กลับมาแล้วค่ะ

คืนนี้บีมนอนดึก เพราะเป็นคืนแรกที่ได้เล่นเน็ตอย่างเต็มรูปแบบหลังจากเสร็จสิ้นงานศพของคุณยาย

ลางสังหรณ์ของบีมแม่นดีมั้ยคะ?

ที่บีมบอกเพื่อน ๆ ว่าบีมจะขอลาพักเขียนบล็อก 1 สัปดาห์

ในใจก็ไม่ได้คิดว่าจะต้องมาลาพักเีขียนบล็อกเพื่อจัดงานศพคุณยายเลยค่ะ แต่จะไปทำงานอื่น

แต่พอเช้าวันต่อมา คุณยายก็จากไปอย่างสงบโดยที่บีมไม่ทันร่ำลา...

คืนนั้น...

มีญาติมานอนด้วย และท่านได้สวดมนต์ให้คุณยายช่วงหัวค่ำ และยืนกรานที่จะนอนในห้องกับคุณยาย

ซึ่งปกติบีมจะนอนในห้องนั้น...

บีมก็เลยต้องย้ายมานอนนอกห้อง...

จริง ๆ แล้ว วันก่อนที่คุณยายจะเสีย ก็ดูท่านอิดโรยอยู่ และก็พูดกับคุณป้าที่มาช่วยดูแลว่า "จะกลับบ้าน"

วันนั้นคุณยายพูดไม่ค่อยชัด ปกติบีมจะฟังออกตลอด

แต่วันนั้น ต้องฟังมากกว่า 5 รอบ...

ก็เลยไม่แน่ใจว่า ท่านจะพูดแบบนั้นออกมาจริง ๆ

คุณป้าเลยบอกท่านว่า "ก็นี่ล่ะบ้านยาย ยายจะไปบ้านไหน" ท่านก็เงียบ...

ส่วนตอนหัวค่ำ บีมเองเข้าไปพลิก ไปทำนู่นนี่ให้ท่านเ็็ป็นปกติ

สิ่งที่ไม่ปกติคือ วันนี้คุณป้าแต่งตัวให้คุณยายด้วยชุดสวย ซึ่งปกติ จะแต่งตัวด้วยผ้าซิ่นธรรมดากับเสื้อธรรมดาให้ค่ะ

บีมเริ่มเอะใจ...

และเริ่มรู้ึึสึกแปลกอีกครั้งเมื่อตอนที่ญาติบีมมาสวดมนต์ให้ท่าน แต่ท่านก็นั่งหลับ ไม่ตื่นเลย...ไม่ว่าจะเรียกยังไง

ญาติบีมเปิดเทปธรรมะให้่ท่านฟังจนประมาณตี 1 เทปจึงหมด...

คุณยายก็เป็นเหมือนปกติ เที่ยงคืน ท่านบอกว่า "จะลุก ๆ ๆ" ท่านจะเพ้อแบบนั้นจนกว่าบีมจะเข้าไป

ญาติบีมพึ่งมานอนคืนแรก ท่านอาจไม่ได้ยินค่ะ

แต่บีมดูแลมาหลายเดือนอยู่ ก็ได้ยินเสียง...

ก็เข้าไปพลิกท่าน ท่านก็หลับไป...

ตี 2 ท่านก็เรียกอีก

แต่บีมเปิดไฟไม่ได้ เพราะญาตินอนอยู่ด้วยกับคุณยาย

เลยต้องเปลี่ยนผ้าอ้อมทั้ง ๆ ที่มีแสงจากข้างนอกห้องนั่นแหละ

คุณยายก็หลับไปอีก....

ตอนเช้า ประมาณ 6 โมง คุณแม่เดินมาหาบีมที่ที่บีมนอนอยู่ แล้วถามว่า เปลี่ยนผ้าอ้อมกี่โมง

บีมก็ตอบไป...แล้วนอนต่อ

รอบที่สอง คุณแม่เดินมาภายในเวลาไม่ึถึง 5 นาทีจากรอบแรกที่ถามว่า

"บีม ๆ ไปดูซิ ยายเหมือนไม่หายใจแ้ล้ว"...

เท่านั้นแหละ...บีมก็ลุกไปทันที...

ท่านหมดลมแ้ล้วจริง ๆ ด้วย...

บีมก็อยู่กับท่านแบบนั้น จนกว่าคนจะเริ่มมา่ช่วยกันนำท่านไปอาบน้ำ

บีมเอง...ก็อาสาแต่งหน้าให้ท่าน...

คุณยายชอบสวยงามค่ะ บีมก็แต่งให้สวย ๆ ทุกคนก็บอกว่า ดีมาก ๆ

นั่นก็เป็นสิ่งสุดท้ายที่บีมทำให้เค้าตอนหมดลมนะคะ...

มันทำให้บีมเห็นสัจธรรมที่ชัดมากขึ้น...

คนเราอยู่ไ้ด้เพราะยังหายใจ

หากไม่มีลมแล้ว...ร่างกายนั้นก็เป็นเพียงสังขารที่รอเวลาเน่าเปื่อยไปเท่านั้นเอง...

ชีวิต ก็คือ ลมหายใจ แค่นั้นเองค่ะ...

และยังมีอีกหลายอย่างที่ทำให้บีมเกิด "ปัญญาญาณ" ....ทำให้เข้าใจสัจธรรมชีวิตเพิ่มอีกหลายข้อ

แต่ครั้งนี้ การจากไปของคุณยาย บีมไม่ได้ร้องไห้หรือฟูมฟายเหมือนครั้งคุณตา

เพราะครั้งนี้ บีมได้ดูแลเค้าอย่างเต็มที่

บีมรู้ึสึกว่า ชีิวิตนี้คุ้มแล้วที่ได้ทำให้เค้ายิ้มได้ ได้หอมแก้ม ได้ทำให้ร่างกายผอม ๆ และอิดโรยมีความสุขได้

เพียงแต่เสียใจว่า ...เค้าน่าจะรอเรานิดนึง

เพราะเพียงแค่เสี้ยววินาที....ท่านก็จากไปอย่างที่ไม่ได้บอกใครเลย...

ทั้งที่ทุกคนก็พึ่งตื่น และพึ่งเดินออกจากห้องคุณยายไปห้องน้ำ...

เร็วมากจริง ๆ ค่ะ...

มีหลายอย่างที่เกิดขึ้น และได้เรียนรู้จากการจากไปของคุณยายครั้งนี้...

และตอนนี้ บีมก็ต้องทำการตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีิวิตอีกแล้ว...

ใจบีม ไม่อยากจะไปไหน อยากอยู่ดูแลแม่ที่นี่ เหมือนกับที่บีมดูแลยาย...

แต่แม่ยังแข็งแรงนะคะ ...เพียงแต่ว่า บีมยังรู้สึกว่าไม่ได้ดูแลเค้าเต็มที่ เพราะเวลาส่วนใหญ่ที่่่ผ่านมาก็ดูแลคุณยายไปเกือบหมด

เหตุผลของการอยู่ที่นี่ืคือ รอยยิ้มของทุกคนในบ้าน ก็แค่นั้นเองค่ะ

เวลาที่เห็นคุณแม่ปั่นจักรยานกลับมาอย่างมีความสุข

เป็นรอยยิ้มที่บีมไม่ได้เห็นมานานแล้ว

และไม่นานมานี้ คุณแม่ก็ตัดสินใจซื้อจักรยานใหม่เพื่อออกกำลังโดยเฉพาะ ซึ่งคุณแม่ก็ไม่เคยคิดจะออกมานานแล้ว

บีมไม่อยากไปจากที่นี่เลย...

แต่ตอนนี้...บีมเองก็ต้องมีหนทางของตัวเองรออยู่...

ก็ต้องบอกนะคะว่า มันเป็นการตัดสินใจที่ใหญ่อยู่เหมือนกัน...

ถ้าจะหางานทำอีกครั้ง ก็ไม่คิดจะไปกรุงเทพฯค่ะ

อยากทำที่ภูเก็ต...อาจจะเป็นเพราะบีมชอบทะเลมั้งคะ...

และก็คิดว่าจะสมัครทางด้าน Holistic Health ดู ๆ เอาไว้แล้ว ก็น่าสนใจค่ะ แต่ก็อยากจะดูหลายบริษัทมากกว่านี้

ซึ่งตอนนี้ก็คิดจะเรียนเพิ่มเติมด้านแพทย์แผนไทย หรืออะไรที่เีกี่ยวข้อง

ก็กำัลังอยู่ในช่วงหาข้อมูลอยู่...

ซึ่งหนังสือของ Seppo บีมก็กำลังทำอยู่ค่ะ แต่อาจจะต้องใช้เวลานิดหน่อย เพราะ บีมต้องทำงานเองทั้งหมด ไม่มีทีม ก็มีความคิดว่าจะจ้างคนแปล เพราะ บีมเองก็อยากให้หนังสือออกมาเร็ว ๆ จะได้เป็นประโยชน์กับเพื่อน ๆ ที่หาวิธีดูแลตัวเองแบบองค์รวมในการรักษาสิว เพราะเนื้อหาเค้าก็ดีมากนะคะ เพราะรวมเอาทุกเรื่องตั้งแต่อาหารการกินรวมไปถึงเรื่องของการจัดการกับจิตใต้สำนึกและความเครียดด้วย และคนเขียนเองก็หายจริง ๆ จากวิธีที่เค้านำเสนอในหนังสือ

แต่ก็ติดเรื่องงบประมาณอีกค่ะ

บีมก็ขอแจ้งมาให้ทราบกัน ณ ที่นี้นะคะ

ซึ่งบีมคิดว่า การจะจัดการให้มันดีขึ้น บีมก็ควรจะต้องรู้ว่าจะต้องพิมพ์ออกมากี่เล่ม

ก็คิดว่า อาจจะ้ต้องเปิดรับจอง

เพราะถ้าหากมีน้อยเล่มและไม่คุ้มค่าพิมพ์

บีมอาจจะทำออกมาในรูปของ E-book ค่ะ ดาวน์โหลดกัน

ซึ่งตรงนี้บีมก็ต้องการ feedback จากเพื่อน ๆ เหมือนกันว่าต้องการหนังสือเล่มนี้มากน้อยแค่ไหน

บีมจะได้พุ่งการทำงานลงไปตรงจุด ว่าควรจะต้องโฟกัสตรงไหนต่อไปดี

ยังไง post นี้บีมก็ขออนุญาต เอาเพลงที่บีมอยากจะมอบให้คุณยายมาลงด้วยนะคะ..."ช่วงที่ดีที่สุด"

เพื่อเป็นการระลึกถึงคุณยายของบีมเองค่ะ...

ฝันดีค่ะ


Comments

Jennifer said…
Rest in peace na ka. And may the force be with you, Shiny Beam.

Khunbubbles
Shiny Beam said…
Thx kha' P'Jenny...

Thx very much for kind post...