Skip to main content

อาหารสูตร 2 : สูตรถอนพิษร้อนสำหรับคนเป็นสิวและป่วยเรื้อรัง

ตั้งแต่ซื้อหนังสือ "ความลับฟ้า" ของหมอเขียว ใจเพชร มีทรัพย์ มาเมื่อสองวันก่อนนั้น บีมก็เริ่มอ่านและทำตามที่แนะนำทันที และก็เห็นผลอย่างรวดเร็ว

หมอเขียวได้แบ่งอาหารไว้เป็น 7 สูตร เพื่อการปรับสมดุลตามภาวะร้อน - เย็นของร่างกาย (หากใครงงตรงนี้ รบกวนไปอ่านที่นี่เพิ่มเติมค่ะ สาเหตุของสิว: อธิบายด้วยมุมมองหยิน-หยาง (ฤทธิ็ร้อน - ฤทธิ์เย็น)

ท่านยังแนะนำว่า คนที่เริ่มดูแลสุขภาพโดยการปรับสมดุลนั้น จะถูกกับสูตรที่ 2 ค่ะ

หมอเขียวได้แนะนำดังนี้ค่ะ
  1. มื้อหลัก (เช้าหรือเที่ยงวัน ไม่ควรให้มื้อหลักเป็นตอนเย็นค่ะ เพราะร่างกายต้องการพักผ่อนในช่วงเวลานั้น หากกินมื้อหลักตอนเย็นจะทำให้ร่างกายอ่อนล้าเพราะระบบย่อยไม่ได้พักเลย และอาจทำให้นอนหลับไม่สนิท) มีลำดับการกินดังนี้ค่ะ น้ำเขียว (คลอโรฟิลล์สดจากธรรมชาติ) - ผลไม้ฤทธิ์เย็น - ผักฤทธิ์เย็นสด - ผักฤทธิ์เย็นลวก - ข้าวพร้อมกับข้าว (ผักลวกอาจกินพร้อมข้าวได้) - ต้มถั่วขาว/เีขียว/เหลือง - น้ำเต้าหู้ (ถ้าไม่แพ้) - แกงจืดหรือแกงชนิดต่าง ๆ ที่รสไม่จัด (ท่านแนะนำว่า สามารถกินแกงที่รสไ่ม่จัดได้ในทุกลำดับของอาหาร)
  2. มื้อเบา ๆ อาจกินข้าวต้มผักลวก กินน้ำสมุนไพร ผลไม้หรือธัญพืช หรือเครื่องดื่มธัญพืชที่มีฤทธิ์เย็นแทนอาหารมื้อหนัก เช่น น้ำ่ย่านาง บัวบก ใบเตย ว่านกาบหอย ว่านหางจระเข้ เฉาก๊วย เก๊กฮวย หญ้าปักกิ่ง ลูกสำรอง (หมากจอง) ลูกเดือยต้ม หรือน้ำลูกเดือย ถั่วขาว/เขียว/เหลืองต้มหรือน้ำถั่วขาว/เขียว/เหลือง นมถั่วเหลือง และนมข้าวโพด เป็นต้น
  3. มื้อเย็น เป็นเวลาที่ร่างกายต้องการพักผ่อน ดังนั้นควรกินอาหารเบา ๆ เช่น กินผลไม้ กินผักลวกจิ้มเกลือ หรือจิ้มน้ำพริกรสไม่จัดหรือจิ้มซีอิ้วมะนาว โดยกินกับข้าวต้มหรือข้าวสวยตามความเหมาะสมของสภาพร่างกาย
สำหรับข้าวต้มถอนพิษร้อน คุณหมอแนะนำให้ทำดังนี้ค่ะ

นำข้าวขาวมา 1 ส่วนต่อน้ำ 7 ส่วน แล้วต้มด้วยไฟปานกลาง (ถ้าไฟแรงจะเพิ่มฤทธิ์ร้อนค่ะ) และต้มพอสุก ห้ามต้มจนเปื่อย

หากใครที่กินตามสัดส่วนของข้าวกับน้ำแบบนี้แล้วยังมีภาวะร้อนเกินอยู่ ก็ให้เพิ่มน้ำลงไปอีก
แต่ถ้าหากใครกินตามนี้แล้ว ไม่มีภาวะร้อนเกินและไม่ค่อยอยู่ท้อง ก็สามารถปรับลดปริมาณน้ำต่อข้าวได้ค่ะ ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน (ซึ่งต้องสังเกตกันเอง)

และไม่ควรกินข้าวเปล่า ๆ ควรกินกับผักลวก หรือเห็ด หรือเต้าหู้แข็งนึ่งเสมอ ไม่งั้นจะเกิดภาวะร้อนเกินค่ะ

คุณหมอเตือนว่า เห็ด เต้าหู้ หรืออาหารกลุ่มโปรตีนและไขมันอื่น ๆ ไม่ควรเลือกกินในตอนเย็นเพราะเป็นอาหารที่ต้องใช้พลังงานย่อยมาก ทำให้ร่างกายซึ่งควรจะได้พักในช่วงเย็นกลับไม่ได้พัก และผลิตพลังงานความร้อนเิกินความจำเป็น ซึ่งจะเผาผลาญเซลล์ของเราในระยะยาว

ดังนั้น ไม่ควรกินหรือกินให้น้อยในตอนเย็นค่ะ

ทั้งนี้ ต้องวัดเอาจากสิ่งที่ร่างกายส่งสัญญาณบอกค่ะว่า ตอนนี้โล่ง โปร่ง สบายดีอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องกินอะไร แต่ถ้าหากหิว ก็ให้หาผลไม้หรือผักฤทธิ์เย็นมาลวกหรือกินสด ๆ กับข้าวต้มเล็กน้อยก็ได้

เทคนิคการกินข้าวต้ม
เอาผักลวก เต้าหู้ลวกหรือนึ่งสุกจิ้มกับเกลือ ซีอิ้วผสมน้ำมะนาวหรือน้ำพริกรสไม่จัด "จุ่มเล็กน้อยพอให้รู้รส" ใส่ปากเคี้ยวแล้วกินข้าวต้มตาม 1-5 ช้อนโต๊ะต่อการจิ้ม 1 ครั้ง

ทำแบบนี้จะทำให้ร่างกายเราไม่ได้รับความเค็มเกินความต้องการของร่างกาย (ซึ่งรู้สึกคุณหมอบอกว่า วันวันนึงเราต้องการเกลือหรือความเค็มแค่ประมาณ 1 ช้อนชาเองมั้งคะ ต้องเปิดดูอีกที แต่ประมาณนี้ล่ะค่ะ) และห้ามเอาซีอิ้วราดในข้าวต้ม เพราะเราจะรู้ว่ามันจืดและจะเติมลงไปอีก

ใครสนใจ ก็หาซื้อหนังสือ "ความลับฟ้า" ของหมอเขียวได้ค่ะ SE-ED ก็มี (บีมไม่ได้ commission น้า แต่หนังสือเค้าดีจริง ๆ ควรเป็นหนังสือติดบ้านค่ะ สำหรับทุกคนในครอบครัว)

บีมเริ่มจับหลักได้แล้วค่ะว่า
  1. ร่างกายคนไม่เหมือนกัน จะเอาแบบสูตรเดียวกันหมดเลยไม่ได้
  2. แ่ต่ละคนต้องสังเกตว่า ตัวเองกินอะไร ขนาดไหนแล้วรู้สึก "โปร่ง โล่ง สบาย" ก็กินแบบนั้นจนกว่า่ร่างกายจะเข้าสู่สมดุล
  3. สมดุลของคนหนึ่งคน ในแต่ละช่วงเวลาหรือฤดูกาลก็จะเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นต้องหัดสังเกตตัวเองเสมอ ซึ่งถ้าหากคนเป็นสิว ทานสูตร 2 จนดีขึ้นแล้ว และในฤดูหนาว เกิดอาการของ "ภาวะเย็นเกิน" ขึ้นก็จะต้องเพิ่มอาหารฤทธิ์ร้อนเข้าไป
  4. อาหารทุกอย่่างที่ผ่านไฟจะสะสมฤทธิ์ร้อน ยิ่งอาหารผ่า่นกระบวนการก็จะยิ่งร้อนมาก ดังนั้น ผักฤทธิ์เย็นไม่ควรใช้ไฟแรงและไม่ควรต้มนาน ไม่เช่นนั้นก็ไม่ต่างจากอาหารฤทธิ์ร้อน และหลักการนี้ใช้กับอาหารทุกอย่างเลย
  5. หากทานสูตร 2 ไม่หายหรือไม่ดีขึ้น ต้องทานสูตร 1 อย่างเคร่งครัดคือ ทานผักและผลไม้สดที่ไม่ผ่านกระบวนการปรุงใด ๆ เลย (คนยิ่งเป็นสิวหนัก ๆ ก็ควรจะเริ่มจากตรงนี้ก่อนเช่นกัน)
จำไว้นะคะ หลักการของการวัดว่ากินอะไรแล้วดี คือ ร่างกายและจิตใจรู้สึก "โปร่ง โล่ง สบาย"
หมอเขียวแนะนำเอาไว้เช่นนี้ค่ะ

หากว่าใครจำเป็นต้องกินเลี้ยง มีแต่อาหารฤทธิ์ร้อน ก็ไม่ต้องเครียดค่ะ ใช้ชีวิตปกติ พอมีเวลากลับมาดูแลตัวเอง ก็อาจจะถอนพิษด้วยสูตร 1 ไปเลยก็ได้ค่ะ

หวังว่าเพื่อน ๆ คงจะนำไปประยุกต์ได้ไม่มากก็น้อยนะคะ

Comments

Popular posts from this blog

บทสวดก่อนกินข้าว (ละอัตตาของการบริโภคนิยม)

บีมกลัวลืมค่ะ เลยรีบมาอัพแต่เช้า เอาไว้ให้ตัวเองอ่านด้วย และคงจะเป็นประโยชน์หากเพื่อน ๆ จะนำไปใช้ด้วย เพื่อละกิเลส ณ เวลาที่กินอะไร...
ไปเจอ 2 บทพิจารณาที่บอร์ดพลังจิต...มีดังนี้
บทที่ 1
ข้าวทุกจาน อาหารทุกอย่าง อย่ากินทิ้งขว้าง เป็นของมีค่า หลายคนเหนื่อยยาก ลำบากหนักหนา สงสารบรรดา คนยากคนจน ในโลกนี้ ยังมีคนที่จนยาก แสนลำบาก อัตคัตและขัดสน อย่ากินทิ้งขว้างตามใจตน สงสารคนอื่นที่ไม่มีกิน ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณแม่ครัว ที่ท่านกรุณา เมตตาทำอาหารมาให้ เราชาว...(ระบุ)...ซาบซึ้งน้ำใจ ตั้งแต่นี้ต่อไป จะทำความดีตอบแทน...
ตรง เราชาว...บีมก็ไม่มีไอเดียว่าให้ใส่อะไร หรือต้องใส่ "ชาวโลก"? ไม่รู้นะคะ อาจจะใส่ชื่อเราก็ได้


บทที่ 2 ปะฏิสังขา โยนิโส ปิณฑะปาตัง ปะฏิเสวามิ เนวะทวายะ นะ มะทายะ นะ มัณฑะนายะ นะ วิภูสะนายะ ยะวะเทวะ อิมัสสะกายัสสะ ฐิติยายาปะนายะ วิหิงสุปะระติยา พรัหมะจริยานุคคะหายะ ดิติ ปุราณัญจะ เวทะนัง ปะฏิหังขามินะวัญจะ เวทะนัง นะ อุปปาเทสสามิ ยาตรา จะ เม ภะวิสสะติ อะนะวัชชะตา จะผาสุวิหาโรจาติ
คำแปล
ปะฏิสังขา โยนิโส ปิณฑะปาตัง ปะฏิเสวามิ เราย่อมพิจารณาโดยแยบคายแล้วฉันบิณฑบาต เนวะ ทวายะ ไม่ให้เ…

วิธีล้างลำไส้แบบธรรมชาติ

เราควรมารู้จักก่อนว่า ของเสียและพิษที่สะสมในลำไส้นั้นมีอะไรบ้าง จะได้เข้าใจถึงกระบวนการล้างได้ถูกวิธี
พิษสะสมในลำไส้หลัก ๆ มาจากสิ่งต่อไปนี ลิ่มของนมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัวที่เป็นเมือกเหนียวอันเกิดจากการรวมตัวระหว่างนมกับน้ำย่อย ส่วนนี้จะไปเป็นเมือกเกาะติดตามผนังลำไส้น้ำมันพืชชนิดไม่อิ่มตัวสายยาวและไขมันทรานส์ที่จะเกาะอยู่ตามผนังลำไส้หากลำไส้เล็กย่อยไม่ได้หมดหรือย่อยไม่ได้เลยอาหารที่ย่อยไม่หมดจากระบบย่อยไม่สมบูรณ์ (เพราะตับ ลำไส้เล็ก ตับอ่อน ผลิตภัณฑ์เอ็นไซม์ย่อยไม่ได้มากนัก หรือการเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด)อาหารที่น้ำย่อยย่อยไม่ได้ หลัก ๆ คือ อาหารแปรรูปและอาหารผ่านไมโครเวฟพยาธิและจุลชีพที่เป็นโทษที่ติดมากับอาหาร ผักสด เนื้อสด เป็นต้น กลุ่มนี้จะมาโตในลำไส้ของเราได้ด้วยและแพร่กระจายไปจุดอื่น ๆ ได้ด้วยสารสังเคราะห์ที่ผสมในอาหาร เช่น สารกันเสีย สีผสมอาหาร สารแต่งกลิ่น ผงชูรส ฟอร์มาลีน เป็นต้นยาปฏิชีวนะที่ฆ่าเชื้อแบคทีเรียในร่างกายทั้งตัวที่ดีและไม่ดี และยาบางชนิดก็ไประคายเคืองผนังกระเพาะและลำไส้อีกด้วย ทำให้ผนังลำไส้เสียหาย ดูดซึมสารอาหารและน้ำได้ไม่ดี
พิษเหล่านี้จะสร้างภาวะที่เป็นกรดและความร้…

ปิดฉาก "สิวเรื้อรัง" ด้วยการล้างพิษท่อน้ำดีและตับ

หนังสือเล่มนี้...บังเอิญครูโชคดี เห็นที่บ้านคุณแม่มานานพอสมควรแล้ว
คุณแม่บอกว่า หนังสือดีมาก แต่ไม่รู้เป็นอะไร ครูก็ยังไม่ยอมหยิบติดมือกลับมาอ่านเสียที
ทั้งที่หนังสือนี้เขียนโดยนายแพทย์ด้านธรรมชาติบำบัดที่มีชื่อเสียงมาก
นายแพทย์บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล...

จนเมื่อไม่นานมานี้ ไปเยี่ยมคุณแม่ และรู้สึกว่า เล่มนี้ดึงดูดผิดปกติ
จนต้องหยิบมาอ่าน...อ่านแล้ว..."ต้องขอยืมคุณแม่กลับ"

รู้สึกได้ทันทีว่าจะมีประโยชน์มาก ๆ ต่อตัวเองและแฟนเพจ ลูกศิษย์ ลูกค้า
ที่มีปัญหา "สิว" อย่างแน่นอน ทั้งที่ยังไปได้เพียง 1/4 ของเล่ม
แต่จากประสบการณ์เรื่องการบำบัดสิวแนวธรรมชาติกว่า 8 ปี

อ่านแว่บเดียวก็รู้สึกเลยว่า...

คุณหมอให้ข้อมูลที่แน่นมาก (แม้จะดูเล่มเล็กก็เถอะ แต่แน่นจริงๆ)ทุกอย่างเป็นเหตุเป็นผลกันดีมาก เข้าใจได้ทะลุปรุโปร่งสำหรับครู (เพราะตัวครูเองก็ลงมือปฏิบัติเลยรู้ว่าที่คุณหมอให้ข้อมูลในหนังสือ เป็นความจริงทั้งหมด) แต่...คุณหมอไม่ได้เขียนถึงเรื่อง "สิว" เลยแม้แต่น้อยนะคะ คุณหมออธิบายเรื่อง "นิ่ว" ในท่อน้ำดีตับ ท่อน้ำดี และถุงน้ำดี ว่ามันทำให้มีปัญหาอะไร มันก่อตัวมาอย่างไร?