Skip to main content

วิธีสร้างครรภ์ปลอดสิว

หลังจากที่บีมผ่านมรสุมฮอร์โมนอันเกิดมาจากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของร่างกายที่ผ่านมาในช่วงสั้น ๆ นี้

ตอนนี้กำลังจะครบ 3 เดือนแล้วค่ะ

และหากถามถึงสภาพผิวเกี่ยวกับสิวเมื่อตั้งครรภ์ ตอนนี้มีแนวโน้มดีขึ้นมาก ๆ ลดลงไปประมาณ 80% ได้แล้วค่ะ

สิวที่หลังและอกที่ขึ้นเม็ดเล็ก ๆ ตอนที่ทราบว่าท้องใหม่ ๆ เริ่มยุบไปเยอะแล้วค่ะ โดยที่ไม่ได้ทำอะไรกับเค้าเลย ดูแลอาหาร อารมณ์ให้ดี และคิดว่าฮอร์โมนคงจะเริ่มเข้าที่เข้าทางค่ะ

บีมเลยจะขอมาแชร์ข้อมูล สำหรับคุณแม่ที่อาจได้รับผลกระทบจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงและทำอย่างไรให้สิวลดลงหรือไม่รุนแรงได้นะคะ

อันนี้คือจากประสบการณ์ของตัวเองนี่แหละ

  1. ห้ามดื่มนมวัว และผลิตภัณฑ์จากนมวัวทุกชนิด (ตอนแรกบีมไม่รู้จะกินอะไรค่ะ เพราะมันกินอะไรไม่ค่อยได้ ก็ซื้อตามที่เค้าโฆษณากัน แอนมัมก็ท้องเดิน นมเปรี้ยวบีทาเก้นก็ไม่ได้ แม้แต่โยเกิร์ตเอง ก็ทำให้สิวบีมปะทุรุนแรงได้ค่ะ คือ คุณแม่บางคนไม่เป็นสิว ไม่แพ้นมวัว ทานไปแล้วก็จะไม่เป็นอะไร แต่ถ้าคุณแม่ท่านใด ที่มีประวัติเคยเป็นสิว ต้องค่อย ๆ ทดสอบว่า นอกจากนมวัวแล้ว นมเปรี้ยวกับโยเกิร์ต ตัวเองพอจะทานได้มั้ยนะคะ แต่อย่างบีม ไม่ได้เลยจริง ๆ)
  2. ไม่จำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์อะไรกับหน้ามากมายเลย เพราะมันขึ้นเพราะฮอร์โมนค่ะ 

สำหรับอาหารการกิน ที่ทำให้สิวขึ้นแน่นอน คือ นมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัวทุกชนิด ระดับการแพ้นั้น วัดไ้ด้จาก ทานแล้วสิวเม็ดเล็ก ๆ หัวขาว ๆ ขึ้นเยอะภายในหนึ่งหรือสองคืนที่ได้ทานนมติดต่อกัน เพราะในนมนั้นมีฮอร์โมนอยู่ค่ะ เราฮอร์โมนแกว่งอยู่แล้ว ยิ่งกินนมเลยยิ่งแกว่งเข้าไปใหญ่

และอาการอื่นๆ คือ จามเหมือนภูมิแพ้ คันตา คันหน้า รู้สึกหนัก ๆ ไม่สบายตัว

ต่อมา คือ ข้าวขาว และเนื้อสัตว์ทั้งหลาย แต่เนื้อปลาทานได้นะคะ สำหรับไข่ต้ม สิวขึ้นค่ะ แต่ก็จำเป็นต้องทานเพื่อน้องนะคะ ดังนั้นต้องทำใจนิดหน่อย ^^ เพราะลูกต้องการโปรตีน

