นำเสนอวิธีคิด + วิธีการใหม่ ในการ "ป้องกัน บำบัด ฟื้นฟู" ภาวะ "สิวในวัยผู้ใหญ่" (Adult Acne) แนวธรรมชาติบำบัดองค์รวมจากประสบการณ์ตรงเรื่องสิวกว่า 23 ปี นักเขียนเจ้าของผลงาน "สิวซีเคร็ต" และหนังสือสิวอีกหลายเล่ม วรดาภา สุขพิมลกุล (บีม)

โพสต์สำคัญที่ต้องอ่านก่อน!

สาเหตุของสิววัยผู้ใหญ่ (Adult Acne) ที่ขึ้นหลังวัย 20 ปี

สิววัยผู้ใหญ่ คือ อะไร? สิวในวัยผู้ใหญ่  ภาษาอังกฤษใช้คำว่า  Adult Acne  แต่ละสำนักอาจจะให้นิยามสิว ชนิดนี้แตกต่างกัน  แต่จากประสบก...

Sep 14, 2009

Epigenetics ผ่าเหล่า "พันธุ์สิว" เป็นไปได้อย่างไร มาดูกัน


ฟังชื่อหัวข้อ อาจจะน่ากลัวดูสักหน่อย แต่บีมจะบอกว่า หัวข้อนี้จะเปลี่ยนแปลงความคิดของคนหลาย ๆ คนจากหดหู่ให้มีความหวังขึ้นมาได้ ไม่ใช่แค่มีความหวังริบหรี่ แต่มีหวังว่าจะเป็นผู้พิชิตสิวได้จริง ๆ ค่ะ

เมื่อคืน บีมว่าจะนอนเร็ว แต่แล้วต้องมีเหตุให้เลื่อนเวลานอนออกไปอีกนิด เพราะดันไปเปิดข่าวสารอัพเดทที่คุณ Seppo ส่งเข้ามาให้สมาชิกที่ไปสมัครไว้ที่เว็บของเค้าได้อ่านกันฟรี ๆ (เดี๋ยวนี้หายใจเข้าออกก็ Seppo เนาะ อย่าพึ่งเบื่อนะคะ ผู้ชายคนนี้มีข้อมูลใหม่ ๆ เยอะแยะเลย ขอบอก)

เป็นเรื่องเกี่ยวกับ Epigenetics

นั่นแน่ งงล่ะสิว่ามันคืออะไร ใครรู้ก็ขอให้เอาน้ำออกจากแก้วสักนิดนะคะ แล้วลองเปิดใจอ่านดูก่อน ถูกผิดก็ค่อยเอาไปคิดไปย่อยกันอีกทีค่ะ

จาก It’s all genetics and nothing you can do about it… or is it? http://www.natural-acne-solution.com/support-files/acne101-genes.pdf ที่บีมนั่งอ่านด้วยความสนใจปนความง่วงเมื่อคืนนั้น

คำว่า Epigenetics นี้ คือ การศึกษาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของยีนส์

ศาสตร์นี้เป็นศาสตร์ใหม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่เค้าได้ค้นพบต่อเนื่องมาจากการค้นพบการถอดรหัส DNA (จำได้มั้ยคะ ว่ามีช่วงนึงที่เค้าประโคมข่าวกันเกี่ยวกับ การรักษาโรคมะเร็งหรือโรคเรื้อรังต่างๆ ในระดับ DNA)

อ่า ...แล้วมันเกี่ยวยังไงกับ ฉัน/ผม/หนู ที่เป็นสิวล่ะคะ/ครับ?

เกี่ยวแน่นอนค่ะ กำลังจะอธิบายนะคะ ใจเย็นๆ ก่อน

บีมเชื่อแน่ว่า เพื่อน ๆ และน้อง ๆ ที่มีปัญหาสิว มักจะโทษชะตาฟ้าดินด้วยใช่มั้ยคะ และำคำถามที่บีมก็เคยมีคือ "ทำไมต้องเป็นเรา(ฟะ)" อะอะ แถมคำแสดงอารมณ์ให้ด้วย มันเป็นความรู้สึกหดหู่ ปนบัดซบนิด ๆ ใช่มั้ยคะ และเหตุผลหนึ่งที่สำนักสิวต่าง ๆ ได้ให้เหตุผลที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนอยู่ำภายใต้การควบคุมของชะตากรรมก็คือ "มันเป็นพันธุกรรมค่ะ"

