นำเสนอวิธีคิด + วิธีการใหม่ ในการ "ป้องกัน บำบัด ฟื้นฟู" ภาวะ "สิวในวัยผู้ใหญ่" (Adult Acne) แนวธรรมชาติบำบัดองค์รวมจากประสบการณ์ตรงเรื่องสิวกว่า 23 ปี นักเขียนเจ้าของผลงาน "สิวซีเคร็ต" และหนังสือสิวอีกหลายเล่ม วรดาภา สุขพิมลกุล (บีม)

โพสต์สำคัญที่ต้องอ่านก่อน!

สาเหตุของสิววัยผู้ใหญ่ (Adult Acne) ที่ขึ้นหลังวัย 20 ปี

สิววัยผู้ใหญ่ คือ อะไร? สิวในวัยผู้ใหญ่  ภาษาอังกฤษใช้คำว่า  Adult Acne  แต่ละสำนักอาจจะให้นิยามสิว ชนิดนี้แตกต่างกัน  แต่จากประสบก...

Apr 2, 2010

ใช้จิตสั่งสิ...แล้วสิวจะดีขึ้น


ปกติบีมจะพูดถึงเรื่องเกี่ยวกับการดูแลร่างกายนะคะ ไม่ว่าจะเป็นการดีท็อกซ์ด้วยการสวนล้างลำไส้ การทานอาหารเสริม การทานวิตามิน การดูแลเรื่องอาหาร การออกกำลังกาย

ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่บีมให้ความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าปัจจัยอื่น คือ จิต

เคยสังเกตมั้ยคะว่า ทำไมการสั่งจิตใต้สำนึก หรือการ reprogram จิตใต้สำนึกจึงสามารถทำให้คนหลายคนสามารถหายจากโรคเรื้อรังได้ เปลี่ยนนิสัยแย่ ๆ มาเป็นนิสัยที่ดีกว่าเดิมได้

แม้แต่คุณ Seppo เอง ผู้เขียนหนังสือ Clear for Life ที่บีมปฏิบัติตามคำแนะนำในหนังสือของเค้ามาตั้งแต่แรก ๆ ของการดูแลผิวตัวเองนั้น มีช่วงหนึ่งที่บีมได้ติดต่อไป แล้วเค้าอยู่อินเดีย ก็ได้มีการคุยกันผ่านทางอีเมล บีมก็สอบถามเค้าไปว่าไปทำอะไรที่นั่น

เค้าก็บอกว่า มาฝึกจิต และเค้าก็กำลังจะเขียนหนังสือเล่มใหม่เสร็จแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับ "จิต กับ สิว"

ตัวเค้าเองปฏิบัติทางด้านร่างกายมานานจนสิวหายดี และช่่วงหลังเค้าก็สนใจเรื่องจิตเป็นอย่างมาก จึงไปอินเดียค่ะ

เค้าเล่าว่า อาจารย์ให้ทำดีท็อกซ์จิต....น่าสนใจมั้ยคะ

เค้าบอกว่า อารมณ์มันจะขุ่นเคือง หดหู่ เศร้าแบบบอกไม่ถูกอยู่ช่วงหนึ่ง

หลังจากนั้น มันจะดีขึ้น

ส่วนอาหารที่ทานนั้น ก็แบบแป้ง ๆ คือ หาผักไม่ได้เลย

แต่สิวไม่ขึ้นเลย...และเค้าตั้งสันนิษฐานว่า อาจจะเกิดจากจิตที่ได้รับการถอนพิษออกไปแล้ว

ส่วนตัวบีม...คิดว่า มันเป็นไปได้อยู่มากค่ะ เพราะตัวการที่ทำให้เราเกิดโรค คือ กิเลส โลภ โกรธ หลง

การถอนพิษของเค้า บีมมองว่า คือ การตั้งจิตให้มั่น ทำสมาธิ แล้วย้อนกลับไปหาจุดที่จิตเคยบาดเจ็บ จุดที่จิตมีความโลภ โกรธ หลง

อย่างของบีม จุดอ่อนคือ โทสะ หรือ ความโกรธ

เวลานั่งสมาธิ ถ้าจิตเริ่มนิ่งมาก ๆ บีมจะย้อนกลับไปดูจิตเรื่อย ๆ ว่า ความเจ็บปวดคั่งค้างฝังลึกมาจากชีวิตช่วงไหน พอถึง ณ ฉากนั้น มันเจ็บปวดนะคะ คือ เราต้องเผชิญหน้ากับมัน ว่ามันคืออะไร ทำไมเราเจ็บปวด แล้วพยายามเข้าใจมัน ไม่ปรุงแต่งมัน พยายามเข้าใจว่าคนที่เคยทำให้เราโกรธมีเหตุผลอะไร

พอฝึกทำไปเรื่อย ๆ มันจะค่อย ๆ คลายไปทีละปม สองปม

จนทุกวันนี้ บีมคิดว่า สภาพร่างกายและจิตใจที่ดีขึ้นนี้ เป็นผลมาจากการสวดมนต์ นั่งสมาธิ แผ่ส่วนกุศลอย่างมากค่ะ

และบีมคิดว่า นี่แหละเป็นการดีท็อกซ์จิตแบบพุทธ ที่เราไม่ต้องไปถึงอินเดียค่ะ ของของเรานั้นดีอยู่แล้ว ....บีมคิดอย่างนั้นนะคะ

และเพื่อเสริมข้อมูลตรงนี้...

บีมขอคัดลอกส่วนหนึ่งของบทความ "การแพทย์ของอนาคต คือ การดูแลด้วยหัวใจ" จากนิตยสารขายดี ฉบับประจำเดือนมีนาคม 2553 หน้า 110 - 111 ดังนี้ค่ะ

"ร่างกายของเรามีการ "เกิดใหม่" ตลอดเวลา ผิวหนังผลัดทุก 28 วัน เยื่อบุกระเพาะทุก 5 วัน เซลล์ตับทุก 6 สัปดาห์ เซลล์กระดูกทุก 3 เดือน ฯลฯ แม้ว่าตาของเราจะมองเห็นร่างกายของเป็นของแข็ง แต่ในความเป็นจริงแล้ว ร่างกายของเรา คือ กลุ่มของพลังงานที่มีการเคลื่อนไหว เปลี่ยนแปลง เปลี่ยนรูปไปมาระหว่างความเป็นมวลสาร และความเป็นพลังงานตลอดเวลา ที่พระพุทธเจ้าใช้คำว่า "เกิด-ดับ" นั่นเอง

เมื่อมนุษย์แท้จริงแล้วคือพลังงาน จิตของเราจะเป็นตัวสั่งการ และออกคำสั่งให้เซลล์แต่ละเซลล์ทำตามคำสั่งที่จิตได้โปรแกรมเอาไว้ ร่างกายเราสามารถสร้างผลทางชีวเคมีใด ๆ ขึ้นได้ ตามคำสั่งของจิตใจ โดยเฉพาะความต้องการที่จะบำบัดตนเอง จิตของเรามีส่วนร่วมในปฏิกิริยาเคมีทุกอย่างที่เกิดขึ้นในตัวเรา และมีอิทธิพลเหนือยีนส์ หรือพันธุกรรม

ร่างกายสามารถสร้างผลทางชีวเคมีใด ๆ ขึ้นได้ตามคำสั่งของจิตใจ โดยเฉพาะความตั้งใจที่จะบำบัดตนเอง ร่างกายสามารถเติมเต็มตัวเองโดยอัตโนมัติ ทำให้ร่างกายที่เจ็บป่วยกลับคืนสู่สภาวะสมดุลเป็นปกติได้เอง เราเพียงแต่เตรียมสภาพแวดล้อมที่พร้อมและเหมาะสมให้แก่ร่างกาย"

"เมื่อไหร่ก็ตามที่เราสามารถควบคุมจิตใจให้อยู่ในความสงบนิ่ง ยอมรับว่าโลกนี้คือการเปลี่ยนแปลง และทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปเป็นธรรมดา ปล่อยให้ดำเนินชีวิตให้ลื่นไหลไปกับการเปลี่ยนแปลง เหมือนตัวเราเองเป็นส่วนหนึ่งของอากาศ ต้นไม้ ใบหญ้า สายลม และจักรวาล ก็จะไม่มีเรื่องใด ๆ มาทำให้เกิดความเครียดได้ เพราะทุกอย่างในโลกนั้นสามารถแก้ไขได้หมด"....

นั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไมบีมจึงแนะนำให้เพื่อน ๆ จินตนาการและบอกกับตัวเองในแง่บวกค่ะ

เวลาล้างหน้า เดี๋ยวนี้บีมจะจินตนาการว่า นิ้วนี้สัมผัสไปที่ใด ขอให้ผิวที่ั่นั้น สมบูรณ์สดใส ไม่มีสิว
เวลาทานข้าว บีมจะขอบคุณอาหารก่อน ที่ทำให้มีชีวิตอยู่จนวันนี้ และขณะเคี้ยวและกลืนก็จะจินตนาการพร้อมกับคุิดว่า อาหารนี้จะไปบำรุงเลี้ยงร่างกายของเรา อาหารนี้จะถูกย่อยจนละเอียดและเข้าไปในเซลล์ของเรา ให้พลังงานแก่เรา

เคยดูรายการอาจารย์คนหนึ่ง เห็นท่านบอกว่า จิตอยู่กลางกระหม่อม ...

ไม่รู้นะคะว่าจิตอยู่ไหนกันแน่

แต่ที่บีมเคยทดลองดู เวลาที่จินตนาการและกำหนดจิตไปที่กลางกระหม่อม ดูเหมือนภาพมันจะชัดเจน คำพูดเหมือนจะฝังลึกลงไปในจิตได้

และที่สำคัญ บีมจะจินตนาการทุกวันว่า ผิวของเราซ่อมแซมตัวเอง เอาเซลล์ดี ๆ ดันขึ้นมา ๆ ผลักเซลล์เสียออกไป หน้าใส อมชมพู

แม้วันนี้จะยังไม่ถึงขึ้นกิ๊งกั๊ง อมชมพู

แต่ถ้าเราจินตนาการ และถ้าร่างกายมีทรัพยากรพร้อม (อาหาร อากาศ น้ำ อารมณ์ และการพักผ่อนที่ดี) วันหนึ่งก็อาจจะเป็นเช่นนั้นได้ค่ะ ^^

เคยมีเคสนึง อ่านมาจากหนังสือเหมือนกัน

คุณหมอบำบัดคนไข้มะเร็ง

ไม่แน่ใจว่าใช้ยามั้ย แต่รู้สึกว่าจะเป็นแนวผสมผสาน ซึ่งตอนท้ายคนไข้รับคีโมไม่ไหวแล้ว จึงทดลองทำตามที่คุณหมอบอก คือ จินตนาการว่าเซลล์มะเร็งถูกยาที่ได้รับรุมฆ่า จู่โจมอย่างรุนแรงจนฝ่อ...

ระยะเวลาผ่านไป มาตรวจอีกที เซลล์มะเร็งนั้นก็ฝ่อจริง ๆ

บีมเลยคิดว่า มันเป็นเทคนิคที่น่าจะใช้ได้กับสิวด้วยนะคะ เลยเอามาแบ่งปันกัน ^^

ทานกลางวันให้อร่อยค่ะ ^^

0 ความคิดเห็น: