Skip to main content

อัพเดทสภาพผิวและสิ่งที่บีมได้เรียนรู้ว่าจะควบคุมสิวอย่างไรค่ะ


รูปถ่ายเมื่อเช้านี้ค่ะ 24 สิงหา 52
ไม่ได้แต่งหน้า (และตอนอัพเดทนี่ก็ยังไม่แต่ง หน้าไม่ค่อยมันด้วย)

หลังจากที่บีมไม่ได้อัพเดทสภาพผิวหน้าของตัวเองมานานพอสมควรนะคะ

บีมเห็นว่า บีมควรจะ้ต้องมาเขียนบางอย่างเพื่อให้กำลังใจเพื่อน ๆ ที่กำลังคิดตัดสินใจจะทำตามวิธีนี้อยู่

บีมรู้ว่า เมื่อบางคนหรือหลาย ๆคนมาอ่าน ก็อาจเกิดคำถามว่า "อืม คำแนะนำดีนะ แต่มันจะได้ผลจริงรึเปล่า" หรือ "อืมมันดีนะ แต่มันจะดีกับเรารึเปล่า"

บีมเข้าใจค่ะว่า เพื่อน ๆ ที่เป็นสิว ลองวิธีต่าง ๆ และก็คงผิดหวังมาไม่มากก็น้อย หน้าบอบช้ำมากบ้างน้อยบ้าง ซึ่งเป็นธรรมดาที่จะมีคำถามนี้ค่ะ

ดังนั้น ข้อมูลที่บีมกำลังจะอัพเดทนี้ และข้อมูลจากหนังสือของคุณ Seppo ที่บีมจะอัพเดทในทุก ๆ วัน จะทำให้เพื่อน ๆ รู้ว่า นี่คือหนทางเดียวที่จะทำให้เพื่อน ๆ เป็นอิสระจากวงจรเดิม ๆ (หาหมอเมื่อสิวมา หาวิธีรักษาเองเมื่อหายจากหมอ และมันก็แย่ และก็ต้องกลับไปหาใหม่)

และเพื่อน ๆ จะรู้ว่า สิวนั้นควบคุมได้จริง ๆ ค่ะ เหมือนกับที่เรารู้ว่าจะป้องกันหวัดยังไง เพราะยังไงซะ มันก็เป็นแค่โรคโรคหนึ่งเท่านั้นเอง เพียงแต่ไม่เคยมีใครคาดคิดว่า สาเหตของมันจะเหมือนสาเหตุของเบาหวาน มะเร็งและโรคเรื้อรังอื่น ๆ ค่ะ

ก่อนอื่น ขอลงรูปผิวก่อนที่บีมจะมาทานผักผลไม้อย่างจริงจังนะคะ (ทานมาได้ 2 สัปดาห์กว่าแล้ว)

รูปนี้ถ่ายเมื่อ 30 มิถุนายน 52 ค่ะ ต้องบอกก่อนว่าบีมเลิกหาหมอหรือใช้ยาหมอมาโดยเด็ดขาดตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ก็ซื้อ BP มาใช้เองช่วงมกรา 52 หน้าใสมาก แต่กุมภา หน้าแห้ง กร้านและด้านมาก ๆ จนต้องเลิกใช้ พอเลิก สิวก็ขึ้นเต็ม และ็ก็มาใช้ ATM Cell Food พอกหน้า และดื่มด้วย มันเหมือนจะดีขึ้นนะ แต่ว่า สิวที่กรามไม่หาย ต่อมาก็มาใช้ DHC ซึ่งอุดตันหนักกว่าเดิม และก็ซื้อยูเซอรีนมา ก็ไม่ดีขึ้น

สภาพหน้าบีมจะสุด ๆ มากเลยค่ะ แม่ทนไม่ได้ถ้าบีมไม่ทาแป้ง ต้องให้ทาแป้งผสมรองพื้นทุกวัน เพราะบ้านบีมค้าขายไงคะ จะมาทำหน้าโทรม ๆ เดี๋ยวลูกค้าจะไม่เข้า (อะอะ) มันก็จะเป็นอย่างที่เห็นค่ะ คือหน้าบีมจะคล้ำมาก กร้าน แห้ง ล้างเสร็จก็แห้ง แป๊บ ๆ ก็มัน (คุ้นๆมั้ยคะ :-)) โบ๊ะแป้งก็ยิ่งแย่หนัก เพราะแป้งจะหนา ๆ มากองๆกันที่คาง หน้าผาก คือรู้สึกแย่น่ะค่ะ แต่ก็ไ่ม่รู้จะทำยังไง

จนวันหนึ่งสั่ง Agel Exo มาทาน แป๊บเดียวผิวแขนเริ่มเนียน ผิวหน้าเริ่มดี แบบนี้ค่ะ คือสิวอุดตันตรงหน้าผากจะลดลงไปมาก และผิวจะเริ่มใสค่ะ แต่สิวตรงกรามยังอยู่นะคะ ยังไม่ไปไหน กรามกับคางยังอยู่ บีมก็คิดว่าจะทำยังไงดีให้มันหายถาวร เพราะมันก็ขึ้นมาอยู่ตลอดล่ะค่ะ ถึงแม้ว่าสภาพโดยรวมมันจะดีก็ตาม และพอเราหยุดทาน ก็มักจะกลับมาแย่เหมือนเดิม เพราะเราทานอาหารแบบขาดสารอาหารเหมือนเดิมไงคะ เราจึงจะต้องพึ่งเค้าตลอด

ทาแป้งฝุ่นบาง ๆ และบลัชออนนิดหน่อยค่ะ

และวันนึง ความอยากของเรามันไม่สิ้นสุด บีมก็เอา "น้ำผึ้ง โยเกิร์ต มะนาว" ผสมกัน มาพอกหน้าได้ 2 วัน

เป็นเรื่องค่ะ สิวผดขึ้นเต็มเลย

บีมเลยต้องสรรหาวิธีว่าจะทำยังไงดี โดยตั้งใจว่าจะใช้วิธีธรรมชาติ จะไม่ใช้ยาดู

ก็ไปเจอสูตรพอกไข่แดง

สรุปว่า ยุบจริง ๆ หลังจากทาได้ 2 วันค่ะ

คราวนี้เลยเป็นที่มาของการหาสูตร "การรักษาสิวทางเลือก" ของบีม

ก็ไปเจอสูตร Wai (ซึ่งต้องขออภัยที่เอาออกไปเพราะเกรงว่าเพื่อน ๆ ที่มาใหม่จะงงค่ะ) ซึ่งสูตรนี้บีมจะทานไข่แดงดิบวันละ 2 ฟอง ทานผลไม้สุกทั้งวันราดน้ำมันมะกอก หรือทำเป็นสลัดทานตามไปค่ะ ดื่มน้ำเปล่าเยอะ ๆ

มันได้ผลนะคะ สิวอุดตันบีมลดไปมาก สิวอักเสบที่ว่าจะขึ้นมา มันก็ค่อย ๆ ยุบ

แต่ สิวตรงกรามไม่หายไปไหนค่ะ

และที่บีมรู้สึกคือ มันทรมานเหมือนกันนะ และบีมคิดว่ามันคงคล้าย ๆ อาการของคนลดความอ้วนที่พอออกจากโปรแกรมก็กินดะเลย บีมตบะแตกวันนึงด้วย ก็เลยคิดว่า แบบนี้มันตึงไปรึเปล่า ประกอบกับเพื่อน ๆ หลายคนที่เมลเข้ามาถามและให้ feedback ก็บอกว่า ทำค่อนข้างยากนะ

บีมเลยคิดว่า มันต้องมีสูตรที่ง่ายกว่านี้และทรมานน้อยกว่านี้ เพื่อหลีกเลี่ยง Yoyo Effect และเพื่อให้เราทานแบบนั้นได้ถาวร และสิวหายถาวรจริง ๆ

ในที่สุด บีมก็ไปเจอหนังสือคุณ Seppo ค่ะ ซึ่งเป็นทางสายกลาง และหลังจากที่บีมได้อ่านหนังสือของเค้า และปฏิบัิติตาม สิวมันก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ และบีมก็เิ่ริ่มมีความสุขมากขึ้น พลังงานเหลือเฟือ นี่รูปถ่ายเช้านี้ทั้งหมดค่ะ หลังล้างหน้าได้ประมาณ 30 นาที และไม่ได้ทำอะไรกับหน้าเลย ใช้แค่ softy สูตรกาแฟ ล้างเสร็จก็ลั้นลารอบบ้าน แล้วก็มาถ่ายรูป



เทียบกับรูปเดือนมิถุนายน 52 ที่เหลือนี่คือ รอยค่ะ ไม่ใช่สิว ซึ่งมันเยินตอนที่ไปพอกเกลือ (อย่าทำนะคะ)


เทียบกับรูปตอนที่ถ่ายเดือนเมษายน 52 ค่ะ ตอนที่สิวเห่อหลังจากเลิกใช้ BP มาพักใหญ่ ๆ ตอนนั้น มันผุดกันอักเสบไม่หยุดเลยค่ะ เจ็บด้วย คันด้วย แต่ตอนนี้ไม่คันเลยค่ะ แม้จะยังมีเม็ดเล็ก ๆ อยู่ แต่การที่เราไม่คันหน้า หรือคันสิว เป็นสัญญาณที่ดีว่ามันจะหายค่ะ เพราะการอักเสบภายในเริ่มลดลง และสิวก็ค่อย ๆ ยุบไปค่ะ ธรรมชาติบำบัดมันจะทีละน้อยๆแบบนี้ล่ะค่ะ แต่มันชัวร์


ต้องขอโทษที่รูปเห็นไม่ค่อยชัดนะคะ สำหรับรูปแรก แต่เดี๋ยวบีมบอกค่ะ ว่ามันจะเหมือนอีกข้าง ที่ว่า มันจะผุดขึ้นมาเรื่อย ๆ เหมือนจะไม่มีที่ิสิ้นสุด คางก็ขึ้น และมันจะคันสิวค่ะ แต่สำหรับรูปที่ถ่ายเช้านี้ บีมไม่มีอาการคันสิวเลย และที่เห็น คือ รอยและสิวที่ขึ้นช่วงประจำเดือนจะมาค่ะ ไม่ได้กังวลใจอะไร เพราะรู้ว่า ถ้าประจำเดือนมามันจะไปเอง เพราะมันเป็นสิวแบบบวมน้ำค่ะ ถ้าหากว่า เราไม่ไประคายเคืองเค้าจะกินน้ำปั่นผัก เดี๋ยวมันจะยุบไปเอง ส่วนสิวตรงคอก็ค่อย ๆ ยุบไปทีละน้อยค่ะ

สิ่งที่ร่างกายบีมเปลี่ยนแปลงไปตั้งแต่หันมากินผัก ซุปผัก น้ำปั่นผัก ผลไม้สด โดยลด หรืองด เค้ก ของหวานทุกประเภท (ยังแอบกินหมูทอดอยู่ค่ะ เพราะว่าอดไม่ได้จริง ๆ แต่จะพยายามไม่กินเยอะ และแม่ก็ช้อบชอบทำไม่รู้เป็นไร อะอะ สงสัยจะมาแกล้งบีมไง)

