Skip to main content

ประสบการณ์ดีท็อกซ์สวนลำไส้ด้วยกาแฟ ตอนที่ 1

ปกติแล้วจะเขียนอะไรเป็นตอน ๆ ไม่ค่อยได้ค่ะ เพราะ ใจมันชอบกระโดดไปเรื่องนู้นเรื่องนี้ประจำ แต่ครั้งนี้จะพยายามบันทึกเรื่องดีท็อกซ์นี้ให้ได้ทุกวันค่ะ หรืออย่างน้อยก็ขอให้ครบ 7 วัน (ถ้ามันมีอะไรให้เขียนทุกวันนะคะ)

เรื่องมันเริ่มต้นจากการที่บีมอ่านหนังสือเล่มเล็กๆ ที่บีมแนะนำเพื่อน ๆ ไปแล้วเกี่ยวกับการดีท็อกซ์ที่ไปได้จากร้าน EDEN ที่ถนนนิมมานเหมินทร์ที่เีชียงใหม่มาเมื่อสัปดาห์ก่อน อ่านแล้วอยากทำหลังจากที่เลิกไปแล้วเมื่อหลายปีก่อน (สมัยเรียนมหาลัย)

ขนาดมะเ็ร็งยังยุบได้เลย แค่สิวทำไมจะไม่หายน้อ...นี่คือที่บีมคิด

และเห็นมีเคสที่ไขมันเป็นเส้นยาว ๆ ออกมาจากลำไส้ เลยคิดว่า สงสัยนั่นล่ะมั้งต้นเหตุ ของเราจะมีมั้ยน้า

ความอยากรู้อยากเห็นก็ทำให้ตัดสินใจโทรไปที่ บริษัทพลังบุญเพื่อขอซื้อชุดดีท็อกซ์มา เค้าก็ให้ติดต่อไปที่อีกเบอร์หนึ่ง

รวมทั้งหมด ทั้งขวดดีท็อกซ์ กาแฟซอง สายยาง และค่าจัดส่ง ตกอยู่ที่ 220 บาท

ของมาถึงเมื่อวาน แต่ไม่ได้แกะจน 5 ทุ่ม เพราะต้องทำดึก ๆ (ทุกคนนอนหมดแล้วไงคะ)

ของมีดังนี้ค่ะ

ขวดดีท็อกซ์

เป็นขวดสีขาวใส ด้านบนจะเจาะสายสีเขียวให้ แขวนได้เลย แน่นหนาค่ะ ทำแล้ว และด้านบนจะเปิดเอาไว้เพื่อใส่น้ำกาแฟ และจะได้ล้างทำความสะอาดได้ง่ายด้วยค่ะ

ส่วนที่ตัวขวดจะมีสเกลบอกปริมาตรค่ะ ไม่ต้องห่วงว่าจะใส่มากหรือใส่น้อยเกินไป


สายยาง

เค้าใส่ซองแยกมา่ต่างหาก เอามาประกอบเองค่ะ สายยางด้านที่สวนเข้าทวารจะมีรอยเจาะด้านข้าง 2 ช่อง แต่ส่วนที่ต่อเ้ข้ากับขวดจะไม่มีช่องเพิ่มค่ะ

นอกจากนี้จะมีวาล์วเปิดปิดด้วย


กาแฟ

ที่เค้าส่งมาให้เป็นกาแฟสำหรับการดีท็อกซ์โดยเฉพาะ บรรจุอยู่ในซองสีขาวแบบนี้เรียบร้อยค่ะ 1 ถุงมีทั้งหมด 30 ซอง ราคา 100 บาท

บีมใช้ครั้งเดียวทิ้งค่ะ



และอันสุดท้าย ลืมถ่ายรูปมาให้ดูค่ะ อยู่บนห้อง เลยลืมไปเลย เป็นวาสลีนที่ใช้เฉพาะสำหรับการสวนค่ะ ลักษณะคล้าย ๆ กับตัวเจลปิโตรเลียมที่ขายตามท้องตลาด แต่บีมว่ามันแข็งกว่านิดนึงและไม่มีกลิ่นแรงเท่าปิโตรเลียมเจลค่ะ