จริง ๆ แล้วเนื้อปลาที่ดี ไม่มีสารตกค้าง จะช่วยต้านการอักเสบได้โดยธรรมชาติค่ะ (Anti-inflammation) หากคุณแม่ไม่แพ้ท้องมาก จะเลือกทานปลา ก็เป็นตัวเลือกที่ดีมากค่ะ และการทานหนังปลา ก็ยังได้รับ Omega 3 อีกด้วยค่ะ (ปลาทะเลนะจ๊ะ)

แต่ข้อควรระวังคือ คุณแม่ที่อาศัยอยู่ไกลทะเล ระวังสารกันเสียและฟอร์มาลีนที่ผู้จำหน่ายอาจฉีดมานะคะ

และที่ควรเลี่ยง ไม่ว่าจะท้องหรือไม่ท้องคือ อาหาร ผัด มัน ทอด และแป้งหรือหวานจัด

ยิ่งคนท้องยิ่งอ้วนง่ายขึ้น

ซึ่งตรงนี้ไม่ยากสำหรับบีมค่ะ เพราะเราผ่านการศึกษาและเทรนร่างกายในเรื่องแป้ง น้ำตาล และของมัน ๆ ทอด ๆ มาแล้ว 7-8 เดือนก่อนจะมีน้อง จึงทำใ้ห้เราไม่กินของพวกนี้มากด้วยความที่ไม่รู้สึกอยากเหมือนตอนแรก ๆ ที่อดเลยค่ะ

(ก็ภาวนาให้เป็นแบบนี้ตลอดก็แล้วกัน ^^)

จำไว้นะคะ นมวัว ผลิตภัณฑ์จากนมวัว อาหารขยะ ของผัด มัน ทอด อาหารหวานจัด แป้งขัดขาว เบเกอรี่ เนื้อสัตว์ย่อยยากและมาจากแหล่งสกปรก ทำให้เกิดสิวรุนแรงได้ในคนท้องค่ะ

แต่เนื่องจากบีมเองยังไม่คลอดน้องออกมา จึงไม่อยากจะบอกว่า choice ที่บีมเลือกนี้จะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

แต่เป็นสิ่งที่บีมได้ใช้ปัญญาพิจารณาดูแล้วว่า หากสิ่งใดที่ก่อโทษกับแม่ ย่อมต้องก่อโทษกับลูกด้วย

เช่นนมวัว...บีมไม่คิดว่า การที่เรากินแล้วเรารู้สึกไ่ม่สบาย ลูกเราซึ่งเป็นเซลล์ที่เกิดและอยู่ภายในตัวเราจะแข็งแรง มันน่าจะแปรผันตามกันมากกว่า

และเราก็ไม่ควรจะเทียบตัวเองกับใคร เพราะร่างกายคนไม่เหมือนกัน

บีมเอง ไม่กลุ้มใจนะที่เป็นสิว กลุ้มอยู่ตอนแรก ๆ เพราะได้ยินคุณแม่ที่เคยมาปรึกษาหลายท่าน บอกว่า ก่อนตั้งครรภ์ไม่เคยเป็นสิวเลย พอท้องก็มีสิว และหลังจากคลอดก็มีตลอด

บางท่าน มีประวัติเป็นสิว หลังคลอดยิ่งแย่กว่าเดิม

ตอนแรกก็กังวล

แต่หลังจากที่เราได้ทำความเข้าใจกับร่างกายพร้อมทั้งเลี่ยงอาหารดังกล่าวได้แล้ว และดูว่าอาหารอื่น ๆ ที่ทดแทนได้มีอะไรบ้าง ก็ไม่กังวลแล้วค่ะ เราสามารถดูแลตัวเองให้บรรเทาหรือปลอดจากสิวได้ในขณะที่ลูกก็ได้รับสารอาหารครบด้วย

และตอนนี้ หน้าผากกำลังจะกลับไปใสจริงๆ นะคะ ตอนแรกที่ท้องนี่ สิวเม็ดเล็กมาเพียบเลย ยิ่งกินนม ยิ่งหัวขาวเลย

