Skip to main content

กรณีตัวอย่าง บัวหิมะ + น้ำมัน flaxseed พลังรักษาสิวร่วมกัน

วันนี้ รู้สึกว่า อยากจะอ่านเกี่ยวกับ Omega 3 ค่ะ ก็เลย google ดู

แต่ก่อนหน้านั้น บีมได้ ค้นหาเกี่ยวกับว่า kefir หรือบัวหิมะ จะช่วยเรื่องรอยด้วยมั้ย

ได้ผลการค้นหาออกมาอันนึง ซึ่งบีมคิดว่า เป็นการต่อยอดความรู้ไปอีกค่ะ แต่มันไม่ได้ตอบคำถามบีมว่าบัวหิมะรักษารอยมั้ย แต่เป็นผลการค้นหาที่คิดว่าคุ้มค่าค่ะ

ที่ว่าคุ้มค่าคือ นอกจากจะได้คำยืันยันเพิ่มเติมว่า บัวหิมะใช้รักษาสิวได้แล้ว ก็ยังได้้้ข้อมูลอีกว่า การทาและดื่มบัวหิมะร่วมกับการทานอาหารที่มีโอเมก้า 3 สูง เช่น Flaxseed (เมล็ดปอ) ซึ่งทั่วโลกยอมรับว่า เมล็ดนี้โอเมก้า 3 สูงสุดค่ะ (ถ้าไม่สุดก็อยู่ต้น ๆค่ะ) น่าจะทำให้ได้ผลเร็วมากยิ่งขึ้น

ที่เจ๋งกว่านั้น คือ ผู้หญิงคนนี้ (แม่และลูกอีก 2 คนเป็นสิวหมด และหายเหมือนกันหมดภายใน 3 สัปดาห์ค่ะ โดยกินและทาบัวหิมะร่วมกับกินน้ำมัน flaxseed) ได้อ้างอิงถึง Dr. Johanna Budwig ซึ่งเป็นผู้ที่ทำการวิจัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างไขมันและมะเร็ง และที่รู้สึกทึ่งคือ ดร.คนนี้ได้ใช้วิธีการเหมือนกับที่เราใช้รักษาสิวกันนี้ คือ หลัก น.ส. 4 อ. ร่วมกับการกิน flaxseed oil พร้อมกับโปรตีนหรือโยเกิร์ต (อาหารโปรตีนสูง) แล้วทำให้คนไข้มะเร็งระยะสุดท้ายที่หมอบอกว่าจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกินกี่ชั่วโมง

เธอก็เอาคนนั้นล่ะคะ่มารักษาด้วยวิธีของเธอ

ปรากฎว่าคนไข้ดีขึ้นภายใน 3 วันและไม่ตาย

(ถ้าบีมสรุปข้อมูลมาผิดก็แย้งได้นะคะ แต่ที่ไม่ผิดแน่ ๆ ก็คือ หลักการรักษาค่ะ)

ผลงานวิจัยของเธอนั้นบอกว่า เธอได้ตรวจตัวอย่างเลือดของคนหลายพันคน และได้ข้อสรุปมาว่า

"คนที่มีสุขภาพดีจะมีโอเมก้า 3 มากกว่าคนที่ป่วย"

แล้วเกี่ยวยังไงกับเรา?

บีมยังไม่ขอลงรายละเอียดที่นี่นะคะ แต่จะขอยกเคสที่เค้าเอามาโพสต์ในกระทู้เรื่องสิว ที่ว่ากินบัวหิมะ ร่วมกับ Flaxseed oil แล้วทำให้สิวหาย

ซึ่งหากอ่านจบแล้ว บีมอยากให้เพื่อน ๆ ตั้งสติก่อนนะคะ ไปอ่านสรรพคุณของ flaxseed พร้อมทั้งประเภท และค้นหาข้อมูลทั้งหมดที่น่าจะเกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจควักเงินซื้อ

จำไว้นะคะว่า เราต้องศึกษาก่อนออกสนาม

เพราะ flaxseed เค้าทำขายหลายรูปแบบ ทั้งแบบกลั่นออกมาเป็นน้ำมัน (เหมือนกับน้ำมันมะกอกแบบนั้นล่ะค่ะ) แบบเม็ดอาหารเสริม แบบเมล็ด (ดั้งเดิมของมัน) และเราต้องดูอีกว่า มันสามารถสลายไปในกระบวนการผลิตได้มั้ย?