ขั้นตอนไม่มีอะไรมากค่ะ

1. ต้มน้ำกาแฟด้วยน้ำเปล่าสะอาดประมาณ 500 ml บีมมีขวดเช็คของนิวทริไลท์ที่มีสเกลอยู่เลยเอามาวัดค่ะว่า 250 ml มันเท่าไหร่ของแก้ว ก็ได้ออกมาประมาณนี้ค่ะ


2. ต้มจนเดือด แล้วบีมก็เอาช้อนไปกด ๆ ถุงกาแฟให้น้ำมันออกมาก่อนจะปิดไฟแล้วปิดฝาทิ้งไว้

3. เติมน้ำเปล่าเย็น (ถ้ามี) เพื่อลดความร้อน ให้น้ำกาแฟอุ่นพอเหมาะ อย่าให้ร้อนหรือเย็นไป ร้อนไปนี่ไม่แน่ใจว่าจะเกิดอะไร แต่ลำไส้คงจะพอง เย็นไปก็ทำให้มวนท้องเร็ว กลั้นไม่ได้นานค่ะ ถ้าไม่มีน้ำเย็นก็ให้เติมน้ำเปล่าลงในหม้อต้มสัก 2-3 แก้ว แล้วเอาใส่กาละมังที่มีน้ำแข็งผสมน้ำในนั้นเพื่อลดอุณหภูมิให้อุ่น

4. น้ำเริ่มอุ่นพอเหมาะก็เทลงในขวดดีท็อกซ์ได้เลย (อย่าลืมปิดวาล์วก่อนนะคะ) และเติมน้ำให้ถึงปริมาตรที่กำหนด ผู้หญิงประมาณ 1000 - 1200 ml ส่วนผู้ชายก็มากกว่านี้นิดนึงค่ะ คือสัก 1300 - 1500 ml

5. หาที่ลับตาคน ^^ และหาที่แขวนไม่สูงมาก ถ้าทำใหม่ ๆ แบบบีมก็กะให้ปลายขวดดีท็อกซ์อยู่ห่างจากพื้นสัก 2 ฟุตพอค่ะ ถ้าสูงไประวังจะกลั้นไม่อยู่ เค้าไ่ม่ให้สูงเกิน 50 ซม.ค่ะ

6. แขวนเสร็จให้ดึงทิชชู่มาสักก้อนนึงเพื่อรองรับน้ำกาแฟที่เราเปิดไล่ลมในสายยางออกมาก่อน (ตอนนี้ต้องเปิดปิดวาล์วให้ดี ไม่งั้นน้ำไหลกระจาย) พอไล่ลมออกหมดแล้ว ปิดวาล์ว

7. เอาวาสลีนทาปลายเสียบเยอะ ๆ หน่อยให้มันลื่น ๆ นอนตะแคงขวา เหยียดขาขวาตรง ๆ ขาซ้ายงอขึ้นมา ทำใจสบาย ๆ แล้วค่อย ๆ เสียบเข้าไปค่ะ เอาเข้าไปสัก 5 ซม.ก็พอก่อนนะคะ กะ ๆ เอา

8. พอกะว่าแน่นแล้ว ค่อย ๆ เปิดวาล์ว แล้วหายใจลึก ๆค่ะ ผ่อนคลาย ๆ ถ้าเกร็งมันจะอยากลุกเข้าห้องน้ำอยู่นั่นแหละ

9. พอน้ำกาแฟไหลลงหมดแล้ว เอาสายออก หันมานอนหงายหน้า ยกก้นให้สูงนิดหน่อย นับเวลาเลย ต้องพยายามกลั้นให้ได้ 12-15 นาที เริ่มจากค่อย ๆ นวดท้องวน ๆ จากท้องน้อยด้านซ้าย ไล่ขึ้นมาบริเวณใต้ชายโครง นวดเบา ๆ ค่ะ คุณหมอบอกว่ามันจะช่วยให้น้ำกาแฟเดินทางได้ดี

10. ถ้านวด ๆ แล้วปวดก็หยุดก่อน หายใจลึก ๆ จินตนาการว่าตอนนี้ร่างกายสบาย ๆ น้ำกาแฟกำลังเดินทางไปที่ตับ เดี๋ยวก็ถึง ๆ

11. พอครบ 12 - 15 นาที ก็ไปเข้าห้องน้ำตามอัธยาศัยค่ะ ถ่ายจนหมด เป็นอันจบขั้นตอน

บีมขอเล่า...

บีมลองทำเมื่อคืนห้าทุ่มกว่าจะเที่ยงคืนแล้วค่ะ (แอบนอนดึก) เพราะตอนแรกตั้งใจว่าจะทำห้องข้างล่างเลยจะรอคุณพ่อกับคุณแม่ไปนอนก่อน เพราะมันใกล้ห้องน้ำค่ะ ถ้าทำบนห้อง ส่วนตัวก็จริง แต่ไกลห้องน้ำ แอบกลัวกลั้นไม่ไหว เพราะเคยทำเมื่อหลายปีก่อน มันไม่ไหวจริง ๆ ค่ะ ไม่กี่นาทีก็ต้องไปห้องน้ำละ

แต่ในที่สุดก็คิดว่า ไม่เป็นไร ข้างบนดีกว่า เดี๋ยวเผื่อคุณพ่อคุณแม่ตื่นมาเ้ข้าห้องน้ำกลางดึก เป็นอันต้องเลิกทำกลางคันอีก เลยขอที่ส่วนตัวดีกว่า คิดว่าตัวเองคงมีความสามารถพอที่จะกลั้นได้ ^^

เตรียมของเสร็จ ตอนแรกแขวนกะลูกบิดประตู โห...สูงจริง ประมาณ 50 ซม. จากพื้น เกรงว่าจะไม่ไหว เลยต้องประยุกต์เอาไม้แขวนเสื้อแถมด้วยผ้าผูกผ้าม่านมาใช้ค่ะ ได้ความสูงพอดี ๆ ที่ประมาณ 2 ฟุต

เตรียมตัวเตรียมใจแล้วปล่อยน้ำกาแฟเข้าไป ....

ความรู้สึกแรก อุ่นดี...เหอะๆ
ความรู้สึกถัดมา เริ่มปวดอ่ะ...แต่ไม่เป็นไรมันพึ่งเข้าไปเอง
ความรู้สึกถัดมา ไอ้ที่ปวดเมื่อกี๊หายไปละ
ความรู้สึกถัดมา โอ้...น้ำกาแฟกำลังเข้าไปเต็มลำไส้แล้ว
ความรู้สึกถัดมา อ่ะ โครกคราก ปวดอีกแล้ว เย็นไว้ลูก เย็นไว้
ความรู้สึกถัดมา เมื่อไหร่น้ำกาแฟจะหมดเนี่ย อีกนิด ๆ หายใจลึก ๆ
ความรู้สึกถัดมา หมดละ ๆ ปิดวาล์วด่วน

พอเริ่มนอนหงาย ก็นวดท้องไป

เง้อ..โครกคราก ไม่ใช่หิวนะคะ คือ คุณหมออธิบายในเล่มว่า เวลามันปวดแสดงว่ามันกะลังทำความสะอาดค่ะ พอมันเจอ มันจะเหมือนกับให้ลำไส้ขับออกมา มันเลยปวด พอมันหลุดแล้วมันเลยหายปวด

เ็ป็นแบบนั้นจริง ๆ ค่ะ คือ มันจะมาเป็นระยะ ๆ พอเค้าทำให้ของเสียมันหลุดทีนึง มันจะร้องโครกครากครั้งนึง แล้วทุกอย่างก็สงบนิ่ง ถ้าเค้าไปเจออีก ก็จะเป็นอีก

เมื่อคืนบีมเลยกลั้นไ่ม่ถึง 12 นาทีค่ะ ได้ประมาณ 7 นาทีก็หรูแล้ว คือ รอบสุดท้ายที่ปวดนี่ สุดจะทนค่ะ กลั้นต่อไ่ม่ไหว

ตอนกลางคืนไม่ค่อยเห็นอะไรค่ะ แต่รู้ว่าจะมีพวกเศษขาว ๆ ลอย ๆ แต่ก็รู้สึกนะคะว่ายังออกมาไม่หมด

หลังจากเ้ข้าห้องน้ำเสร็จก็ผสมน้ำ Apple Cider กับน้ำเปล่า 1 แ้ก้วแล้วดื่ม

อ้อ...แต่แอบใจสั่นนะคะ ไม่รู้ว่าเพราะกาแฟหรือเพราะนอนดึก เพราะเวลาบีมนอนเที่ยงคืน หรือนอนดึก ๆ ใจจะสั่นตลอด แต่ดีที่ไม่ตาค้างนะ คิดว่าคงไม่ใช่เพราะกาแฟหรอกมั้งคะ

คราวนี้ ตอนเช้าก็ลองอีกรอบ ...

เช้านี้ตื่นมาทำธุระอะไรเสร็จ ยังไม่ทานข้าวเช้า บีมก็ขึ้นไปทำเลยค่ะ เตรียมทุกอย่างเหมือนเดิม

เช้านี้ดีค่ะได้ 12 นาที

และที่รู้สึกคือ มันช่วยให้ลำไส้ล้างพวกตกค้างได้ดีจริง ๆ นะคะ

เพราะตอนแรกที่ใส่น้ำกาแฟเข้าไป มันยังไม่รู้สึกอะไรนะคะ อุ่น ๆ ดี ก็มีปวดบ้าง เพราะคงมีเศษอาหารที่ยังไม่ได้ถ่ายออกอยู่ ปวดแล้วหาย ปวดแล้วหาย

แต่พอสัก 7-8 นาที ท้องเริ่มแฟบลง เพราะคิดว่าน้ำกาแฟคงจะเริ่มเดินทางไปลึกขึ้น ๆ แล้ว (ตอนแรกมันจะอูม ๆ ค่ะ เหมือนเอาน้ำใส่ลูกโป่ง คิดภาพแล้วน่ารักดีค่ะ กด ๆ แล้วมันบวม ๆ อูม ๆ น่ารักอ่ะค่ะ - โรคจิตรึเปล่า?)

แต่สัำกพัก เริ่มรู้สึกว่าปวดมาก อยากจะลุกไปห้องน้ำนะคะ แต่คิดว่าคนอื่นกลั้นได้ ทำไมเราจะทำไม่ได้ และอีกนิดจะ 12 นาทีแล้วด้วย ทนหน่อย ๆ

พอกลั้นได้เท่านั้นล่ะค่ะ ตอนที่หายปวดมันดังโครก ๆ ด้วย เหมือนมันหลุดเลย

เป็นแบบนั้นสองรอบตอนใกล้จะครบตามเวลา

คุณหมอบอกว่า น้ำกาแฟต้องใช้เวลาประมาณ 12-15 นาทีค่ะจึงจะถึงตับ บีมอยากให้ถึง เพราะวัตถุประสงค์ของการสวนลำไส้คือทำให้น้ำกาแฟถึงตับ

ด้วยเหตุผลที่บีมดูแลอาหารมานานแล้วและเลิกเนื้อสัตว์โดยสิ้นเชิงยกเว้นปลาไปได้สักพักแล้ว และได้มีการทานไฟเบอร์กับแคปซูลมาตลอดอยู่แล้ว จึงคิดว่าทำให้สามารถกลั้นได้จนถึง 12 นาทีเช้านี้ เพราะมันล้างออกไปเมื่อคืนรอบนึงแล้ว

วัีนนี้ก็เลยไม่ค่อยปวดตอนช่วงนาทีแรก ๆ ที่ใส่น้ำเข้าไปค่ะ ไปปวดมาก ๆ ตอนที่น้ำมันเข้าไปลึก ๆ แล้ว
และมันคงเป็นไขมันที่ติดนานแล้วเพราะตอนที่ลำไส้พยายามขับมันออกมา มันปวดอยากจะเข้าห้องน้ำมาก ๆ พอมันหลุดมันก็หายปวดค่ะ

พอตอนเข้าห้องน้ำ รอบสุดท้ายที่มันออกมา สังเกตเห็นเหมือนเยื่อไขมันยาวประมาณครึ่งไม้บรรทัด 1 ฟุตได้ค่ะ ขอโทษนะคะ ด้วยความอยากรู้ บีมก็สังเกตดู เพราะแบบนี้ไม่เคยเห็นมาก่อน สงสัยจะเป็นคราบไขมันตกค้างที่ติดแน่นรึเปล่า

รู้สึกโล่งมากค่ะ

ทำแล้วอาการปวดหลังดีขึ้นเร็วมาก ๆ
และโล่งแบบบอกไม่ถูก
หายใจก็โล่ง
สมองก็โล่ง

แต่ใจสั่นอ่ะค่ะ ไม่รู้เพราะกาแฟ หรือหิวข้าว

แต่วันนี้บีมเจริญอาหารมากนะคะ

ส่วนที่เกี่ยวกับสิวและผิว บีมยังไม่เห็นความชัดเจนค่ะ แต่นี่เป็นช่วงประจำเดือนจะมา บีมยังไม่มีิสิวอักเสบขึ้นเลยค่ะ

ตอนนี้สภาพผิวก็จะเป็นการผลัดผิวหลังจากที่โปะ Apple Cider ไปสองเวลา และอยู่ช่วงรอเซลล์ชั้นนอกหลุดค่ะ

แต่รู้สึกว่าผิวด้านข้างแก้มเรียบขึ้นมากมาย พวกอุดตันเม็ดเล็ก ๆ เริ่มอพยพไปแล้วค่ะ

เอาไว้เดี๋ยวผิวผลัดชุดนี้ออกเมื่อไหร่ จะถ่ายรูปมาให้ดูอีกรอบนะคะ ^^

ส่วนสัปดาห์นี้จะมาอัพเดทประสบการณ์ดีท็อกซ์ให้อ่านกันค่ะ

ขอบคุณค่ะ

Comments

Popular posts from this blog

บทสวดก่อนกินข้าว (ละอัตตาของการบริโภคนิยม)

บีมกลัวลืมค่ะ เลยรีบมาอัพแต่เช้า เอาไว้ให้ตัวเองอ่านด้วย และคงจะเป็นประโยชน์หากเพื่อน ๆ จะนำไปใช้ด้วย เพื่อละกิเลส ณ เวลาที่กินอะไร...
ไปเจอ 2 บทพิจารณาที่บอร์ดพลังจิต...มีดังนี้
บทที่ 1
ข้าวทุกจาน อาหารทุกอย่าง อย่ากินทิ้งขว้าง เป็นของมีค่า หลายคนเหนื่อยยาก ลำบากหนักหนา สงสารบรรดา คนยากคนจน ในโลกนี้ ยังมีคนที่จนยาก แสนลำบาก อัตคัตและขัดสน อย่ากินทิ้งขว้างตามใจตน สงสารคนอื่นที่ไม่มีกิน ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณแม่ครัว ที่ท่านกรุณา เมตตาทำอาหารมาให้ เราชาว...(ระบุ)...ซาบซึ้งน้ำใจ ตั้งแต่นี้ต่อไป จะทำความดีตอบแทน...
ตรง เราชาว...บีมก็ไม่มีไอเดียว่าให้ใส่อะไร หรือต้องใส่ "ชาวโลก"? ไม่รู้นะคะ อาจจะใส่ชื่อเราก็ได้


บทที่ 2 ปะฏิสังขา โยนิโส ปิณฑะปาตัง ปะฏิเสวามิ เนวะทวายะ นะ มะทายะ นะ มัณฑะนายะ นะ วิภูสะนายะ ยะวะเทวะ อิมัสสะกายัสสะ ฐิติยายาปะนายะ วิหิงสุปะระติยา พรัหมะจริยานุคคะหายะ ดิติ ปุราณัญจะ เวทะนัง ปะฏิหังขามินะวัญจะ เวทะนัง นะ อุปปาเทสสามิ ยาตรา จะ เม ภะวิสสะติ อะนะวัชชะตา จะผาสุวิหาโรจาติ
คำแปล
ปะฏิสังขา โยนิโส ปิณฑะปาตัง ปะฏิเสวามิ เราย่อมพิจารณาโดยแยบคายแล้วฉันบิณฑบาต เนวะ ทวายะ ไม่ให้เ…

วิธีล้างลำไส้แบบธรรมชาติ

เราควรมารู้จักก่อนว่า ของเสียและพิษที่สะสมในลำไส้นั้นมีอะไรบ้าง จะได้เข้าใจถึงกระบวนการล้างได้ถูกวิธี
พิษสะสมในลำไส้หลัก ๆ มาจากสิ่งต่อไปนี ลิ่มของนมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัวที่เป็นเมือกเหนียวอันเกิดจากการรวมตัวระหว่างนมกับน้ำย่อย ส่วนนี้จะไปเป็นเมือกเกาะติดตามผนังลำไส้น้ำมันพืชชนิดไม่อิ่มตัวสายยาวและไขมันทรานส์ที่จะเกาะอยู่ตามผนังลำไส้หากลำไส้เล็กย่อยไม่ได้หมดหรือย่อยไม่ได้เลยอาหารที่ย่อยไม่หมดจากระบบย่อยไม่สมบูรณ์ (เพราะตับ ลำไส้เล็ก ตับอ่อน ผลิตภัณฑ์เอ็นไซม์ย่อยไม่ได้มากนัก หรือการเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด)อาหารที่น้ำย่อยย่อยไม่ได้ หลัก ๆ คือ อาหารแปรรูปและอาหารผ่านไมโครเวฟพยาธิและจุลชีพที่เป็นโทษที่ติดมากับอาหาร ผักสด เนื้อสด เป็นต้น กลุ่มนี้จะมาโตในลำไส้ของเราได้ด้วยและแพร่กระจายไปจุดอื่น ๆ ได้ด้วยสารสังเคราะห์ที่ผสมในอาหาร เช่น สารกันเสีย สีผสมอาหาร สารแต่งกลิ่น ผงชูรส ฟอร์มาลีน เป็นต้นยาปฏิชีวนะที่ฆ่าเชื้อแบคทีเรียในร่างกายทั้งตัวที่ดีและไม่ดี และยาบางชนิดก็ไประคายเคืองผนังกระเพาะและลำไส้อีกด้วย ทำให้ผนังลำไส้เสียหาย ดูดซึมสารอาหารและน้ำได้ไม่ดี
พิษเหล่านี้จะสร้างภาวะที่เป็นกรดและความร้…

ปิดฉาก "สิวเรื้อรัง" ด้วยการล้างพิษท่อน้ำดีและตับ

หนังสือเล่มนี้...บังเอิญครูโชคดี เห็นที่บ้านคุณแม่มานานพอสมควรแล้ว
คุณแม่บอกว่า หนังสือดีมาก แต่ไม่รู้เป็นอะไร ครูก็ยังไม่ยอมหยิบติดมือกลับมาอ่านเสียที
ทั้งที่หนังสือนี้เขียนโดยนายแพทย์ด้านธรรมชาติบำบัดที่มีชื่อเสียงมาก
นายแพทย์บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล...

จนเมื่อไม่นานมานี้ ไปเยี่ยมคุณแม่ และรู้สึกว่า เล่มนี้ดึงดูดผิดปกติ
จนต้องหยิบมาอ่าน...อ่านแล้ว..."ต้องขอยืมคุณแม่กลับ"

รู้สึกได้ทันทีว่าจะมีประโยชน์มาก ๆ ต่อตัวเองและแฟนเพจ ลูกศิษย์ ลูกค้า
ที่มีปัญหา "สิว" อย่างแน่นอน ทั้งที่ยังไปได้เพียง 1/4 ของเล่ม
แต่จากประสบการณ์เรื่องการบำบัดสิวแนวธรรมชาติกว่า 8 ปี

อ่านแว่บเดียวก็รู้สึกเลยว่า...

คุณหมอให้ข้อมูลที่แน่นมาก (แม้จะดูเล่มเล็กก็เถอะ แต่แน่นจริงๆ)ทุกอย่างเป็นเหตุเป็นผลกันดีมาก เข้าใจได้ทะลุปรุโปร่งสำหรับครู (เพราะตัวครูเองก็ลงมือปฏิบัติเลยรู้ว่าที่คุณหมอให้ข้อมูลในหนังสือ เป็นความจริงทั้งหมด) แต่...คุณหมอไม่ได้เขียนถึงเรื่อง "สิว" เลยแม้แต่น้อยนะคะ คุณหมออธิบายเรื่อง "นิ่ว" ในท่อน้ำดีตับ ท่อน้ำดี และถุงน้ำดี ว่ามันทำให้มีปัญหาอะไร มันก่อตัวมาอย่างไร?