Skip to main content

ไดอารี่ประจำวันที่ 29 สิงหาคม 52

วันนี้บีมมีสอนภาษาอังกฤษน้อง ๆ ตั้งแต่ช่วงเ้ช้าค่ะ จนถึงเย็นเลย ก็เลยยุ่ง ๆ หน่อย

แถมช่วงเย็น ๆ คุณยายก็ดูเหมือนอาการแย่ ๆ ด้วย

แต่พอช่วงนี้อยากจะมาหาความรู้เกี่ยวกับการล้างพิษสักหน่อย ว่ามันมีกระบวนการยังไงบ้าง เพราะบีมไม่ชอบทำอะไรแบบไม่มีเหตุผลน่ะค่ะ บีมอยากรู้ว่า ที่ทำ ๆ อยู่ทุกวันนี้ มันดีต่อเราอย่างไรบ้าง จะทำอะไรก็ต้องรู้จริง ๆจัง ๆ เนาะ จะได้เป็นผลดีกับตัวเราเอง

สิ่งที่ทำให้บีมเกิดคำถามก็คือว่า ทั้งตัวบีมนั้น ดีแบบยกเครื่อง แต่ว่า สิวตรงกราม ทำไมยังยุบไม่หมดสักที และเมื่อไหร่จะหมด รวมทั้ง บีมก็จะได้หาคำตอบที่อาจจะค้างคาอยู่ในใจของเพื่อน ๆ ที่อาจเริ่มทำตามสูตรที่บีมแนะนำ แต่ทำมั้ย ทำไม ยังไม่เห็นผลสักที

บีมไม่อยากให้เพื่อน ๆ นั้นหมดกำลังใจไปซะก่อน เพราะในใจบีมนั้น เชื่อแน่ว่า ยังไงธรรมชาติก็ต้องดีกว่าสารเคมีเสมอ

ยาทำให้ร่างกายคนเราอ่อนแอ ... ใคร ๆ ก็รู้ แต่ว่ายอมปิดตาหนึ่งข้างเพราะยังไงซะ มันก็เป็นวิธีการแก้ปัญหาที่รวดเร็วมากกว่าการที่จะต้องมาเสียเวลานั่งปั่นผักทุกวัน

บีมมีปมในใจเกี่ยวกับเรื่อง ยา มาก ๆ ค่ะ ทั้งเรื่องของตัวเองและครอบครัว
และไม่เคยเห็นใครสักคนที่กินยาแล้วสุขภาพจะดี

บีมเชื่อว่า ทุกอย่างจะมี "ความจริงแท้" อยู่ในนั้น

และนั่นคือสิ่งที่ พระพุทธองค์ ได้ทรงตรัสรู้ "ความจริงแท้" นั้นทั้งหมด

ไม่ยกเว้นแม้แต่ "การรักษาสุขภาพ"

ธรรมะไม่ใช่การสวดมนต์
แต่คือ "ทุกอย่าง" ในชีวิตประจำวัน

บีมไม่ใช่พวกมือถือสากปากถือศีีล
ถ้าอะไรที่ทำได้ ก็จะบอก ทำไม่ได้ก็ไม่พูด และก็ไม่ใช่แม่พระที่จ๊ะจ๋าใจดีได้ตลอดเวลา

แต่บีมก็พยายามที่จะยึดเอา "พระรัตนตรัย" เป็นที่พึ่งสูงสุดอยู่เสมอ

และการที่บีมได้มาเผยแพร่่สิ่งที่บีมรู้และเ้ข้าใจเกี่ยวกับสิว และการบำบัดด้วยธรรมชาตินี้ ก็เป็นความสุขทางใดอย่างมากอย่างหนึ่ง และจะยิ่งรู้สึกเข้าไปอีกถ้าหากว่า มีคนได้ทำตามนี้ แล้วอย่างน้อยก็มีสุขภาพดีขึ้นและจิตใจที่เบิกบานมีพลังมากกว่าเดิม

บีมพยายามจะเอาข้อมูลที่เป็นกลางที่กลั่นจากความเข้าใจของบีมมานำเสนอ

แต่ทั้งนี้ เพื่อน ๆ ก็จำเป็นจะต้องพิจารณาว่า "ร่างกายของเราเหมาะสมกับวิธีนี้หรือไม่" "มันดีจริงหรือไม่"

บีมไม่ได้ขอว่าให้ต้องมาเชื่อกัน

บีมแค่อยากให้เพื่อน ๆ ได้ลองพิสูจน์อย่างจริงจัง หาความรู้เพิ่มเติมไปด้วย ทดลองทำจนกว่าจะเจอทางที่ใช่สำหรับตัวเอง

มาตรฐานการวัดว่ามันเหมาะกับเรามั้ยนั่นคือ ทำแ้ล้ว "สบายดี โปร่งดี โล่งดี"

แต่สำหรับการล้างพิษนั้น เนื่องจากเป็นกระบวนการเอาของเสียที่สะสมออกมา

มันก็จะต้องมีช่วงที่เพื่อน ๆ อาจรู้สึก ไม่สบายเนื้อตัว

เพื่อน ๆ ที่เป็นสิว บางครั้งก็อาจจะรู้สึกว่า สิวขึ้นรึเปล่า เป็นมากกว่าเดิมรึเปล่า

บีมไม่อยากให้เพื่อน ๆ หยุดอยู่แค่ว่า ทำแบบนี้แล้วสิวขึ้น... แต่น่าจะลองค้นหาสาเหตุว่า "มันขึ้นเพราะอะไร"

ลองสำรวจดูว่า ร่างกายทั้งหมด มีพลังงานชีวิตกลับคืนมาหรือไม่
หรือเรายังพร่องขั้นตอนไหนอยู่รึเปล่า

Seppo ได้กล่าวถึงปัจจัยที่จะต้องทำให้ครบในการจะรักษาสิวด้วยตัวเองให้หายดังนี้
  1. อาหาร
  2. การออกกำลัง
  3. การสัมผัสแสงแดด
  4. อารมณ์และความคิด
  5. อากาศ (บริสุทธ์ และการหายใจ)
  6. การนอนหลับ
ไม่มีอะไรสำคัญที่สุด ทุกปัจจัยสำคัญเท่ากันหมด

ให้คะแนนตัวเองจากคะแนนเต็ม 10 ในแต่ละ้ข้อ

แล้วดูว่า เพื่อน ๆ พร่องด้านใด ก็เติมให้ครบ

อย่างบีมเนี่ย บีมรู้ว่า บีมผ่านเรื่องอาหาร อารมณ์และความคิด อากาศ (เพราะอยู่ต่างจังหวัด) และการนอนหลับ (แต่ช่วงนี้เริ่มจะไม่ค่อยโอเคแล้วเพราะว่าต้องผลัดเวรกันในครอบครัวดูแลคุณยายรอบดึก แต่บีมก็ยังนอนหลับลึกและหลับดีอยู่ค่ะ)

แต่สิ่งที่ต้องปรับคือ การออกกำลัง และ เรื่องของการสัมผัสแสงแดด ซึ่งการไม่ค่อยได้ออกกำลัง จะทำให้ระบบหมุนเวียนของเลือดและน้ำเหลืองยังไม่ค่อยดีเท่าที่ควร แม้จะกินอาหารเป๊ะ หรือกินที่ถือว่าถูกหลักมาก ๆ แต่ถ้าหาก เลือดมันไม่เดิน หรือเดินช้า พิษมันก็จะออกช้า ส่วนแสงแดดนี่ บีมจำไม่ได้แล้ว แต่เดี๋ยวจะสรุปมาใหม่ รู้แต่ว่า พออ่านแล้วว่าเราจำเป็นต้องให้ร่างกายโดนแดด ช่วงนี้ก็เลยอาบแดดอ่อน ๆ ทุกเช้าค่ะ

บีมยังไม่ได้ลงในรายละเอียดว่า จะต้องไปสัมผัสช่วงไหน แต่วัดเอาว่า ช่วงเช้าที่แดดสบาย ๆ น่าจะดี และแดดร่มลมตกก็น่าจะดี ก็วัดเอาว่า ร่างกายเราไม่ทนทุกข์ทรมานล่ะค่ะ เดี๋ยวต้องขอเวลาไปศึกษาอีกหน่อย ว่ามันมีการกำัหนดมั้ยว่าใครต้องตากแดดเมื่อไหร่ หรือช่วงไหน

และเรื่องออกกำลัง ตอนนี้ก็ไปซื้อรองเท้ามาแล้ว และก็จะเริ่มทำตั้งแต่พรุ่งนี้ไป

แต่ก่อนนี้ ตั้งแต่สมัยเรียนมา บีมออกกำลังตลอด แต่ว่าก็หาหมอสิวตลอด กินยาทายาตลอด อาหารก็ไม่มีประโยชน์ กินแบบแย่ ๆ เครียด ๆ เรียน ๆ จิตใจก็แย่ค่ะ

ดังนั้น ต่อให้ออกกำลังดีเด่นแค่ไหน มันก็ไม่ได้ช่วยให้สิวดีขึ้น
เพราะ เราทำไม่ครบ

บีมเลยไม่อยากให้เพื่อน ๆ หยุดวิธีธรรมชาิติบำบัดไปซะก่อน เพียงเพราะว่า "ทำไม่ครบ"

ค่อย ๆ ทำแต่ละอย่างไปทีละนิดค่ะ แต่ถ้าใครทำได้ทั้งหมดเลย ก็ขอยินดีด้วย

ไดอารี่วันนี้ขอจบด้วยรูปตั้งแต่เด็ก ๆ ของบีม มาจนถึงตอนนี้นะคะ เสียดายไม่มีรูปตอนมัธยม และตอนมหาลัย (ไม่ชอบถ่ายรูปค่ะ เพราะกลัวกล้อง และตอนมัธยมเค้าไม่มีแต่งหน้าหรอกค่ะ ก็ยิ่งไม่อยากให้ใครมาถ่ายรูป เลยไม่มีรูปเลย)

และเพื่อน ๆ จะรู้ว่า "อะไร ๆ ก็เปลี่ยนแปลงได้จริง ๆ"

รูปตอนปี 2539 ค่ะ วันนั้นเป็นวันที่คล้าย ๆ กับวันอำลานักเรียน ป.6 ข้าง ๆ บีมเป็นน้องสาว (ซึ่งตอนนี้เธอสวยเปรี้ยวอย่างแรง :-) บีมก็เป็นเด็กดำ ๆ อ่ะค่ะ เพื่อน ๆ ก็ล้อมาตลอดว่า "ดำปากเป็ด" แต่ด้วยความที่เรามีความสามารถ ก็เลยไม่มีใครมาดูถูกเราค่ะ แถมมีแม่สนับสนุนให้ทำกิจกรรมเยอะแยะ เลยเป็นคนหนึ่งที่เด่นอยู่เหมือนกัน และเลยทำให้เราคิดว่า เราแพ้ใครไม่เป็น ด้วยค่ะ ก็เลยเกิดเป็นความเครียดเล็ก ๆ และก่อตัวใหญ่ขึ้นตอนเรียนสูงขึ้นไป

รูปนี้ถ่ายปี 2545 ค่ะ ตอนนั้นแต่งหน้าไม่เป็นหรอกค่ะ และก็หาหมอสิวอยู่ ก็จะเห็นว่า หน้าไม่มีสิวมากค่ะ แต่ขนาดหาหมอ สิวยังผุดมาได้ตรงแก้ม แสดงว่า ภายในนี้สุด ๆ และหน้าเกือบทั้งหมดจะขาวยกเว้นรอบปาก และคอลงมาก็ดำ ไม่ได้ชอบหาหมอหรอกค่ะ แต่ก็จำเป็น เพราะไม่รู้จะทำยังไง ผิวก็ไม่ละเอียดค่ะ ทั้ง ๆ ที่ก็พยายามสวยเหลือเกิน เอาโลชั่นมาสารพัดชนิด (แต่สู้น้องไม่ได้) มันก็ได้เท่านั้นแหละ ก็สงสัยตลอดนะคะว่า คนที่ผิวดี ๆ เค้าทำกันยังไงนะ (เบื่อตัวเองสุด ๆ)

รูปนี้ถ่ายวันสุดท้ายที่เรียนกับคุณครูเกาหลี ของห้องเรียนภาษาเกาหลีเมื่อเทอม 1 ปี 4 ค่ะ สนุกมาก ๆ ขอบอก คุณครูใจดีมาก (แถวนั่งคนแรกนับจากซ้ายเลยค่ะ) ส่วนบีมจะนั่งแถวกลางนับจากซ้ายมาคนที่สอง ตอนนั้นก็หาหมอสิวอยู่ ไม่หาไม่ได้ เพราะหน้าเราเยินจากตอนไปหาคลินิก (ขอไม่เอ่ยนาม) ตอนปี 2 นี่ปี 4 นะคะ เม็ดไขมันที่คางเพียบเลย ถามคุณหมอ คุณหมอก็ตอบไม่ได้ ใช้ยาอะไรก็ไม่หาย ก็ต้องทำใจค่ะ และจะเห็นว่า หน้าคล้ำดำแดด ทั้ง ๆ ที่มันเป็นการถ่ายรูปตอนเช้าแท้ ๆ ซึ่งควรจะเด้ง เป็นผลจากหน้าเร็วต่อแดดจากการใช้ยาค่ะ หน้ามันและเหม็นยา แต่ไม่รู้จะทำัยังไง (อีกแล้ว)

นี่คือรูปถ่ายเช้าวันนี้ค่ะ บีมไม่ใช้กันแดดมาตั้งแต่ต้นปีแล้วมั้งคะ เพราะกลัวสิวขึ้น ตั้งแต่กลับมาจากมาเลเซีย ตั้งใจจะซื้อ Artistry แต่ตังค์ไม่เคยพอ เลยไ่ม่ได้ซื้อ ก็ช่างมันค่ะ ลองผิดลองถูกไปเรื่อย ๆ แต่ตั้งปฏิญาณว่า ไม่หาหมอแล้ว ไปหาเีดี๋ยวก็ต้องไปเรื่อย ๆ บีมมีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจในครัวเรือนนิดหน่อยค่ะ (จริง ๆ ก็ไม่หน่อย) จึงเป็นที่มาว่า "เราต้องรักษาสิวด้วยต้นทุนต่ำสุดแต่ประสิทธิภาพสูงสุด" ก็ด้วยความจนบีบบังคับด้วยแหละ อะอะ ถึงต้องเข้าหาธรรมชาติน่ะค่ะ เพราะมันถูกสุดแล้ว และยิ่งทำมันยิ่งดี

ที่เลือกรูปนี้มา ก็เพราะอยากให้เพื่อน ๆ สังเกตผิวตั้งแต่คอลงมา และแขนอีกนิดหน่อยค่ะ นั่นคือ ผิวที่บีมได้จากการกินสูตรธรรมชาติมาเรื่อย ๆ นี่ล่ะคือสิ่งที่ยั้งใจบีมไม่ให้กินพวกอาหารฤทธิ์ร้อน บีมไม่อยากบอกอันนี้ แต่เห็นว่ามีประโยชน์ก็จะบอก คือ ก่อนมากินสูตรนี้ (เริ่มเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน) บีมมีปัญหากลิ่นตัวตั้งแต่ ป.4 ไม่เคยแก้หายเลย แต่พอเริ่มกินสูตรนี้มา มันหายไปไหนไม่รู้ค่ะ หายไปเลย ประทับใจมาก ๆ รู้เลยว่า โห ร่างกายเราสะอาดแล้วหรือนี่ ไม่น่าเชื่อ เราอยู่กับมันมาตั้งแต่อายุ 11 ปีถึง 25 ปี มันมาหายเพราะผักสดกับผลไม้

ส่วนผมนั้นทำสีมาค่ะ และก็ไม่กล้าทำใหม่ (ทั้งที่ใจอยากนะ) เพราะไม่อยากให้สารเคมีซึมเข้าสู่ร่างกายเพิ่มอีก รอสิวหายก่อน ค่อยทำ (เราก็ยังสนุกกับชีวิตได้ค่ะ แค่ขอให้มันหายก่อน)

และผมบีมพึ่งยืดมา ยาวเร็วมาก ๆ ตอนนี้ออกมาเป็นผมงอแล้ว ก็คิดว่า ต่อไปก็คงจะไปดัดเอา แต่รอก่อน รอสิวหายก่อนเช่นกัน เพราะมันจะได้เข้ากับผมธรรมชาติเรามากกว่า เปลืองตังค์ค่ายืด ถ้าผมมันยาวเร็ว

และถ้า 90% ของร่างกายบีมดีได้ขนาดนี้ บีมก็เชื่อว่า ยังไงสิวบีมต้องหายแน่ ๆ

ซึ่งตอนนี้เพื่อน ๆ ก็เห็นว่า หน้าบีมไม่ใช้กันแดด ใช้สบู่ Soafty ก้อนละ 38 บาทแค่นั้น ถ้าไม่อยากแต่งหน้า ก็ไม่ต้องทำอะไรกับมัน ถ้าอยากแต่งนิดหน่อย บีมก็แค่ลงแป้งฝุ่น (ที่เห็นในรูปก็แ่ค่แป้งฝุ่นค่ะ) ก็ปัดขนตานิดหน่อย เขียนคิ้วนิดหน่อย แต่ยังไม่ัปัดแก้ม เพราะไม่อยากให้สารคั่งค้างในผิวและในเลือดเพิ่มไปอีก

และบีมได้ไปอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ "กระบวนการกำจัดของเสีย" จาก http://www.shesinrecovery.com/withdrawal/withdrawalindex.html จึงทำให้รู้ว่า มันต้องใช้เวลา และร่างกายจะค่อย ๆ ขับสารพิษนั้นออกมา และจาก เว็บนี้ ซึ่งผู้เขียนเป็นมะเร็งตับและลองการบำบัดด้วยธรรมชาติและการล้างพิษมามาก ก็บอกว่า ในช่วงดีท็อกซ์ อาจจะมีอาการอ่อนเพลีย สิวขึ้น ฯลฯ ก็เป็นปกติ และอาจจะใช้เวลา 3 สัปดาห์ ตามที่บีมยกมาให้ดูนี่ค่ะ

อาการระหว่างล้างพิษ


อย่า ตกใจ ถ้ามีอาการเหล่านี้ เช่น ปวดศีรษะ มีเม็ดสิวขึ้น มีผื่นที่ผิวหนัง ปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ หงุดหงิด อ่อนเพลีย อารมณ์แปรปรวน เหนื่อยล้า ท้องอืด กลิ่นตัวและลมหายใจไม่สะอาด อาการเหล่านี้เกิดขึ้นเพราะร่างกายกำลังกำจัดของเสียต่างๆออกไป

อยู่ ปกติแล้วอาการจะเป็นราวๆ 3 สัปดาห์แล้วค่อยๆหายไป

บีมก็เลยถึงบางอ้อ...

ก็ขอให้ทุกคนอดทนกันนิดนึงนะคะ ยังไงธรรมชาติก็คือสิ่งวิเศษและดีที่สุด และขอให้เชื่อมั่นในร่างกายและจิตใจของเราว่าเป็นของขวัญจากฟากฟ้า และเราก็ควรตอบแทนเค้าด้วยการให้สิ่งดี ๆ กลับคืนไปค่ะ เพื่อเค้าจะตอบแทนเราด้วยการให้สุขภาพที่ดีและชีวิตที่มีสุข เต็มเปี่ยมด้วยพลังงานในการสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ ค่ะ

ฝันดีนะคะ

Comments

Popular posts from this blog

บทสวดก่อนกินข้าว (ละอัตตาของการบริโภคนิยม)

บีมกลัวลืมค่ะ เลยรีบมาอัพแต่เช้า เอาไว้ให้ตัวเองอ่านด้วย และคงจะเป็นประโยชน์หากเพื่อน ๆ จะนำไปใช้ด้วย เพื่อละกิเลส ณ เวลาที่กินอะไร...
ไปเจอ 2 บทพิจารณาที่บอร์ดพลังจิต...มีดังนี้
บทที่ 1
ข้าวทุกจาน อาหารทุกอย่าง อย่ากินทิ้งขว้าง เป็นของมีค่า หลายคนเหนื่อยยาก ลำบากหนักหนา สงสารบรรดา คนยากคนจน ในโลกนี้ ยังมีคนที่จนยาก แสนลำบาก อัตคัตและขัดสน อย่ากินทิ้งขว้างตามใจตน สงสารคนอื่นที่ไม่มีกิน ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณแม่ครัว ที่ท่านกรุณา เมตตาทำอาหารมาให้ เราชาว...(ระบุ)...ซาบซึ้งน้ำใจ ตั้งแต่นี้ต่อไป จะทำความดีตอบแทน...
ตรง เราชาว...บีมก็ไม่มีไอเดียว่าให้ใส่อะไร หรือต้องใส่ "ชาวโลก"? ไม่รู้นะคะ อาจจะใส่ชื่อเราก็ได้


บทที่ 2 ปะฏิสังขา โยนิโส ปิณฑะปาตัง ปะฏิเสวามิ เนวะทวายะ นะ มะทายะ นะ มัณฑะนายะ นะ วิภูสะนายะ ยะวะเทวะ อิมัสสะกายัสสะ ฐิติยายาปะนายะ วิหิงสุปะระติยา พรัหมะจริยานุคคะหายะ ดิติ ปุราณัญจะ เวทะนัง ปะฏิหังขามินะวัญจะ เวทะนัง นะ อุปปาเทสสามิ ยาตรา จะ เม ภะวิสสะติ อะนะวัชชะตา จะผาสุวิหาโรจาติ
คำแปล
ปะฏิสังขา โยนิโส ปิณฑะปาตัง ปะฏิเสวามิ เราย่อมพิจารณาโดยแยบคายแล้วฉันบิณฑบาต เนวะ ทวายะ ไม่ให้เ…

วิธีล้างลำไส้แบบธรรมชาติ

เราควรมารู้จักก่อนว่า ของเสียและพิษที่สะสมในลำไส้นั้นมีอะไรบ้าง จะได้เข้าใจถึงกระบวนการล้างได้ถูกวิธี
พิษสะสมในลำไส้หลัก ๆ มาจากสิ่งต่อไปนี ลิ่มของนมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัวที่เป็นเมือกเหนียวอันเกิดจากการรวมตัวระหว่างนมกับน้ำย่อย ส่วนนี้จะไปเป็นเมือกเกาะติดตามผนังลำไส้น้ำมันพืชชนิดไม่อิ่มตัวสายยาวและไขมันทรานส์ที่จะเกาะอยู่ตามผนังลำไส้หากลำไส้เล็กย่อยไม่ได้หมดหรือย่อยไม่ได้เลยอาหารที่ย่อยไม่หมดจากระบบย่อยไม่สมบูรณ์ (เพราะตับ ลำไส้เล็ก ตับอ่อน ผลิตภัณฑ์เอ็นไซม์ย่อยไม่ได้มากนัก หรือการเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด)อาหารที่น้ำย่อยย่อยไม่ได้ หลัก ๆ คือ อาหารแปรรูปและอาหารผ่านไมโครเวฟพยาธิและจุลชีพที่เป็นโทษที่ติดมากับอาหาร ผักสด เนื้อสด เป็นต้น กลุ่มนี้จะมาโตในลำไส้ของเราได้ด้วยและแพร่กระจายไปจุดอื่น ๆ ได้ด้วยสารสังเคราะห์ที่ผสมในอาหาร เช่น สารกันเสีย สีผสมอาหาร สารแต่งกลิ่น ผงชูรส ฟอร์มาลีน เป็นต้นยาปฏิชีวนะที่ฆ่าเชื้อแบคทีเรียในร่างกายทั้งตัวที่ดีและไม่ดี และยาบางชนิดก็ไประคายเคืองผนังกระเพาะและลำไส้อีกด้วย ทำให้ผนังลำไส้เสียหาย ดูดซึมสารอาหารและน้ำได้ไม่ดี
พิษเหล่านี้จะสร้างภาวะที่เป็นกรดและความร้…

ปิดฉาก "สิวเรื้อรัง" ด้วยการล้างพิษท่อน้ำดีและตับ

หนังสือเล่มนี้...บังเอิญครูโชคดี เห็นที่บ้านคุณแม่มานานพอสมควรแล้ว
คุณแม่บอกว่า หนังสือดีมาก แต่ไม่รู้เป็นอะไร ครูก็ยังไม่ยอมหยิบติดมือกลับมาอ่านเสียที
ทั้งที่หนังสือนี้เขียนโดยนายแพทย์ด้านธรรมชาติบำบัดที่มีชื่อเสียงมาก
นายแพทย์บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล...

จนเมื่อไม่นานมานี้ ไปเยี่ยมคุณแม่ และรู้สึกว่า เล่มนี้ดึงดูดผิดปกติ
จนต้องหยิบมาอ่าน...อ่านแล้ว..."ต้องขอยืมคุณแม่กลับ"

รู้สึกได้ทันทีว่าจะมีประโยชน์มาก ๆ ต่อตัวเองและแฟนเพจ ลูกศิษย์ ลูกค้า
ที่มีปัญหา "สิว" อย่างแน่นอน ทั้งที่ยังไปได้เพียง 1/4 ของเล่ม
แต่จากประสบการณ์เรื่องการบำบัดสิวแนวธรรมชาติกว่า 8 ปี

อ่านแว่บเดียวก็รู้สึกเลยว่า...

คุณหมอให้ข้อมูลที่แน่นมาก (แม้จะดูเล่มเล็กก็เถอะ แต่แน่นจริงๆ)ทุกอย่างเป็นเหตุเป็นผลกันดีมาก เข้าใจได้ทะลุปรุโปร่งสำหรับครู (เพราะตัวครูเองก็ลงมือปฏิบัติเลยรู้ว่าที่คุณหมอให้ข้อมูลในหนังสือ เป็นความจริงทั้งหมด) แต่...คุณหมอไม่ได้เขียนถึงเรื่อง "สิว" เลยแม้แต่น้อยนะคะ คุณหมออธิบายเรื่อง "นิ่ว" ในท่อน้ำดีตับ ท่อน้ำดี และถุงน้ำดี ว่ามันทำให้มีปัญหาอะไร มันก่อตัวมาอย่างไร?