ได้ยินแบบนี้ก็ "จอด" สิคะ ไม่ต้องถามอะไรต่อ เพราะ เกิดมาแล้วนี่ ทำไงล่ะ

แต่บีมเคยตั้งคำถามนะ ว่าถ้ามันเป็นพันธุกรรมจริง ทำไมตากับยาย และญาติ ๆ ของเราที่อยู่ที่อ.พานนี่เค้าถึงไม่เป็นกัน หรือมันเป็นที่ลักษณะการกินการอยู่ของเรา เพราะญาติพี่น้องที่นี่มักจะเข้ากรุงเทพก็ตอนโตแล้วค่ะ แต่พวกบีมจะเข้าเมืองใหญ่ ๆ กันตั้งแต่เล็ก ๆ อาหารก็กินแบบคนในเมือง คือ จะเขี่ยผักทิ้งตลอด ชอบหมู ไก่ ขนมหวานมากมาย

ผลสุดท้าย ตอนสงกรานต์กลับมารวมญาติ ไหง..เราสามพี่น้องเป็นสิวกัน ทำไมญาติ ๆ ไม่เห็นเป็นกันเลย

และทำไมเด็กดอยถึงแก้มแดงโดยที่เค้าไม่เคยมีครีมดี ๆ ไม่ใช้เครื่องสำอางค์ (ที่รู้นี่ คือเห็นตลอดค่ะ เวลาเค้าลงเอาข้าวมาสี ยิ่งหน้าหนาวนี่นะ แก้มแดงเป็นลูกตำลึงกันเลยทีเดียว ผิวเนียนมากกกก ขอบอก)

ในขณะที่เด็กในเมืองต้องซื้อครีมนู่นนี่ ต้องทำแก้มชมพู (เพราะมันชมพูธรรมชาติไม่ได้)

เรามาเฉลยกันค่ะว่ามันเป็นเพราะ Epigenetics นี้แหละ

ตามแนวคิดนี้ อธิบายว่า ในสิ่งมีชีวิตหนึ่ง ๆ นี้ จะมียีนซึ่งเป็นลักษณะที่ถ่ายทอดมาจากพ่อแม่และบรรพบุรุษอยู่ส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งเป็นยีนที่ปรับเปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อมที่เราอยู่ว่าจะมีผลกระทบต่อร่างกายอย่างไร

งานวิจัยที่ทดลองแล้วเห็นชัดเจน ทำโดย Dr. Lipton จาก Duke University คือ ทดลองกับแม่หนูที่มียีนagouti gene ซึ่งหนูที่มีลักษณะเช่นนี้จะมีขนสีเหลืองและอ้วนมาก ซึ่งจะทำให้เกิดโรคมะเร็ง หัวใจและเบาหวาน

แบ่งหนูออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งให้กินอาหารเสริม อีกกลุ่มหนึ่งไม่ให้กิน

ผลออกมาก็คือ ลูกของแม่หนูที่ได้รับอาหารเสริม มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์เหมือนหนูปกติทั่วไป แต่อีกกลุ่มหนึ่ง มีลักษณะเหมือนแม่เลย

ดังนั้น เป็นที่ชัดเจนว่า ลูกหนูทั้งสองกลุ่มนั้นได้รับการถ่ายทอดยีนที่ Agouti เหมือนกับแม่มา แต่ว่าการแสดงออกของลักษณะทางพันธุกรรมในรุ่นลูกนั้นต่างกัน เพราะสภาพแวดล้อมของเซลล์ของแม่นั้นต่างกัน

ร่างกายของแม่หนูที่ได้รับอาหารเสริมนั้น เซลล์ได้รับการบำรุงเี้ลี้ยงดูเป็นอย่างดี ในขณะที่อีกตัวไม่ได้รับ

ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น?

ก็เพราะว่า อันที่จริงแล้ว ยีนของเรานั้นจะถูกควบคุมโดยสัญญาณที่ส่งมาจากสภาพแวดล้อมค่ะ ซึ่งนี่ก็คือ Epigenetics ที่เค้าเรียกกัน คือ "สภาพแวดล้อมสามารถควบคุมการแสดงผลของยีนได้" แทนที่ความคิดเรื่องยีนแบบเดิมคือ "ใครเกิดมามียีนยังไงก็ต้องเป็นแบบนั้นตลอดชีวิต"

Seppo เขียนไว้ได้ดีค่ะว่า สิ่งสำคัญน่ะ ไม่ใช่ยีนหรือพันธุกรรมที่เราได้รับมาจากพ่อแม่หรือสายเลือดหรอก แต่สิ่งที่เราได้รับคือ "รูปแบบ" พฤติกรรมทั้งการเลือกกินอาหาร การจัดการความเครียด อารมณ์ด้านลบหรือบวก การนอนหลับ คือ สิ่งที่เราเลียนแบบมาจากพ่อแม่เรานั่นแหละ ที่ส่งผลต่อร่างกายของเราในปัจจุบัน

อาจจะไม่ใช่พ่อแม่ก็ได้ค่ะ อาจจะเพื่อน หรือเป็นวิถีชีวิตที่เรากำหนดเอง

ดังนั้น นับจากนี้ไป เราจะไม่โทษฟ้าดินและไม่โทษพ่อแม่แล้วนะคะ เพราะที่จริงแล้ว มันคือความรับผิดชอบของเราเองที่จะต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมให้มีสภาพแวดล้อมที่เซลล์จะสามารถปลดปล่อยยีนที่ทำให้สุขภาพเราสมบูรณ์แข็งแรงและปราศจากสิวได้

ที่จะบอกก็คือ สิวเป็น "โรค" ที่เกิดจากการที่เราสร้างสภาพแวดล้อมหรือบ้านที่ไม่น่าอยู่ให้กับเซลล์ของเรามาเป็นเวลานาน และหากเราจะลงแรงปรับเปลี่ยนบ้านหลังนี้ (ร่างกาย) ของเราให้เป็นบ้านที่น่าอยู่ โดยการหล่อเลี้ยงพวกเค้าด้วยอาหารที่เต็มไปด้วยวิตามิน และแร่ธาตุจากผักและผลไม้สด

เซลล์เหล่านี้จะชื่นบาน สดใส น่ารักร่าเริง ได้อย่างแน่นอนค่ะ

ถ้าไม่เห็นภาพ ก็คิดเหมือนกับว่า เรามีสัตว์เลี้ยง มีน้องหมา ถ้าหากบ้านไหนเอาแต่ขัง ให้กินอะไรก็ไม่รู้ เอาแต่ให้ทำงาน ทุบตี หมามันก็จะจิตใจไม่ปรกติ ชอบเห่า วันดีคืนดีจะไล่งับคนเข้าให้

แต่ถ้าหมาตัวไหน เจ้าของเลี้ยงด้วยความรัก ทะนุถนอม ให้อาหารดีๆ พาไปเดินเล่น เค้าจะน่ารัก และจะทำให้เราอารมณ์ดีขึ้นด้วยใช่มั้ยคะ

เซลล์เราก็ต้องการความรักเหมือนกันค่ะ ฟังความต้องการของเค้าและสร้างบ้านที่น่าอยู่ให้เค้ากันได้แล้วค่ะ

แล้ว สิวจะค่อย ๆ เลือนหายไปจากพจนานุกรมของเราเองค่ะ ไม่ต้องกังวล ขอแค่เราปัดกวาดบ้านให้สะอาด ให้ลมพัดผ่านสบาย (หายใจลึก ๆ ช้า ๆ อารมณ์ดี ไม่เครียด) เดี๋ยวอะไรสกปรกไม่ดี ๆ มันก็ไปเอง

สู้ ๆ ค่ะ เอาใจช่วย

สำหรับข้อมูลเพิ่มเิติมเกี่ยวกับ Epigenetics ภาษาไทย ดูตามลิงค์ต่อไปนี้ได้ค่ะ
http://www.thaihealth.net/h/modules.php?name=News&file=article&sid=251
http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Pid=85404
http://www.balavi.com/content_th/nanasara/Con00397.asp
http://bio.thainhf.org/?module=news&page2=detail&id=266

และขอบคุณต้นฉบับของ Seppo ค่ะ
http://www.natural-acne-solution.com/support-files/acne101-genes.pdf

0 ความคิดเห็น: