นำเสนอวิธีคิด + วิธีการใหม่ ในการ "ป้องกัน บำบัด ฟื้นฟู" ภาวะ "สิวในวัยผู้ใหญ่" (Adult Acne) แนวธรรมชาติบำบัดองค์รวมจากประสบการณ์ตรงเรื่องสิวกว่า 23 ปี นักเขียนเจ้าของผลงาน "สิวซีเคร็ต" และหนังสือสิวอีกหลายเล่ม วรดาภา สุขพิมลกุล (บีม)

โพสต์สำคัญที่ต้องอ่านก่อน!

สาเหตุของสิววัยผู้ใหญ่ (Adult Acne) ที่ขึ้นหลังวัย 20 ปี

สิววัยผู้ใหญ่ คือ อะไร? สิวในวัยผู้ใหญ่  ภาษาอังกฤษใช้คำว่า  Adult Acne  แต่ละสำนักอาจจะให้นิยามสิว ชนิดนี้แตกต่างกัน  แต่จากประสบก...

Aug 27, 2009

ไดอารี่สุขภาพและผิวประจำวันที่ 27 สิงหาคม 52 ของบีม


เอาล่ะ วันนี้ก็ถึงเวลาที่บีมจะขอคั่นเนื้อหาหนัก ๆ ด้วยไดอารี่เล็ก ๆ ของบีมว่า หลังจากที่ได้ทดลองทำตามแนว "ธรรมชาติ" และ "อาหารบำบัด" มาแล้วประมาณ 2 สัปดาห์กว่า ๆ ตอนนี้ วิธีการไหนที่บีมกำลังใช้อยู่ และผลเป็นอย่างไร

ต้องบอกเพื่อน ๆ ที่พึ่งเข้ามาบล็อกนี้ใหม่ ๆ ก่อนว่า เมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ครึ่งมาแล้ว บีมได้ลองทานตามสูตร Wai ซึ่งเป็นสูตรที่ทานเฉพาะของสด และดิบ เพื่อลดต้นเหตุของอาหารก่อสิวออกไปทั้งหมด http://www.freeacnebook.com/

สิ่งที่บีมกินตอนนั้นทุกวัน ก็จะมีไข่แดงดิบ 2 ฟอง เช้ากับก่อนนอน และ ระหว่างวันก็จะกินผลไม้สุก ส่วนใหญ่บีมจะกินกล้วยน้ำว้า องุ่น แอปเปิ้ล ค่ะ และก็จะทำสลัด แตงกวา มะเขือเทศ อะโวคาโดราดน้ำมันมะกอกกินหลังจากกินผลไม้เสร็จทุกครั้งประมาณ 2-3 คำ เพื่อไม่ให้ระดับน้ำตาลจากผลไม้เปลี่ยนแปลงเร็วจนเกินไป

บีมกิน 2 วัน สิวเริ่มแห้งค่ะ หน้าผากนี่ สิวอุดตันหายไปเยอะมาก ๆ เราก็เลยกินต่อ

แต่ด้วยความที่ว่า การกินแบบนี้มันค่อนข้างเข้มงวดมาก ๆ และจริง ๆ บีมก็รู้สึกทรมานเหมือนกันนะ แต่ผิวมันก็ดีขึ้นจริง ๆ ล่ะค่ะ

แต่เวลาที่บีมเห็นหมูทอด หรืออาหารที่บ้านทำ จะรู้สึกอยากกินมาก ๆ และถ้าหากได้เอามาเข้าปากแล้วนะ มันหยุดไม่ได้เลยทีเดียว แถมสิวก็ขึ้นอีก

บีมก็เลยคิดว่า เห็นท่าจะไม่ไหว...มันต้องมีวิธีกินที่เป็น "ความพอดี" ล่ะน่า

บีมก็เลยหาข้อมูลนู่นนี่ ๆ เรื่อย ๆ และก็เริ่มกินอาหารปกติ แต่จะกินพวกต้มนะคะ ไม่กินของทอดเลย เพราะเราเริ่มรู้แล้วว่าถ้ากินแล้วผลมันจะเป็นยังไง มันจะเริ่มหายอยากไปเองค่ะ

จนมาเจอข้อมูลของคุณ Seppo ที่เขียนหนังสือ Clear For Life ซึ่งเค้ามีข้อมูลให้อ่านฟรี ๆ ที่ http://www.natural-acne-solution.com/ และบีมรู้สึกว่า บทความของเค้าสามารถตอบคำถามที่ค้างคาใจบีมเกี่ยวกับสิวได้เกือบหมดเลย คือ ทำการบ้านมาดีมาก และตัวเค้าเองก็เป็นคนใช้วิธีนี้ด้วย บีมเลยตัดสินใจซื้อหนังสือเค้ามาอ่าน และเริ่มกินอาหารปกติ เพียงแต่เน้นผักและผลไม้ปั่น ยังไม่ได้กินข้าวค่ะ แต่แค่นั้นก็อยู่ท้องและมีพลังงาน และร่างกายเริ่มเข้าสู่สมดุลแล้วจริง ๆ ผิวกลับมาเนียนเหมือนตอนเด็ก ๆ คือร่างกายเราย้อนวัยเลยล่ะ

และวันนึงก็ไปโลตัสว่าจะไปหาหนังสือเกี่ยวกับสมุนไพร เพราะเดี๋ยวนี้บีมไม่ใช้สารเคมีกับร่างกายเลย ยกเว้น สบู่ก็ใช้ mild soap ซึ่งคุณแม่กับบีมก็ไม่เอามา้ล้างหน้า เลยเอามาอาบน้ำแทน ยาสีฟันคอลเกต และ สบู่ล้างหน้า softy สูตรกาแฟเท่านั้นเอง ยาสิว ไม่กินและไม่ทา ครีมบำรุงผิวไม่แตะ เพราะไม่อยากให้พิษเข้าสะสมในร่างกายมากกว่านี้ แต่ผิวก็ดีแบบไ่ม่ต้องพึ่งของพวกนั้นเลยค่ะ

และแล้วไปเจอผู้ช่วยชีวิต หนังสือ "ความลับฟ้า" ของคุณหมอเขียวอีกเล่ม เลยซื้อมาเลย

ซึ่งบีมเริ่มทานอาหารสูตร 2 ของหมอเขียว ซึ่งท่านบอกว่า เป็นสูตรที่คนเริ่มล้างพิษหรือถอนพิษกินแ้ล้วได้ผลดี ร่างกายจะเบา ๆ โล่งโปร่งเร็ว ยกเว้นใครพิษเยอะ อาจมีอาการแสดงการถอนพิษ ซึ่งก็ควรปล่อยให้เป็นกลไกตามธรรมชาติ เราเพียงแต่ทานสูตรนี้ไปเรื่อย ๆ จนกว่าร่างกายจะสมดุล

บีมทานตามสูตร 2 นี้แค่ 2 วัน โดยเลือกทานแต่อาหารฤทธิ์เย็น (เดี๋ยวบีมจะโพสต์ค่ะว่าสูตร 2 ที่บีมกินมีอะไรบ้าง) และด้านจิตใจ บีมก็จะพยายามกำจัดอารมณ์ไม่ดี ความคิดด้านลบออก เพราะได้เรียนรู้จาก Seppo ว่า ความคิดด้านลบจะทำให้เซลล์เราตอบสนองด้านลบ

บีมอยากจะเลี้ยงเซลล์ให้ดี ก็ต้องทำอารมณ์ให้ดีอยู่เสมอ ก่อนนอนบีมก็จะหลับตา หายใจเข้าลึก ๆ ปล่อยใจปล่อยกายให้มันได้พัก ให้ใจอยู่กับเรา ไม่ให้ออกไปนอกห้องหรือที่อื่น ๆ รู้สึกว่าได้อยู่แค่ตรงนี้จริง ๆ ให้ตัวเองรู้สึกว่า นี่แขนเรานะ นี่ขาเรานะ ให้รู้สึกว่า ทุกครั้งที่เราหายใจเข้า เลือดส่งไปที่ทุกอวัยวะในร่างกายเราค่ะ

ใครอยากเปิดเพลงเบา ๆ ช่วยก็ทำได้

และวัันก่อน บีมเข้าไปที่ http://www.acnethai.com/และมีหมอจีนที่คุณตู้ไปหา แนะนำว่าให้นอนประมาณ 4 ทุ่มเพราะ ช่วง 5 ทุ่มตับจะได้พักผ่อน ฟื้นฟูตัวเองได้เต็มที่ กำจัดของเสียได้เต็มประสิทธิภาพ

ประกอบกับข้อมูลที่ได้จาก Seppo คือ ใครที่นอนไม่พอ ร่างกายจะไม่มีแรงไปซ่อมแซมตัวเอง และอวัยวะที่ทำหน้าที่กำจัดของเสียหลัก ๆ คือ ตับ ไต และปอด จะไ่ม่สามารถทำงานได้เต็มที่ แถมเซลล์ของเราก็ไ่ม่สามารถจะเอาของเสียที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมในแต่ละวันขับออกไปในกระแสเลือดและส่งออกนอกร่างกายได้ ก็สะสมไปทุกวัน

ที่บีมเล่าให้ฟังนี้คือ บีมจะบอกว่า เทคนิคในการดูแลตัวเองนี้ มันไม่มีสูตรสำเร็จค่ะ เราจะได้ความรู้จากหลายแหล่ง แล้วลองเอามาพิจารณาดูว่า แบบไหนน่าจะดีต่อเรา แบบไหนมีเหตุผล แล้ว "ลองทำ" ถ้ามันถูกกับเรา เราจะรู้สึกสบาย โล่ง โปร่ง ทั้งกายและใจ (คุณหมอเขียวใช้เกณฑ์นี้ล่ะค่ะ วัดว่าเรามีสุขภาพดีหรือยัง หรือเข้าสู่สมดุลหรือยัง) ความไ่ม่สบายกายและใจ คือ ความหนัก ปวด อึดอัด

การดูแลตัวเองของบีม ตอนเช้าจะตื่นนอนเองประมาณตี 5 กว่า ๆ แล้วเดินออกกำลังบริเวณบ้าน สูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ เพื่อให้ปอดได้ขับของเสียออกมา แล้วเอาออกซิเจนเข้าไปมาก ๆ

อ้อ ก่อนทำกิจกรรม บีมจะดื่มน้ำเปล่า หรือน้ำอุ่นผสมน้ำมะนาว 1 แก้วก่อนเสมอ

แล้วค่อย ๆ เพิ่มเป็น3-4 แก้ว

แล้วก็เข้าห้องน้ำ

จากนั้น ตามอาหารสูตร 2 ซึ่งจะต้องทานคลอโรฟิลล์ธรรมชาติ บีมก็ตำผักบุ้งนา 1 กำ ให้ละเอียด แล้วคั้นเอาแต่น้ำมาดื่มก่อนอาหาร 1 แก้ว (เพราะร่างกายตอนน้ำย่อยออกมามันร้อน เราต้องทำให้มันเย็นลงก่อนค่ะ ถ้ากินข้าวเลย จะร้อนไปเลย สิวก็ไ่ม่หาย)


น้ำคั้นสดจากผักบุ้งนาค่ะ ทำเอง


จากนั้นตามด้วยกล้วยน้ำว้า 1-2 ลูก เอาให้ว่าเรามีกำลังและไม่อึดอัด

และกินมะเขือเทศสดลูกขนาดปานกลางประมาณ 3 ลูก ให้พอมีกำลังและไม่อึดอัด

และก็จะกินเห็ดนางฟ้าลวกแบบเร็ว ๆ เพราะถ้าหากนานเกินไป เห็ดนี้จะร้อน (ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นอาหารฤทธิ์เย็น แต่หากนำมาผ่านไฟนานเท่าใด ก็จะยิ่งร้อนเท่านั้น) และเอามาจิ้มซีอิ้วบีบมะนาวกินกับข้าวต้มแบบข้าวต้มกุ๊ยที่ใส่น้ำมาก ๆ ข้าวน้อย ๆ และต้มพอสุก อย่าให้เปื่อย (ยิ่งโดนความร้อนนานยิ่งมีฤทธิ์ร้อนค่ะ) ซึ่งการจิ้มจะไม่จิ้มมาก จิ้มพอรู้รส เคี้ยวให้ละเอียด และตามด้วยข้าวต้มประมาณ 3-5 คำ ทานแบบนี้จะได้เจือจางเกลือหรือรสเค็มจากซีอิ้วไ่ม่ให้ระคายเคืองเซลล์ของเรามากเกินไปค่ะ

และนี่คือมื้อเ้ช้า ก็จะหมดแค่นี้

ระหว่างวัน จะกินน้ำแอปเปิ้ลปั่น ซึ่งอยู่ท้องมาก ๆ และรู้สึกมันจะช่วยขับของเสียด้วยนะคะ และคิดว่าช่วยขับหรือถอนพิษร้อนได้ด้วย เพราะแอปเปิ้ลมีฤทธิ์เย็น

ถ้าหากเราปวดปัสสาวะ หรืออุจจาระ ห้ามกลั้นค่ะ ไม่งั้นความร้อนที่จะถูกถอนออกมาก็จะดันกลับเข้าไปใหม่

ใครพิษเยอะ ก็จะรู้เลยว่า ปัสสาวะจะร้อนกว่าปกติ ทั้งที่เราไม่ได้เป็นไข้ (อันนี้สังเกตเองนะคะ เพราะตั้งแต่เริ่มทานแอปเปิ้ล เพื่อล้างพิษตับด้วยแหละ ปัสสาวะมันร้อน ทั้งที่ร่างกายเราอุณหภูมิปกติ)

และเมื่อไหร่ที่รู้สึกว่าปัสสาวะร้อน ให้ดื่มน้ำมาก ๆ มันจะได้ขับฤทธิ์ร้อนออกมาเร็ว ๆ

และบีมก็ทานสลับกับกล้วยน้ำว้าตลอดช่วงบ่่าย

ตอนเย็นก็ทานผักตำลึงลวกจิ้มซีอิ้วมะนาวกับข้าวต้ม

และก็ปั่นแอปเปิ้ลอีกรอบ

ก่อนจะนอนก็ดื่มน้ำดีเกลือ รวมทั้งน้ำมันมะกอกและน้ำมะนาวเพื่อล้างพิษตับก่อนนอน ซึ่งเข้านอนดึกหน่อยประมาณ 5 ทุ่ม (ไม่ได้ทำทุกวันค่ะ นี่พึ่งทำครั้งที่ 2 ตั้งแต่เริ่มใช้ธรรมชาติบำบัด)

บีมรู้สึกว่า รอบนี้บีมไม่ค่อยอยู่ในห้องน้ำนาน และรู้สึกว่า ไขมันหรือนิ่วในตับคงจะออกไปเยอะจากรอบที่แล้วแ้ล้วค่ะ เพราะรอบนี้เห็นไม่ค่อยมีอะไรแล้ว และก็เข้าห้องน้ำไม่กี่ครั้งเอง และไม่รู้สึกเพลียด้วย

บีมรู้สึกว่าการเลือกกินเฉพาะอาหารฤทธิ์เย็นและทานตามสูตร 2 นี้ดีกับผิวเป็นสิวมาก ๆ เลยค่ะ เพราะนี่ขนาดช่วงประจำเดือนจะมา (ซึ่งคราวก่อนไม่รู้ ไปกินเห็ดหอมซึ่งเป็นโปรตีนฤทธิ์ร้อน สิวมันขึ้นมาเลยเชียว อักเสบประมาณ 8 เม็ด)

ตอนนี้หน้าผากไม่มีอุดตัน อักเสบเริ่มยุบตัวไปมาก (ตรงแนวคิ้ว) สิวที่คางเริ่มกลับมาเรียบเนียนแล้ว สิวแนวกรามยุบตัวลงไป และเริ่มแห้ง สิวที่แก้มเหลือแต่อุดตันซึ่งมันก็ดันหัวตัวเองออกมา ไม่ค้างอยู่ข้างใน

เืมื่อคืน บีมเอาผ้าเช็ดหน้าขนหนูชุบน้ำให้ชุ่ม บิดนิดหน่อย แล้วเอาเข้าตู้อบไมโครเวฟประมาณ 1 นาที แล้วเอามาวางบนหน้า เหมือนทำสปาหน้า อิอิ วางไว้สักประมาณ 1 นาทีเหมือนกัน สิวอุดตันและที่ไขมันค้างแต่ไม่ยอมออกก็ออกมาแสนง่า่ยดายค่ะ

เช้านี้เลยมีรอยแดง (เหมือนเพื่อน ๆ หลังจากกดสิวล่ะค่ะ แต่เดี๋ยวมันก็หาย) นิดหน่อย ก็ขอเอารูปมาให้ดูละกันนะ

