Skip to main content

อัพเดทเรื่องการหาซื้อ flaxseed

ถึง เพื่อน ๆ ที่สนใจซื้อ flaxseed

ก่อนอื่นขอใ้ห้ข้อมูลคร่าว ๆ เกี่ยวกับ flaxseed นิดนึงนะคะ

Flaxseed หรือชื่อภาษาไทยเรียกว่า เมล็ดลินิน นี้ เป็นอาหารที่มีโอเมก้า 3 สูง และถ้าหากปลูกจากดินหรือน้ำที่อยู่ในฟาร์มปลอดสารหรือออร์แกนิคและอยู่ในพื้นที่อากาศหนาวเย็น จะมีคุณค่าทางอาหารและความปลอดภัยสูงกว่า

ซึ่งถ้าถามว่าทำไมต้องกินโอเมก้า 3?

คร่าว ๆ ก่อนนะคะ จากข้อมูลในหนังสือของ Seppo และบทความทางอินเตอร์เน็ตที่บีมเจอ ความจำเป็นที่เราต้องได้รับสารอาหารตัวนี้ ก็เพราะว่า โอเมก้า 3 เป็นกรดไขมันจำเป็น ที่ร่างกายผลิตเองไม่ได้ จำเป็นต้องได้รับจากอาหาร

เพื่อน ๆ หลายคนอาจจะเข้าใจว่า กินไขมันแล้วไม่ดีไม่ใช่เหรอ

ไขมันมี 2 ประเภทค่ะ คือ ดีกับไม่ดี ก็เหมือนคนนั่นแหละ

และหน่วยเล็กที่สุดของไขมันคือ "กรดไขมัน" ซึ่งร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้ในระดับเซลล์

โอเมก้า 3 เป็นกรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายต้องได้รับแต่ไม่สามารถสร้างเองได้ จึงจำเป็นต้องได้รับจากอาหาร ส่วนเจ้าโอเมก้า 6 นั้นร่างกายต้องได้รับจากอาหารเหมือนกัน แต่เนื่องจากเค้ามีความทนทานมากกว่า เราจึงมักได้รับโอเมก้า 6 จากอาหารทั่ว ๆ ไปได้มากค่ะ

ซึ่งปัญหาสุขภาพที่เกิดในปัจจุบันนี้ คือ ร่างกายเราไม่ได้รับโอเมก้า 3 อย่างเพียงพอด้วย และเป็นปัญหาความสมดุลระหว่างโอเมก้า 6 กับ 3 คือเราได้รับ 6 มากไป และรับ 3 น้อยมาก

ทางดอกเตอร์โจฮันน่าเองก็ได้ข้อสรุปจากการตรวจตัวอย่างเลือดคนหลายพันคนมาแล้วว่า คนที่มีสุขภาพดีกว่าจะมีโอเมก้า 3 มากกว่านั่นเอง

ซึ่งแหล่งโอเมก้า 3 ที่วงการสุขภาพอ้างถึงมากที่สุดคือ น้ำมันลินิน (Flaxseed Oil) หรือ เมล็ดลินิน (ส่วนเมล็ดพืชอื่น ๆ ที่มีโอเมก้า 3 สูงดูที่นี่ค่ะ http://www.vegsoc.org/info/omega3.html)(Flaxseed) ซึ่งจะทานเป็นแบบไหนก็ได้ค่ะ จะแบบน้ำมันหรือแบบเมล็ดเลยก็ได้

สำหรับน้ำมันนั้น ต้องเลือกดี ๆ นะคะ เพราะเจ้ากรดไขมันโอเมก้า 3 นี้สลายตัวง่ายมาก (ไม่เหมือนโอเมก้า 6 ค่ะ ที่ทนทานกว่า) ภาชนะที่บรรจุจะต้องสีดำมืดค่ะ ทึบ และเก็บในที่อุณหภูมิต่ำ (เย็น) ดังนั้น เวลาเลือกซื้อน้ำมันชนิดนี้ก็ต้องดูที่บรรจุในภาชนะดังกล่าว และเก็บในที่เย็น และถ้าเราซื้อมาแล้ว เวลาเก็บก็ต้องแบบนั้นเช่นกัน อย่าใ้ห้โดนแสงหรือความร้อน

และถ้าหากสกัดออกมาเป็นอาหารเสริม ก็อาจจะดีค่ะ ซึ่งบีมเองก็ยังไม่เคยลอง และเดี๋ยวนี้ก็ไม่ได้กินอาหารเสริมเลย เพราะตามหลักหมอเขียว อาหารเสริมเป็นของร้อน ไม่ควรกินเยอะ มันจะรบกวนร่างกาย และ Seppo เองก็กินแบบเป็นเมล็ดเลยค่ะ ไม่ได้กินรูปแบบสกัด

สำหรับแบบเมล็ดนั้น จะมีสีทองกับสีน้ำตาลค่ะ ซึ่งสีทองมักจะนำเข้ามาจากต่างประเทศ จากเอกสารต่าง ๆ รสชาติจะดีกว่าแบบสีน้ำตาลค่ะ แต่คุณค่าทางอาหารไม่ต่างกัน

รายละเอียดเกี่ยวกับเมล็ดลินินเพิ่มเติมดูได้ที่ http://www.pantown.com/board.php?id=10764&area=4&name=board11&topic=29&action=view

ซึ่งการเลือกซื้อ ต้องสังเกตว่าเมล็ดไม่เก่า ไม่เหม็นหืน เพราะถ้าเหม็นหืนก็ีืคือน้ำมันในเมล็ดบูดนั่นล่ะค่ะ กินไปก็ไ่ม่ได้ประโยชน์ กลับเป็นโทษเสียอีก

คำถามว่าจะไปหาซื้อได้ที่ไหน

ข้อมูลที่บีมมีก็คือ

  1. วิลล่าซุปเปอร์มาร์เก็ต ตรงทองหล่อ เป็นของนำเข้าโดยตรงจากอเมริกาค่ะ ราคาแพงหน่อย คิดว่าคงเป็น Golden Flaxseed
  2. ดอยคำ (โครงการหลวง) เ็ป็นแบบเมล็ดสีน้ำตาลหรือ Brown flaxseed ค่ะ
  3. บัลวี มีแบบเป็นอาหารเสริมแบบเม็ด ราคาขวดละ 1,000 บาท http://www.health2delivery.com/search.aspx
เมื่อวานนี้ โทรไปเช็คกับร้านดอยคำที่เชียงใหม่ เจ้าหน้าี่ที่น่ารักมากค่ะ บีมได้ข้อมูลเพิ่มเติมมาว่า
  • ตอนนี้ดอยคำทุกสาขาจะไม่มี flaxseed จำหน่าย เพราะหมด
  • จะมีอีกทีเดือน พฤศจิกายน
  • ทั้งนี้เพราะเมล็ดนี้ออกปีละครั้ง
  • มีเฉพาะสีน้ำตาล
  • มีทั้งราคาปลีกและส่ง
  • ราคาส่ง 200 กรัม 15 บาทค่ะ
ใครมีข้อมูลเพิ่มเติมว่าจะหาได้ที่ไหน รบกวนนำมาแบ่งปันกันนะคะ

จริง ๆ แล้วบีมอยากจะกินแบบเมล็ด แต่มันไม่มีที่นี่ บีมเลยจะสั่งที่บัลวีมาก่อนค่ะ แม้จะไม่อยากกินแบบสกัด แต่ก็นะ คิดว่าบัลวีเค้าก็พี่ใหญ่วงการนี้เหมือนกัน ของของเค้าคงคัดสรรมาแล้วค่ะ ก่อนจะเอามาขาย

เพราะคุณแม่เองก็อยากกินมาก ๆ หลังจากที่บีมเล่าผลงานวิจัยของดอกเตอร์โจฮันน่าให้เค้าัฟัง แต่เค้าจะกินกับน้ำเต้าหู้หรือนมถั่วเหลืองค่ะ (ไม่ยอมมาเป็นสาวกบัวหิมะกับเรา อิอิ)

ขออัพข้อมูล Flaxseed เท่านี้ก่อนนะคะ ไปปั่นจักรยานก่อน :-)

Comments

Branding Expert said…
เรียนคุณบีม

ผมจำหน่ายเมล็ดลินินนำเข้า จากออสเตรีย ราคากิโลกรัม ละ 220 บาท
ถ้าเป็นน้ำมันเมล็ดลินิน ราคา 220 บาท ต่อ 90 ml.

www.kasemstore-chiangmai.com
Shiny Beam said…
ขอโทษที่ตอบช้านะคะ บีมพึ่งมาเห็น post...

อยู่ที่เชียงใหม่ใช่มั้ยคะ ...

เดี๋ยวจะฝากน้องสาวไปซื้อค่ะ

หรือคุณมีบริการส่งด้วยมั้ยคะ คิดเท่าไหร่เอ่ย...

Popular posts from this blog

บทสวดก่อนกินข้าว (ละอัตตาของการบริโภคนิยม)

บีมกลัวลืมค่ะ เลยรีบมาอัพแต่เช้า เอาไว้ให้ตัวเองอ่านด้วย และคงจะเป็นประโยชน์หากเพื่อน ๆ จะนำไปใช้ด้วย เพื่อละกิเลส ณ เวลาที่กินอะไร...
ไปเจอ 2 บทพิจารณาที่บอร์ดพลังจิต...มีดังนี้
บทที่ 1
ข้าวทุกจาน อาหารทุกอย่าง อย่ากินทิ้งขว้าง เป็นของมีค่า หลายคนเหนื่อยยาก ลำบากหนักหนา สงสารบรรดา คนยากคนจน ในโลกนี้ ยังมีคนที่จนยาก แสนลำบาก อัตคัตและขัดสน อย่ากินทิ้งขว้างตามใจตน สงสารคนอื่นที่ไม่มีกิน ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณแม่ครัว ที่ท่านกรุณา เมตตาทำอาหารมาให้ เราชาว...(ระบุ)...ซาบซึ้งน้ำใจ ตั้งแต่นี้ต่อไป จะทำความดีตอบแทน...
ตรง เราชาว...บีมก็ไม่มีไอเดียว่าให้ใส่อะไร หรือต้องใส่ "ชาวโลก"? ไม่รู้นะคะ อาจจะใส่ชื่อเราก็ได้


บทที่ 2 ปะฏิสังขา โยนิโส ปิณฑะปาตัง ปะฏิเสวามิ เนวะทวายะ นะ มะทายะ นะ มัณฑะนายะ นะ วิภูสะนายะ ยะวะเทวะ อิมัสสะกายัสสะ ฐิติยายาปะนายะ วิหิงสุปะระติยา พรัหมะจริยานุคคะหายะ ดิติ ปุราณัญจะ เวทะนัง ปะฏิหังขามินะวัญจะ เวทะนัง นะ อุปปาเทสสามิ ยาตรา จะ เม ภะวิสสะติ อะนะวัชชะตา จะผาสุวิหาโรจาติ
คำแปล
ปะฏิสังขา โยนิโส ปิณฑะปาตัง ปะฏิเสวามิ เราย่อมพิจารณาโดยแยบคายแล้วฉันบิณฑบาต เนวะ ทวายะ ไม่ให้เ…

วิธีล้างลำไส้แบบธรรมชาติ

เราควรมารู้จักก่อนว่า ของเสียและพิษที่สะสมในลำไส้นั้นมีอะไรบ้าง จะได้เข้าใจถึงกระบวนการล้างได้ถูกวิธี
พิษสะสมในลำไส้หลัก ๆ มาจากสิ่งต่อไปนี ลิ่มของนมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัวที่เป็นเมือกเหนียวอันเกิดจากการรวมตัวระหว่างนมกับน้ำย่อย ส่วนนี้จะไปเป็นเมือกเกาะติดตามผนังลำไส้น้ำมันพืชชนิดไม่อิ่มตัวสายยาวและไขมันทรานส์ที่จะเกาะอยู่ตามผนังลำไส้หากลำไส้เล็กย่อยไม่ได้หมดหรือย่อยไม่ได้เลยอาหารที่ย่อยไม่หมดจากระบบย่อยไม่สมบูรณ์ (เพราะตับ ลำไส้เล็ก ตับอ่อน ผลิตภัณฑ์เอ็นไซม์ย่อยไม่ได้มากนัก หรือการเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด)อาหารที่น้ำย่อยย่อยไม่ได้ หลัก ๆ คือ อาหารแปรรูปและอาหารผ่านไมโครเวฟพยาธิและจุลชีพที่เป็นโทษที่ติดมากับอาหาร ผักสด เนื้อสด เป็นต้น กลุ่มนี้จะมาโตในลำไส้ของเราได้ด้วยและแพร่กระจายไปจุดอื่น ๆ ได้ด้วยสารสังเคราะห์ที่ผสมในอาหาร เช่น สารกันเสีย สีผสมอาหาร สารแต่งกลิ่น ผงชูรส ฟอร์มาลีน เป็นต้นยาปฏิชีวนะที่ฆ่าเชื้อแบคทีเรียในร่างกายทั้งตัวที่ดีและไม่ดี และยาบางชนิดก็ไประคายเคืองผนังกระเพาะและลำไส้อีกด้วย ทำให้ผนังลำไส้เสียหาย ดูดซึมสารอาหารและน้ำได้ไม่ดี
พิษเหล่านี้จะสร้างภาวะที่เป็นกรดและความร้…

ปิดฉาก "สิวเรื้อรัง" ด้วยการล้างพิษท่อน้ำดีและตับ

หนังสือเล่มนี้...บังเอิญครูโชคดี เห็นที่บ้านคุณแม่มานานพอสมควรแล้ว
คุณแม่บอกว่า หนังสือดีมาก แต่ไม่รู้เป็นอะไร ครูก็ยังไม่ยอมหยิบติดมือกลับมาอ่านเสียที
ทั้งที่หนังสือนี้เขียนโดยนายแพทย์ด้านธรรมชาติบำบัดที่มีชื่อเสียงมาก
นายแพทย์บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล...

จนเมื่อไม่นานมานี้ ไปเยี่ยมคุณแม่ และรู้สึกว่า เล่มนี้ดึงดูดผิดปกติ
จนต้องหยิบมาอ่าน...อ่านแล้ว..."ต้องขอยืมคุณแม่กลับ"

รู้สึกได้ทันทีว่าจะมีประโยชน์มาก ๆ ต่อตัวเองและแฟนเพจ ลูกศิษย์ ลูกค้า
ที่มีปัญหา "สิว" อย่างแน่นอน ทั้งที่ยังไปได้เพียง 1/4 ของเล่ม
แต่จากประสบการณ์เรื่องการบำบัดสิวแนวธรรมชาติกว่า 8 ปี

อ่านแว่บเดียวก็รู้สึกเลยว่า...

คุณหมอให้ข้อมูลที่แน่นมาก (แม้จะดูเล่มเล็กก็เถอะ แต่แน่นจริงๆ)ทุกอย่างเป็นเหตุเป็นผลกันดีมาก เข้าใจได้ทะลุปรุโปร่งสำหรับครู (เพราะตัวครูเองก็ลงมือปฏิบัติเลยรู้ว่าที่คุณหมอให้ข้อมูลในหนังสือ เป็นความจริงทั้งหมด) แต่...คุณหมอไม่ได้เขียนถึงเรื่อง "สิว" เลยแม้แต่น้อยนะคะ คุณหมออธิบายเรื่อง "นิ่ว" ในท่อน้ำดีตับ ท่อน้ำดี และถุงน้ำดี ว่ามันทำให้มีปัญหาอะไร มันก่อตัวมาอย่างไร?