Skip to main content

ข้อแนะนำในการทานวิตามิน (หลักการทั่วไป)

พึ่งกลับมาจากปั่นจักรยานค่า วันนี้ไปปั่นตอนเย็น เพราะช่วงเ้ช้าไม่ไ้ด้ไป

ตอนนี้หน้าหนาวเริ่มมาเย็นแล้ว อากาศเริ่มเย็นลง (อากาศดีมากกกก ขอบอก...ยิ่งทุ่งนานะคะ อื้อหือ...สุดยอดมาก ๆ ไปสูดมาซะเต็มปอดเมื่อกี๊เลยค่ะ)

แต่แดดจะไม่ค่อยมีเลย...อันนี้สิเซ็ง อิอิ

ช่วงนี้บีมมีโปรเจ็ค กำลังง่วน ๆ กับมันอยู่ แต่ก็จะพยายามมาอัพบล็อกอย่างสม่ำเสมอนะคะ

วันนี้จะมาอัพเดทเรื่องวิตามินค่ะ

ตั้งแต่กลางเดือนที่ผ่านมาที่พี่ของบีมได้เอา Evening Primrose Oil กระปุกใหญ่มาวางแหมะบนมือแล้วบอกว่าเอาไปกินเถอะ พี่ไม่กิน

ตอนนี้เกิดคำถามว่า "ทำไมไม่กินหว่า ของดีออก"

แต่ก็ไม่ถามกลับ เพราะของฟรี ใคร ๆ ก็ชอบค่ะ อิอิ

สองวันให้หลังค่อยกิน เพราะตอนแรกคิดว่า ไม่เอาอ่ะ ไม่อยากกินวิตามินรักษาสิว

แต่ลองหาข้อมูลประกอบกับอาการที่สิวขึ้นง่ายเหลือเกินแม้จะกินข้าวธรรมดาก็เถอะ

ก็เลยลองดู ว่ามันจะทำให้ดีขึ้นกว่านี้ได้อีกมั้ย

เพราะมันผอม...อยากให้น้ำหนักขึ้นอีก 5 กิโลกรัมค่ะ ก็ตัดสินใจกินดู

3 วันผิวเริ่มเนียน และสิวไม่ค่อยขึ้นละแม้ว่าจะทานข้าว

คราวนี้เลยตัดสินใจเอาวิตามินที่ซื้อมาตอนแรก ๆ เมื่อเิริ่มทำตามสูตรของกอร์ดี้มากินทั้งเซ็ต

ตอนนั้นซื้อวิตามินเอ อี ซี และสังกะสีมาค่ะ

แต่วิตามินอี เอาไปให้คุณแฟนที่มาเลย์เรียบร้อยแล้ว ให้เค้าเจาะเอาใส่หน้า (แต่คาดว่าคงโดนดองแน่นอน เพราะถ้าบีมไม่อยู่ เค้าไม่ค่อยใส่ใจอะไรหน้าตัวเองค่ะ)

คราวนี้ก็เกิดอาการอยากรู้ว่า กินยังไงให้ดีและปลอดภัย เลยซื้อหนังสือมาอ่าน เป็นของเภสัชกรวิโรจน์ สุ่มใหญ่ หนังสือชื่อ วิตามินและโภชนบำบัด: ศาสตร์มหัศจรรย์ชะลอความชรา

ลองไป google หาดูนะคะว่ามันเกี่ยวกับอะไร

แต่ที่เลือกซื้อมาเพราะมีรายละเอียดเกี่ยวกับวิตามินแต่ละตัวอย่างครบถ้วน และตัวเค้าเองก็เป็นเภสัชกรที่ขณะนี้ทำงานในสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข และมีประสบการณ์ตรงจากการใช้วิตามินบำบัดโรครุนแรงที่เค้าเป็นอยู่ (บีมชอบซื้อหนังสือคนมีประสบการณ์ตรงค่ะ ไม่ชอบวิชาการที่เีขียนจากคนที่ไม่เคยได้ัรับการรักษานั้น ๆ มา เพราะมุมมองเ้ค้าจะลึกกว่าค่ะ และเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น แต่ถ้าจากคนที่รักษาคนมาเยอะมาก ๆ ด้วยวิธีนั้น และปฏิบัติเองด้วย ก็อ่านเหมือนกันค่ะ คือเ้น้นอ่านหนังสือคนประสบการณ์โชกโชนค่ะ)

และหลังจากกิน ก็รู้สึกได้ผลดีทีเดียวค่ะ ประกอบกับเซ็ตดูแลหน้าที่ซื้อมาแล้ว รู้สึกดีขึ้นอย่างมากมาย

แต่ขอเวลาบีมทดสอบประสิทธิภาพก่อนนะคะ จนแน่ใจแล้วบีมจะมาเขียนรายงานกันอีกครั้ง

แต่ครั้งนี้ ขอเขียนเรื่องวิตามินก่อน เพราะมั่นใจในประสิทธิภาพ

แต่สิ่งที่ต้องบอกก่อนคือ ขอให้ระลึกถึง

Step ในการดูแลผิวเป็นสิวแบบยั่งยืน

ไว้เสมอนะคะ ว่าคุณจะต้องผ่านขั้นตอนแรกไปก่อน คือ การสร้างสุขภาพ

เพราะอะไรนั้น เดี๋ยวบีมจะอธิบายให้ฟังใน post ถัด ๆ ไปค่ะ ใจเย็นก่อน

หลักการทานวิตามินที่ถูกต้อง
จากที่ได้อ่านข้อมูลในหนังสือที่กล่าวถึงนั้น แม้จะยังอ่านไม่จบ แต่ก็จับจุดได้ดังนี้ค่ะ
  • สิ่งแรกที่ต้องเช็คคือ เรามีโรคประจำตัวอะไรบ้างมั้ย ถ้าไม่แน่ใจ ขอให้ไปเช็คค่ะ มีความผิดปกติอะไรรึเปล่า เพราะโรคบางโรคก็ทำให้ทานวิตามินบางตัวไม่ได้ มันจะทำให้อาการกำเริบขึ้นได้ เช่น ผู้ป่วยโรคลมชักที่รับประทานยาเฟ็นนิโทอิน (phenytoin) หากรับประทานกรดโฟลิกในปริมาณมาก ๆ อาจทำให้อาการกำเริบได้ เป็นต้น
  • ต่อมาที่ต้องรู้คือ จะทานเพื่ออะไร รักษา ป้องกัน หรือเสริมสร้างอะไร เพราะการทานเพื่อวัตถุประสงค์ี่แตกต่างกันสำหรับวิตามินตัวเดียวกันก็จะมีปริมาณแตกต่างกัน คุณวิโรจน์ให้ตัวอย่างว่า วิตามินซี ถ้าใช้เพื่อป้องกันโรคลักปิดลักเปิด ก็รับแค่ 35 มิลลิกรัมต่อวันก็เพียงพอ แต่ถ้าต้องการใช้บำรุงสุขภาพทั่วไป ทานวันละ 300 มิลลิกรัมต่อวัน แต่ถ้าจะเอาขั้นต่อต้านการชราภาพ ป้องกันความเสื่อม ก็ทานวันละ 500 - 3,000 มิลลิกรัม เป็นต้น
  • แต่ทั้งนี้ ต้องเช็คด้วยว่า ค่า "ปริมาณสูงสุดที่บริโภคได้โดยปลอดภัย" (Safe Upper Range) นั้นมีค่าเท่าไหร่ ซึ่งเภสัชกรและแพทย์น่าจะรู้ตรงนี้ค่ะ (ใช้คำว่าน่าจะนะคะ) เราต้องไม่กินเกินค่านี้ค่ะ อย่างไรก็ตาม ก็ควรดูที่วัตถุประสงค์ในการใ้ช้วิตามินเป็นหลัก
  • จุดนี้สำคัญค่ะ วิตามิน และแร่ธาตุต่าง ๆ นั้น ในธรรมชาตินั้นจะมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อถูกดูดซึมไปใช้ร่วมกัน โดยการทานวิตามินนั้น ควรต้องตรวจสอบดูว่า มันจะถูกดูดซึมได้ดีเืมื่อทานกับอาหารประเภทไหน กับวิตามินหรือแร่ธาตุอะไร เพราะในธรรมชาติแล้ว ไม่มีอะไรทำงานได้ดีอยู่เพียงอันเดียว มันจะต้องทำงานร่วมกัน ยกตัวอย่างเช่น ถ้าทานสังกะสี แต่ไม่ทานวิตามินเอ มันก็ไม่ออกฤทธิ์ หรือออกฤทธิ์ได้ไม่ดี ถ้าทานร่วมกันจึงจะถูกดูดซึมได้ดีทั้งคู่ และช่วยส่งเิสริมกันให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ใครเอามาขายให้เราตัวเดียวเดี่ยว ๆ อย่าไปซื้อเลยค่ะ เีสียดายเงินเปล่า ๆ กินไปก็ไม่เห็นผลมากมายนัก ถ้าคิดจะซื้อ ให้ดูเป็นว่า มีสารอาหารหลายตัว และเจ้าหลายตัวนั้นต้องส่งเสริมการทำงานของกันและกัน
  • ยกตัวอย่างเช่น ถ้ากินวิตามินซีปริมาณมาก ควรกินแมกนีเซียมด้วย เพื่อไม่ให้เกิดนิ่วในไตจากแคลเซียมที่มากเกินไป เป็นต้น
  • บางครั้ง สัดส่วนต้องรับกันด้วยค่ะ ยกตัวอย่างเช่น แคลเซียม และ แมกนีเซียม บีมจำได้ว่าอัตราส่วนระหว่างสองตัวนี้เป็น 2:1 ถ้าจำไม่ผิด เป็นแคลเซียม 2 ต่อแมกนีเซียม 1 ส่วนค่ะ แคลเซียมจึงจะถูกดูดซึมไปใช้ได้หมด ไม่เหลือตกค้างเป็นนิ่วในไต หรือถูกขับออกไปแบบไร้ประโยชน์ (เสียเงินเปล่าค่ะ) เป็นต้น
  • วิตามินแต่ละตัวจะมีศัตรูอยู่ คำว่าศัตรูคือ ทำลายประสิทธิภาพของวิตามินหรือเกลือแร่นั้น ๆ ไป เท่าที่บีมอ่านหนังสือเล่มนี้มา ศัตรูของวิตามินจะมี กรด ด่าง น้ำ แสงแดด แอลกอฮอล์ ยานอนหลับ ยาคุมกำเนิด (อันนี้รบกวนวิตามินม้ากมากค่ะ) ยาในกลุ่มซัลฟา และยาต่าง ๆ
นั่นเป็นหลักการกว้าง ๆ ในการเลือกซื้อวิตามินมาใ้ช้ค่ะ จะได้ไม่เสียเวลา เสียเงินโดยเปล่าประโยชน์เนาะ

ครั้งหน้า บีมจะมาเขียนเกี่ยวกับวิตามินที่บีมใช้อยู่ตอนนี้เพื่อเร่งกระบวนการรักษาเยียวยาตัวเองให้เร็วขึ้นซึ่งได้ผลน่าพอใจทีเดียวค่ะ

แต่เพื่อน ๆ อาจจะไม่จำเป็นต้องทำถึงขั้นนี้นะคะ ถ้าหากการสร้างสุขภาพนั้น ทำให้ผิวดีขึ้น สิวหาย และน้ำหนักลดได้ในระดับที่พอใจแล้ว ไม่จำเป็นต้องกินวิตามินแบบบีมค่ะ

Comments

Popular posts from this blog

บทสวดก่อนกินข้าว (ละอัตตาของการบริโภคนิยม)

บีมกลัวลืมค่ะ เลยรีบมาอัพแต่เช้า เอาไว้ให้ตัวเองอ่านด้วย และคงจะเป็นประโยชน์หากเพื่อน ๆ จะนำไปใช้ด้วย เพื่อละกิเลส ณ เวลาที่กินอะไร...
ไปเจอ 2 บทพิจารณาที่บอร์ดพลังจิต...มีดังนี้
บทที่ 1
ข้าวทุกจาน อาหารทุกอย่าง อย่ากินทิ้งขว้าง เป็นของมีค่า หลายคนเหนื่อยยาก ลำบากหนักหนา สงสารบรรดา คนยากคนจน ในโลกนี้ ยังมีคนที่จนยาก แสนลำบาก อัตคัตและขัดสน อย่ากินทิ้งขว้างตามใจตน สงสารคนอื่นที่ไม่มีกิน ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณแม่ครัว ที่ท่านกรุณา เมตตาทำอาหารมาให้ เราชาว...(ระบุ)...ซาบซึ้งน้ำใจ ตั้งแต่นี้ต่อไป จะทำความดีตอบแทน...
ตรง เราชาว...บีมก็ไม่มีไอเดียว่าให้ใส่อะไร หรือต้องใส่ "ชาวโลก"? ไม่รู้นะคะ อาจจะใส่ชื่อเราก็ได้


บทที่ 2 ปะฏิสังขา โยนิโส ปิณฑะปาตัง ปะฏิเสวามิ เนวะทวายะ นะ มะทายะ นะ มัณฑะนายะ นะ วิภูสะนายะ ยะวะเทวะ อิมัสสะกายัสสะ ฐิติยายาปะนายะ วิหิงสุปะระติยา พรัหมะจริยานุคคะหายะ ดิติ ปุราณัญจะ เวทะนัง ปะฏิหังขามินะวัญจะ เวทะนัง นะ อุปปาเทสสามิ ยาตรา จะ เม ภะวิสสะติ อะนะวัชชะตา จะผาสุวิหาโรจาติ
คำแปล
ปะฏิสังขา โยนิโส ปิณฑะปาตัง ปะฏิเสวามิ เราย่อมพิจารณาโดยแยบคายแล้วฉันบิณฑบาต เนวะ ทวายะ ไม่ให้เ…

วิธีล้างลำไส้แบบธรรมชาติ

เราควรมารู้จักก่อนว่า ของเสียและพิษที่สะสมในลำไส้นั้นมีอะไรบ้าง จะได้เข้าใจถึงกระบวนการล้างได้ถูกวิธี
พิษสะสมในลำไส้หลัก ๆ มาจากสิ่งต่อไปนี ลิ่มของนมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัวที่เป็นเมือกเหนียวอันเกิดจากการรวมตัวระหว่างนมกับน้ำย่อย ส่วนนี้จะไปเป็นเมือกเกาะติดตามผนังลำไส้น้ำมันพืชชนิดไม่อิ่มตัวสายยาวและไขมันทรานส์ที่จะเกาะอยู่ตามผนังลำไส้หากลำไส้เล็กย่อยไม่ได้หมดหรือย่อยไม่ได้เลยอาหารที่ย่อยไม่หมดจากระบบย่อยไม่สมบูรณ์ (เพราะตับ ลำไส้เล็ก ตับอ่อน ผลิตภัณฑ์เอ็นไซม์ย่อยไม่ได้มากนัก หรือการเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด)อาหารที่น้ำย่อยย่อยไม่ได้ หลัก ๆ คือ อาหารแปรรูปและอาหารผ่านไมโครเวฟพยาธิและจุลชีพที่เป็นโทษที่ติดมากับอาหาร ผักสด เนื้อสด เป็นต้น กลุ่มนี้จะมาโตในลำไส้ของเราได้ด้วยและแพร่กระจายไปจุดอื่น ๆ ได้ด้วยสารสังเคราะห์ที่ผสมในอาหาร เช่น สารกันเสีย สีผสมอาหาร สารแต่งกลิ่น ผงชูรส ฟอร์มาลีน เป็นต้นยาปฏิชีวนะที่ฆ่าเชื้อแบคทีเรียในร่างกายทั้งตัวที่ดีและไม่ดี และยาบางชนิดก็ไประคายเคืองผนังกระเพาะและลำไส้อีกด้วย ทำให้ผนังลำไส้เสียหาย ดูดซึมสารอาหารและน้ำได้ไม่ดี
พิษเหล่านี้จะสร้างภาวะที่เป็นกรดและความร้…

ปิดฉาก "สิวเรื้อรัง" ด้วยการล้างพิษท่อน้ำดีและตับ

หนังสือเล่มนี้...บังเอิญครูโชคดี เห็นที่บ้านคุณแม่มานานพอสมควรแล้ว
คุณแม่บอกว่า หนังสือดีมาก แต่ไม่รู้เป็นอะไร ครูก็ยังไม่ยอมหยิบติดมือกลับมาอ่านเสียที
ทั้งที่หนังสือนี้เขียนโดยนายแพทย์ด้านธรรมชาติบำบัดที่มีชื่อเสียงมาก
นายแพทย์บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล...

จนเมื่อไม่นานมานี้ ไปเยี่ยมคุณแม่ และรู้สึกว่า เล่มนี้ดึงดูดผิดปกติ
จนต้องหยิบมาอ่าน...อ่านแล้ว..."ต้องขอยืมคุณแม่กลับ"

รู้สึกได้ทันทีว่าจะมีประโยชน์มาก ๆ ต่อตัวเองและแฟนเพจ ลูกศิษย์ ลูกค้า
ที่มีปัญหา "สิว" อย่างแน่นอน ทั้งที่ยังไปได้เพียง 1/4 ของเล่ม
แต่จากประสบการณ์เรื่องการบำบัดสิวแนวธรรมชาติกว่า 8 ปี

อ่านแว่บเดียวก็รู้สึกเลยว่า...

คุณหมอให้ข้อมูลที่แน่นมาก (แม้จะดูเล่มเล็กก็เถอะ แต่แน่นจริงๆ)ทุกอย่างเป็นเหตุเป็นผลกันดีมาก เข้าใจได้ทะลุปรุโปร่งสำหรับครู (เพราะตัวครูเองก็ลงมือปฏิบัติเลยรู้ว่าที่คุณหมอให้ข้อมูลในหนังสือ เป็นความจริงทั้งหมด) แต่...คุณหมอไม่ได้เขียนถึงเรื่อง "สิว" เลยแม้แต่น้อยนะคะ คุณหมออธิบายเรื่อง "นิ่ว" ในท่อน้ำดีตับ ท่อน้ำดี และถุงน้ำดี ว่ามันทำให้มีปัญหาอะไร มันก่อตัวมาอย่างไร?