๕ มี.ค. ๒๕๕๕

ประสบการณ์ทรงคุณค่าในเสถียรธรรมสถาน (ตอนที่ 1)

บีมได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรม "โครงการศิลปะการพัฒนาชีวิตด้วยอาณาปานสติภาวนา" และ "จิตประภัสสรณ์ตั้งแต่นอนอยู่ในครรภ์" เมื่อวันที่ 2-4 มีนาคม 2555 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สั้นแต่ได้รับอริยทรัพย์อย่างมหาศาลค่ะ แม้จะยังไม่ได้เจอคุณแม่ (แม่ชีศันสนีย์) แต่คณะแม่ชีพี่เลี้ยง อาสาสมัคร และเพื่อนทางธรรมที่ได้พบปะกันที่นั่น ก็ทำให้รู้สึกว่าคุ้มค่ามากที่ครอบครัวของบีมได้เสียสละเวลาและพลังงานเพื่อมาช่วยเลี้ยงดูเจ้าตัวน้อยของบีมที่มีอายุเพียง 1 ปี 4 เดือน และบีมก็ตั้งใจเอาไว้ว่าจะต้องตั้งใจเก็บเกี่ยวอริยทรัพย์มาให้ได้ตามหลักการของสายกลางค่ะ ต้องขอบคุณจริง ๆ สำหรับความรัก ความเสียสละ ที่ชุมชนเสถียรธรรมสถานได้สร้างและคนที่มีโอกาสพึ่งได้เข้าไปและไปอยู่น้อยวันสามารถสัมผัสได้จริง ๆ ค่ะ

ความเรียบง่ายเริ่มตั้งแต่การแพ็คของ บีมมีกระเป๋า 2 ใบเท่านั้นค่ะ ด้วยความที่มีเวลาเตรียมตัวน้อย ตอนแรกตั้งใจจะใช้เป้ แต่หาซื้อไม่ทัน ก็เลยมีกระเป๋าใส่เสื้อผ้าและของใช้หนัก ๆ 1 ใบ และมีกระเป๋าย่าม (เพราะในกิจกรรมเราต้องใช้ใส่ของค่ะ เขารณรงค์ไม่ให้ใช้ถุงพลาสติกค่ะ) ใบสีเขียว ซึ่งก็เป็นของแถมตอนที่สมัครสมาชิกอีฟ โรเช่

บีมขาดของแค่ 2 อย่าง คือ ผ้าถุงสีขาว กับ พลาสติกสำหรับทำโยคะ ค่ะ แต่คิดว่าน่าจะไปหาเอาแถว ๆ นั้น ก็ตัดสินใจไปตายเอาดาบหน้า :)

ซึ่งในการแพ็คกระเป๋า ก็ทำให้ความจริงข้อหนึ่งปรากฎนะคะ ของที่เรามี ล้วนแต่หนัก ไม่ว่าจะเป็นร่างกายนี้ที่มีมวล ต้องการอาหารหล่อเลี้ยง ลำพังแบกร่างกายเรา หาอาหาร ก็หนักแล้วค่ะ แต่เรายังมีสัมภาระชีวิต เรามีหน้าที่ที่ต้องทำตามบทบาทของเรา แต่คนเราก็ชอบแบกปัญหาไว้ให้หนักเข้าไปอีก ทั้งที่ไม่จำเป็นเลยนะ และอีกอย่าง บีมนึกถึงตอนที่แพ็คกระเป๋าสำหรับครอบครัวตอนบินไปเยี่ยมบ้านพี่แม็คที่มาเลย์ ก็พบว่า ตอนนั้นเราใช้เวลามาก และต้องบรรจุของไปเยอะแยะเลยนะ คือ ชีวิตของคนหลายคนนี่มันหนักอยู่แล้วนะ เราอย่าสร้างปัญหาให้กันและกันอีกเลย ช่วยกันรักษาใจให้ดีเพื่อช่วยกันและกันไปสู่ทางพ้นทุกข์กันดีกว่า .... คนเราเกิดมาพร้อมกรรมของตัวเองมันหนักแล้วค่ะ เหมือนมีกระเป๋าอยู่ใบหนึ่งติดมาทุกคนอยู่แล้ว...มาช่วยกันดีกว่า

บีมออกจากเชียงรายในเช้าวันศุกร์ เดินทางด้วยเครื่องบิน และพอไปถึงสนามบินก็ไปทานข้าวที่ S&P เพราะเข้าใจว่าในเย็นวันนั้นน่าจะไม่ได้ทานมื้อเย็น เพราะเราต้องไปถือศีล 8 ค่ะ และก็ตรงไปที่นั่นเลยด้วยแท็กซี่

บีมแต่งตัวแบบเรียบง่ายมาก เสื้อยืด กางเกงยีนส์ ก็เราไปปฏิบัติธรรมนี่คะ ก็เอาแบบนี้แหละ

พอไปถึงก็รอลงทะเบียน แล้วก็ท่านแม่ชีอาวุโสท่านหนึ่งก็เป็นผู้อธิบายข้อตกลงในการมาปฏิบัติธรรมครั้งนี้ค่ะ เนื่องจากบีมเป็นกลุ่มแรก ก็ได้ฟังก่อนและเข้าที่พักก่อน และพวกเราจะได้รับแผ่นพับคนละแผ่น (ถ้ามาด้วยกันก็รับไป 1 แผ่นก็พอค่ะ) ในนั้นก็จะอธิบายข้อตกลงและตารางเวลาค่ะ เอาไว้ติดตัว ซึ่งบีมไม่ได้เอานาฬิกาไป และเอาไปแต่มือถือ (ซึ่งยืมของคุณแม่มาอีกทีค่ะ เป็นมือถือโนเกียธรรมดา เอาไว้ติดต่อเวลาเดินทางเท่านั้นค่ะ เผื่อฉุกเฉิน) ซึ่งบีมปิดตลอดระยะเวลาการปฏิบัติจนถึงประมาณ 16.00 น.ของวันอาทิตย์คือ ตอนลงทะเบียนออกแล้วค่ะ จึงเปิดโทรศัพท์

ตอนเข้าที่พัก บีมกับเพื่อน ๆ ที่มาปฏิบัติธรรมก็ใส่ปลอกหมอนและปูผ้าคลุมเตียงเอง ซึ่งจะเป็นเบาะสีเขียวค่ะแบบไม่หนา (ตามการถือศีล 8 งดเว้นการนอนที่นอนสบายและสูงใหญ่) และก็ที่นอนจะเป็น 2 ชั้นค่ะเหมือนของหอพักในหรือของทหารเลยค่ะ

อ้อ ลืมบอกค่ะว่า บีมไม่ได้เอากล้องถ่ายรูปไป คือ ตั้งใจจะทำชีวิตให้เรียบง่ายและปราศจากเครื่องรบกวนจิตใจมากที่สุด ในชีวิตประจำวันของเรา เราชอบที่จะถ่ายรูปและอัพเดทอะไรให้คนอื่นในทันทีใช่ไหมคะ บีมก็เลยขอพักช่วงเวลาแห่งการอัพเดท อยู่กับเวลาธรรมชาติ กลับสู่วิถีชีวิตที่ไม่มีเทคโนโลยีการสื่อสารบ้าง ซึ่งมันจะทำให้เราเกิดสัมมาสมาธิได้ง่ายค่ะ สมาธิตั้งมั่นจึงจะเกิดปัญญาเห็นธรรมได้

เพื่อน ๆ ก็เลยจะเห็นแค่ตัวหนังสือที่บีมเขียนถ่ายทอดนะคะ :)

จากการสังเกต เพื่อน ๆ ที่มาปฏิบัติธรรมจะแบ่งเป็นกลุ่มดังนี้
  • มาคนเดียวและไม่สนทนากับใครเลยระหว่างปฏิบัติ 
  • มากับเพื่อน 1-2 คน และก็จะคุยกันเฉพาะในกลุ่ม
  • มาคนเดียวแต่มาทำความรู้จักทักทายกันที่นี่และคุยกันในกลุ่ม 
จริง ๆ บีมตั้งใจไปแบบ "งดสนทนา" ค่ะ แต่ด้วยความที่เพื่อนข้างเตียงกับเยื้องเตียงเขาอัธยาศัยดี เราก็เลยได้คุยกัน แต่เวลาปฏิบัติเราก็ตั้งใจค่ะ เลยไม่ได้มีปัญหาอะไรที่กระทบการปฏิบัติ จะมีก็แต่ต้องระวังคำพูด เพราะการถือศีลเราต้องระวังวาจาไม่ให้เป็นไปในทางอกุศลค่ะ แต่มันก็มีหลุดบ้างนะ ก็สมาทานใหม่ค่ะ แต่เรื่องวาจาหรือคำพูดนี้ถือว่าสำคัญมาก ๆ เลยค่ะ และเป็นข้อที่คนทำผิดได้ง่ายมากกว่าข้ออื่นอีกนะคะ (ในมุมมองของบีมนะคะ) เพราะเวลาคุยเรามักเมามันและสติหลุดค่ะ ก็ต้องมีสติคุมดี ๆ เลยล่ะ

และแล้วบีมก็ออกไปพร้อมกับเพื่อนค่ะ สรุปบีมมีเพื่อนในกลุ่ม 3 คนค่ะ แต่ละคนน่ารักมากค่ะ และเราก็ไปเริ่มกิจกรรมโยคะกันก่อนเลย ต้องเอาแผ่นพลาสติกมาปูนอนที่สนามหญ้าตอนบ่าย 4 โมงค่ะ ร้อนหน้ามาก ๆ แต่ก็ดีค่ะ ได้นอนท่าศพ ซึ่งทำให้ผ่อนคลายมากจากการเดินทางค่ะ และก็มีครูนำโยคะค่ะ ซึ่งในขั้นตอนนี้ คุณครูก็ได้เน้นย้ำความสำคัญของลมหายใจ สอนวิธีหายใจ ให้รู้จักลมหายใจเข้าออกเบื้องต้นค่ะ ซึ่งบีมก็นำไปใช้ตลอดการภาวนาและนำไปต่อยอดให้เข้ากับอาณาปานสติที่แม่ชีท่านได้กรุณาสอนค่ะ

(ติดตามตอนต่อไปนะคะ ว่าระหว่างนี้ได้มีอะไรบ้าง และแต่ละกิจกรรมได้ก่อให้เกิดการเรียนรู้ภายในของบีมอย่างไรบ้างค่ะ ขอบคุณค่ะ)

๑๖ ก.พ. ๒๕๕๕

รับสมัครเจ้าหน้าที่ธุรการ-ต้อนรับ 1 ตำแหน่ง (ไม่จำกัดวุฒิ)


ครอบครัว MarryBeam กำลังขยายงานและต้องการเพื่อนร่วมงานนิสัยดีมาทำงานด้วยกันค่ะ


คุณสมบัติ (ไม่จำกัดวุฒิการศึกษาและสาขาวิชา แต่ขอให้มีีคุณสมบัติครบตามนี้หรือมีมากที่สุด)
- เป็นคนดี สำคัญที่สุดคือซื่อสัตย์ (ถ้าถือศีล 5 ได้ดีที่สุดค่ะ)
- บุคลิกดี พูดจาไพเราะ ผิวพรรณดี (เพราะต้องทำงานต้อนรับด้วยส่วนหนึ่งค่ะ) 
- ใ้ช้ภาษาเขียนเก่ง สละสลวย มีทักษะด้านการสื่อสารดีเยี่ยม มีจิตวิทยาในการพูดคุยกับคนสูง เข้าใจอารมณ์ไ้ด้ดีและตอบสนองได้ถูกต้อง
- ชอบงานบริการ
- มีทักษะด้านการจัดการเอกสาร ข้อมูลจำนวนมาก ๆ ที่ดี บริหารงานประจำวันได้ดี
- เป็นคนละเอียดรอบคอบสูงมาก
- พร้อมเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง  รู้บอกว่ารู้และแสดงความสามารถ ถ้าไมู่รู้ก็ต้องยอมรับและเรียนรู้ รู้จุดอ่อน จุดแข็งของตัวเองมากที่สุด รับคำติเพื่อก่อได้ 

หน้าที่รับผิดชอบหลัก ๆ 
- จัดส่งสินค้าตามออร์เดอร์ (มีปริมาณพอสมควร)
- อัพเดทรายการส่งสินค้าให้ลูกค้า
- ดูแลลูกค้าทั้งใน Fanpage, Email และทุกช่องทาง (เป็นด่านหน้าของเราเลยนะคะ)
- จัดระบบฐานข้อมูลทุกอย่างของเรา (ถ้าเก่ง Excel หรือ Access จะดีมากค่ะ)
- ต้อนรับลูกค้า จัดตารางนัดหมาย- ทำรายงานประจำสัปดาห์และประจำเดือน

เจ้านายไม่จู้จี้ จึงต้องการเฉพาะผู้ที่มีวุฒิภาวะทางอารมณ์สูง มีวินัยในการทำงานให้เสร็จได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องคอยจ้ำจี้จ้ำไชให้เหนื่อยใจ 

เงินเดือนช่วงทดลองงาน 3 เดือน 8,000 บาท (รวมค่าที่พักและอื่น ๆ แล้วนะคะ)
เมื่อผ่านการทดลองงานแล้วจะปรับตามผลงานและพฤติกรรมค่ะ (9,000 - 12,000 บาท)
ถ้าอยู่กันยืดยาวและทำงานดีมาก เ้ข้าตาอย่างแรง เจ้านายใจดีค่ะ สามารถปรับเพิ่มให้ได้อีก

ทำงานที่ อ.พาน จ.เชียงราย (มีที่พักให้ คุณต้องมีรถใช้เองนะคะ)

ส่งข้อมูลดังต่อไปนี้มาทางอีเมลเ่ท่านั้นค่ะ

1. เล่าให้เราฟังว่าคุณเป็นใคร มาจากไหน (อยากให้เรารู้จักคุณในเรื่องอะไรบ้าง ก็เล่ามาเลยค่ะ)
2. ประวัติการทำงาน นับทุกงานที่เคยทำ ไม่ว่าจะเป็นช่วยงานอาม่าที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเมื่ออายุ 5 ขวบ ก็นับรวมค่ะ งานพิเศษทุกงานที่เคยทำ จนถึงงานประจำที่เคยผ่าน
3. วัน เดือน ปีเกิด (แจ้งว่าเป็นวันจันทร์ อังคาร อะไรแบบนี้ด้วยนะคะ) สถานที่เกิด เลขบัตรประชาชน เกิดที่ไหน บ้านหรือโรงพยาบาล จังหวัดอะไร ผ่าคลอดหรือธรรมชาติ ครบ 9 เดือน เกินไป 10 เดือน หรือเกิดก่อน ข้อมูลส่วนนี้ให้บอกอย่างละเอียดนะคะ
4. ถ้านับตามศีล 5 คุณมีกี่่ข้อ ถือกี่ข้อ อะไรบ้าง
5. คุณมีวิธีจัดการกับความเครียดและความกดดันอย่างไร
6. คุณมองว่าการทำงาน คืออะไร และคุณมองว่า เงิน คืออะไร
7. ภาพชีวิตของคุณในอีก 5 ปีข้างหน้าคืออะไร และอีก 40 ปีข้างหน้าคืออะไร
8. คุณมีงานอดิเรกอะไร สนใจอะไรเป็นพิเศษบ้าง
9. อื่น ๆ ที่อยากให้เรารู้เกี่ยวกับคุณ

ข้อมูลนายจ้าง ดังนี้นะคะ
www.facebook.com/marrybeam
www.marrybeamholistic.com

ติดต่อที่ 080-414-6364 
อีเมล marrybeamholistic@gmail.com (วงเล็บท้ายหัวข้อว่า "สมัครงานจาก FanPage") ค่ะ

ขอบคุณค่ะ ^^

๑๒ ม.ค. ๒๕๕๕

VDO วิเคราะห์สิวที่สัมพันธ์กับอวัยวะภายในด้วยตัวเอง

วันนี้ได้ฤกษ์ดีอัพเดทข้อมูลที่ทุกคนน่าจะรอคอยอยู่ค่ะ คือ คนเป็นสิวจะมีคำถามว่า สิวของฉันเกิดเพราะอะไร บีมก็ถือโอกาสเผยแพร่ความรู้ที่ตัวเองสั่งสมมาเลยก็แล้วกันนะคะ ไปชมกันเลยค่ะ ^^ แชร์ต่อไปได้ถ้าเห็นว่าเป็นประโยชน์นะคะ


๑๓ ธ.ค. ๒๕๕๔

วิเคราะห์สิวของคุณด้วยภาพประวัติสิวของบีม พร้อมแนะนำวิธีค่ะ

ผู้ที่เป็นสิวเวลาที่ติดต่อขอรับคำปรึกษาจากบีมจะมีนิยามของสิวบนหน้าตัวเองแตกต่างกันไปค่ะ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมบีมจึงต้องขอรูปถ่ายสภาพผิวที่ชัดเจนก่อนเสมอที่่จะให้คำปรึกษา เพราะ บางคนไม่เคยเป็นสิวเลยในชีวิตและพึ่งจะมาเป็น ตอนคุยกันแบบไม่เห็นรูป จากคำอธิบายของเขาทำให้บีมจินตนาการแบบว่าของเขานี่สุด ๆ เลย แต่พอบีมได้เห็นรูป ก็...อ้าว เป็นไม่เยอะนี่นา เปรียบเทียบกับอีกท่านที่เป็นสิวมาน้านนานละ หลายปีดีดัก เขาก็จะพูดแบบว่าเฉย ๆ ก็เป็นสิวนะ ดีขึ้นมากแล้ว แต่พอเราเห็น เราก็แบบว่า เออ...ของคุณเรียกว่ายังมีัปัญหาเยอะอยู่นะคะ (คิดในใจ)

เพื่อให้เพื่อน ๆ แก้ปัญหาสิวของตัวเองได้ดีขึ้น บีมจึงคิดว่าเราควรมารู้จักกันก่อนว่าสิวแบบไหนเรียกว่าอะไรในบทความนี้นะคะ จะได้นิยามกันถูกต้องค่ะ

บีมจะอธิบายจากภาพอดีตสิวของบีมเองก็แล้วกันนะคะ ง่ายดี

นี่คือสภาพผิวของคนเป็นสิวโดยทั่วไปนะคะ ตอนนั้นเป็นช่วงก่อนที่บีมจะค้นพบวิธีรักษาสิวจากภายในค่ะ ตอนนั้นยังใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่มีจำหน่ายทั่วไป เช่น BP กับเจลล้างหน้าสำหรับผิวเป็นสิว ถ้าจำไม่ผิด คิดว่าช่วงนั้นน่าจะใช้ Acne Aid ค่ะ ก็หาดูในเน็ตเอาค่ะ ว่าเขาแนะนำและใช้อะไรกัน

คนเป็นสิวมีสภาพผิวเหมือนกันหมดค่ะ ถ้ายิ่งเข้าวงจรคลินิกแล้ว ไม่ว่าจะรักษาวิธีไหนมา ก็จะมีสภาพผิวแบบเดียวกันหมด ไม่ใช่คุณคนเดียวที่เป็นแน่นอนค่ะ ไม่ว่าลูกค้าบีมจะกี่ราย ๆ ก็จะมีสภาพดังนี้ ผิวหน้ากับตัวคนละอย่าง บางคนผิวตัวดีมาก แต่ผิวหน้าดูแย่มาก หมองคล้ำ ดำง่าย จากรูปนี้จะเห็นเลยว่ามันคนละแบบเลยนะคะ ผิวตัวเราจะดูเนียน ๆ ใช่มั้ยคะ แต่ผิวหน้าจะดูคล้ำ กร้าน มีพวกรอยด่างดำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ นอกจากนี้รูขุมขนจะกว้างทุกคนและหน้าแห้งแต่มันค่ะ (คือ ล้างหน้าได้ไม่ถึงชั่วโมง มันเยิ้ม และเวลาซับน้ำมันออกระหว่างวัน จะเห็นว่าผิวเป็นริ้ว ๆ เลยทีเดียว)



มาดูภาพขยายกันนะคะ....


ตอนใช้ BP หรือยาทาละลายไขมันและสิวอุดตัน ผิวจะดูเรียบ ๆ นะคะ แต่มันจะมีสิวขึ้นมาเรื่อย ๆ แหละ หน้าก็ยังมัน รูขุมขนยังกว้าง ช่วยอะไรไม่ได้เลย แถมมีริ้ว ๆ บนผิวอีกค่ะ ส่วนสิวเม็ดเล็ก ๆ ที่เห็นจะเป็นอุดตันค่ะ ที่รอการขึ้นมาอักเสบ มันก็จะขึ้นและยุบเป็นวงจรแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ค่ะ ไม่จบสิ้น ทายาก็ได้แค่คุมอาการ คุมไม่ให้มีสิวอุดตัน แต่เราไม่ได้รักษาจากภายใน ก็ทำให้มันขึ้นมาเรื่อย ๆ แหละ และสังเกตว่า ตอนนั้นบีมจะมีสิวที่หน้าผากและกรอบหน้านะคะ คือ แนว U-Zone ซึ่งเมื่อวิเคราะห์แล้วเป็นสิวที่เกี่ยวเนื่องกับระบบย่อยอาหารค่ะ คือ บีมเคยทานยาแก้อักเสบรักษาสิวมานานเหมือนกัน(ยากดภูมิและทำให้ลำไส้เสียสมดุลที่ดีค่ะ) ทานจนมีโรคประจำตัวคือปวดท้องเข้าห้องน้ำบ่อยมาก และเป็นโรคเกี่ยวกับท้องไส้เสมอ ๆ ค่ะ และคงด้วยเดือนเกิด ธาตุเจ้าเรือนของบีมด้วย และหลายปัจจัยทำให้ท้องไส้มักเป็นปัญหาประจำของบีมค่ะ และขอบอกว่ากว่า 95% ของผู้เป็นสิว ก็เป็นลักษณะนี้ล่ะค่ะ ดังนั้น ส่วนใหญ่ถ้าแก้ด้วยการปรับอาหารอย่างจริงจัง สิวจะดีขึ้นมาก ๆ โดยอักเสบยุบก่อนนะคะ ส่วนอุดตันต้องใช้เวลาหน่อยค่ะ แต่ไม่ยากเกินความสามารถ

รูปต่อมานะคะ เป็นรูปที่คงคุ้นเคยกันดีมาก เพราะเป็นรูปแรกที่เป็นจุดเริ่มต้นของการหาวิธีรักษาสิวด้วยตัวเองอย่างจริงจังน่ะค่ะ เพราะไม่ไหวแล้วกับวิธีเดิม ๆ ที่เคยทำและหมดหวังกับอะไรต่าง ๆ ที่เคยใช้รวมทั้ง BP ด้วย ซึ่งเป็นความหวังเดียว ณ ตอนนั้นเลยก็ว่าได้ แต่แล้วก็ทำหน้าพังยับเยินเลย มาดูกันค่ะว่ามีปัญหาอะไรบนหน้านี้บ้าง


รูปนี้คือเริ่มปล่อยผิวนะคะ ไม่ทำอะไรแล้ว ใช้แต่นูโทรจีน่าล้างหน้าและก็ตามด้วย Beauty Cream ของ ดร.สมชายค่ะ ก็ใช้แค่นั้นล่ะ เพราะไม่แพ้และใช้อย่างอื่นไม่ได้แล้วด้วย พังมาก หน้าสากและแห้งอย่างรุนแรง พอความชุ่มชื้นกลับมา สิวอุดตันทยอยขึ้นทุกรูขุมขนเลย T_T ก็เลยหยุดใช้ไปก่อนค่ะ 

เม็ดเล็ก ๆ ที่ขึ้นนี้บีมขอเรียกว่า "สิวอุดตัน" นะคะ บางเม็ดจะเป็นหัวดำ กดออกได้ง่าย บางเม็ดไม่มีหัวหรือเป็นหัวขาวที่ถ้าเรากดแล้วเสี่ยงต่อการอักเสบ ไม่แนะนำให้ไปทำอะไรมันค่ะ เพราะวิธีรักษามันหลัก ๆ แล้วต้องจัดการระบบภายในต่างหากล่ะค่ะ 

แต่สิวที่ขึ้นมาล็อตนี้เป็นล็อตที่บีมสันนิษฐานว่า ผิวเขาผลักสารเคมีส่วนเกินออกจากเซลล์ค่ะ เพราะบีมทา BP แบบไม่ล้างออกเลยและทาเยอะมากตามที่ www.acne.org แนะนำค่ะ บีมทาเกือบเดือน ซึ่งผิวลักษณะนี้จะเกิดขึ้นกับคนที่ใช้ครีมหน้าขาวหรือครีมที่ผสมสารต้องห้ามต่าง ๆ ด้วยค่ะ 

ดังนั้น ใครใช้ครีมที่มีสารต้องห้าม หรือแพ้ เซลล์ผิวเขาจะผลักออกมาประมาณสัปดาห์ที่ 3-4 ค่ะ และจะขึ้นมาลักษณะนี้แหละค่ะ คือ ถ้าส่องกับแดดแล้วหน้าจะเป็นอุดตัน เป็นผดเล็ก ๆ ทุกรูขุมขนหรือเกือบ 90% ของใบหน้าเลยค่ะ บางคนใช้ตัวล้างหน้าหรือบำรุงหรือครีมอื่นที่ไม่เหมาะกับผิวช่วงเป็นสิวอีก คราวนี้ผสานกันทำให้ไปกันใหญ่เลยทีเดียว

ผิวแบบนี้ถ้าจะลองรักษาเองด้วย Home Remedy ก็ให้ทดลองใช้ไข่ขาวตีให้ฟูแล้วพอกหน้าหลังล้างหน้าสะอาดค่ะ พอมันตึง ๆ ก็ล้างออกด้วยน้ำเปล่าหรือเจลล้างหน้าสูตรอ่อนโยนให้สะอาดแล้วซับหน้า ก็จบขั้นตอนค่ะ น่าจะเป็นสูตรที่ใช้ซับพิษออกจากผิวได้ 

แต่ถ้าใครจะเอาแบบชัวร์ว่าซับพิษออกแน่บีมก็แนะนำมาส์กสาหร่ายของ MarryBeam (ของบีมเองแหละค่ะ) เลยค่ะ และถ้าผิวหน้าไม่มีการแพ้แสบแดงใด ๆ เลยและผิวเริ่มสงบลงแล้ว แนะนำให้ใช้ควบคู่ไปกับมาส์กอุ่น Acne Treatment Mask ค่ะ เพราะตัวนี้จะทำให้เซลล์อุ่น ซึ่งความอุ่นจะไปทำให้เขาคลายสารพิษตกค้างในผิวได้มากขึ้น ทำให้ช่วงสัปดาห์แรกของการใช้ (รักษาช่วงแรก ๆ แนะนำให้มาส์กทุกวันจนกว่าผิวจะดีขึ้น สิวจะยุบลง) ผิวจะดูแย่ๆ และเหมือนสิวจะขึ้นเยอะหน่อย ก็เพราะกระบวนกรล้างพิษนี่ล่ะค่ะ

วิธีใช้คือ ล้างหน้าเสร็จ ซับหน้า ลง Whitening Program 10 นาที ล้างออกด้วยน้ำเปล่า ซับหน้าให้หมาด ลงมาส์กอุ่นทั่วหน้า (ให้มิดผิว) ทิ้งไว้ 30 นาที ล้างออกด้วยเจลล้างหน้าให้สะอาดแล้วมาส์กสาหร่ายทั่วหน้า มิดผิว ทิ้งไว้ทั้งคืนหรือ 1-2 ชั่วโมงตามสะดวกค่ะ

เช้ามาล้างหน้าด้วยเจลล้างหน้าให้สะอาด เช็ดด้วยน้ำเกลือ Klean & Kare หรือ Acne Treatment Toner ก็ได้ค่ะ เช็ดจนสำลีสะอาด (อย่างเบามือ) ถ้าจะลงบำรุงก็เลือกเป็น Fresh Aloe Cooling Serum ส่วนกันแดดเป็น UV Antioxidant SPF80 (BB Brightening) นี่ก็เป็นการดูแลผิวที่มีลักษณะแบบนี้ในช่วงแรกและทำจนกว่าสภาพผิวจะดีขึ้นค่ะ และต้องอดทนตอนผิวขับพิษนะคะ เดี๋ยวติดตามต่อไป จะให้ดูว่าผิวและสิวขับพิษเป็นอย่างไรนะคะ 

นี่เป็นรูปด้านข้างค่ะ ซ้าย-ขวา


จะเห็นว่ามีอักเสบและรอยแดง (ตอนนั้นบีบค่ะ ทนอาการคันสิวไม่ไหว) มีหัวหนอง เพราะตอนนั้นไปเที่ยวบ้านพี่แม็คที่มาเลย์ค่ะ อาหารส่วนใหญ่เป็นแป้ง ก็เป็นอาหารปกติที่เขาทานกัน แต่เราไ่ม่รู้ว่ามันส่งผลต่อสิวของเรามาก ๆ มันก็ขึ้นมาเรื่อย ๆ นะคะ บีบก็แห้งและก็ทิ้งรอย (บีมก็ผ่านช่วงเวลานั้นมาเหมือนกันค่ะ You Are Not Alone.) และก็ขึ้นมาใหม่ ซ้ำที่เดิมบ้าง ใหม่บ้างค่ะ แต่รอบนี้มันเริ่มลามไปแก้มละ แต่ก่อนบีมไม่มีสิวที่แก้มเลย (เพราะยังไม่รู้เรื่องระบบภายในกับสิวอย่างไรล่ะคะ สิวมันจะลามไปเรื่อย ๆ ล่ะถ้าเราไม่ดูแลระบบภายในให้ดีและกลับมาแข็งแรงสมบูรณ์ค่ะ)


รูปด้านนี้จะเห็นชัดว่าจะมีสิวอุดตัน สิวไขมันไม่มีหัวเยอะมาก ๆ ค่ะ คือ ช่วงนี้สิวจะขึ้นตามบริเวณผิวที่สากจากการใช้ BP ในสูตรที่บอกนั่นล่ะค่ะ ลามมาหมดเลย ลงมาที่คอด้วย คืออุดตันไม่มีหัวจะเยอะมาก บีบก็ไม่ออก ยุบก็ไม่ยุบ สิวแบบนี้เป็นสิวที่ร่างกายทนกับพิษสะสมไม่ไหวค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไขมันในเลือดสูงเกินไป ซึ่งถ้ามีปัจจัยร่วมเช่น นอนดึก ทานอาหารที่เป็นแป้งขัดขาว แป้ง ขนมปัง อาหารหวาน ๆ จะอักเสบขึ้นมาได้ตลอดเลย

ที่เห็นเป็นจุดแดง ๆ คือ เส้นลมปราณที่เชื่อมผิวหน้าส่วนนี้กับบริเวณที่อวัยวะมีปัญหาเขามีความร้อนสะสมค่ะ ความร้อนนี้เกิดจากพิษสะสมค่ะ ถ้าหากว่า เราตื่นมาแล้วมีสิวแดง ๆ แบบนี้เลย แสดงว่าเป็นพิษร้อนสะสม แต่ถ้าไปแดง ๆ คัน ๆ เอาช่วงบ่าย ๆ เย็น ๆ แสดงว่ามีความร้อนเกินสะสมระดับหนึ่งและถูกกระตุ้นด้วยความร้อนจากการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย (เหมือนรถยนต์นี่ล่ะค่ะ วิ่งไปทั้งวันก็ต้องร้อนเป็นธรรมดาถ้าระหว่างวันเราไม่หมั่นเติมน้ำในหม้อน้ำค่ะ ซึ่งชาว MarryBeam จะรู้วิธีกันดีแล้ว คือ ทานชาล้างพิษ ทานสมุนไพรและเลือกทานอาหารฤทธิ์เย็นเป็นสัดส่วนสูงในช่วงตั้งแต่เที่ยงถึงเย็นนั่นเองค่ะ)

นั่นหมายถึงว่า ถ้าทั้งแดง ยิ่งแดงมาก ยิ่งแสดงว่าระบบภายในร้อนมาก ก็ยิ่งต้องทุ่มเทมากกว่าคนอื่น ๆ ค่ะ และถ้ายิ่งมีสิวไม่มีหัว ไม่ยุบ บีบไม่ออกตรงนั้นอีก ก็ต้องใช้ิวิธีล้างพิษทุกวิธีเลย ตั้งแต่ทาน Dtox หรืออะไรอื่น ๆ ให้ถ่ายท้องให้สุด ทานสมุนไพรล้างพิษ ออกกำลังกายที่ไม่รุนแรง เน้นไปที่การเคลื่อนไหวพลังงานและการหมุนเวียนของเลือดลม เช่น โยคะ ชี่กง รำกระบอง หรือจะทำอะไรก็ได้ตามชอบค่ะ แต่ต้องไม่ออกกำลังแบบหักโหม หนักเกินไป และควรออกกำลังในช่วงเช้าค่ะ ถ้าจะออกตอนเย็นแนะนำให้ออกแบบเบา ๆ เพราะตอนเย็นร่างกายเขาอยากพักแล้วล่ะ อย่าไปฝืนเขาเลยค่ะ จะรวนเปล่า ๆ และรวมไปถึงการนวดตัว นวดเท้า การขูดกัวซา การอบซาวน่า เป็นต้นค่ะ ทำพร้อม ๆ กันไปหลายวิธีได้เลย และต้องหมั่น Detox เอาความคิดลบ อารมณ์ลบ ๆ โกรธ ผิดหวัง โมโห เสียใจ หดหู่ เศร้า ออกไปให้ได้ค่ะ

รูปต่อมาคือ สิวแพ้


รูปนี้ประมาณช่วงแรกของการเริ่มธรรมชาติบำบัดได้นะคะ คือ ปล่อยหน้ามาหลายเดือนแล้วล่ะ จนสิวที่เคยมีเริ่มดีขึ้นค่ะ แต่มีอยู่วันหนึ่ง นึกครึ้มอยากทดลองพอกหน้าด้วยสูตรโยเกิร์ต มะนาว น้ำผึ้ง พอกครั้งแรกแสบ ๆ หน้า แต่คิดว่ามันรักษาสิว ไม่เป็นไร พอกรอบสองตอนเช้าอีกรอบหนึ่ง แสบกว่าเดิม สาย ๆ ผดเริ่มขึ้นและแสบยุบยิบที่หน้าค่ะ มาทราบทีหลังว่านี่คืออาการแพ้กรดจากน้ำมะนาว ดังนั้น ถ้าบีมจะใช้ตัวผลัดเซลล์ จะใช้ตัวจากธรรมชาติโดยตรงไม่ได้เลย จะต้องสกัดออกมาเป็น AHA, BHA หรือ PHA ก่อนค่ะจึงจะใช้ได้ไม่ระคายเคือง และบีมมามั่นใจอีกรอบตอนแพ้มะขามเปียกค่ะ คือ รูปด้านล่างนี้ค่ะ


ช่วงนั้นเดือนมกราคม ฤดูหนาวค่ะ แถมผิวยังลอกตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคมจากการแพ้มะขามเปียก คือ มีอาการเหมือนกับตอนแพ้มะนาวในรูปแรกเลยค่ะ แต่ด้วยความที่อยากทดลอง ก็ดันไปใช้ดิฟเฟอรินมาทาตอนมันแพ้ ๆ นี่แหละ เพราะอยากให้มันหายเร็ว ๆ (ส่วนใหญ่ที่คนเป็นสิวมีปัญหาก็เพราะแบบนี้เลยค่ะ แบบว่าใจร้อน แต่หลายครั้งกลับทำให้อะไร ๆ มันแย่ลงนะ) รูปนี้คือผ่านมา 1 เดือนนะคะ ลองคิดสภาพก่อนหน้านี้ดูค่ะ มันรุนแรงมากจนบีมไม่อัพบล็อกไปเดือนนึงได้ค่ะ เพราะหดหู่ชอบกล ตอนนั้นขอบอกว่าท้อนะคะ ท้อมากเลย แต่มันก็ยุบไปเยอะละ ก็ทำต่อไป

และที่อยากชี้ให้เห็นก็คือ  ผิวที่กำลังผลัดหรือกำลังรักษาตัวเอง เขาจะมีอาการแห้งและผลัดนะคะ เห็นชัดมากจากรูปนี้ หลายคนที่กำลังเริ่มรักษาสิว จะต้องผ่านช่วงหน้าแห้งแบบนี้ไปทั้งนั้นค่ะ แต่บีมว่าบีมรุนแรงกว่านะคะ เพราะอากาศแห้งด้วย ผิวแพ้มาด้วย ตอนนั้นยังไ่ม่ใช้มาส์กสาหร่ายด้วย (ไม่กล้าใช้ทั้งที่ได้เทสเตอร์มาแล้ว กลัวแพ้อีก ถ้ารู้เหมือนตอนนี้ ใช้ตั้งแต่เริ่มแพ้แล้วค่ะ เพื่อน ๆ โชคดีนะคะที่มีบีมเป็นตัวบุกเบิกไปก่อนแล้ว ไม่ต้องลองผิดลองถูกอีก)

ซึ่งเวลาที่ใช้ผลัดนี้แต่ละคนจะไม่เท่ากันค่ะ ขึ้นอยู่กับสารอาหารที่เพื่อน ๆ ได้รับในแต่ละวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโปรตีน (ไม่ใช่จากเนื้อสัตว์) กับวิตามินซี ถ้าใครที่พึ่งเริ่มรักษาและลำไส้ยังมีปัญหาหรือพิษสะสมเยอะอยู่ ระบบดูดซึมจะยังทำงานไม่ดีนะคะ แนะนำให้ทานอาหารเสริมช่วยร่างกายไปก่อนเพราะมันดูดซึมได้เร็วเพราะไม่ต้องผ่านการย่อยจากร่างกายค่ะ ซึ่งเอาไว้ระบบร่างกายเราดีขึ้นเมื่อไหร่ ลำไส้สะอาดแข็งแรงเมื่อไหร่ เราก็ค่อย ๆ ลดอาหารเสริมแล้วไปทานอาหารเป็นยากับบำรุงร่างกายแทนค่ะ อยากให้ผิวเต่งตึงสดใส ก็ทานพวกน้ำเต้าหู้ นมถั่วเหลือง นมข้าวกล้อง นมจากธัญพืชเยอะ ๆ ทานโปรตีนจากถั่ว จากเต้าหู้ และทานผักผลไม้มาก ๆ ค่ะ ถ้าปั่นแล้วก็ดื่มทั้งกากได้เลยค่ะ  อย่าไปเอากากออก ยกเว้นที่กินกากไม่ได้จริง ๆ เช่น มะระ เป็นต้น ลงทุนซื้อเครื่องปั่นดี ๆ (คนเป็นสิวหรือระบบย่อยไม่ค่อยดี แนะนำให้ทานอาหารย่อยง่าย ดังนั้น ประโยชน์จากการทานผักผลไม้ทั้งต้นกับแบบปั่น คนเป็นสิวหรือระบบย่อยไม่ค่อยดี จะได้ประโยชน์เต็ม ๆ จากสารจากผักผลไม้สดในรูปแบบปั่นมากกว่าค่ะ)

นอกจากสารอาหารที่ครบถ้วนแล้ว การนอนเร็ว (3-4 ทุ่ม) การขับถ่ายตอนเช้าทุกวันหลังตื่นนอน การดื่มน้ำให้ถูกต้อง ก็จะทำให้ผิวผลัดเร็วและเซลล์ใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นมาจะแข็งแรงกว่ามาทดแทนเซลล์เก่าที่เสื่อมสภาพไปค่ะ

ถ้าดูแลตัวเองดี ๆ ก็ประมาณ 3 สัปดาห์ - 1 เดือนผิวก็ดีขึ้นค่อนข้างชัดเจนเลย

ภาพแสดงสิวจากการแพ้กรดจากน้ำมะนาว จะเป็นผดผื่นเล็ก ๆ ขึ้นทุกรูขุมขน ส่องกับแสงด้านข้างหน้าจะไม่เรียบเลย มีอาการคันสิวยุบยิบ ๆ ร่วมด้วย ยิ่งอากาศร้อนยิ่งคันมาก สิวแบบนี้กดไม่ออกด้วยเพราะไม่มีหัวค่ะ ถ้าเอามืออังหน้า ผิวจะมีไอร้อน มีอาการแดง ๆ เห่อ ๆ ให้เห็นด้วย บางคนจะมีหัวสิวเป็นน้ำใส ๆ ก็เป็นอาการแพ้เช่นกันค่ะ

รูปนี้มีทั้งสิวแพ้และสิวอุดตันที่มีอยู่เดิมจากพิษสะสมในร่างกาย สภาพผิวแพ้จะแห้งกร้านไปด้วย (จากกรดมะนาว) เป็นเม็ดผดผื่นคัน ลักษณะผิวแดง ๆ ร้อน ๆ เห่อ ๆ

สิวขับพิษมาเป็นระลอก ๆ
ด้านล่างนี้เป็นระลอกแรกของการรักษาด้วยธรรมชาติบำบัด
บีมมีแค่สบู่ล้างหน้าตัวเดียวตลอดระยะเวลา 3 เดือน
จึงสามารถบอกได้ว่าการรักษาภายในด้วยการดูแลสุขภาพแบบไหนที่จะทำให้สิวยุบหรือขึ้นได้ค่ะ


รูปด้านหน้าจะเห็นว่าผิวดีขึ้นบ้างแล้วนะคะ แต่มีสิวไขมันและอักเสบนิด ๆ (มีความแดงหน่อย ๆ) ที่หว่างคิ้วและเหนือหว่างคิ้ว บริเวณนี้บ่งบอกสุขภาพของตับนะคะ ถ้าผิวบริเวณอื่นดีขึ้น แต่แถวนี้มีสิวปูดออกมา ก็แสดงว่ามีการขับพิษออกจากตับค่ะ ถ้าเป็นสีแดงก็เป็นความร้อนสะสม ถ้าเป็นไขมันหรืออุดตัน ก็เป็นไขมันที่สะสมในเซลล์ตับค่ะ แต่ถ้าใครที่อยู่ช่วงล้างพิษด้วยและนอนดึกด้วย มันก็จะขึ้นไม่ยุบเสียทีค่ะ เพราะนอกจากจะมีสิวขับพิษแล้วยังมีสิวจากพิษเพิ่มจากการนอนดึกด้วย (รวมไปถึงเคสที่ทานอาหารที่ไม่ดีต่อสิวด้วยค่ะ)


รูปนี้ชัดเจนนะคะ นี่ล่ะค่ะขับพิษ ถ้าเทียบกับรูปด้านบน ๆ นู้น จะเห็นว่าจุดที่เคยเป็นไขมันไม่มีหัว เริ่มอักเสบออกมาเต็มเลย ซึ่งบีมมองเห็นแล้วว่าถ้าดื่มน้ำปั่นผักผลไม้ทุกวันสิวจะขึ้นและยุบไปได้เองค่ะ เลยไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะสุขภาพโดยรวมเราดีขึ้นมาก แต่บีมจะยังไม่รู้ว่าการนอนไม่พอส่งผลต่อคุณภาพผิวมากขนาดไหนค่ะ ซึ่งอย่างที่เคยบอกว่าบีมมีหน้าที่หลักอีกหน้าที่ในตอนนั้นคือดูแลคุณยายที่ป่วยเป็นอัลไซเมอร์ระยะสุดท้ายแล้ว ท่านจะตื่นจะนอนไม่เป็นเวลาทำให้บีมได้นอนวันละไม่กี่ชั่วโมงเองค่ะ แต่เราก็ไม่ป่วยเพราะบีมดื่มน้ำปั่นผักผลไม้มากกว่า 3 แก้วทุกวันค่ะ จะซื้อผลไม้มาตุนเลย ปั่นดื่มทุกวันค่ะ ช่วงนี้บีมก็ยังไม่ทาบำรุงอะไรเลย เพราะดูเหมือนผิวกำลังดีขึ้น (รักษาตัวเอง) กลัวว่าใช้อะไรจะแพ้อีก เลยไม่เอาเลยค่ะ


สรุปว่าไม่ได้ไปทำอะไรกับมันค่ะ มีบีบบ้างเวลาคัน ๆ สิว คือ ตอนนั้นมันเยอะมาก เราก็จะเอาแต่สิวลงท่าเดียว แต่พอตอนนั้นนะคะ อยากบอกว่า อย่าไปบีบไปเค้นมันแรงเลยค่ะ เพราะรอยสิวกับหลุมสิวเนี่ย รักษายากกว่าสิวมากมายหลายเท่าเลย แนะนำให้ดูแลสุขภาพให้ดี เลือกทานอาหารดีกว่าค่ะ ไม่ทานอาหารที่ก่ออาการอักเสบเพิ่มขึ้น ที่สำคัญเลยคือ นมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัว แป้งสาลี เค้ก เบเกอรี่ ของหวาน น้ำตาล (อะำไรก็ตามที่หวาน ๆ) และอย่านอนดึกค่ะ 3-4 ทุ่มจะดีมาก ๆ เลทสุดไม่เกิน 5 ทุ่ม และแนะนำวิดีโอนี้ค่ะ http://www.youtube.com/watch?v=Gxfj_g_D878 สำหรับคำแนะนำเรื่องอาหารค่ะ

ใครมีมาส์ก ใครมี Acne Set ใช้ไปค่ะ ใช้ไปเรื่อย ๆ ก่อนจนกว่าสิวแบบนี้จะหายไปค่ะ มันจะหายแน่ๆ จะช้าเร็วขึ้นอยู่กับการดูแลกายและใจของผู้รักษาตัวเองค่ะ ตอนนั้นบีมไม่มี Acne Set ไม่มีตัวช่วย มันยังหายเองได้ค่ะ เพื่อน ๆ มีตัวช่วยแล้ว ยังไงก็เร็วกว่านั่นล่ะค่ะ แค่ใช้ความอดทนเองนะคะ อดทนต่อความรู้สึกเศร้าและหดหู่ของตัวเองเวลาเห็นสิวขับพิษในกระจก และอดทนต่อคำของคนรอบข้าง ท่องไว้ มีคนทำได้ ทำเหตุให้ถูก ผลที่ถูกต้องเกิดขึ้นเองค่ะ และก็อย่าลืมยิ้มน้อย ๆ ให้ตัวเองตอนเศร้า ๆ ค่ะ การยิ้มจะเปลี่ยนปฏิกิริยาเคมีภายในได้มากเลยค่ะ จากลบเป็นบวกทันที วิธีง่าย ๆ


รูปนี้ถ่ายประมาณปลายเดือนพฤศจิกายน 2552 ค่ะ ไปเรียนดูดวงเบื้องต้นกับ อจ.ชณนบ ที่ กทม. จำไ้ด้ว่าตอนนั้นสิวเริ่มหายแ้ล้วนะคะ มีตัวบำรุงที่เป็นจุดเริ่มต้นของ MarryBeam นี่แหละ แต่บีมยังไม่มีตัวไหนใช้รักษาสิวโดยตรงเลยค่ะ ก็ดูแลภายในอย่างเดียว ตอนนั้นทาแป้งแบบเบา ๆ เองค่ะ รู้สึกมั่นใจขึ้นนะคะ แม่ก็เห็นพ้องว่าสิวดีขึ้นมากแล้ว ยุบไปเยอะแล้ว 


พอได้นอนมากขึ้น (คุณยายเสียเมื่อต้นเดือนตุลาคมค่ะ หลังจากท่านเสีย บีมเลยได้นอนเต็มเวลา) สิวขับพิษที่เคยขึ้นก็ค่อย ๆ หายไปเอง และสิวหายแดงไปเยอะเลย เห็นมั้ยคะ ดูรูปด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ ตอนนั้นยังดื่มเฉพาะน้ำปั่นผักผลไม้อยู่ค่ะ อาหารปกติยังทานไม่ค่อยได้เพราะทานแล้วสิวจะขึ้นนะ แต่บีมไม่แนะนำเพื่อน ๆ ใ้ห้ดื่มเฉพาะน้ำปั่นผักผลไม้นาน ๆ นะคะ คือ ตอนนั้นบีมยังไม่ได้ค้นคว้าเพิ่มว่าจะทานอะไรได้บ้างไม่ได้บ้าง เพราะบีมยึดมั่นในน้ำปั่นผักผลไม้อย่างเดียว เลยปิดช่องทางอื่นค่ะ ไม่ค้นคว้าต่อเรื่องอาหาร ส่วนใหญ่ถ้าจะทานก็ง่าย ๆ ค่ะ ไม่มีเมนูอร่อย ๆ เลย คนอื่นทำตามยาก เช่น เห็ดนึ่งจิ้มน้ำพริก ข้าวกล้อง ข้าวต้มใส่ไข่และเต้าหู้ ก็วน ๆ อยู่เท่านี้แหละ