บีมมีบทแปลอำนวยความสะดวกให้เพื่อน ๆ นะคะ

Caucasian Kefir, a natural, God given, pro-biotic drink (which you ferment yourself with the Kefir culture grain in milk, so it's dirt cheap!!) to fix skin problems and many many more ailments from the inside out.

บัวหิมะคอเคเซียน เครื่องดื่มจุลินทรีย์ธรรมชาติที่สวรรค์ประทานมา (ที่หมักได้เองด้วยเชื้อบัวหิมะในนม ถูกมาก) เพื่อรักษาโรคผิวหนังและโรคอื่น ๆ จากภายใน

It will treat acne much faster than Roaccutane, and has no known side effects, you can't beat nature!!! Search the internet for "Caucasian Kefir." Some people give it away free if you can't find it free search at ebay or other online sites that sell it.

มันรักษาสิวได้เร็วกว่าโรแอคคิวเทนเสียอีก และไม่มีผลข้างเคียงด้วย คุณสู้ธรรมชาติไม่ได้หรอก!! ค้นหาในอินเตอร์เน็ตด้วยคำว่า "บัวหิมะคอเคเซียน" คุณจะพบว่าบางคนก็แจกจ่ายมาฟรี ๆ หรือถ้าหาไม่ได้ ก็ไปที่อีเบย์หรือเว็บไซท์อื่น ๆ ที่เค้าขายกันก็ได้

Here is a testimonial Posted: Sat Dec 01, 2007 5:03 am Post subject: Acne gone in three weeks, wow!!

นี่เป็นคำยืนยันจากการใช้ โพสต์เมื่อเสาร์ที่ 1 ธันวาคม 2007 เวลาตี 5:03 หัวข้อ สิวหายใน 3 สัปดาห์ ว้าว!!

I'm 49 years old and developed acne in my early 40's. My son had acne as a teenager and went on roaccutane (horrific drug).

ฉันอาุยุ 49 ปีและเริ่มมีสิวเมื่อฉันเริ่มเข้าสู่วัย 40 ลูกชายของฉันก็มีสิววัยรุ่นและกินโรแอคฯ (ยายอดแย่)

It cured his acne, but I certainly wouldn't recommend it.

มันก็ช่วยเรื่องสิวของเค้านะ แต่ฉันไม่แนะนำแบบนั้นแน่ ๆ

My daughter had serious cystic acne and wanted to go on roaccutane as well recently, which I was very much against, but she is 20 years old and has suffered for years.

ลูกสาวของฉันมีปัญหาสิวหนองอย่างรุนแรงและกินโรแอคฯเมื่อเร็ว ๆ นี้ ซึ่งฉันต่อต้านมาก ๆ แต่ตอนนี้เธออายุ 20 ปีแล้วและก็ทรมานกับมันมานาน

It has scarred her back, chest, her upper arms, and of course her face. I couldn't understand why we had this problem, because we have the perfect diet (I thought).

มันทำให้หลัง แขนส่วนบน และหน้าเป็นรอยแผลเป็น ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมพวกเราถึงมีสิว เพราะเรากินอาหารที่ดีต่อสุขภาพมาก ๆ (ฉันคิดว่างั้นนะ)

I was diagnosed with stage four breast cancer five years ago and we did a drastic change of diet, as in extreme healthy.

ฉันถูกวินิจฉัยเมื่อห้าปีก่อนว่าเป็นมะเร็งเต้านมระยะที่ 4 และหลังจากนั้น พวกเราก็เปลี่ยนรูปแบบการกินโดยสิ้นเชิงมาเป็นแนวสุขภาพมาก ๆ

Also, there is no history of skin disorders on either side of the family. The skin problems, however, persisted.

และในประวัติครอบครัวของเราก็ไม่มีใครเป็นสิวด้วย แต่ถึงอย่างนั้น ฉันและลูก ๆ ก็ยังคงมีสิวอยู่

Four months ago I started making kefir with kefir grains that I bought on the internet... if you google you will find several suppliers. Also some people will send them for free.

สี่เดือนที่แล้ว ฉันเริ่มกินบัวหิมะที่ซื้อมาจากอินเตอร์เน็ต...ถ้าหากคุณกูเกิ้ลดู คุณจะเจอซัพพลายเออร์หลายเจ้ามาก ๆ และบางคนก็ไม่คิดเงิน

I happened to start taking Udo's oil and fish oil at the same time. It was a coincidence. My skin was clear within three weeks.

และฉันก็เริ่มกินน้ำมันอูโด (บีมคิดว่าเป็นน้ำมันที่ถือว่าเกรดดีต่อสุขภาพมาก ๆ สำหรับฝรั่งนะคะ เห็น Seppo ก็พูดถึง) และก็กินน้ำมันปลาในเวลาเดียวกัน มันบังเิอิญมากค่ะ สิวของฉันหายใน 3 สัปดาห์

My daughter had just finished a course of antibiotics for her skin (very much against my wishes as I think that in most cases antibiotics are a waste of time and dangerous to boot), and was clamouring for the roaccutane.

ลูกสาวของฉันพึ่งจะกินยาปฏิชีวนะครบโดส (ฉันไ่ม่อยากให้กินเลย เพราะฉันคิดว่ายานี่ทำให้เสียเวลาและก็อันตรายด้วย) และเรียกร้องจะกินโรแอคฯ

I had to persuade her to use the kefir and flx oil/fish oil combination. She's used to me trying out all sorts of combinations over the years.

ฉันต้องหว่านล้อมเธอให้ใช้บัวหิมะและกินน้ำมันปอ (flax oil) หรือน้ำมันปลาด้วยกัน แต่เธอก็ยังลองอย่างอื่นอีกหลายปี

Finally she gave in and within three weeks (NOT kidding here, it happened so fast, just like for me) she was clear. We drink the kefir and take the oils at the same time.

สุดท้ายเธอก็ยอมและภายใน 3 สัปดาห์ (ไม่ได้ล้อเ่ล่นนะ มันเกิดขึ้นเร็วมาก เหมือนของฉันเลย) หน้าก็หายจากสิว เราดื่มบัวหิมะและน้ำมันที่ว่านันไปพร้อม ๆ กัน

I looked up 'Kefir Flax oil' in google and came up with Dr. Johanna Budwig, who was a German scientist who claimed to cure cancer with a flaxseed/quark (kefir, cottage cheese...) combination.

ฉันกูเกิ้ลดู น้ำมันปอบัวหิมะ และก็มาเจอ ดร.โจฮันน่า บัดวิก (บีมสะกดถูกมั้ยเนี่ย) นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมันผู้ซึ่งประกาศว่าสามารถรักษามะเร็งได้ด้วยการกินเมล็ดปอ (flaxseed) และโปรตีน (บัวหิมะ และชีส...)

It sounds far-fetched but actually she was nominated for a noble prize six times. Alot of info on good fats/oils was discovered by her.

ดูเหมือนเกินจริง แต่ว่าเธอได้รับการเสนอชื่อให้เข้ารับรางวัลโนเบลถึง 6 ครั้ง มีข้อมูลมากมายเกี่ยวกับไขมัน/น้ำมันที่เธอได้ค้นพบ

On top of clearing our skin beautifully (no lumps, bumps, irritations of any kind... we have great energy.

ยิ่งไปกว่าการมีผิวสวย (ไม่มีตุ่ม ปุ่ม การระคายเคืองใด ๆ ) เรามีพลังงานเหลือเฟือ

This has worked for us and I wanted to share it.

นี่เป็นสูตรที่เราใช้แล้วหายและฉันต้องการแบ่งปันให้กับคุณ

Caucasian Kefir cultured milk instructions:

วิธีทำนมหมักบัวหิมะ:

From Barry Hilton who has been using Kefir for many years. Acne and Excema Treatment:

จาก แบรี่ ฮิลตันผู้ซึ่งใช้บัวหิมะมาเป็นเวลาหลายปีในการรักษาสิวและโรคเรื้อนกวาง

Drink half a litre daily; moreover, rub some (36/48 hrs fermented Kefir Cultured Milk) into the affected areas.

ดื่มนมหมักครึ่งลิตรต่อวัน และถูนมหมักบางส่วน (หมัก 36 หรือ 48 ชั่วโมง) บริเวณที่เป็นสิวหรือโรคผิวหนัง

LEAVE CRUST (which forms) dry and do not remove at night. Clean off the following morning.