  • ผิวทั้งตัวบีมดียกเครื่องเลยค่ะ ผิวพรรณผุดผ่องเชียว ไม่หยาบ จับแล้วเนียนมาก ๆ โดยที่บีมไม่ได้ทาโลชั่นมานานละ คือเป็นคนขี้เกียจทาโลชั่นอยู่แล้วค่ะ
  • ถ้าทั้งตัวดี ผิวที่หน้าต้องดีแน่นอน บีมเชื่อว่าเช่นนั้น และมันก็กำลังดีขึ้นจริง ๆ ค่ะ
  • ผิวที่หน้า ที่ว่าดีคือ หน้าบีมมันน้อยลง (ใช่ค่ะ เพราะเราไม่ทานน้ำตาล อินซูลินก็จะไม่เยอะ ฮอร์โมนแอนโดรเจน และ IGF ก็ไม่เยอะ ประกอบกับเราไม่ทานของทอด ยกเว้นหมูทอด อะอะ และทานแต่ผักผลไม้สด มันก็ต้องมันน้อยลงอยู่แล้วค่ะ You Are What You Eat ค่ะ)
  • นอกจากนี้ ปกติ บีมต้องคันสิวทุกวัน คันข้างใน เกาก็ไ่ม่หาย (ใช่มั้ยคะ) เพราะมันอักเสบข้างใน ตั้งแต่เมื่อวาน บีมไม่มีอาการเลยค่ะ
  • ไม่ต้องกดสิวอุดตันแล้ว
  • พอเราเลิก หรือลดพวกน้ำตาล ระดับน้ำตาลเราจะไม่ค่อยแกว่ง ฮอร์โมนเลยคงที่มากขึ้น ทำให้บีมอารมณ์ดีมากขึ้น ไม่แปรปรวนเหมือนที่ผ่านมาแล้วค่ะ มันจะเป็นเองค่ะ
  • บีมตื่นเช้าเองด้วยความสดชื่น นาฬิกาปลุกไม่ใช้ และมักจะเริ่มง่วงเองตอนประมาณสามหรือสี่ทุ่ม ซึ่งตามหลักนาฬิกาชีวิต ถือว่า นาฬิกาของเรานี้เริ่มปกติค่ะ เพราะปกติ คนต้องนอนสามทุ่มและตื่นประมาณตี 3 หรือ ตี 4 ค่ะ (ตั้งแต่บีมเรียนชั้นมัธยม เวลานอนของบีมคือหลังเที่ยงคืน ตื่นก็ต้องใช้นาฬิกาปลุก ถ้าวันหยุดก็ตื่นเที่ยงไปเลย)
  • พลังงานเหลือเฟือค่ะ การทานน้ำปั่นผักทั้งวัน ทำให้ระบบทางเดินอาหารบีมไม่ทำงานหนัก ทำให้ไม่ง่วง ไม่เพลีย พลังงานเหลือเฟือ สมองโปร่งสุด ๆ ไม่ต้องพึ่งอาหารเสริมยี่ห้อไหนเลยค่ะ แค่แตงกวาไม่กี่ลูก มะเขือเทศ ผลไม้ที่ชอบ รวมๆแล้วไม่เกิน 50 บาทต่อวันอ่ะ คุ้มเกินคุ้มค่ะ (ไม่ต้องเชื่อหรอกค่ะ ไปลองเองได้ บีมไม่สนับสนุนให้เชื่อโดยไม่ผ่านการพิสูจน์ด้วยตัวเองค่ะ)
  • ระบบขับถ่ายไม่ต้องพูดถึงค่ะ ดีสุด ๆ
  • ร่างกายเรามันจะค่อย ๆ ปฏิเสธของไม่ดีไปเองค่ะ เช่นว่า บีมชอบแกงหน่อไม้ดองผสมกะทิข้น ๆ มากๆๆๆ และขนมหวานเนี่ย จะชอบมากๆๆๆๆ แต่พอบีมติดใจผลลัพธ์จากสูตรผักสดแล้วเนี่ย และความสนุกจากการลุ้นว่าผักอะไรผสมอะไร จะอร่อยมั้ยเวลาเราเอามาปั่นค่ะ เวลาบีมเห็นของมัน ๆ ก็จะไม่ค่อยอยากเอามาเข้าร่างกายละ มันเป็นเองค่ะ ไม่ได้ฝืน แอบกินคำสองคำพอให้หายอยาก แต่ไ่ม่สวาปาม และก็พอ
  • อย่างเื่มื่อเช้านี้ คุณแม่ทำปลาทอดที่บีมชอบมาก แต่บีมไม่อยากนะ บีมเดินไปเอาแตงกวา มะเขือเทศ และก็มะนาวมาปั่นกินอิ่มเลย ก็ไม่ได้อยากอะไรอีก แถมรู้สึกกระปรี้กระเปร่าอีกตังหากค่ะ
สิ่งที่บีมได้เรียนรู้ และเพื่อน ๆจะได้เรียนรู้เมื่อเริ่มทานแบบสุขภาพค่ะว่าจะควบคุมสิวยังไง
  • บีมเรียนรู้ว่า ยิ่งเราทานผักมาก ๆ ซึ่งไม่มีไขมัน ไม่มีน้ำตาล (หรืออาจมีน้อยมาก) สิวจะยิ่งน้อย หน้ามันน้อยลง และการอักเสบจะเริ่มหายไป
  • บีมเรียนรู้ว่า ผลไ้ม้ที่มีปริมาณน้ำตาลสูง หากไม่ทานคู่กับน้ำัมันมะกอก จะทำให้สิวอักเสบขึ้นมาได้ค่ะ
  • บีมเรียนรู้ว่า น้ำตาลที่มากเกินไป ไม่ดีต่อผิวและสุขภาพโดยรวม
  • บีมเรียนรู้ว่า ไขมันที่มากเกินไปและเป็นไขมันชนิดเลว ไม่ดีต่อผิวและสุขภาพโดยรวม
  • บีมเรียนรู้ว่า การหายใจเข้าลึก ๆ ก็ช่วยให้ผิวดีขึ้นได้เช่นกัน
  • บีมเีรียนรู้ว่า การคิดในแง่บวกจะช่วยให้ผิวสวยได้เช่นกัน
  • บีมเรียนรู้ว่า การล้างพิษที่ตับช่วยให้สิวดีขึ้นได้ และดวงตาสดใสเหมือนกลับมาเป็นเด็ก แต่นั่นเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งที่จะทำให้สิวดีขึ้น แต่ถ้าต้องการจะหาย เราจะต้องทำอย่างอื่นไปพร้อมๆ กันทั้งหมด (บีมจะมาเขียนค่ะ ว่าเราต้องทำอะไรบ้าง ไม่ต้องห่วง)
  • บีมเรียนรู้ว่า ที่เราไม่หายจากสิวกัน เพราะเรารักษากันแต่เพียงบางจุด หากเรารักษาแบบองค์รวม คือทำหลาย ๆ อย่างพร้อมกัน (จะอธิบายแน่นอน) สิวก็จะหายเมื่อสุขภาพดีขึ้นค่ะ
  • บีมเรียนรู้ว่า การที่เราทานแบบสบาย ๆคือไม่บังคับตัวเองจนเกินไป จะทำให้เราค่อย ๆ ปรับลักษณะนิสัยการกินของเรา รวมไปถึงการดำเนินชีวิตโดยรวมให้ไปในทางที่ดีได้อย่างถาวร และนั่นคือภาวะที่เรากำจัดสิวได้อย่างแน่นอน
  • หากใครกำลังใจเข้มแข็ง และต้องการเห็นผลเร็ว ก็ทานแต่น้ำปั่นผักตลอด 2 สัปดาห์ ออกกำลัง สูดอากาศบริสุทธิ์ คิดแง่บวก และในแต่ละวันบีมขอให้สังเกตว่าผิวเป็นยังไง ยังคันมั้ย อักเสบมั้ย อุดตันเป็นยังไง ขอให้เป็นคนละเอียดนิดนึงค่ะ เพราะของแบบนี้จะค่อย ๆ เปลี่ยน เราต้องละเอียดอ่อน ใครจดบันทึกได้ยิ่งดี จดคร่าว ๆ ก็ได้ว่า วันนี้ทานอะไรบ้าง จะได้เอามาิวิเคราะห์กันได้ภายหลังค่ะว่า กินอะไรแล้วสิวขึ้นหรือไ่ม่ขึ้น เพราะบางคนก็แพ้มะนาวเป็นต้น ก็ไม่ต้องกิน
  • แต่หากใครอยากค่อย ๆ ทำไปก็ได้เช่นกัน ค่อย ๆ ปรับไป และเพิ่มการทานผักสดให้มากขึ้นในแต่ละวัน หรือผลไม้น้ำตาลน้อย ๆ ลดอาหารเลว(น้ำตาล แป้ง ไขมัน โปรตีน) ลงไปเรื่อย ๆ (ไม่ขาดสารหรอกค่ะ อันนั้นความรู้เก่าสมัยเรียนประถม)
ตัวบีมเอง รู้วิธีควบคุมสิวดังนี้ค่ะ
  • ถ้าหากประจำเดือนจะมา อย่างช่วงนี้ จะต้องทานน้ำปั่นผักมาก ๆ ผลไม้น้ำตาลน้อย และต้องไม่กินของมันของทอดเลย (ไม่กินอาหารเลวเลย) เพราะน้ำตาลในเลือดบีมยังสูงอยู่และในช่วงประจำเดือนจะมา
  • หากเรากินน้ำตาลไปเยอะ มันก็จะยิ่งไปทำให้ระดับน้ำตาลแกว่งค่ะ ยกตัวอย่างที่ชัดเจนคือ เมื่อวานนี้ บีมไม่คันสิว และีมีสิวที่ว่าจะอักเสบประมาณ 2 เม็ด ซึ่งเป็นเม็ดเล็ก
  • แต่เมื่อวานนี้ กลัวแม่เสียกำลังใจที่อุตส่าห์ซื้อก๋วยเตี๋ยวผัดมา ก็เลยกินหมดเลย และตอนเย็น ก็แอบกินหมูทอด (อีกแล้ว แต่ชิ้นเล็ก ๆ นะคะ) และก็แอบกินแกงหน่อไม้ดองผสมกะทิไป 2 คำ ไม่กินข้าว
  • และลองปั่นกล้วยน้ำว้า ผสมองุ่นแดงและผักคื่นช่าย (ซึ่งไม่ใส่ผักจะอร่อยมาก) กินประมาณ 1 แก้วกว่า ๆ (ก็กินอยู่คนเดียวแหละ คนอื่นก็กินข้าวปกติของเ้ค้าค่ะ อะอะ คือทุกคนก็จะมายั่วเราตลอด แต่มันก็ค่อย ๆ หายอยากไปเองนะ)
  • ซึ่งพอเช้ามา สิวอักเสบหัวหนองขึ้นมาให้เห็นประมาณ 8 เม็ดได้ (แต่ไม่เจ็บนะคะ มีสิวใหญ่แค่ 2 เม็ดเองมั้ง)
  • และพอเรากินแค่ผักวันนี้ คือ แตงกวา ปั่นกับมะเขือเทศ และใส่น้ำมะนาว 1 ลูก ปั่นกับน้ำเย็น 1 แก้ว (ตอนนี้ต้องงดน้ำผึ้งก่อนค่ะ เพราะมันหวาน) และขยี้หอมแดงเอาน้ำมันมาทาสิวอักเสบ ตอนนี้มันก็ไม่ได้บวมแดงอะไรกันมากมายค่ะ ก็ไม่ได้มีสิวอักเสบใหม่ขึ้นมาอีก (ก็ต้องจัดการสิวที่เกิดขึ้นจากการกินเมื่อวานนี้แหละ)
เพื่อน ๆ พอจะมองเห็นมั้ยคะ ว่าเราควบคุมมันได้ยังไง

คือการจะกินยังไงนั้น บีมแนะนำได้แค่หลักการค่ะ ว่ามันเ็ป็นแบบนี้ หากเพื่อน ๆ อยากลดหน้ามัน และช่วงนี้สิวขึ้นเยอะเหลือเกิน เช่นว่า ช่วงสอบ นอนดึก ก็โซ้ยน้ำปั่นผักมาก ๆ เวลาไปกินข้าวกับเพื่อน ๆ ก็ให้เลือกอาหารแบบน้ำตาลน้อยเข้าไว้ พวกน้ำอัดลมขอร้องว่าอย่า

คือ ลำพังแค่ความเครียด มันก็สร้างพิษแล้วไงคะ เราต้องกินผักเข้าไปสู้ และยิ่งเครียดมาก ก็ต้องกินผักไฟท์กับมันมาก ๆ

พอปิดเทอม ชีวิตเราลั้นลาดี สมมติว่าเพื่อนอยากไปเลี้ยงโดยไปกินพิซซ่า เราก็กินได้ แต่เราต้องยอมรับด้วยว่า พอกลับบ้านไป ต้องไปปั่นน้ำผัก แล้วโด้ปเข้าไปเยอะ ๆ และต้องงดของหวาน ของมัน อาหารเลวต่างๆ จนกว่าเรารู้สึกว่า สิวมันจะไม่มาเบียดเบียนเราละ

คุ้น ๆมั้ยคะ เหมือนกับว่า ตอนเราตากฝนกลับมาบ้าน ทุกคนรู้ว่า ถ้าไ่ม่อาบน้ำ จะเป็นหวัด
บางคนรู้ว่า ต้องทานน้ำหอมแดงก่อนนอน จะได้ไม่เป็นหวัด

อันนี้ก็เหมือนกันค่ะ

คือ เพื่อน ๆ ใช้ีีชีวิตตามปกติได้ สังสรรค์ได้

แต่จะบอกให้ว่า เพื่อน ๆ หลังจากที่ได้ลองรักษาตัวเองตามหลักนี้แล้ว จะค่อย ๆ ลดความอยากกินอาหารเลวไปเองค่ะ มันเป็นเช่นนั้นเอง ไม่ได้บังคับเลย

ที่สำคัญ อย่าบังคับตัวเองให้เกิดความเครียดว่าชั้นต้องกินแบบนี้นะคะ ให้ทำแบบสบาย ๆ

อย่างบีม ที่บีมไม่ค่อยกินแกงหน่อไม้ดองแล้วเพราะรู้ว่า เดี๋ยวสิวก็ขึ้นมาอีกถ้ากินไป ไม่กินดีกว่า อยากสวยมากกว่า อะอะ มันก็จะเลิกความอยากไปเองค่ะ

และที่สำคัญ เพื่อน ๆต้องสังเกตว่า ตัวเองแพ้อาหารอะไรนะคะ เพราะแต่ละคนแพ้อาหารไม่เหมือนกัน ถ้าแพ้ก็เลี่ยงค่ะ

หวังว่าคงจะเห็นภาพนะคะ ว่าเราจะควบคุมสิวได้ยังไง และจะมีสุขภาพที่ดีขึ้นได้ยังไงผ่านเรื่องราวและสิ่งที่บีมได้ถ่ายทอดจากประสบการณ์ค่ะ




Comments

Zom said…
ดีมากๆเลยค่ะคุณบีม ส้มก็ชอบกินน้ำปั่นมากเลยค่ะ กินแล้วก็ลืมของมันไปเลย ด้วยความที่ว่ามันได้ให้พลังงานแก่เรา แบบว่ากะปรี่กะเปร่าขึ้น ผิวก็ดีขึ้น แล้วส้มก็มีดื่มน้ำถั่วเหลืองเพิ่มโปรตีนให้ร่างกายอีกทางหนึ่งค่ะ ก็เป็นน้ำถั่วเหลืองแช่เย็นค่ะ กินแล้วสดชื่นมากๆๆๆๆ ก็ขอบคุณคุณบีมมากที่แนะนำอะไรที่เป็นประโยชน์สุดดๆๆให้ค่ะ คุณบีมน่ารักมากๆเลยค่ะ ^___^
Sunny Beam said…
ขอบคุณนะคะคุณส้ม

ขอให้คุณส้มมีสุขภาพและผิวพรรณดีตลอดไปค่ะ ^^

Popular posts from this blog

บทสวดก่อนกินข้าว (ละอัตตาของการบริโภคนิยม)

บีมกลัวลืมค่ะ เลยรีบมาอัพแต่เช้า เอาไว้ให้ตัวเองอ่านด้วย และคงจะเป็นประโยชน์หากเพื่อน ๆ จะนำไปใช้ด้วย เพื่อละกิเลส ณ เวลาที่กินอะไร...
ไปเจอ 2 บทพิจารณาที่บอร์ดพลังจิต...มีดังนี้
บทที่ 1
ข้าวทุกจาน อาหารทุกอย่าง อย่ากินทิ้งขว้าง เป็นของมีค่า หลายคนเหนื่อยยาก ลำบากหนักหนา สงสารบรรดา คนยากคนจน ในโลกนี้ ยังมีคนที่จนยาก แสนลำบาก อัตคัตและขัดสน อย่ากินทิ้งขว้างตามใจตน สงสารคนอื่นที่ไม่มีกิน ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณแม่ครัว ที่ท่านกรุณา เมตตาทำอาหารมาให้ เราชาว...(ระบุ)...ซาบซึ้งน้ำใจ ตั้งแต่นี้ต่อไป จะทำความดีตอบแทน...
ตรง เราชาว...บีมก็ไม่มีไอเดียว่าให้ใส่อะไร หรือต้องใส่ "ชาวโลก"? ไม่รู้นะคะ อาจจะใส่ชื่อเราก็ได้


บทที่ 2 ปะฏิสังขา โยนิโส ปิณฑะปาตัง ปะฏิเสวามิ เนวะทวายะ นะ มะทายะ นะ มัณฑะนายะ นะ วิภูสะนายะ ยะวะเทวะ อิมัสสะกายัสสะ ฐิติยายาปะนายะ วิหิงสุปะระติยา พรัหมะจริยานุคคะหายะ ดิติ ปุราณัญจะ เวทะนัง ปะฏิหังขามินะวัญจะ เวทะนัง นะ อุปปาเทสสามิ ยาตรา จะ เม ภะวิสสะติ อะนะวัชชะตา จะผาสุวิหาโรจาติ
คำแปล
ปะฏิสังขา โยนิโส ปิณฑะปาตัง ปะฏิเสวามิ เราย่อมพิจารณาโดยแยบคายแล้วฉันบิณฑบาต เนวะ ทวายะ ไม่ให้เ…

