ

ในระหว่างที่ล้างพิษ 2 สัปดาห์นี้ ควรบริโภคผักผลไม้สดที่มีใยอาหารสูงเป็นหลัก ทานข้าวกล้อง ดื่มนมธัญพืชหรือน้ำเต้าหู้ มีการเติมจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ให้กับร่างกาย ดื่มน้ำให้เพียงพอ นอนหลับให้เพียงพอ ผ่อนคลายความเครียดให้เป็น

อาการท้องผูกเกี่ยวกับสิวอย่างไร
เมื่อคุณท้องผูก นั่นหมายถึง กระบวนการกำจัดของเสียของร่างกายเส้นทางใหญ่ที่สุดทางหนึ่งได้ถูกขัดขวางไม่ให้ระบายของเสียตามปกติ

ให้จินตนาการถึงถ้วยมาม่าที่คุณกินทิ้งไว้ ถ้าไม่ได้เอาไปทิ้งและปล่อยทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องอยู่ประมาณ 3 วัน 7 วัน หรือ 14 วันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

สิ่งนั้นก็เป็นอาการเดียวกับที่เกิดขึ้นในลำไส้ของคุณค่ะ มันก็จะเน่าเสียและถูกขังอยู่เช่นนั้น มีเมือก ๆ มีจุลินทรีย์มากินเศษอาหาร ส่งกลิ่นเหม็น เกิดพิษจากการย่อยของจุลินทรีย์ตัวร้ายขึ้นในลำไส้

ทั้งเมือก ทั้งพิษนี้จะทำร้ายเซลล์ของลำไส้ ทั้งอุดตันรูระบายไขมันที่ส่งมาจากตับในรูปแบบของน้ำดี

เมื่อลำไส้เกิดภาวะอุดตัน และของเสียอัดแน่นเกาะติดผนังเซลล์ ติดรูระบาย ไขมันที่ควรจะได้ระบายออกมาที่ลำไส้ก็ออกมาไม่ได้ หรือออกมาได้แต่ไม่ถูกระบายออกไป ก็จะถูกดูดกลับเข้าไปที่กระแสเลือดอีก และเราก็รับของใหม่เพิ่มเข้าไปทุกวัน ไขมันหาที่ออกไม่ได้ จึงต้องระบายออกทางช่องทางที่สามารถออกได้ คือ รูขุมขน ซึ่งรูขุมขนที่มีช่องทางออกของไขมันได้มากคือ บริเวณใบหน้า ลำคอ แผ่นหลัง และอก ซึ่งเป็นบริเวณที่มีต่อมไขมันอยู่หนาแน่นที่สุด

ดังนั้น อาการท้องผูกจึงมีความสัมพันธ์กับสิวอุดตันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ ถ้าหากเราล้างพิษลำไส้และได้ทานผักผลไม้สดไม่หวาน ทานข้าวกล้องเป็นประจำ และมีการเติมจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อลำไส้เป็นประจำแล้ว จะช่วยให้ลำไส้มีสุขภาพดีในระยะยาว ป้องกันสิวอุดตันได้ชะงัดค่ะ

ถ่ายทุกวัน ทำไมถึงยังเป็นสิวอุดตัน
การถ่ายทุกวันนั้น ไม่ได้การันตีว่าของเสียจะไม่คั่งค้างในลำไส้ค่ะ
บีมเองก็เป็นคนถ่ายทุกวันค่ะ แม้แต่ตอนที่เป็นสิว ก็ถ่ายทุกวันไม่ได้หยุด
แต่เป็นลักษณะของการถ่ายที่สุขภาพลำไส้ไม่ดีโดยดูจากลักษณะของของเสียที่ขับออกมา
ลองเช็คดูที่ลิงค์นี้นะคะ ว่าคุณมีอุนจิที่แสดงถึงสุขภาพดีหรือไม่ค่ะ

http://share.psu.ac.th/blog/padkmsharing/1133

การถ่ายทุกวันนั้น ไม่ได้หมายถึงว่าคุณถ่ายหมดนะคะ
ถ้าคุณถ่ายหมด คุณจะรู้สึกโปร่ง โล่ง
แต่ถ้าถ่ายไม่หมด คุณจะรู้สึกเพลียระหว่างวัน มันแปลก ๆ อยากนอน หนัก ๆ ตื้อ ๆ
ซึ่งถ้าถ่ายไม่หมดก็จะมีของเสียคั่งค้างแต่ไม่มากเท่าคนท้องผูกค่ะ
แต่เจ้าของเสียและไขมันคั่งค้างก็จะถูกดูดกลับเข้าสู่กระแสเลือดได้เหมือนกันค่ะ
จึงทำให้คุณเป็นสิวอุดตันได้เช่นกัน

วิธีการแก้ไขคือ สวนล้างลำไส้ หรือทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูง ๆ เป็นประจำเพื่อช่วยกวาดของเสียหมักหมมตกค้างออกจากผนังลำไส้

กล่าวโดยสรุปนะคะ
  • สิวอุดตันเกิดจากภาวะไขมันล้นเกินในร่างกาย ซึ่งเป็นไขมันที่ได้รับจากอาหารประเภท ไขมัน (ชนิดเลว) แป้ง และน้ำตาล
  • ไขมันมากเกิน แต่ระบายออกไม่ทัน โดยทางระบายออกทางใหญ่ที่สุดคือลำไส้มักมีปัญหาทำให้การขับถ่ายของเสียมีอุปสรรค ไม่สามารถออกไปได้หมด
  • ของเสียตกค้างในลำไส้ไม่มีตัวพาออกไป เพราะ เราไม่บริโภคอาหารประเภทเส้นใย เช่น ผักผลไม้สด และข้าวกล้องในชีวิตประจำวัน
  • เมื่อออกด้านล่างไม่ได้ จึงมาออกด้านบนเป็นสิวอุดตัน ซึ่งถ้ามีภาวะติดเชื้อในลำไส้ หรือเชื้อโรคที่ไม่ดีอาศัยอยู่มาก หรือมีภาวะร้อนเกินของร่างกาย ก็จะทำให้เกิดสิวอักเสบตามมาและยุบลงไปยาก แม้จะทายาก็ไม่ค่อยหาย
อย่างไรก็ตามนี่เป็นข้อสังเกตและความรู้ที่บีมได้รับจากประสบการณ์และการค้นคว้าหาข้อมูลของตัวเองและประมวลออกมา ซึ่งคุณสามารถต่อยอดความรู้โดยการค้นคว้าเพิ่มเติมหรือพิสูจน์ด้วยตัวเองได้ค่ะว่าเป็นอย่างนี้จริงหรือไม่ ^^




0 ความคิดเห็น: