Skip to main content

เทคนิคการดูแลตัวเองเพิ่มเติม

วันนี้บีมมีเรื่องดี ๆ มาอัพเดทกันอีกแล้วค่ะ

เรื่องแรกก็คือ บีมอยากจะ confirm ว่า เพื่อน ๆ ที่ดูแลตัวเองแนวธรรมชาติบำบัดนี้ หายจากสิวแน่นอน ปรับพฤติกรรมให้ถูกต้อง เรื่องดื่มน้ำบีมขอบอกว่าสำคัญจริง ๆ เรื่องนอนหลับ การเลือกอาหาร ออกกำลัง คิดบวก ใครนั่งสมาธิหรือสวดมนต์เป็นประจำจะยิ่งทำให้ร่างกายเข้าสู่สมดุลได้เร็ว เพราะบีมเรียนรู้แล้วว่า จิตใจกับฮอร์โมนนั้นช่างสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้ง

ฮอร์โมน คงเป็นสิ่งใกล้ตัวที่ดูไกลตัว แต่การควบคุมและรักษาระดับฮอร์โมนให้คงที่และดีขึ้นนั้นเป็นสิ่งที่เราทำได้เอง นั่งสมาธิ สวดมนต์ หรือทำให้ใจอยู่กับเนื้อกับตัววันละชั่วโมงสิคะ

ฮอร์โมนเป็นเหมือนม้าเร็วหรือผู้ส่งสารระหว่างระบบหรืออวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายของเรา

หากเราขาดน้ำ ฮอร์โมนก็จะนำสารนี้ ไปบอกให้แก่อวัยวะที่เกี่ยวข้องเพื่อทำให้เราเติมน้ำเข้าสู่ร่างกาย ทำให้เราหิวน้ำ
หากเราขาดวิตามินบี ฮอร์โมนก็จะนำสารนี้มาบอกแก่อวัยวะที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เราเติมวิตามินบีเข้าไป เช่น เป็นเหน็บบ่อย ๆ เป็นโรคผิวหนัง เป็นต้น

เห็นมั้ยคะ ว่าไม่ใช่เรื่องยากเลย...ขอแค่มีเวลาทำให้ใจสงบสักวันละ 1 ชั่วโมง จะช่วยปรับสมดุลได้มาก

ดนตรีที่มีคุณภาพ เช่น ดนตรีไทย ดนตรีบรรเลง (คลาสสิค) สามารถช่วยทำให้ฮอร์โมนเข้าที่ได้
การวาดรูป

แต่ไม่ใช่พวกดนตรีร็อค หรืออะไรที่ทำให้ใจสั่น แกว่งนะคะ

ต้องทำให้ใจสงบและเข้าถึงภายในของตัวเอง

เรื่องที่สอง นอกจากจะ confirm ว่าหายชัวร์ และหายขาดแล้ว หลังจากที่เราผ่านช่วงมีวินัยกับตัวเองอย่างหนักนั้น เมื่อสิวหายแล้ว เราสามารถเพิ่มอาหารที่เราเคยชอบทานลงไปได้นะคะ โดยไม่ทำให้สิวขึ้นอีก หรือขึ้นน้อยมาก ๆ และเมื่อขึ้นแล้ว เราสามารถจัดการทำให้ยุบได้เองด้วย เพราะร่างกายเราดูแลตัวเองได้แล้วค่ะ รักษาตัวเองได้แล้ว

เดี๋ยวบีมจะเล่าให้ฟังนะคะว่าเกิดอะไรขึ้นถึงกล้า confirm ได้ขนาดนี้

เมื่อตอนที่บีมเริ่มใช้เครื่องสำอางค์บำรุงผิว บีมก็เริ่มทดลองดูว่าตัวเองกินอะไรได้เพิ่มขึ้นมั้ย

บีมก็จะกินกับข้าวปกติค่ะ ที่เค้าทำทิ้งไว้ หรือบางวันก็กินพายไก่ของโปรดซึ่งไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับร่างกายเลย นอกจากให้พลังงาน แถมยังจะเป็นเมือกเหนียว ๆ เมื่อเข้าสู่ร่างกายอีก และบางวันก็กินเกาเหลา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของที่พ่อกับแม่ซื้อมาฝากจากข้างนอกเพราะเค้าเห็นว่าอร่อย บีมก็ไม่อยากให้เค้าเสียน้ำใจ เลยกินเข้าไป

ถามว่า ถ้ากินแบบบ้า ๆ เลย สิวขึ้นมั้ย? ขึ้นนะคะ ขึ้นแน่นอน

แต่ถ้าเช้าวันถัดมา บีมกลับมากินเหมือนเดิม คือ ผักผลไม้สด ดื่มน้ำเยอะ ๆ ตอนเช้า คือ ทำทุกอย่างให้ถูกต้อง ไม่กินอาหารก่อโทษ สิวมันจะดีขึ้นเอง

และถ้าวันไหนรู้สึกว่า มันขึ้นเยอะเหลือเกิน (มันจะเป็นหัวขาวค่ะ เพราะก๋วยเตี๋ยวมันเป็นเมือก) บีมจะไม่ไปบีบมันนะ ก็จะเข้านอนเร็วหน่อย และก่อนนอนก็ดื่มน้ำมะนาวอุ่นอีกหน่อยเพื่อช่วยตับในการกำจัดไขมันกับของพวกนี้ออกไป

พอเช้ามา เกินกว่า 90% มันก็ยุบไปค่ะ

มันเป็นเรื่องของการรักษาสมดุลค่ะ

คือ ถ้าเราจำเป็นต้องไปปาร์ตี้แบบหนัก ๆ เราต้องกำหนดให้ตัวเองเลยว่า 2-3 วันต่อไปต้องอดอาหารล้างพิษแล้วกินแต่ผักและผลไม้สด แบบนี้เป็นต้น

และถ้าเราไม่ได้รับอะไรแบบหนัก ๆ เข้ามา ในแต่ละวัน เราก็สามารถกินอาหารปกติได้ คือ อาจจะเป็นข้าวราดแกงมื้อเที่ยง หรืออะไรที่เราชอบ เช่นเค้ก 1 ชิ้นเล็ก ๆ แต่มื้ออื่นเป็นมื้อสุขภาพหมด และเราทำทุกอย่างแนวธรรมชาติหมด จะมีฝ่ากฎก็แค่เค้กชิ้นเล็กชิ้นนี้ มันก็ไม่เป็นไรค่ะ เพราะร่างกายเราจะกำจัดออกทัน

ของแบบนี้ พอทำไปจะยิ่งเชี่ยวชาญค่ะ ใครเก่งแล้ว สิวจะไม่ได้มาเยือนอีกเลย

เรื่องที่สาม สำหรับคนที่กินอาหารฤทธิ์เย็นมาสักพักแล้ว สิวเริ่มดีขึ้นมากแล้วนะคะ ขอให้เริ่มกินอาหารฤทธิ์เย็นที่เอามาทำให้ร้อน หรือ เริ่มกินฤทธิ์ร้อนค่ะ เพราะไม่งั้นร่างกายจะเย็นไป ทำให้ระบบต่าง ๆ ทำงานไม่สะดวก เลือดลมอาจหมุนเวียนไม่ดี (ความเย็นทำให้ทุกสิ่งหดตัว ถูกมั้ยคะ) และยิ่งฤดูหนาว เกมการรักษาสมดุลจะแอบยากขึ้นมานิดนึง เพราะเราจะกินแต่ของฤทธิ์เย็นไม่ได้ค่ะ เดี๋ยวเป็นหวัดตายเลย เราต้องดูว่า จะกินเย็นหรือร้อนตอนไหน

ง่าย ๆ ค่ะ ก่อนอาหาร หากจะดื่มชา ให้ดื่มชาอุ่น ๆ ก่อนอาหาร 15-20 นาที อย่าดื่มชาแล้วตามด้วยอาหารเลย
ความอุ่นจะช่วยทำให้กระเพาะและไตทำงานได้ดีขึ้น เมื่อกระเพาะย่อยดีเพราะมีไฟย่อย (แนวคิดหมอแดงค่ะ หนังสือเค้าดีมาก ขอบอก ถูกมากด้วย แนะนำให้อ่าน "สุก(ข)ที่แท้จริง") อาหารจะไม่เน่าบูดค่ะ พิษไม่สะสมในทางเดินอาหาร และไม่แทรกเข้าสู๋เซลล์หรือเลือดค่ะ

อากาศเย็น ๆ ต้องกินพวกอุ่น ๆ ร้อน ๆ หรืออาหารฤทธิ์ร้อนบ้าง อาหารฤทธิ์เย็นไม่ควรกินก่อนอาหารค่ะ แต่สามารถกินหลังอาหารได้ 45 นาทีไปแล้ว

บีมทดลองแล้ว รับรองว่าร่างกายดีขึ้นชัวร์ค่ะ ภายในเวลาไม่นานด้วย หากรู้เทคนิคแบบนี้

เรื่องสุดท้าย อัพเดทเรื่องผิวหน้า จากที่มีเพื่อน ๆ เตือนว่า ครีมหมอจุฬาอาจทำหน้าพังได้

บีมใส่ครีมมาประมาณ 5 วันนะคะ แล้วมาหยุดเอาตั้งแต่ 2 คืนก่อน เพราะอยากจะดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับหน้ามั้ย

บีมจะเล่าให้ฟังดังนี้ค่ะ
  • บีมรู้สึกว่า หลังจากใช้ครีมหมอจุฬา หน้าขาวใสขึ้น สิวอุดตันตรงขมับยุบไปเยอะมาก ๆ จนรู้สึกเกลี้ยงมาก หน้าผากไม่มีสิวเม็ดเล็ก ๆ เลย
  • แต่มีอยู่วันหนึ่ง บีมไปตลาด แล้วซ้อนมอเตอร์ไซค์ไป ร้อนมาก ๆ ซึ่งวันนั้นบีมใส่แต่ครีมหมอจุฬา ไม่ได้ใส่กันแดด คือผิวตรงที่โดนแดดมันร้อนข้างในค่ะ รวมทั้งผิวหน้า แต่มันไม่ไหม้นะคะ ผิวปกติดี เพียงแต่รู้สึกร้อนข้างใน แต่พอตกกลางคืนมันก็โอเคค่ะ แต่ยังรู้สึกร้อนนิดหน่อย
  • พอวันต่อมา บีมก็ไม่ใช้ครีมหมอจุฬาตอนเช้า ใช้ชุดสุพรรณพักตร์ค่ะ และทากันแดด ซึ่งวันนั้นช่วงเช้าก็โอเคนะ แต่พอดีว่าโต๊ะที่บีมนั่งทำงาน มันจะร้อนเพราะมีรังสีแดดสะท้อนเข้ามาค่ะ บีมร้อนหน้านะ แต่มันไม่ไหม้ สิวก็ไม่มีขึ้นใหม่
  • วันถัดมาก็ยังทำแบบที่ทำคือ ครีมจุฬากลางคืน สุพรรณพักตร์เช้า แต่วันนั้น มันร้อนกว่าวันก่อน แต่ผิวไม่ได้ไหม้และไม่มีสิวขึ้นใหม่ค่ะ และตกกลางคืนตอนไม่มีแดด ก็ปกติดี ไม่ได้แสบร้อนอะไร
  • และก็มาถึงวันที่บีมทดลองหยุดใช้ดู ก็เมื่อ 2 วันที่แล้ว ตอนบีมหยุดก็หยุดทั้งสองอย่างเลยค่ะ ไม่ใช้ทั้งครีมหมอจุฬาและสุพรรณพักตร์ เพราะบีมจะทำให้หน้าเข้าสู่สภาวะสมดุลก่อน และจะดูว่าตัวไหนที่ทำให้เกิดปัญหากันแน่ เพราะก่อนจะมาใช้ครีมหมอจุฬา บีมโดนแดดไม่เคยร้อนหน้ามากขนาดนี้นะคะ แม้ว่ามันจะไม่ไหม้ก็เถอะ
  • พอดีว่า บีมได้รับอีเมลจากพี่คนนึงที่เข้ามาอ่านบล็อกแล้วเขียนมาแชร์ประสบการณ์ รักษาสิวแนวธรรมชาติบำบัดค่ะ แล้วมันดีขึ้นเหมือนกัน และได้รับข้อมูลเพิ่มเติมมาอีก ซึ่งดีมาก ๆ จะเอามาลงบล็อกแต่ว่า บีมเข้าอีเมลไม่ได้เลย เลยยังไม่ได้เอามาอัพให้อ่านกัน
  • ข้อมูลที่ได้มาคือ หมออินเดียท่านหนึ่งซึ่งมีชื่อเสียงด้านธรรมชาติบำบัดมาก ๆ ใช้วิธีรักษาทุกโรคเหมือนกับที่บีมใช้ดูแลตัวเองอยู่ แต่มีเพิ่มเติมเข้ามาก็คือ การใช้น้ำมันจากธรรมชาติ ทั้งอมล้างพิษ (Oil Pulling) การนำมาทาและนวดหัวและใบหน้า ประกอบกับข้อมูลที่บีมได้จาก Oil Pulling คือ แต่ก่อนเค้าใช้รักษาทุกโรคในช่องปากแล้วหาย และมันจะช่วยดึงพิษออกมาจากร่างกายได้
  • บีมเลยทดลองเอาน้ำมันงาที่ตัวเองใช้ทำ Oil Pulling ทุกเช้า มานวดหน้าค่ะ ผลออกมาดีมาก (แค่เปลืองโฟมล้างหน้านิดหน่อยค่ะ เพราะต้องล้างประมาณ 3 รอบ) ที่ว่าดีก็คือ ผิวหน้านุ่มมาก ผิวหนังรอบตาและปากชุ่มชื้นดีมากค่ะ หลังล้างหน้ารู้สึกหน้ามีน้ำหล่อเลี้ยงเพราะมันเย็นหน้าดี ช่วงกลางวัน บีมคิดว่าสิวอาจจะขึ้นเพราะมันเป็นน้ำมัน แต่ต้องแปลกใจที่ไม่มีขึ้นสักเม็ด แถมยังทำให้หน้าไม่มันด้วย บีมออกไปข้างนอก โดยที่ไม่ได้ดึงกระดาษซับมันมาใช้สักนิดเดียวเลย แป้งก็ไม่ได้ทา ซึ่งเป็นผิวธรรมชาติจริง ๆ และสิวอุดตันก็ไม่มีเลยค่ะ ตรงที่เป็นรอยสิว มันก็เหมือนจะลอกออกมาเอง แต่บีมไม่ได้ไปดึงนะคะ
  • ตอนกลางคืนก็ทำอีก (ติดใจ) แล้วบีมมีสิวหว่างคิ้วขึ้น 2 เม็ด เป็นสิวเมือกค่ะ หัวขาว เพราะเมื่อวานกินพาสต้า เพื่อนทำมาให้กิน อร่อยมาก กินไปเยอะ ซึ่งพอเช้ามา สิว 2 เม็ดนั้น ก็กลายเป็นหัวเหลือง นั่นหมายถึงมันใกล้แห้งแล้วนั่นเอง บีมไม่ได้ไปบีบแคะแกะเกาเลย แถมรอยตรงแก้มและสิวอุดตันที่ขมับก็หายไปเยอะมาก ๆ (ตอนนี้บีมเหลือสิวขับพิษบริเวณแก้มตรงข้างจมูกค่ะ ซึ่งไม่ต้องไปกังวลกับมัน เพราะมันหายไปเองจริง ๆ รู้สึกของบีมนี่ มันพึ่งจะขึ้นเยอะ ๆ ประมาณ 2-3 สัปดาห์ก่อนมั้งคะ ตอนนี้ไม่มีเม็ดอักเสบแล้ว เหลือแต่สิวขับพิษเล็ก ๆ จริง ๆ) สิวขับพิษจะมีหลายแบบนะคะ ตอนแรก ๆ มันอาจะเป็นอุดตันผสมอักเสบค่ะ แต่ตอนหลังเค้าจะเหลือเป็นสิวเม็ดเล็ก ๆ เหมือนแค่ขับไขมันออกมาแค่นั้นเองค่ะ อาจจะทำให้ดูหน้าไม่เรียบเวลาส่องกับแดดค่ะ แต่เราก็ไม่ต้องไปกังวล เพราะตราบเท่าที่เรารักษาร่างกายเราให้สมดุลได้ไปเรื่อย ๆ ทำตามแนวสุขภาพไป มันจะหายไปเองค่ะ

ดังนั้น ตอนนี้ ใครอยากจะลองใช้สูตรน้ำมันงานวดหน้าก็ลองดูนะคะ บีมทดลองทำดูทั้ง 2 วิธีคือ ล้างหน้าให้สะอาดก่อนแล้วค่อยนวดน้ำมัน และไม่ได้ล้างหน้า แล้วนวดน้ำมันเลย บีมว่า ล้างหน้าก่อนดีกว่าค่ะ ^^

เวลาใส่น้ำมัน ให้ลื่นนิ้วเวลาเรานวดนะคะ อย่าให้ฝืด ไม่งั้นหน้าเหี่ยว อย่างกน้ำมันค่ะ นวดได้ทั่วหน้าเลย ทำสัก 5-7 นาทีค่ะ ทิ้งไว้สัก 1 นาทีแล้วค่อยล้างออกด้วยโฟมให้สะอาด อาจจะต้องล้างสัก 2-3 รอบค่ะ

นี่ล่ะค่ะ เคล็ดลับดูแลผิวตัวจริง น้ำมันธรรมชาติใกล้ตัวนี่เอง ^^ ดีมาก ๆ สำหรับปรับสมดุลหน้าและดูแลผิวหน้าหนาวค่ะ

ต้องขออภัยที่วันนี้ไม่มีรูปเพราะคุณพ่อยืมกล้องไปแต่เช้าค่ะ

เดี๋ยวถ้าได้ถ่าย ก็จะเอามาลงให้ดูนะจ๊ะ ^^

Comments

Popular posts from this blog

บทสวดก่อนกินข้าว (ละอัตตาของการบริโภคนิยม)

บีมกลัวลืมค่ะ เลยรีบมาอัพแต่เช้า เอาไว้ให้ตัวเองอ่านด้วย และคงจะเป็นประโยชน์หากเพื่อน ๆ จะนำไปใช้ด้วย เพื่อละกิเลส ณ เวลาที่กินอะไร...
ไปเจอ 2 บทพิจารณาที่บอร์ดพลังจิต...มีดังนี้
บทที่ 1
ข้าวทุกจาน อาหารทุกอย่าง อย่ากินทิ้งขว้าง เป็นของมีค่า หลายคนเหนื่อยยาก ลำบากหนักหนา สงสารบรรดา คนยากคนจน ในโลกนี้ ยังมีคนที่จนยาก แสนลำบาก อัตคัตและขัดสน อย่ากินทิ้งขว้างตามใจตน สงสารคนอื่นที่ไม่มีกิน ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณแม่ครัว ที่ท่านกรุณา เมตตาทำอาหารมาให้ เราชาว...(ระบุ)...ซาบซึ้งน้ำใจ ตั้งแต่นี้ต่อไป จะทำความดีตอบแทน...
ตรง เราชาว...บีมก็ไม่มีไอเดียว่าให้ใส่อะไร หรือต้องใส่ "ชาวโลก"? ไม่รู้นะคะ อาจจะใส่ชื่อเราก็ได้


บทที่ 2 ปะฏิสังขา โยนิโส ปิณฑะปาตัง ปะฏิเสวามิ เนวะทวายะ นะ มะทายะ นะ มัณฑะนายะ นะ วิภูสะนายะ ยะวะเทวะ อิมัสสะกายัสสะ ฐิติยายาปะนายะ วิหิงสุปะระติยา พรัหมะจริยานุคคะหายะ ดิติ ปุราณัญจะ เวทะนัง ปะฏิหังขามินะวัญจะ เวทะนัง นะ อุปปาเทสสามิ ยาตรา จะ เม ภะวิสสะติ อะนะวัชชะตา จะผาสุวิหาโรจาติ
คำแปล
ปะฏิสังขา โยนิโส ปิณฑะปาตัง ปะฏิเสวามิ เราย่อมพิจารณาโดยแยบคายแล้วฉันบิณฑบาต เนวะ ทวายะ ไม่ให้เ…

วิธีล้างลำไส้แบบธรรมชาติ

เราควรมารู้จักก่อนว่า ของเสียและพิษที่สะสมในลำไส้นั้นมีอะไรบ้าง จะได้เข้าใจถึงกระบวนการล้างได้ถูกวิธี
พิษสะสมในลำไส้หลัก ๆ มาจากสิ่งต่อไปนี ลิ่มของนมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัวที่เป็นเมือกเหนียวอันเกิดจากการรวมตัวระหว่างนมกับน้ำย่อย ส่วนนี้จะไปเป็นเมือกเกาะติดตามผนังลำไส้น้ำมันพืชชนิดไม่อิ่มตัวสายยาวและไขมันทรานส์ที่จะเกาะอยู่ตามผนังลำไส้หากลำไส้เล็กย่อยไม่ได้หมดหรือย่อยไม่ได้เลยอาหารที่ย่อยไม่หมดจากระบบย่อยไม่สมบูรณ์ (เพราะตับ ลำไส้เล็ก ตับอ่อน ผลิตภัณฑ์เอ็นไซม์ย่อยไม่ได้มากนัก หรือการเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด)อาหารที่น้ำย่อยย่อยไม่ได้ หลัก ๆ คือ อาหารแปรรูปและอาหารผ่านไมโครเวฟพยาธิและจุลชีพที่เป็นโทษที่ติดมากับอาหาร ผักสด เนื้อสด เป็นต้น กลุ่มนี้จะมาโตในลำไส้ของเราได้ด้วยและแพร่กระจายไปจุดอื่น ๆ ได้ด้วยสารสังเคราะห์ที่ผสมในอาหาร เช่น สารกันเสีย สีผสมอาหาร สารแต่งกลิ่น ผงชูรส ฟอร์มาลีน เป็นต้นยาปฏิชีวนะที่ฆ่าเชื้อแบคทีเรียในร่างกายทั้งตัวที่ดีและไม่ดี และยาบางชนิดก็ไประคายเคืองผนังกระเพาะและลำไส้อีกด้วย ทำให้ผนังลำไส้เสียหาย ดูดซึมสารอาหารและน้ำได้ไม่ดี
พิษเหล่านี้จะสร้างภาวะที่เป็นกรดและความร้…

ปิดฉาก "สิวเรื้อรัง" ด้วยการล้างพิษท่อน้ำดีและตับ

หนังสือเล่มนี้...บังเอิญครูโชคดี เห็นที่บ้านคุณแม่มานานพอสมควรแล้ว
คุณแม่บอกว่า หนังสือดีมาก แต่ไม่รู้เป็นอะไร ครูก็ยังไม่ยอมหยิบติดมือกลับมาอ่านเสียที
ทั้งที่หนังสือนี้เขียนโดยนายแพทย์ด้านธรรมชาติบำบัดที่มีชื่อเสียงมาก
นายแพทย์บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล...

จนเมื่อไม่นานมานี้ ไปเยี่ยมคุณแม่ และรู้สึกว่า เล่มนี้ดึงดูดผิดปกติ
จนต้องหยิบมาอ่าน...อ่านแล้ว..."ต้องขอยืมคุณแม่กลับ"

รู้สึกได้ทันทีว่าจะมีประโยชน์มาก ๆ ต่อตัวเองและแฟนเพจ ลูกศิษย์ ลูกค้า
ที่มีปัญหา "สิว" อย่างแน่นอน ทั้งที่ยังไปได้เพียง 1/4 ของเล่ม
แต่จากประสบการณ์เรื่องการบำบัดสิวแนวธรรมชาติกว่า 8 ปี

อ่านแว่บเดียวก็รู้สึกเลยว่า...

คุณหมอให้ข้อมูลที่แน่นมาก (แม้จะดูเล่มเล็กก็เถอะ แต่แน่นจริงๆ)ทุกอย่างเป็นเหตุเป็นผลกันดีมาก เข้าใจได้ทะลุปรุโปร่งสำหรับครู (เพราะตัวครูเองก็ลงมือปฏิบัติเลยรู้ว่าที่คุณหมอให้ข้อมูลในหนังสือ เป็นความจริงทั้งหมด) แต่...คุณหมอไม่ได้เขียนถึงเรื่อง "สิว" เลยแม้แต่น้อยนะคะ คุณหมออธิบายเรื่อง "นิ่ว" ในท่อน้ำดีตับ ท่อน้ำดี และถุงน้ำดี ว่ามันทำให้มีปัญหาอะไร มันก่อตัวมาอย่างไร?