Skip to main content

ความคืบหน้าของบีมหลังจาก 1 เดือนตามแนวธรรมชาติบำบัด

จริง ๆ แล้วบีมแอบรู้สึกดีมาได้สัก 2-3 วันแล้วล่ะ แต่ยังไม่มีโอกาสจะได้มานั่งเขียนบล็อกค่ะ

และยิ่งรู้สึกดีเข้าไปอีกเมื่อวันนี้ได้มานั่งอ่านเรื่อง Understanding the detox and healing process (ทำความเข้าใจกระบวนการดีท็อกซ์และการฟื้นฟูร่างกาย) ในหนังสือ Clear For Life ของ Seppo

เพราะมันย้ำให้บีมรู้ว่า บีมน่ะมาถูกทางแล้วค่ะ

ที่บีมต้องบอกแบบนี้ ไม่ใช่ว่าสิวบีมไม่หายนะคะ มาดูกันค่ะ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของบีมบ้างตั้งแต่บีมเริ่มกระบวนการ "ปฏิวัติความคิด พิชิตสิว" ตั้งแต่เมื่อต้นเดือนที่แล้ว

Seppo ให้เกณฑ์วัดมาทั้งหมดดังนี้ค่ะ เพื่อใช้วัดว่า เรามาถูกทางแล้ว

บีมจะบอกเป็นข้อ ๆ เลยนะคะ ว่าตัวบีมตอนนี้เป็นยังไงบ้าง

คุณรู้สึกดีมากขึ้น
ใช่ค่ะ บีมรู้สึกดีมากขึ้นทุกวัน และไม่เคยผิดหวังเลยที่ได้ปรับวิถีการกินและวิถีการคิดมาเป็นแบบนี้ บีมมีความสุขกับการที่ไม่ต้องใช้โรลออนอีกต่อไป (รู้สึกมันจะหายประมาณสัปดาห์ที่ 3 นะคะ) ไม่ต้องมีคราบอะไรติดที่เสื้ออีกแล้ว ไม่ต้องซื้ออาหารเสริมราคาแพงอีกต่อไป ไม่ต้องใช้ยาหมอ รู้สึกว่า เราเป็นเพื่อนที่ดีและให้สิ่งที่ดีกับร่างกายของเรา ผิวแขนเนียนละเอียด ผิวหน้าก็ไม่ต้องใส่แป้งก็ได้ ก็มั่นใจได้ และการฝึกคิดบวกก็ทำให้บีมมีความสุขกับทุกอย่างมากขึ้น โดยรวมแล้วบีมให้คะแนนตัวเอง 99.98% ค่ะ กับผลรวมทั้งหมด ส่วนที่เหลือก็คือ รอให้หมดสิ้นกระบวนการ "ล้างพิษและฟื้นฟู" ของระบบภายในก็เท่านั้น ซึ่งเข้าใจว่าใช้เวลาค่ะ และหน้าของเรา ไม่ใช่เกณฑ์วัดว่ามันดีขึ้นรึเปล่า มันเป็นเพียงแค่ที่ปลดปล่อยพลังงานด้านลบหรือบวกจากภายในเท่านั้นค่ะ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นข้างในร่างกาย โชคไม่ดีที่เรามองไม่เห็น ถ้าเรามองเห็น บีมเชื่อว่า ทุกคนไม่มีใครอยากจะเลิกทำตามวิธีธรรมชาติบำบัดแน่่นอนค่ะ

คุณมีพลังงานเพิ่มมากขึ้น
ใช่ค่ะ แต่ก่อนนี้ เราไม่รู้จักการกินให้ถูกวิธี เราไม่รู้ว่าจะต้องกินอะไรก่อนหลัง เราไม่รู้ว่า การกินไขมันทำให้ย่อยยาก เราไม่รู้ว่า การย่อยอาหารใช้พลังงานเยอะมากรองจากการมีเพศสัมพันธ์ จึงทำให้บีมกินแต่ของย่อยยาก กินไม่ถูกวิธี พลังงานส่วนใหญ่หมดไปกับการย่อยโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมันเชิงซ้อน นอกจากนี้ บีมยังกินไม่เป็นเวลา ดึก ๆ ก็กิน เผ็ดจัดก็กิน ความคิดลบ ๆ ที่ฝังในหัวก็มักทำให้หดหู่ และหมดพลังงานได้อย่างรวดเร็ว

เดี๋ยวนี้รู้วิธีแล้วค่ะ ว่าต้องกินอาหารประเภทใด ตอนไหน จึงจะให้พลังงานได้ดีโดยที่ไม่ก่อให้เกิดปัญหาอ่อนเพลียเรื้อรังแก่ร่างกาย

เป็นความภูมิใจลึก ๆ ด้วยนะคะว่า เราเองก็เป็นหมอดูแลตัวเองได้

คุณนอนหลับดีขึ้น
แน่นอนค่ะ บีมหลับดีมาก ๆ ยกเว้นช่วงที่ต้องดูแลคุณยาย แต่ถึงกระนั้น ตอนที่ดูแลเค้า ตอนได้ยินเสียงกลุก ๆ ได้ยินเสียงเรียกก็ตื่นนะคะ แต่พอหลับก็หลับไปเลย คือเหมือนเปิดปิดสวิตซ์เลย หลับง่ายมาก

แต่มีช่วงนึงที่บีมลองกินอาหารประมาณ 3 ทุ่มดู พิสูจน์ว่ากินดึกแล้วไม่ดีจริงมั้ย

สรุปว่าเป็นจริง ๆ ค่ะ นอนไม่ค่อยหลับสนิท แถมยังฝันร้าย แถมตื่นเช้ามา สิวขึ้นอีกตังหาก

ระบบย่อยอาหารดีขึ้น ไม่มีอาการท้องผูก
อันนี้จริงค่ะ ปกติบีมไม่ใช่คนท้องผูกหรอก แต่ว่าท้องเสียทั้งวัน คือกินเท่าไหร่ก็ออกหมด ท้องไม่ทันได้รับสารอาหารอะไรหรอกค่ะ บีมสังเกตตัวเองมาตลอดว่า ทำไมเราถึงผอม ทั้งที่เราก็กินเยอะ และบีมจะปวดท้องบ่อยมาก ๆ แต่ก่อนนี้จะปวดจนไปโรงเรียนเช้า ๆ ไม่ค่อยได้ และไม่ค่อยชอบเดินทางไปไหนเลย เพราะจะต้องมีเรื่องให้ปวดท้องและเข้าห้องน้ำตลอด

ที่แต่ก่อนเป็นแบบนั้น บีมพึ่งมาเข้าใจว่า ในลำไส้ของบีมนั้นมีเมือกเหนียว ๆ เคลือบผนังลำไส้อยู่เต็มเลยค่ะ เนื่องจากในนั้นมีแต่สารพิษ ทั้งจากการย่อยไม่สมบูรณ์และ ของรสจัด และพวกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป(ชอบมากกกก ขอบอก) ลำไส้ของเราสร้างเมือกเพื่อปกป้องตัวเองค่ะ แต่เมือกนี้ก็ขัดขวางไม่ให้ลำไส้ดูดซึมสารอาหารที่มีประโยชน์อื่น ๆ ได้ค่ะ และด้วยความที่มีพิษในลำไส้สะสม ท้องจึงเสียบ่อย มีปัญหาบ่อย เพราะลำไส้ต้องการกำจัดของเสียออกอยู่ตลอดเวลา

ตอนนี้ ตั้งแต่บีมดูแลตัวเองด้วยวิธีนี้มา ไม่มีจะต้องหยิบจับยาอะไรเลยค่ะ ยาเคลือบกระเพาะไม่ต้อง ยาแก้ท้องเสียไม่ต้อง และถ่านซับสารพิษก็ไม่ต้อง นอกจากยาที่ใช้กับกระเพาะแล้ว ยาแก้หวัด ไม่ได้แอ้ม ยาแก้ไข้ไม่ได้แอ้มเช่นกัน เพราะบีมเข้าใจระบบการทำงานของร่างกายแล้ว และรู้ว่าต้องเลือกกินอะไรถึงจะช่วยให้ร่างกายกลับคืนสู่สภาพเดิมได้ค่ะ ซึ่งน่าภูมิใจมาก ๆ

ดวงตาของคุณสดใสขึ้น
อันนี้ ภูมิใจสุด ๆ เหมือนกัน เพราะมีหลายคนบอกว่า ตาบีมสวย (ไม่เชื่อก็ลองมาเจอกันได้ค่ะ จะได้รู้ว่าไม่ได้พูดเล่น อิอิ) แต่บีมเคยท้อนะ เพราะก่อนมากินแบบธรรมชาตินี้ ตาบีมหม่น ๆ เหลือง ๆ ไม่สดใสเลย คิดว่า สงสัยเพราะเราโตขึ้นมั้ง คงทำอะไรไม่ได้

แต่ตอนนี้เหรอคะ ขาวใสสะอาดสมใจค่ะ จริง ๆ

คุณรู้สึกมีความสุขแบบไม่มีเหตุผล
ใช่ค่ะ Happy All The Time ก็จะมีแค่บางครั้งที่ร่างกายมันล้างพิษออกมา ซึ่งเป็นธรรมดาค่ะที่อาจจะรู้สึกหงุดหงิดได้เหมือนกัน หรือบางทีอดนอน ก็มีหงุดหงิดบ้าง แต่ถ้าเปรียบเทียบกับแต่ก่อน คนรอบข้างจะไม่ค่อยอยากยุ่งด้วย เพราะอะไร ๆ ก็หงุดหงิดไปหมด เป็นคนคาดหวังสูง และไม่ค่อยมีความสุขกับชีวิตเอาซะเลย

ความแข็งแรงของร่างกายเพิ่มขึ้น
คิดว่าใช่นะคะ บีมไม่รู้ว่าเค้าวัดตรงไหน แต่สิ่งที่ทำให้รู้สึกก็คือ แต่ก่อนนี้เจ้ามุ้งที่ต้องใช้มือดึงเพื่อกางออก บีมกางคนเดียวไม่เคยได้เลย แต่รู้สึกว่าช่วงนี้ พลังมาจากไหนไม่รู้ ทั้งที่เราเองกินข้าวน้อยกว่าแม่เราอีกนะ อะอะ

อีกเรื่องที่รู้สึกก็คือเมื่อวานนี้ บีมไม่รู้สึกเหนื่อยเมื่อต้องขึ้นบันไดห้าง (ที่ไม่เลื่อน) ประมาณ 20 ขั้น คือแต่ก่อนนี้รู้เลยว่าจะหอบ ๆ ทั้งที่ตอนนี้อายุ 25 ปีแล้ว ควรจะหอบ แต่พอขึ้นไปถึงบนสุด เดินต่อได้เฉยเลย

น้ำหนักคุณลดลง
ใช่เลยอ่ะ แต่ไม่อยากให้ลดเลย เพราะผอมอยู่แล้ว ก่อนทำวิธีนี้ 45 กก. ตอนนี้ 42 กก. แต่พอมาอ่านบทความของ Seppo เค้าบอกว่ามันเป็นปกติค่ะ ซึ่งเกือบทุกคนจะเป็นแบบนี้ก่อนที่น้ำหนักจะเพิ่มขึ้นและคงตัว นั่นเป็นเพราะ อัตราการล้างพิษและการทำลายเซลล์เก่า ๆ สูงกว่าการสร้างเซลล์ใหม่ค่ะ พอพ้นช่วงนี้ มันจะคงที่เอง

คุณมีปฏิกิริยามากขึ้นต่ออาหารหรือสารที่ไม่ดีต่อร่างกาย
อันนี้ขอคอนเฟิร์มค่ะ กินแบบนี้มาได้สักเดือน ตอนแรก ๆ บีมยังไม่รู้ว่าอะไรดีไม่ดีต่อร่างกายนะ แต่ตอนนี้รู้เลยว่าอะไรที่ทำให้เราเป็นแบบนี้

ยกตัวอย่างนะคะ เมื่อวานนี้ บีมกินมันบดหมดถ้วย (เยอะมากและอร่อยมาก ขอบอก) และยังกิน smooties สตอเบอรี่ใส่วิพครีมอีก

คือ สั่งด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ว่า เจ้ามันบดมีนมเป็นส่วนประกอบ และ smooties ก็ไม่ใช่สตอเบอรี่สดล้วน แต่มันมีนมด้วย (ง่า)

ตอนกลางคืน บีมทดลองเอานมที่มีแบคทีเรียที่เค้าว่าดีต่อลำไส้มากินอีก 2 ขวดเล็ก

ผลก็คือ วันนี้ช่วงเช้า บีมมีการจามและคันตา เหมือนกับจะแพ้ และมีไข้อ่อน ๆ แต่มันดึขึ้นนิดหน่อยหลังจากตอนที่บีมกินผักและผลไม้สดปั่นค่ะ และกินน้ำมะระสดด้วย

จนเมื่อประมาณเที่ยง ๆ บีมมีอาการอีกแล้ว เหมือนจะเป็นหวัดเพราะรู้สึกเจ็บคอ จาม และคันตา

บีมก็เลยนอนหลับไปช่วงบ่าย และพอตื่นมาก็กินมะเขือเทศสีดาเป็นของว่างหมดไป 20 ลูก (แต่ก่อนเกลียดมะเขือเทศมาก แต่ตอนนี้่่ชอบกินเป็นของว่างมาก)

มันเริ่มหายใจโล่งขึ้นหลังจากนั้นประมาณ 2 ชั่วโมงค่ะ แต่ยังเป็นลมหายใจร้อนอยู่

ตอนเย็นเลยกินน้ำปั่นผักและผลไม้สดอีก 1 แก้วใหญ่

ผลลัพธ์ตอนนี้คือ อาการทุกอย่างหายไปหมดเลย หวัดก็ไม่เป็น ไม่เพลียด้วยค่ะ แต่ถ้าให้นอนก็พร้อมหลับนะ (แต่ต้องเขียนบล็อกเสร็จก่อน อะอะ)

และบีมจะเริ่มรู้ละว่า เวลากินข้าว ของมัน ของผัด ลมหายใจจะร้อนมากเลย มันคงใช้พลังงานความร้อนเผาอาหารมากจริง ๆ เปรียบเทียบกับหลังจากการผักและผลไม้สดปั่น ไม่มีอาการลมหายใจร้อนเลยค่ะ และมีพลังงานสูง ไม่ง่วงนอน เหมือนกับตอนกินของหนัก ๆ อีกด้วย

รีวิวให้ซะยาวเลยค่ะ แต่คิดว่า คงจะเป็นคำยืนยันจากบีมได้เป็นอย่างดี ว่าบีมไม่ได้โกหก ไม่ได้เอาแต่พูด และสิ่งที่บีมทำมันกำลังได้ผล

เค้าบอกว่า ช่วงเดือนที่ 2 และ 4 จะเป็นช่วงที่ต้องทำใจกับผลของกระบวนการล้างพิษกันหน่อยนะคะ ทั้งนี้ความรุนแรงจะขึ้นอยู่กับ "ประเภทของพิษสะสม" และ "ระยะเวลาของการสะสม" ค่ะ

ซึ่ง Seppo ได้บอกว่า จากประสบการณ์ของเค้า พอจะบอกได้ว่า ช่วงระยะเวลาเฉลี่ยของการที่สิวจะหายไปจริง ๆ คือประมาณ 6 เดือน บางคนก็ 9 เดือน บางคนก็เดือนแรกก็เห็นเลย

อ้อ ลืมบอกอาการสิวของบีมไปค่ะ
  • บีมรู้สึกดีมาก ๆ ที่สิวไม่ขึ้นหลังกับอกเลยค่ะ ทั้ง ๆ ที่ช่วงนี้ของเดือน ซึ่งเป็นช่วงที่ฮอร์โมนพุ่งสูง และบีมมักจะมีสิวที่อกกับหลังขึ้นเยอะ แต่มารอบนี้ มิรู้ว่ามันหายไปไหนหมดค่ะ หลังแอบเนียนด้วย อันนี้คงให้พิสูจน์ไม่ได้นะคะ อะอะ เอาแค่ที่หน้ากับแขนก็พอละ ถ้าอยากดู (แหม..พูดเหมือนกับว่ามีคนอยากดูงั้นแหละเนาะ)
  • สิวที่กราม จากที่เคยขึ้นอักเสบแบบไม่รู้จักหยุดหย่อน ตอนนี้ เหลือรอยค่ะ และเป็นสิวเม็ดเล็ก ๆ ซึ่งสังเกตดูแล้วเป็นสิวอุดตันทั้งหมดค่ะ ที่ทำให้ผิวดูไม่เรียบ
  • สิวบีมจะไม่ขึ้นเลย และผิวจะดีมากถ้าหากว่าบีมกินน้ำปั่นผักและผลไม้ทั้งวันค่ะ
  • สิวจะขึ้นเม็ดเล็ก ๆ หรือแอบบวมเมื่อตอนกินไม่ถูกต้อง เช่น กินดึก หรือกินไขมัน โปรตีน คาร์โบเกินพิกัด เช่นว่า กินในสัดส่วนมากกว่าน้ำปั่นผลไม้และผักสดค่ะ
  • รู้สึกว่า สิวเค้าเป็นผลจากกระบวนการภายในจริง ๆ ค่ะ ไม่เกี่ยวกับข้างนอกเลย (หรือเกี่ยวน้อยมาก) เพราะสังเกตหลายทีละ สิวหลาย ๆ เม็ด เหมือนจะบวม เหมือนจะสุก แต่ถ้าหากบีมกินให้ถูกต้อง นอนให้พอ อารมณ์ให้ดี มันยุบไปเฉยเลย ไม่เหลือแม้แต่ร่องรอยใด ๆ

ทำให้ได้รู้ว่า เราหายจากสิวได้แน่นอน ถ้าหากเราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้กินและคิดได้แบบนี้ไปจนติดเป็นนิสัยค่ะ (ซึ่งติดไปแล้วและ enjoy กับมันมากๆ)

ถามว่า ตอนนี้บีมหายรึยัง บีมขอตอบว่า บีมอยู่ในช่วงที่ร่างกายกำลังล้างอันเก่าออกมาทางหน้า แต่ถ้าหากว่าบีมสามารถที่จะทำการอดอาหารล้างพิษได้ในช่วงนี้ ไม่แน่ค่ะว่ามันอาจจะหายไปเลย (อดสัก 3-7 วัน)

แต่การอดนั้นมีหลายวิธีค่ะ อดน้ำเปล่า อดโดยกินแค่ผลไม้ (ไม่มีแป้งและน้ำตาล หรือไขมัน)

อย่างไรก็ตาม บีมไม่รู้ว่า พิษมันไปสะสมตรงไหนบ้าง ซึ่งสิวขึ้นแค่นี้ แบบที่ขึ้นในทุก ๆ วัน ที่ขึ้นมาแล้วยุบได้เองนี่ บีมพอใจและมีความหวังอย่างเต็มเปี่ยมแล้วค่ะ

ยังไงก็หายชัวร์

แค่ตอนนี้ต้องกินนู่นนี่ enjoy ตามประสาคนมาเที่ยวไปก่อน

แต่บีมก็ติดกินน้ำปั่นผักและผลไม้และมะเขือเทศนะคะ และมันก็ช่วยให้บีมไม่ป่วยและทำให้สิวไม่ระเบิดด้วยค่ะ

ใครไม่ทำ เราทำ เพราะเรารู้ว่ายังไงก็ได้ผลค่ะ :=)

ขอตัวก่อนนะคะ ฝันดีค่ะ

Comments

Popular posts from this blog

บทสวดก่อนกินข้าว (ละอัตตาของการบริโภคนิยม)

บีมกลัวลืมค่ะ เลยรีบมาอัพแต่เช้า เอาไว้ให้ตัวเองอ่านด้วย และคงจะเป็นประโยชน์หากเพื่อน ๆ จะนำไปใช้ด้วย เพื่อละกิเลส ณ เวลาที่กินอะไร...
ไปเจอ 2 บทพิจารณาที่บอร์ดพลังจิต...มีดังนี้
บทที่ 1
ข้าวทุกจาน อาหารทุกอย่าง อย่ากินทิ้งขว้าง เป็นของมีค่า หลายคนเหนื่อยยาก ลำบากหนักหนา สงสารบรรดา คนยากคนจน ในโลกนี้ ยังมีคนที่จนยาก แสนลำบาก อัตคัตและขัดสน อย่ากินทิ้งขว้างตามใจตน สงสารคนอื่นที่ไม่มีกิน ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณแม่ครัว ที่ท่านกรุณา เมตตาทำอาหารมาให้ เราชาว...(ระบุ)...ซาบซึ้งน้ำใจ ตั้งแต่นี้ต่อไป จะทำความดีตอบแทน...
ตรง เราชาว...บีมก็ไม่มีไอเดียว่าให้ใส่อะไร หรือต้องใส่ "ชาวโลก"? ไม่รู้นะคะ อาจจะใส่ชื่อเราก็ได้


บทที่ 2 ปะฏิสังขา โยนิโส ปิณฑะปาตัง ปะฏิเสวามิ เนวะทวายะ นะ มะทายะ นะ มัณฑะนายะ นะ วิภูสะนายะ ยะวะเทวะ อิมัสสะกายัสสะ ฐิติยายาปะนายะ วิหิงสุปะระติยา พรัหมะจริยานุคคะหายะ ดิติ ปุราณัญจะ เวทะนัง ปะฏิหังขามินะวัญจะ เวทะนัง นะ อุปปาเทสสามิ ยาตรา จะ เม ภะวิสสะติ อะนะวัชชะตา จะผาสุวิหาโรจาติ
คำแปล
ปะฏิสังขา โยนิโส ปิณฑะปาตัง ปะฏิเสวามิ เราย่อมพิจารณาโดยแยบคายแล้วฉันบิณฑบาต เนวะ ทวายะ ไม่ให้เ…

วิธีล้างลำไส้แบบธรรมชาติ

เราควรมารู้จักก่อนว่า ของเสียและพิษที่สะสมในลำไส้นั้นมีอะไรบ้าง จะได้เข้าใจถึงกระบวนการล้างได้ถูกวิธี
พิษสะสมในลำไส้หลัก ๆ มาจากสิ่งต่อไปนี ลิ่มของนมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัวที่เป็นเมือกเหนียวอันเกิดจากการรวมตัวระหว่างนมกับน้ำย่อย ส่วนนี้จะไปเป็นเมือกเกาะติดตามผนังลำไส้น้ำมันพืชชนิดไม่อิ่มตัวสายยาวและไขมันทรานส์ที่จะเกาะอยู่ตามผนังลำไส้หากลำไส้เล็กย่อยไม่ได้หมดหรือย่อยไม่ได้เลยอาหารที่ย่อยไม่หมดจากระบบย่อยไม่สมบูรณ์ (เพราะตับ ลำไส้เล็ก ตับอ่อน ผลิตภัณฑ์เอ็นไซม์ย่อยไม่ได้มากนัก หรือการเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด)อาหารที่น้ำย่อยย่อยไม่ได้ หลัก ๆ คือ อาหารแปรรูปและอาหารผ่านไมโครเวฟพยาธิและจุลชีพที่เป็นโทษที่ติดมากับอาหาร ผักสด เนื้อสด เป็นต้น กลุ่มนี้จะมาโตในลำไส้ของเราได้ด้วยและแพร่กระจายไปจุดอื่น ๆ ได้ด้วยสารสังเคราะห์ที่ผสมในอาหาร เช่น สารกันเสีย สีผสมอาหาร สารแต่งกลิ่น ผงชูรส ฟอร์มาลีน เป็นต้นยาปฏิชีวนะที่ฆ่าเชื้อแบคทีเรียในร่างกายทั้งตัวที่ดีและไม่ดี และยาบางชนิดก็ไประคายเคืองผนังกระเพาะและลำไส้อีกด้วย ทำให้ผนังลำไส้เสียหาย ดูดซึมสารอาหารและน้ำได้ไม่ดี
พิษเหล่านี้จะสร้างภาวะที่เป็นกรดและความร้…

ปิดฉาก "สิวเรื้อรัง" ด้วยการล้างพิษท่อน้ำดีและตับ

หนังสือเล่มนี้...บังเอิญครูโชคดี เห็นที่บ้านคุณแม่มานานพอสมควรแล้ว
คุณแม่บอกว่า หนังสือดีมาก แต่ไม่รู้เป็นอะไร ครูก็ยังไม่ยอมหยิบติดมือกลับมาอ่านเสียที
ทั้งที่หนังสือนี้เขียนโดยนายแพทย์ด้านธรรมชาติบำบัดที่มีชื่อเสียงมาก
นายแพทย์บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล...

จนเมื่อไม่นานมานี้ ไปเยี่ยมคุณแม่ และรู้สึกว่า เล่มนี้ดึงดูดผิดปกติ
จนต้องหยิบมาอ่าน...อ่านแล้ว..."ต้องขอยืมคุณแม่กลับ"

รู้สึกได้ทันทีว่าจะมีประโยชน์มาก ๆ ต่อตัวเองและแฟนเพจ ลูกศิษย์ ลูกค้า
ที่มีปัญหา "สิว" อย่างแน่นอน ทั้งที่ยังไปได้เพียง 1/4 ของเล่ม
แต่จากประสบการณ์เรื่องการบำบัดสิวแนวธรรมชาติกว่า 8 ปี

อ่านแว่บเดียวก็รู้สึกเลยว่า...

คุณหมอให้ข้อมูลที่แน่นมาก (แม้จะดูเล่มเล็กก็เถอะ แต่แน่นจริงๆ)ทุกอย่างเป็นเหตุเป็นผลกันดีมาก เข้าใจได้ทะลุปรุโปร่งสำหรับครู (เพราะตัวครูเองก็ลงมือปฏิบัติเลยรู้ว่าที่คุณหมอให้ข้อมูลในหนังสือ เป็นความจริงทั้งหมด) แต่...คุณหมอไม่ได้เขียนถึงเรื่อง "สิว" เลยแม้แต่น้อยนะคะ คุณหมออธิบายเรื่อง "นิ่ว" ในท่อน้ำดีตับ ท่อน้ำดี และถุงน้ำดี ว่ามันทำให้มีปัญหาอะไร มันก่อตัวมาอย่างไร?