พองดนมวัว หันไปทานนมจากธัญพืชแทน ก็อาการดีขึ้นเป็นลำดับค่ะ พิสูจน์ให้ลองกัน (ตามดุลยพินิจ)

ทำจิตใจให้สงบ ก็ช่วยได้อีกมาก ^^

บีมก็รู้สึกว่า อยากจะเชิญชวนทุกคนค่ะ มาทำความเข้าใจ มาศึกษาธรรมชาติบำบัดและร่างกายของตัวเองให้ดีตั้งแต่วันนี้

บีมโชคดีที่ได้เตรียมร่างกายให้แข็งแรงมากว่า 7-8 เดือน

และหลักการที่เราเคยปฏิบัติไป ตอนนี้ก็ยังคงนำมาประยุกต์ได้หลาย ๆอย่างค่ะ

แต่ก็จะมีรายละเอียดปลีกย่อยมากขึ้น เพราะเรามีสังขารอีกสังขารหนึ่งมาอยู่กับเรา


Comments

Popular posts from this blog

บทสวดก่อนกินข้าว (ละอัตตาของการบริโภคนิยม)

บีมกลัวลืมค่ะ เลยรีบมาอัพแต่เช้า เอาไว้ให้ตัวเองอ่านด้วย และคงจะเป็นประโยชน์หากเพื่อน ๆ จะนำไปใช้ด้วย เพื่อละกิเลส ณ เวลาที่กินอะไร...
ไปเจอ 2 บทพิจารณาที่บอร์ดพลังจิต...มีดังนี้
บทที่ 1
ข้าวทุกจาน อาหารทุกอย่าง อย่ากินทิ้งขว้าง เป็นของมีค่า หลายคนเหนื่อยยาก ลำบากหนักหนา สงสารบรรดา คนยากคนจน ในโลกนี้ ยังมีคนที่จนยาก แสนลำบาก อัตคัตและขัดสน อย่ากินทิ้งขว้างตามใจตน สงสารคนอื่นที่ไม่มีกิน ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณแม่ครัว ที่ท่านกรุณา เมตตาทำอาหารมาให้ เราชาว...(ระบุ)...ซาบซึ้งน้ำใจ ตั้งแต่นี้ต่อไป จะทำความดีตอบแทน...
ตรง เราชาว...บีมก็ไม่มีไอเดียว่าให้ใส่อะไร หรือต้องใส่ "ชาวโลก"? ไม่รู้นะคะ อาจจะใส่ชื่อเราก็ได้


บทที่ 2 ปะฏิสังขา โยนิโส ปิณฑะปาตัง ปะฏิเสวามิ เนวะทวายะ นะ มะทายะ นะ มัณฑะนายะ นะ วิภูสะนายะ ยะวะเทวะ อิมัสสะกายัสสะ ฐิติยายาปะนายะ วิหิงสุปะระติยา พรัหมะจริยานุคคะหายะ ดิติ ปุราณัญจะ เวทะนัง ปะฏิหังขามินะวัญจะ เวทะนัง นะ อุปปาเทสสามิ ยาตรา จะ เม ภะวิสสะติ อะนะวัชชะตา จะผาสุวิหาโรจาติ
คำแปล
ปะฏิสังขา โยนิโส ปิณฑะปาตัง ปะฏิเสวามิ เราย่อมพิจารณาโดยแยบคายแล้วฉันบิณฑบาต เนวะ ทวายะ ไม่ให้เ…

วิธีล้างลำไส้แบบธรรมชาติ

เราควรมารู้จักก่อนว่า ของเสียและพิษที่สะสมในลำไส้นั้นมีอะไรบ้าง จะได้เข้าใจถึงกระบวนการล้างได้ถูกวิธี
พิษสะสมในลำไส้หลัก ๆ มาจากสิ่งต่อไปนี ลิ่มของนมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัวที่เป็นเมือกเหนียวอันเกิดจากการรวมตัวระหว่างนมกับน้ำย่อย ส่วนนี้จะไปเป็นเมือกเกาะติดตามผนังลำไส้น้ำมันพืชชนิดไม่อิ่มตัวสายยาวและไขมันทรานส์ที่จะเกาะอยู่ตามผนังลำไส้หากลำไส้เล็กย่อยไม่ได้หมดหรือย่อยไม่ได้เลยอาหารที่ย่อยไม่หมดจากระบบย่อยไม่สมบูรณ์ (เพราะตับ ลำไส้เล็ก ตับอ่อน ผลิตภัณฑ์เอ็นไซม์ย่อยไม่ได้มากนัก หรือการเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด)อาหารที่น้ำย่อยย่อยไม่ได้ หลัก ๆ คือ อาหารแปรรูปและอาหารผ่านไมโครเวฟพยาธิและจุลชีพที่เป็นโทษที่ติดมากับอาหาร ผักสด เนื้อสด เป็นต้น กลุ่มนี้จะมาโตในลำไส้ของเราได้ด้วยและแพร่กระจายไปจุดอื่น ๆ ได้ด้วยสารสังเคราะห์ที่ผสมในอาหาร เช่น สารกันเสีย สีผสมอาหาร สารแต่งกลิ่น ผงชูรส ฟอร์มาลีน เป็นต้นยาปฏิชีวนะที่ฆ่าเชื้อแบคทีเรียในร่างกายทั้งตัวที่ดีและไม่ดี และยาบางชนิดก็ไประคายเคืองผนังกระเพาะและลำไส้อีกด้วย ทำให้ผนังลำไส้เสียหาย ดูดซึมสารอาหารและน้ำได้ไม่ดี
พิษเหล่านี้จะสร้างภาวะที่เป็นกรดและความร้…

ปิดฉาก "สิวเรื้อรัง" ด้วยการล้างพิษท่อน้ำดีและตับ

หนังสือเล่มนี้...บังเอิญครูโชคดี เห็นที่บ้านคุณแม่มานานพอสมควรแล้ว
คุณแม่บอกว่า หนังสือดีมาก แต่ไม่รู้เป็นอะไร ครูก็ยังไม่ยอมหยิบติดมือกลับมาอ่านเสียที
ทั้งที่หนังสือนี้เขียนโดยนายแพทย์ด้านธรรมชาติบำบัดที่มีชื่อเสียงมาก
นายแพทย์บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล...

จนเมื่อไม่นานมานี้ ไปเยี่ยมคุณแม่ และรู้สึกว่า เล่มนี้ดึงดูดผิดปกติ
จนต้องหยิบมาอ่าน...อ่านแล้ว..."ต้องขอยืมคุณแม่กลับ"

รู้สึกได้ทันทีว่าจะมีประโยชน์มาก ๆ ต่อตัวเองและแฟนเพจ ลูกศิษย์ ลูกค้า
ที่มีปัญหา "สิว" อย่างแน่นอน ทั้งที่ยังไปได้เพียง 1/4 ของเล่ม
แต่จากประสบการณ์เรื่องการบำบัดสิวแนวธรรมชาติกว่า 8 ปี

อ่านแว่บเดียวก็รู้สึกเลยว่า...

คุณหมอให้ข้อมูลที่แน่นมาก (แม้จะดูเล่มเล็กก็เถอะ แต่แน่นจริงๆ)ทุกอย่างเป็นเหตุเป็นผลกันดีมาก เข้าใจได้ทะลุปรุโปร่งสำหรับครู (เพราะตัวครูเองก็ลงมือปฏิบัติเลยรู้ว่าที่คุณหมอให้ข้อมูลในหนังสือ เป็นความจริงทั้งหมด) แต่...คุณหมอไม่ได้เขียนถึงเรื่อง "สิว" เลยแม้แต่น้อยนะคะ คุณหมออธิบายเรื่อง "นิ่ว" ในท่อน้ำดีตับ ท่อน้ำดี และถุงน้ำดี ว่ามันทำให้มีปัญหาอะไร มันก่อตัวมาอย่างไร?