ปล่อยให้มันเคลือบผิวอย่างนั้นล่ะ ไม่ต้องล้างออกในตอนกลางคืน ค่อยมาล้างตอนเช้าของอีกวัน

Even some cases of severe excema heals after 4 days and you will be amazed how quickly it will treat Acne. (18/24 hrs fermented Kefir Culture Milk).

โรคเรื้อนกวาง (ที่ว่ารักษายาก - ที่บีมรู้เพราะแฟนบีมเป็นค่ะ หมอที่ไหนก็บอกว่าไม่หาย) ดีขึ้นภายใน 4 วัน และคุณจะแปลกใจที่มันรักษาสิวได้เร็วมาก ๆ (โดยใช้นมหมัก 18 หรือ 24 ชั่วโมง)

จาก http://th.answers.yahoo.com/question/index?qid=20080226203148AAcv4yI

จำไว้นะคะ ข้อมูลใด ๆ ก็ตาม
ขอให้ใช้วิจารณญาณก่อน ศึกษาเพิ่มเติมก่อน ทดลองก่อน (ถ้าทำได้และไม่มีผลร้ายแรงต่อร่างกาย) แล้วจึงเชื่อค่ะ เืืมื่อตัวเองได้เห็นว่าเป็นเช่นนั้นจริง

จะได้ไม่โดนหลอกด้วยถ้อยคำโฆษณานะคะ :-)

Comments

Popular posts from this blog

บทสวดก่อนกินข้าว (ละอัตตาของการบริโภคนิยม)

บีมกลัวลืมค่ะ เลยรีบมาอัพแต่เช้า เอาไว้ให้ตัวเองอ่านด้วย และคงจะเป็นประโยชน์หากเพื่อน ๆ จะนำไปใช้ด้วย เพื่อละกิเลส ณ เวลาที่กินอะไร...
ไปเจอ 2 บทพิจารณาที่บอร์ดพลังจิต...มีดังนี้
บทที่ 1
ข้าวทุกจาน อาหารทุกอย่าง อย่ากินทิ้งขว้าง เป็นของมีค่า หลายคนเหนื่อยยาก ลำบากหนักหนา สงสารบรรดา คนยากคนจน ในโลกนี้ ยังมีคนที่จนยาก แสนลำบาก อัตคัตและขัดสน อย่ากินทิ้งขว้างตามใจตน สงสารคนอื่นที่ไม่มีกิน ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณแม่ครัว ที่ท่านกรุณา เมตตาทำอาหารมาให้ เราชาว...(ระบุ)...ซาบซึ้งน้ำใจ ตั้งแต่นี้ต่อไป จะทำความดีตอบแทน...
ตรง เราชาว...บีมก็ไม่มีไอเดียว่าให้ใส่อะไร หรือต้องใส่ "ชาวโลก"? ไม่รู้นะคะ อาจจะใส่ชื่อเราก็ได้


บทที่ 2 ปะฏิสังขา โยนิโส ปิณฑะปาตัง ปะฏิเสวามิ เนวะทวายะ นะ มะทายะ นะ มัณฑะนายะ นะ วิภูสะนายะ ยะวะเทวะ อิมัสสะกายัสสะ ฐิติยายาปะนายะ วิหิงสุปะระติยา พรัหมะจริยานุคคะหายะ ดิติ ปุราณัญจะ เวทะนัง ปะฏิหังขามินะวัญจะ เวทะนัง นะ อุปปาเทสสามิ ยาตรา จะ เม ภะวิสสะติ อะนะวัชชะตา จะผาสุวิหาโรจาติ
คำแปล
ปะฏิสังขา โยนิโส ปิณฑะปาตัง ปะฏิเสวามิ เราย่อมพิจารณาโดยแยบคายแล้วฉันบิณฑบาต เนวะ ทวายะ ไม่ให้เ…

วิธีล้างลำไส้แบบธรรมชาติ

เราควรมารู้จักก่อนว่า ของเสียและพิษที่สะสมในลำไส้นั้นมีอะไรบ้าง จะได้เข้าใจถึงกระบวนการล้างได้ถูกวิธี
พิษสะสมในลำไส้หลัก ๆ มาจากสิ่งต่อไปนี ลิ่มของนมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัวที่เป็นเมือกเหนียวอันเกิดจากการรวมตัวระหว่างนมกับน้ำย่อย ส่วนนี้จะไปเป็นเมือกเกาะติดตามผนังลำไส้น้ำมันพืชชนิดไม่อิ่มตัวสายยาวและไขมันทรานส์ที่จะเกาะอยู่ตามผนังลำไส้หากลำไส้เล็กย่อยไม่ได้หมดหรือย่อยไม่ได้เลยอาหารที่ย่อยไม่หมดจากระบบย่อยไม่สมบูรณ์ (เพราะตับ ลำไส้เล็ก ตับอ่อน ผลิตภัณฑ์เอ็นไซม์ย่อยไม่ได้มากนัก หรือการเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด)อาหารที่น้ำย่อยย่อยไม่ได้ หลัก ๆ คือ อาหารแปรรูปและอาหารผ่านไมโครเวฟพยาธิและจุลชีพที่เป็นโทษที่ติดมากับอาหาร ผักสด เนื้อสด เป็นต้น กลุ่มนี้จะมาโตในลำไส้ของเราได้ด้วยและแพร่กระจายไปจุดอื่น ๆ ได้ด้วยสารสังเคราะห์ที่ผสมในอาหาร เช่น สารกันเสีย สีผสมอาหาร สารแต่งกลิ่น ผงชูรส ฟอร์มาลีน เป็นต้นยาปฏิชีวนะที่ฆ่าเชื้อแบคทีเรียในร่างกายทั้งตัวที่ดีและไม่ดี และยาบางชนิดก็ไประคายเคืองผนังกระเพาะและลำไส้อีกด้วย ทำให้ผนังลำไส้เสียหาย ดูดซึมสารอาหารและน้ำได้ไม่ดี
พิษเหล่านี้จะสร้างภาวะที่เป็นกรดและความร้…

ปิดฉาก "สิวเรื้อรัง" ด้วยการล้างพิษท่อน้ำดีและตับ

หนังสือเล่มนี้...บังเอิญครูโชคดี เห็นที่บ้านคุณแม่มานานพอสมควรแล้ว
คุณแม่บอกว่า หนังสือดีมาก แต่ไม่รู้เป็นอะไร ครูก็ยังไม่ยอมหยิบติดมือกลับมาอ่านเสียที
ทั้งที่หนังสือนี้เขียนโดยนายแพทย์ด้านธรรมชาติบำบัดที่มีชื่อเสียงมาก
นายแพทย์บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล...

จนเมื่อไม่นานมานี้ ไปเยี่ยมคุณแม่ และรู้สึกว่า เล่มนี้ดึงดูดผิดปกติ
จนต้องหยิบมาอ่าน...อ่านแล้ว..."ต้องขอยืมคุณแม่กลับ"

รู้สึกได้ทันทีว่าจะมีประโยชน์มาก ๆ ต่อตัวเองและแฟนเพจ ลูกศิษย์ ลูกค้า
ที่มีปัญหา "สิว" อย่างแน่นอน ทั้งที่ยังไปได้เพียง 1/4 ของเล่ม
แต่จากประสบการณ์เรื่องการบำบัดสิวแนวธรรมชาติกว่า 8 ปี

อ่านแว่บเดียวก็รู้สึกเลยว่า...

คุณหมอให้ข้อมูลที่แน่นมาก (แม้จะดูเล่มเล็กก็เถอะ แต่แน่นจริงๆ)ทุกอย่างเป็นเหตุเป็นผลกันดีมาก เข้าใจได้ทะลุปรุโปร่งสำหรับครู (เพราะตัวครูเองก็ลงมือปฏิบัติเลยรู้ว่าที่คุณหมอให้ข้อมูลในหนังสือ เป็นความจริงทั้งหมด) แต่...คุณหมอไม่ได้เขียนถึงเรื่อง "สิว" เลยแม้แต่น้อยนะคะ คุณหมออธิบายเรื่อง "นิ่ว" ในท่อน้ำดีตับ ท่อน้ำดี และถุงน้ำดี ว่ามันทำให้มีปัญหาอะไร มันก่อตัวมาอย่างไร?