วิธีล้างลำไส้แบบธรรมชาติ

เราควรมารู้จักก่อนว่า ของเสียและพิษที่สะสมในลำไส้นั้นมีอะไรบ้าง จะได้เข้าใจถึงกระบวนการล้างได้ถูกวิธี
พิษสะสมในลำไส้หลัก ๆ มาจากสิ่งต่อไปนี ลิ่มของนมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัวที่เป็นเมือกเหนียวอันเกิดจากการรวมตัวระหว่างนมกับน้ำย่อย ส่วนนี้จะไปเป็นเมือกเกาะติดตามผนังลำไส้น้ำมันพืชชนิดไม่อิ่มตัวสายยาวและไขมันทรานส์ที่จะเกาะอยู่ตามผนังลำไส้หากลำไส้เล็กย่อยไม่ได้หมดหรือย่อยไม่ได้เลยอาหารที่ย่อยไม่หมดจากระบบย่อยไม่สมบูรณ์ (เพราะตับ ลำไส้เล็ก ตับอ่อน ผลิตภัณฑ์เอ็นไซม์ย่อยไม่ได้มากนัก หรือการเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด)อาหารที่น้ำย่อยย่อยไม่ได้ หลัก ๆ คือ อาหารแปรรูปและอาหารผ่านไมโครเวฟพยาธิและจุลชีพที่เป็นโทษที่ติดมากับอาหาร ผักสด เนื้อสด เป็นต้น กลุ่มนี้จะมาโตในลำไส้ของเราได้ด้วยและแพร่กระจายไปจุดอื่น ๆ ได้ด้วยสารสังเคราะห์ที่ผสมในอาหาร เช่น สารกันเสีย สีผสมอาหาร สารแต่งกลิ่น ผงชูรส ฟอร์มาลีน เป็นต้นยาปฏิชีวนะที่ฆ่าเชื้อแบคทีเรียในร่างกายทั้งตัวที่ดีและไม่ดี และยาบางชนิดก็ไประคายเคืองผนังกระเพาะและลำไส้อีกด้วย ทำให้ผนังลำไส้เสียหาย ดูดซึมสารอาหารและน้ำได้ไม่ดี
พิษเหล่านี้จะสร้างภาวะที่เป็นกรดและความร้…

ปิดฉาก "สิวเรื้อรัง" ด้วยการล้างพิษท่อน้ำดีและตับ

หนังสือเล่มนี้...บังเอิญครูโชคดี เห็นที่บ้านคุณแม่มานานพอสมควรแล้ว
คุณแม่บอกว่า หนังสือดีมาก แต่ไม่รู้เป็นอะไร ครูก็ยังไม่ยอมหยิบติดมือกลับมาอ่านเสียที
ทั้งที่หนังสือนี้เขียนโดยนายแพทย์ด้านธรรมชาติบำบัดที่มีชื่อเสียงมาก
นายแพทย์บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล...

จนเมื่อไม่นานมานี้ ไปเยี่ยมคุณแม่ และรู้สึกว่า เล่มนี้ดึงดูดผิดปกติ
จนต้องหยิบมาอ่าน...อ่านแล้ว..."ต้องขอยืมคุณแม่กลับ"

รู้สึกได้ทันทีว่าจะมีประโยชน์มาก ๆ ต่อตัวเองและแฟนเพจ ลูกศิษย์ ลูกค้า
ที่มีปัญหา "สิว" อย่างแน่นอน ทั้งที่ยังไปได้เพียง 1/4 ของเล่ม
แต่จากประสบการณ์เรื่องการบำบัดสิวแนวธรรมชาติกว่า 8 ปี

อ่านแว่บเดียวก็รู้สึกเลยว่า...

คุณหมอให้ข้อมูลที่แน่นมาก (แม้จะดูเล่มเล็กก็เถอะ แต่แน่นจริงๆ)ทุกอย่างเป็นเหตุเป็นผลกันดีมาก เข้าใจได้ทะลุปรุโปร่งสำหรับครู (เพราะตัวครูเองก็ลงมือปฏิบัติเลยรู้ว่าที่คุณหมอให้ข้อมูลในหนังสือ เป็นความจริงทั้งหมด) แต่...คุณหมอไม่ได้เขียนถึงเรื่อง "สิว" เลยแม้แต่น้อยนะคะ คุณหมออธิบายเรื่อง "นิ่ว" ในท่อน้ำดีตับ ท่อน้ำดี และถุงน้ำดี ว่ามันทำให้มีปัญหาอะไร มันก่อตัวมาอย่างไร?