ตรงที่มีหน้าม้าป้าย สิวไม่ได้ขึ้นนะคะ แต่ลืมเอาผมขึ้นตอนถ่าย โทษทีค่ะ ไม่ได้เปิดหน้าผากให้ดู ไว้รอบหน้า

หน้าไม่ได้แต่ง ไม่ได้ใส่อะไรสักอย่าง

อ้อ แล้วเพื่อน ๆ ต้องให้ร่างกายได้โดนแสงแดดด้วยนะคะ และให้ได้รับอากาศบริสุทธิ์ทุกวันด้วย แล้วเดี๋ยวบีมค่อยมาอธิบายว่าทำไม

บีมนั่งอาบแดด (นั่งค่ะ) ตอนเช้า ๆ พร้อมกับดื่มน้ำคั้นผักบุ้งนา และอ่านหนังสือประมาณ 20 -30 นาทีค่ะ รู้สึกดีมาก ๆ บีมขอแนะนำว่า ตอนเช้า อ่านอะไรดี ๆ สักบท สักหน้า ก็จะช่วยให้จิตใจมีคุณภาพได้อีกมากเลยค่ะ พยายามทำให้ได้ทุกวัน อย่างของบีมจะเลือกอ่านคอลัมน์ในหนังสือนิตยสาร Secret ของเครืออมรินทร์ เพราะว่าสามารถเลือกอ่านบทไหนก็ได้ที่เราชอบ และไม่จำเป็นต้องอ่านหมด และเนื้อหาของเค้าดีจริง ๆ ค่ะ

ขอให้ทำกันจนเป็นนิสัยค่ะ แล้วจะไม่อยากกลับไปหาของเดิมอีกเลย อย่าเชื่อจนกว่าจะได้ลองนะคะ อ้อ แล้วไม่จำเป็นต้องทำให้ได้แบบบีมเป๊ะค่ะ เพื่อน ๆสามารถเปลี่ยนเป็นผักอย่างอื่นได้ ในหมวดผักฤทธิ็เย็น แต่ข้อสำคัญอย่าตั้งไฟนานค่ะ และอย่าใช้ไฟแรง ไม่งั้นมันก็จะกลายเป็นฤทธิ์ร้อนไป

ถ้าข้อมูลมีประโยชน์ รบกวนคอมเม้นท์ให้ด้วยนะคะ บีมจะได้มีกำลังใจเอามาลงกันต่อไป เพราะไม่รู้ว่าที่ตัวเองทำมานี่มี feedback อย่างไร จะติ จะชมก็รับทั้งหมดล่ะค่ะ บีมถือว่าเอามาใช้พัฒนาเนื้อหา

ขอบคุณล่วงหน้านะคะ

3 ความคิดเห็น:

S.apiwat07 said...

เราได้ข้อมูลฤทธิ์ร้อนเย็นจากคุณบีมเป็นประโยชน์มาก ทุกสูตรที่คุณบีมหาข้อมูลมาใช้ร่วมกันได้หมดค่ะ ไม่ว่าจะเป็นปั่นผักseppo หรือ สูตร wai ตอนนี้เราไม่ทานผลไม้หวาน ๆ จะทานเฉพาะผลไม้ฤทธิ์เย็น สำหรับเรากล้วยทำให้สิวขึ้นค่ะ เลยไม่ทานเลย (ถ้าเหนื่อยไม่มีแรงทานไข่ดิบนะคะ )

Rinyabhatr said...

ขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะ ที่มาให้ข้อมูล :-)

ขอให้วันนี้โชคดีทั้งวันนะคะ

Rinyabhatr said...

เอ แล้วคุณอลิศทานไข่ดิบบ่อยมั้ยคะเนี่ย? คือจริงๆแล้วบีมไม่ชอบไข่แดงเลย แต่รู้ว่ามันดีต่อสารสื่อประสาทนะคะ เพราะตอนที่กินนั้น สมองแล่นมาก ๆ และมีพลังงานเยอะทีเดียวล่ะ

ส่วนกล้วยนี่ บีมทานได้นะ แต่ไม่เยอะ (จริง ๆว่าจะลองไม่กินดูค่ะ แต่พี่ที่บ้านเค้าซื้อมาให้และเห็นว่ากล้วยน้ำว้ามันก็โอเค เรากินได้ แต่ว่าจะลองไม่กินดูถ้าเครือนี้หมด อะอะ เพราะมันหวานเนาะ)