Skip to main content

กินเพื่อสุขภาพอย่างไรไม่ให้ผอมเกินไป

วันนี้ ยังไม่ได้ออกไปไหนค่ะ เลยมีเวลามาดูข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องหลักการเลือกอาหาร และ มีเวลามานั่งเขียนบล็อกค่ะ เพราะว่ารู้สึกติดค้างกับเพื่อน ๆ ที่ยังไม่ได้เขียน ก็เลยขอซะนิดนึง

ก่อนอื่นขอเกริ่นนิดค่ะว่า ทำไมจะต้องเขียนหัวข้อนี้ด้วย

ตัวบีมเองและเพื่อน ๆ หลาย ๆ คนที่อาจจะเริ่มการกินอาหารในแบบสุขภาพเพื่อดูแลปัญหาสิว อาจจะมีน้ำหนักตัวลดลงไปมากนะคะ ของบีมเอง ผอมอยู่แล้ว ลดลงไปประมาณ 3 กิโลกรัมได้ภายในเวลาไม่ถึงเดือน ซึ่งบีมรู้สึกว่ามันมากเกินไป (ใครอยากลดความอ้วน กินแบบนี้แหละค่ะ อะอะ ได้ผลดีนักเชียวล่ะ)

บีมก็เลยต้องหาวิธีการว่าจะกินยังไงให้น้ำหนักเพิ่มและไม่ทำให้สิวขึ้นด้วย

ซึ่งตอนนี้บีมกำลังกลับมากินอาหารปกติ และเพิ่มอาหารที่ให้พลังงานสูง เช่น ข้าวขาว มันบด เป็นต้น แต่ต้องพยายามทำให้มื้อเช้ากับมื้อเย็นนั้นเป็นผักและผลไม้ ส่วนระหว่างวัน ก็ค่อยปรับตามความสมดุลเอาค่ะ

เดี๋ยวบีมค่อยพล่ามวิธีการกินของตัวเองในอีก post นะคะ

อันนี้ขอเอาหลักการมาให้เพื่อน ๆ ศึกษากันนิดนึง

ก่อนที่เพื่อน ๆ จะเริ่มกินแบบธรรมชาติเพื่อรักษาสิวนี้ ต้องชั่งน้ำหนักของตัวเองก่อนนะคะ จดเอาไว้ว่าเท่าไหร่

ต่อมา จะต้องทำการตัดสินใจว่า อยากจะให้น้ำหนักอยู่คงที่แบบนี้ อยากให้เพิ่ม หรืออยากจะลด ถ้าหากอยากให้เพิ่มหรือลด ต้องการกี่กิโลกรัม

ในที่นี้ บีมขอไม่ลงรายละเอียดนะคะว่าไขมัน โปรตีนหรือคาร์โบไฮเดรตต้องกินเท่าไรจึงจะทำให้มีน้ำหนักดังที่ต้องการ

บีมขอเน้นไปที่ว่า กินสูตรรักษาสิวยังไงไม่ให้ผอมแห้งค่ะ

เมื่อเราตัดสินใจแล้ว เราต้องมาคำนวณพลังงานที่เราต้องการในแต่ละวัน ซึ่งบีมคิดว่าเว็บนี้ใช้ได้ค่ะ เมื่อเราใส่ข้อมูลแล้วเค้าจะคำนวณออกมาให้อัตโนมัติ แต่สำหรับใครที่น้ำหนักน้อยเกินไป มันคำนวณไม่ได้ค่ะ ไม่เข้าใจเหมือนกัน อะอะ
http://www.on-diet.com/calHarrisBenedictEquation.asp

หรือถ้าหากอยากจะเปรียบเทียบความถูกต้องของการคำนวณ ลองไปดูวิธีการคำนวณที่นี่ค่ะ
http://www.annisaa.com/forum/index.php?topic=263.0 และ
http://thaihealthyeating.org/ThaiHealthyEating/section1/section1_page05.php

ลองดูว่าผลการคำนวณออกมาใกล้เคียงกันหรือไม่นะคะ แล้วยึดค่าที่เป็นค่ากลางหรือค่าเฉลี่ยก็ได้ค่ะ

คราวนี้ เพื่อน ๆ ควรจะจดว่าในวันวันหนึ่งนั้น เรากินอะไรบ้างนะคะ เพื่อที่จะเอาข้อมูลมาดูว่า เรากินได้ครบพลังงานที่เราต้องการในแต่ละวันหรือไม่

บีมต้องขออภัยที่ไม่สามารถหาเว็บภาษาไทยที่สามารถทำการคำนวณพลังงานรวมไปถึงข้อมูลเกี่ยวกับการสารอาหารต่าง ๆ ได้ค่ะ บีมขอนำเว็บนี้มาเสนอแทนก็แล้วกันนะคะ
http://www.nutritiondata.com/

เว็บนี้เป็นเว็บภาษาอังกฤษทั้งหมด แต่มีข้อมูลที่ละเอียดมากเกี่ยวกับคุณค่าทางโภชนาการของอาหารทุกประเภท (คิดว่าเค้าคงมีครอบคลุมหมด)

ให้สมัครสมาชิกก่อนนะคะ ฟรีค่ะ แล้วไปดูที่หัวข้อ Nutrition Management Tool

ส่วนตัวบีมพึ่งลองใช้ Analyze Recipe ค่ะ ซึ่งเค้าจะให้เราใส่เมนูที่เราทาน และส่วนประกอบของอาหารในมื้อนั้น ๆ แล้วจะคำนวณออกมาให้ค่ะว่า มีคุณค่าทางอาหารอะไรบ้าง โปรตีน ไขมัน คาร์โบ วิตามิน เกลือแร่ รวมไปถึงมีการบอกว่า GI เท่าไหร่ และอาหารนั้นจะทำให้เกิดการอักเสบมากน้อยเพียงใด

แต่บีมคิดว่าสิ่งที่เป็นข้อจำกัดก็คือ อาหารที่ฝรั่งกินกับเรากินมันไม่เหมือนกันค่ะ และเราจะต้องค้นคว้านิดนึงว่า ไอ้ที่เรากินนั้น ในภาษาอังกฤษมันเรียกว่าอะไร แต่คงไม่ยากเกินความตั้งใจ ใช่มั้่ยคะ :-)

ถ้าหากเพื่อน ๆ คนไหนมีเว็บแบบนี้แต่เป็นภาษาไทย รบกวนแจ้งบีมมาเลยนะคะ บีมจะได้เอามาแชร์ให้เพื่อน ๆ ที่นี่กัน ขอบคุณล่วงหน้านะคะ

หรือใครอยากจะกินแบบไม่ต้องปวดหัว ก็ลองดูข้อมูลที่บัลวีนี้นะคะ http://www.balavi.com/webboard/QAview.asp?id=5818

ซึ่งตอนนี้ในแต่ละวันของบีม ก็จะกินประมาณนี้ค่ะ แบบที่คุณหมอลลิตาได้แนะนำไว้ ซึ่งการกินข้าวที่มีเส้นใยจะช่วยทำให้ระดับน้ำตาลไม่แกว่งค่ะ ซึ่งมันจะเกี่ยวข้องกับค่า GI ที่คนเป็นสิวควรจะต้องรู้จักอีกค่านึงค่ะ

GI กับสิว
GI ย่อมาจาก Glycemic Index ค่ะ ซึ่งเป็นค่าที่วัดว่าอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตต่างชนิดกันนั้นจะมีความเร็วในการเปลี่ยนตัวเองเป็นน้ำตาลในกระแสเลือดได้รวดเร็วเพียงใด

มันเกี่ยวกับสิวตรงที่ว่า สาเหตุหลักของการเกิดสิวที่เราได้เคยพูดกันไปว่า คือ ระดับน้ำตาลในเลือดแกว่ง

การทานอาหาร GI สูง มันจะเปลี่ยนตัวเองเป็นน้ำตาลได้เร็วมาก และ ทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และนั่นจะทำให้เกิดฮอร์โมนแอนโดรเจน และฮอร์โมนอีก 2 ตัว ซึ่งเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการผลิตไขมันและทำให้เกิดการอุดตันรูขุมขน

ค่า GI สูงหรือต่ำ จำไว้นะคะว่า เป็น "ความเร็ว" ในการเปลี่ยนตัวเองเป็นน้ำตาล ไม่ใช่ค่า "พลังงาน" ของอาหาร หรือ "คุณค่าของอาหาร" ค่ะ

นั่นหมายความว่า อาหาร GI ต่ำ ก็ให้พลังงานเพียงพอและมีคุณค่าสารอาหารครบถ้วนเหมือนกัน GI สูงค่ะ

สำหรับคนเป็นสิว การทานอาหาร GI ต่ำจะช่วยปรับสมดุลของร่างกายให้ลดภาวะของการเกิดสิวลงไปเรื่อย ๆ ได้ค่ะ ขอให้ทานอย่างต่อเนื่อง บีมขอรับรองว่ามันได้ผลค่ะ

ที่เว็บนี้จะมีข้อมูล GI อธิบายเป็นภาษาไทยซึ่งใช้ภาษาที่เราสามารถเข้าใจได้ค่ะ และมีตารางเปรียบเทียบค่า GI มาให้ดูอีกเล็กน้อย รวมทั้งบอกด้วยว่าค่า GI ในระดับสูง กลาง ต่ำ อยู่ที่เท่าไหร่ค่ะ
http://www.dcfl.in.th/Articles-Glycemic-Index.php

ส่วนใครที่ได้ภาษาอังกฤษ บีมขอแนะนำที่นี่เลยค่ะ เป็น database ที่ละเอียดครบถ้วนเกี่ยวกับ GI http://www.glycemicindex.com/

นอกจากนี้ บีมคิดว่า มะระสด หรือน้ำต้มมะระ และ น้ำใบบัวบกคั้นสดแบบตำแล้วใส่กระชอนแล้วเทน้ำไม่เย็น แล้วบดเอาน้ำมันมาดื่มเลย ช่วยลด "เชื้อเพลิง" สิวในร่างกายได้เช่นกันค่ะ ขอให้กินสม่ำเสมอและทุกวันได้ยิ่งดีเลย

กล่าวโดยสรุปนะคะ ว่า การทานแบบธรรมชาติเพื่อปรับสมดุลภายในและไม่ให้ผอมจนเกินไป ทำดังนี้ค่ะ
  1. ชั่งน้ำหนักของตัวเองก่อนเริ่มโปรแกรม
  2. คำนวณค่าพลังงานที่เราต้องการในแต่ละวัน
  3. จดบันทึกรายการอาหารที่ได้ทานในแต่ละวัน
  4. เพิ่มอาหารหรือลดอาหารลงตามระดับน้ำหนักที่ต้องการควบคุมค่ะ
  5. เลือกอาหาร GI ต่ำ
  6. ไม่ทานอาหารที่ก่อให้เกิดการอักเสบภายในค่ะ
  7. พยายามอย่าให้ตัวเองหิว และตาลาย และความรู้สึกไม่อยู่ท้อง หากปล่อยให้ตัวเองหิวตาลายและมากิน แม้อาหารนั้นจะ GI ต่ำ ก็จะมีผลกระทบต่อระดับน้ำตาลในเลือดได้เช่นกันค่ะ

กินแบบลั้นลาค่ะ อย่าเครียด หลาย ๆ คนเครียดเกินไป ซึ่งอารมณ์ด้านลบนี้ก็จะส่งผลให้ไม่หายกันเข้าไปอีก

ถ้ากินน้อยเกินไป จะหิว ไม่มีแรง ตาลาย มึนหัว (ยกเว้นแต่ว่า ในวันนั้นเราทำการ detox ค่ะ เป็นข้อยกเว้น)

ถ้ากินมากไป จะรู้สึกแน่น ไม่สบายตัว ง่วงนอน

ให้เดินสายกลางค่ะ ให้เรารู้สึกมีแรง กระตือรือร้น ซึ่งสายกลางของแต่ละคนไม่เหมือนกันค่ะ ต้องสังเกตกันเอาเอง

ไปละจ้า บ่ายนี้ต้องไปไหว้พระ ผูกข้อมือที่วัดไทยแถว ๆ นี้

Comments

Popular posts from this blog

บทสวดก่อนกินข้าว (ละอัตตาของการบริโภคนิยม)

บีมกลัวลืมค่ะ เลยรีบมาอัพแต่เช้า เอาไว้ให้ตัวเองอ่านด้วย และคงจะเป็นประโยชน์หากเพื่อน ๆ จะนำไปใช้ด้วย เพื่อละกิเลส ณ เวลาที่กินอะไร...
ไปเจอ 2 บทพิจารณาที่บอร์ดพลังจิต...มีดังนี้
บทที่ 1
ข้าวทุกจาน อาหารทุกอย่าง อย่ากินทิ้งขว้าง เป็นของมีค่า หลายคนเหนื่อยยาก ลำบากหนักหนา สงสารบรรดา คนยากคนจน ในโลกนี้ ยังมีคนที่จนยาก แสนลำบาก อัตคัตและขัดสน อย่ากินทิ้งขว้างตามใจตน สงสารคนอื่นที่ไม่มีกิน ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณแม่ครัว ที่ท่านกรุณา เมตตาทำอาหารมาให้ เราชาว...(ระบุ)...ซาบซึ้งน้ำใจ ตั้งแต่นี้ต่อไป จะทำความดีตอบแทน...
ตรง เราชาว...บีมก็ไม่มีไอเดียว่าให้ใส่อะไร หรือต้องใส่ "ชาวโลก"? ไม่รู้นะคะ อาจจะใส่ชื่อเราก็ได้


บทที่ 2 ปะฏิสังขา โยนิโส ปิณฑะปาตัง ปะฏิเสวามิ เนวะทวายะ นะ มะทายะ นะ มัณฑะนายะ นะ วิภูสะนายะ ยะวะเทวะ อิมัสสะกายัสสะ ฐิติยายาปะนายะ วิหิงสุปะระติยา พรัหมะจริยานุคคะหายะ ดิติ ปุราณัญจะ เวทะนัง ปะฏิหังขามินะวัญจะ เวทะนัง นะ อุปปาเทสสามิ ยาตรา จะ เม ภะวิสสะติ อะนะวัชชะตา จะผาสุวิหาโรจาติ
คำแปล
ปะฏิสังขา โยนิโส ปิณฑะปาตัง ปะฏิเสวามิ เราย่อมพิจารณาโดยแยบคายแล้วฉันบิณฑบาต เนวะ ทวายะ ไม่ให้เ…

วิธีล้างลำไส้แบบธรรมชาติ

เราควรมารู้จักก่อนว่า ของเสียและพิษที่สะสมในลำไส้นั้นมีอะไรบ้าง จะได้เข้าใจถึงกระบวนการล้างได้ถูกวิธี
พิษสะสมในลำไส้หลัก ๆ มาจากสิ่งต่อไปนี ลิ่มของนมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัวที่เป็นเมือกเหนียวอันเกิดจากการรวมตัวระหว่างนมกับน้ำย่อย ส่วนนี้จะไปเป็นเมือกเกาะติดตามผนังลำไส้น้ำมันพืชชนิดไม่อิ่มตัวสายยาวและไขมันทรานส์ที่จะเกาะอยู่ตามผนังลำไส้หากลำไส้เล็กย่อยไม่ได้หมดหรือย่อยไม่ได้เลยอาหารที่ย่อยไม่หมดจากระบบย่อยไม่สมบูรณ์ (เพราะตับ ลำไส้เล็ก ตับอ่อน ผลิตภัณฑ์เอ็นไซม์ย่อยไม่ได้มากนัก หรือการเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด)อาหารที่น้ำย่อยย่อยไม่ได้ หลัก ๆ คือ อาหารแปรรูปและอาหารผ่านไมโครเวฟพยาธิและจุลชีพที่เป็นโทษที่ติดมากับอาหาร ผักสด เนื้อสด เป็นต้น กลุ่มนี้จะมาโตในลำไส้ของเราได้ด้วยและแพร่กระจายไปจุดอื่น ๆ ได้ด้วยสารสังเคราะห์ที่ผสมในอาหาร เช่น สารกันเสีย สีผสมอาหาร สารแต่งกลิ่น ผงชูรส ฟอร์มาลีน เป็นต้นยาปฏิชีวนะที่ฆ่าเชื้อแบคทีเรียในร่างกายทั้งตัวที่ดีและไม่ดี และยาบางชนิดก็ไประคายเคืองผนังกระเพาะและลำไส้อีกด้วย ทำให้ผนังลำไส้เสียหาย ดูดซึมสารอาหารและน้ำได้ไม่ดี
พิษเหล่านี้จะสร้างภาวะที่เป็นกรดและความร้…

ปิดฉาก "สิวเรื้อรัง" ด้วยการล้างพิษท่อน้ำดีและตับ

หนังสือเล่มนี้...บังเอิญครูโชคดี เห็นที่บ้านคุณแม่มานานพอสมควรแล้ว
คุณแม่บอกว่า หนังสือดีมาก แต่ไม่รู้เป็นอะไร ครูก็ยังไม่ยอมหยิบติดมือกลับมาอ่านเสียที
ทั้งที่หนังสือนี้เขียนโดยนายแพทย์ด้านธรรมชาติบำบัดที่มีชื่อเสียงมาก
นายแพทย์บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล...

จนเมื่อไม่นานมานี้ ไปเยี่ยมคุณแม่ และรู้สึกว่า เล่มนี้ดึงดูดผิดปกติ
จนต้องหยิบมาอ่าน...อ่านแล้ว..."ต้องขอยืมคุณแม่กลับ"

รู้สึกได้ทันทีว่าจะมีประโยชน์มาก ๆ ต่อตัวเองและแฟนเพจ ลูกศิษย์ ลูกค้า
ที่มีปัญหา "สิว" อย่างแน่นอน ทั้งที่ยังไปได้เพียง 1/4 ของเล่ม
แต่จากประสบการณ์เรื่องการบำบัดสิวแนวธรรมชาติกว่า 8 ปี

อ่านแว่บเดียวก็รู้สึกเลยว่า...

คุณหมอให้ข้อมูลที่แน่นมาก (แม้จะดูเล่มเล็กก็เถอะ แต่แน่นจริงๆ)ทุกอย่างเป็นเหตุเป็นผลกันดีมาก เข้าใจได้ทะลุปรุโปร่งสำหรับครู (เพราะตัวครูเองก็ลงมือปฏิบัติเลยรู้ว่าที่คุณหมอให้ข้อมูลในหนังสือ เป็นความจริงทั้งหมด) แต่...คุณหมอไม่ได้เขียนถึงเรื่อง "สิว" เลยแม้แต่น้อยนะคะ คุณหมออธิบายเรื่อง "นิ่ว" ในท่อน้ำดีตับ ท่อน้ำดี และถุงน้ำดี ว่ามันทำให้มีปัญหาอะไร มันก่อตัวมาอย่างไร?