Skip to main content

หลังฝนซา..มีฟ้าใส (หลังอดอาหารล้างพิษ หน้าก็ใส...อิอิ)

เขียนเรื่องคนอื่นมานานละ วันนี้มาอัพเดทของตัวเองมั่งดีกว่า

หลังจากที่บีมทานอาหารปกติร่วมเข้าไปด้วย ก็ไม่ได้ล้างพิษร่างกายมาได้สัก 2 สัปดาห์กว่า ๆ แล้วค่ะ

หลังปีใหม่ก็ล้าง แต่ไม่เต็มสตีม...

สองวันที่แล้วรู้สึกว่าอยากจะล้างพิษ เพราะรู้สึกว่านานแล้วที่ไม่ได้ทำ

เวลาที่เราตัดสินใจจะทำอะไร แล้วชัดเจน...มันก็จะมีความตั้งใจและได้ผลอย่างนั้นนะคะ

คำสำคัญคือ "ตัดสินใจ"

ตอนแรกคิดว่า จะทำอดอาหารล้างพิษโดยทานแค่ผักผลไม้สดแค่ 1 วัน เพราะคิดว่าคงทำนานไม่ได้กว่านั้นแล้ว

แต่จำที่บีมบอกได้มั้ยคะว่า อดวันแรกนะ ร่างกายขับพิษ หน้าจะดูแย่ ๆหน่อยค่ะ ทำให้บีมตัดสินใจทำต่ออีกวันนึง

รวมแล้วรอบนี้สองวันที่ไม่ได้กินข้าวค่ะ แต่ไม่โหย ไม่หิว ไม่เป็นไรเลย กลับรู้สึกสบายตัวดีมาก ๆ

บีมใ้ช้วิธีกินทั้งวันค่ะ กินมันเข้าไปทั้งวัน

แต่สิ่งที่เอาเข้าปากคือ ผลไม้สด ก็เท่านั้นเอง

และก็มียาต้มบีมนั่นแหละ

มีชาสมุนไพร

มีน้ำเปล่า

ก็วนเวียนอยู่เท่านี้เองค่ะ

เมื่อวานก็ออกจากการอดในตอนเย็น

ของที่เริ่มทานก็คือ น้ำเต้าหู้ทรงเครื่อง

ใครที่จะออกจากอดอาหาร อย่าทานอะไรหนักๆ เป็นมื้อแรกนะคะ เพราะร่างกายจะปรับตัวไม่ทันเอาค่ะ

เค้าพักอยู่ดี ๆ ให้เค้าทำอะไรหนัก ๆ ทันที ร่างกายจะแย่เอา

ต่อมาก็ผักกาดลวก ทานกับน้ำพริกน้ำผัก (เป็นผักปั่นหมักสูตรชาวบ้านๆ ค่ะ บีมคิดว่าได้ผลเหมือนกินนมหมักบัวหิมะ)

ไม่ได้กินข้าว กินแต่ผักกับยำรสไม่จัด

เดี๋ยวนี้กินหอมแดงในยำได้แร้วววว ดีใจมาก

ตอนนี้กินทุกอย่างที่มีประโยชน์ได้หมดค่ะ

ยกเว้นผักที่ชื่อว่า ไควาเระ

เหม็นสุด ๆ เคยเอามาปั่นแบบรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ดื่มไม่ได้เลยค่ะ อิอิ ต้องเททิ้ง เผ็ดมาก เหม็นมาก...

บีมเลยพูดเล่นกับคนที่บ้านว่า "บีมกินได้ทุกอย่าง ยกเว้น ไควาเระ ครั้งเดียวพอ"

คือใครเห็นบีมกิน เค้าจะบอกว่า กินไรแปลก ๆ เนี่ย

บีมไม่โกรธนะ ขำๆ กลับไป บอกว่า กินแบบนี้แล้วสวยอ่ะ เหอะ ๆ

ก็ไม่มีใครมาทำให้บีมรู้สึกแย่ได้ว่ากินไม่เหมือนคนอื่นค่ะ เรื่องจริง

เพราะทุกคนเห็นพัฒนาการบนหน้าบีม...

แค่พูดขำ ๆ ก็มีพลังแล้ว ^^

แต่ก่อน แม่บีมแอนตี้ค่ะ อะไรที่บีมกิน เพราะเค้ากลัวเราผอม (ยิ่งผอมอยู่) และเห็นว่าคงจะทำให้ขาดสารอาหาร คือทุกคนก็จะแซวตลอดว่า เนี่ยนะ ระวังตายเพราะขาดสารอาหารนะ แล้วเค้าก็เล่าเคสของคนที่กินแต่ผักผลไม้ ไม่กินข้าวแล้วตายให้ฟัง

แต่ีบีมฟังแล้ว บีมว่ามันมีอะไรมากกว่าที่เค้าเล่านะคะ เพราะกินแค่ผักผลไม้ไม่เคยทำให้ใครตายหรอกค่ะ

แต่บีมขอบอกว่า ตอนนี้โรคกระเพาะก็หายไป ภูมิแพ้ก็หายไป อะไร ๆก็หายไปเรื่อย ๆ

ดีกว่าสภาพตอนกินอาหารครบทุกมื้อแต่กินไม่เป็นตั้งเยอะ

และตอนนี้ ครอบครัวเรา กลายเป็นครอบครัวสุขภาพไปแล้วค่ะ

จากแต่เดิมที่พ่อกับแม่ไม่ค่อยกินอะไรที่มีประโยชน์

แต่เราทำให้เค้าเห็นทุกวัน เราเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี

เช้านี้ บีมก็เอากล้วยน้ำว้า กล้วยหอม และกล้วยไข่ และน้ำขิงใส่ถุงให้พ่อไปทำงาน เค้าก็กินนะคะ

ของแม่ก็คั้นน้ำส้มให้ บางวันก็ทำน้ำมะนาวผสมน้ำผึ้งให้ตอนเช้า

ตอนนี้คุณแม่กำลังจะทำน้ำหมักชีวภาพเองค่ะ เราจะใช้ลูกยอข้างบ้านเนี่ย ซื้อถังมาแล้วด้วย

เพราะท่านทานน้ำสกัดชีวภาพจากเห็นหลินจือที่บีมซื้อมาให้ทานคราวที่แล้ว ชามะเขือพวงและมะรุมแคปซูล ท่านรู้สึกสบายขึ้นค่ะ ติดใจ เลยหาข้อมูลในเน็ตและลองเอามาทำเอง

เราต้องกล้าเปลี่ยนค่ะ อะไรที่ดี ให้เราศึกษาข้อมูลให้ดี ถ้าัตัดสินใจทำแ้ล้ว ต้องทำให้ถึงที่สุดจนกว่ามันจะไม่ได้นั่นแหละค่ะ

แม้จะไม่ได้ดังหวัง แต่ได้เรียนรู้อะไรตั้งเยอะ ก็คุ้มแล้ว ^^

ถูกมั้ยคะ?

Comments

Popular posts from this blog

บทสวดก่อนกินข้าว (ละอัตตาของการบริโภคนิยม)

บีมกลัวลืมค่ะ เลยรีบมาอัพแต่เช้า เอาไว้ให้ตัวเองอ่านด้วย และคงจะเป็นประโยชน์หากเพื่อน ๆ จะนำไปใช้ด้วย เพื่อละกิเลส ณ เวลาที่กินอะไร...
ไปเจอ 2 บทพิจารณาที่บอร์ดพลังจิต...มีดังนี้
บทที่ 1
ข้าวทุกจาน อาหารทุกอย่าง อย่ากินทิ้งขว้าง เป็นของมีค่า หลายคนเหนื่อยยาก ลำบากหนักหนา สงสารบรรดา คนยากคนจน ในโลกนี้ ยังมีคนที่จนยาก แสนลำบาก อัตคัตและขัดสน อย่ากินทิ้งขว้างตามใจตน สงสารคนอื่นที่ไม่มีกิน ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณแม่ครัว ที่ท่านกรุณา เมตตาทำอาหารมาให้ เราชาว...(ระบุ)...ซาบซึ้งน้ำใจ ตั้งแต่นี้ต่อไป จะทำความดีตอบแทน...
ตรง เราชาว...บีมก็ไม่มีไอเดียว่าให้ใส่อะไร หรือต้องใส่ "ชาวโลก"? ไม่รู้นะคะ อาจจะใส่ชื่อเราก็ได้


บทที่ 2 ปะฏิสังขา โยนิโส ปิณฑะปาตัง ปะฏิเสวามิ เนวะทวายะ นะ มะทายะ นะ มัณฑะนายะ นะ วิภูสะนายะ ยะวะเทวะ อิมัสสะกายัสสะ ฐิติยายาปะนายะ วิหิงสุปะระติยา พรัหมะจริยานุคคะหายะ ดิติ ปุราณัญจะ เวทะนัง ปะฏิหังขามินะวัญจะ เวทะนัง นะ อุปปาเทสสามิ ยาตรา จะ เม ภะวิสสะติ อะนะวัชชะตา จะผาสุวิหาโรจาติ
คำแปล
ปะฏิสังขา โยนิโส ปิณฑะปาตัง ปะฏิเสวามิ เราย่อมพิจารณาโดยแยบคายแล้วฉันบิณฑบาต เนวะ ทวายะ ไม่ให้เ…

วิธีล้างลำไส้แบบธรรมชาติ

เราควรมารู้จักก่อนว่า ของเสียและพิษที่สะสมในลำไส้นั้นมีอะไรบ้าง จะได้เข้าใจถึงกระบวนการล้างได้ถูกวิธี
พิษสะสมในลำไส้หลัก ๆ มาจากสิ่งต่อไปนี ลิ่มของนมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัวที่เป็นเมือกเหนียวอันเกิดจากการรวมตัวระหว่างนมกับน้ำย่อย ส่วนนี้จะไปเป็นเมือกเกาะติดตามผนังลำไส้น้ำมันพืชชนิดไม่อิ่มตัวสายยาวและไขมันทรานส์ที่จะเกาะอยู่ตามผนังลำไส้หากลำไส้เล็กย่อยไม่ได้หมดหรือย่อยไม่ได้เลยอาหารที่ย่อยไม่หมดจากระบบย่อยไม่สมบูรณ์ (เพราะตับ ลำไส้เล็ก ตับอ่อน ผลิตภัณฑ์เอ็นไซม์ย่อยไม่ได้มากนัก หรือการเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด)อาหารที่น้ำย่อยย่อยไม่ได้ หลัก ๆ คือ อาหารแปรรูปและอาหารผ่านไมโครเวฟพยาธิและจุลชีพที่เป็นโทษที่ติดมากับอาหาร ผักสด เนื้อสด เป็นต้น กลุ่มนี้จะมาโตในลำไส้ของเราได้ด้วยและแพร่กระจายไปจุดอื่น ๆ ได้ด้วยสารสังเคราะห์ที่ผสมในอาหาร เช่น สารกันเสีย สีผสมอาหาร สารแต่งกลิ่น ผงชูรส ฟอร์มาลีน เป็นต้นยาปฏิชีวนะที่ฆ่าเชื้อแบคทีเรียในร่างกายทั้งตัวที่ดีและไม่ดี และยาบางชนิดก็ไประคายเคืองผนังกระเพาะและลำไส้อีกด้วย ทำให้ผนังลำไส้เสียหาย ดูดซึมสารอาหารและน้ำได้ไม่ดี
พิษเหล่านี้จะสร้างภาวะที่เป็นกรดและความร้…

ปิดฉาก "สิวเรื้อรัง" ด้วยการล้างพิษท่อน้ำดีและตับ

หนังสือเล่มนี้...บังเอิญครูโชคดี เห็นที่บ้านคุณแม่มานานพอสมควรแล้ว
คุณแม่บอกว่า หนังสือดีมาก แต่ไม่รู้เป็นอะไร ครูก็ยังไม่ยอมหยิบติดมือกลับมาอ่านเสียที
ทั้งที่หนังสือนี้เขียนโดยนายแพทย์ด้านธรรมชาติบำบัดที่มีชื่อเสียงมาก
นายแพทย์บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล...

จนเมื่อไม่นานมานี้ ไปเยี่ยมคุณแม่ และรู้สึกว่า เล่มนี้ดึงดูดผิดปกติ
จนต้องหยิบมาอ่าน...อ่านแล้ว..."ต้องขอยืมคุณแม่กลับ"

รู้สึกได้ทันทีว่าจะมีประโยชน์มาก ๆ ต่อตัวเองและแฟนเพจ ลูกศิษย์ ลูกค้า
ที่มีปัญหา "สิว" อย่างแน่นอน ทั้งที่ยังไปได้เพียง 1/4 ของเล่ม
แต่จากประสบการณ์เรื่องการบำบัดสิวแนวธรรมชาติกว่า 8 ปี

อ่านแว่บเดียวก็รู้สึกเลยว่า...

คุณหมอให้ข้อมูลที่แน่นมาก (แม้จะดูเล่มเล็กก็เถอะ แต่แน่นจริงๆ)ทุกอย่างเป็นเหตุเป็นผลกันดีมาก เข้าใจได้ทะลุปรุโปร่งสำหรับครู (เพราะตัวครูเองก็ลงมือปฏิบัติเลยรู้ว่าที่คุณหมอให้ข้อมูลในหนังสือ เป็นความจริงทั้งหมด) แต่...คุณหมอไม่ได้เขียนถึงเรื่อง "สิว" เลยแม้แต่น้อยนะคะ คุณหมออธิบายเรื่อง "นิ่ว" ในท่อน้ำดีตับ ท่อน้ำดี และถุงน้ำดี ว่ามันทำให้มีปัญหาอะไร มันก่อตัวมาอย่างไร?