สรุปและเน้นย้ำว่า การนอนเร็ว หลับลึก เป็นยารักษาร่างกายและรักษาสิวที่มีประสิทธิภาพสูงสุดค่ะ ใครที่อยากสิวหายเร็วแต่ยังมีข้ออ้างในการนอนดึก หรือมีปัจจัยที่ำทำให้ต้องนอนดึก ก็ต้องยอมรับว่ากระบวนการฟื้นฟูร่างกาย รักษาสิว และรอยสิวจะช้าตามไปด้วยค่ะ

จริง ๆ แล้วสิวบีมควรจะดีขึ้นตั้งแต่ตอนนั้นแล้วนะคะ ถ้าบีมไม่ไปทดลองใช้มะขามเปียกในเดือนธันวาคมเพราะเห็นว่าตัวเองมีสิวอุดตันที่ยังเหลืออยู่ ไม่หมดเสียทีค่ะ แต่ยิ่งทำให้ผิวเยินรับปีใหม่เลยทีเดียว เศร้าข้ามปี

และจริง ๆ ถ้าบีมกล้าใช้มาส์กสาหร่ายที่ได้เทสเตอร์มาตอนนั้น ผิวของบีมคงจะดีขึ้นตั้งแต่ต้นปี 2553 แล้วค่ะ ^^

หลังจากผิวที่แพ้ ๆ แห้ง ๆ ค่อย ๆ ผลัดออกแล้ว สภาพผิวเริ่มกลับมาดีอีกครั้งหนึ่งค่ะ ตอนนั้นจะเหลือรอยแดงสิวและสิวไม่มีหัวที่โหนกแก้มและอุดตันเรื้อรังที่ไ่ม่ยอมยุบเสียที ส่วนอื่น ๆ ดีขึ้นหมดแล้วค่ะ รูปนี้ทาแป้งฝุ่นบาง ๆ เท่านั้นค่ะ
นี่สภาพผิวดีขึ้นมากหลังค้นพบกุญแจสำคัญ คือ ตับ ค่ะ และผิวใสมากหลังสัปดาห์ขับพิษจากการสวนลำไส้ด้วยกาแฟ ทำติดต่อกัน 3 วัน เช้าและก่อนนอน (ระวังนอนไม่หลับนะคะ ^^) และมีอาการหน้าหมอง ขับพิษร้อน ร้อนในประมาณสัปดาห์กว่า ๆ ค่ะ เป็นอาการขับพิษร้อนจากตับนั่นเอง พอความร้อนเริ่มหาย ร้อนในหาย (ทั้งที่ทานของฤทธิ์เย็นทุกวัน แต่ปากแห้งตลอดค่ะ นี่คือ อาการขับพิษร้อนค่ะ ก็ต้องทานตัวถอนพิษร้อนต่อไปจนกว่าอาการจะดีขึ้นค่ะ) 

เหลือแต่ที่โหนกแก้มนี่แหละที่มีปัญหาอยู่บ้าง แต่ว่ามันหายไปเยอะค่ะและรอยแดงลดลง สิวอุดตันหายไปไหนไม่รู้ เหลือนิดเดียวหลังสวนลำไส้ด้วยกาแฟค่ะ

หน้าด้านนี้จะลอกแห้งหน่อยค่ะ จำไม่ได้ว่าเป็นผลจากอะไร แต่จะชี้้ให้เห็นว่าในกระบวนการรักษาผิว อาการลอกแห้ง เป็นขุยนั้นเป็นปกติมาก ๆ ค่ะ เพียงแค่เลือกตัวบำรุงให้เหมาะสมกับระดับความแห้ง คือ ถ้าทาแล้วผิวชุ่มชื้นไปนานกว่า 1 ชั่วโมง แสดงว่าใช้ได้เลยค่ะ และเมื่อผิวมีความชุ่มชื้นพอดีตามธรรมชาติแล้วก็ต้องปรับไปใช้ครีมหรือเซรั่มที่เหมาะกับสภาพผิว ณ ตอนนั้นอีกรอบค่ะ ใช้ตัวเดิมอาจทำให้หน้ามันก็เป็นได้ หรือจะทดลองทาน้ำมันมะพร้าวทิ้งไว้ 5 นาที เช็ดด้วยสำลีหมาด 3 แผ่นเบา ๆ แล้วล้างออกด้วยตัวล้างหน้าที่อ่อนโยนสัก 2-3 รอบก็ได้ค่ะ พอผิวมันผลัดออกแล้ว มันจะดีขึ้นเองและกลับมาชุ่มชื้นเองค่ะ

แต่เรื่องราวมันไม่จบแค่นั้นค่ะ เพราะบีมต้องทำหน้าที่บุกเบิก ต้องทดลองครีมต่าง ๆ สำหรับลูกค้า MarryBeam มีช่วงนึงที่พอกโคลน Dead Sea ตัวนี้แหละ โอ้โห สิวขึ้นเยอะเลยค่ะ พอก 2 ครั้งเห็นท่าไม่ดี เลยเลิกดีกว่าค่ะ


และด้วยความที่ทำงานหนัก เหนื่อย เครียด (ก่อนพี่กานต์มาช่วย หนักมากก ทำงานจนผอมเลยทีเดียว) ก็จะทำให้ตับเขาสะสมพิษและความร้อนไว้เรื่อย ๆ ค่ะ เวลาล้างพิษทีก็มีสิวขับพิษออกมาเรื่อยแหละ แต่มันจะออกมาแบบน่ารัก ๆ ค่ะ ออกมาพอให้รู้ว่าขับพิษ ไมกี่วันก็ยุบไปค่ะ ยกเว้นตอนทานยาสมุนไพรรักษามะเร็ง (ที่บีมสอบถามพ่อหมอว่าใช้รักษาสิวได้มั้ย เขาว่ามันใช้ล้างพิษน่ะนะ ก็ทานได้) ขับออกมา 2 สัปดาห์แต่เป็นเม็ดเล็ก ๆ นะคะ แดงนิดหน่อย ก็ใช้มาส์กสาหร่ายพอกเอา ใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่มรักษาสิวเอาค่ะ แต่บางทีก็ไม่ใ้ช้ตัวรักษาสิวเลยเพราะอยากรู้ว่าสิวมันจะยุบเองเมื่อไหร่ มันก็ยุบไปเองภายในไม่เิกิน 3 วันค่ะ (สำหรับ Dtox) และถ้าใครก็ตามที่รักษามาจนถึงจุดที่บีมเป็นตอนนี้ และมีชีวิตแบบไม่่เครียด ได้พักผ่อนพอ รับรองว่าสิวไม่ได้ย่างกรายแล้วแหละ แต่ที่บีมยังมีสิวขับพิษเพราะงานยังเยอะอยู่ค่ะ เยอะจริง ๆ ^^ ตับเขาเหนื่อย เลยต้องคอยล้างกันเรื่อย ๆ นี่แหละ

สิวขับพิษช่วงทานยาสมุนไพรแ้ก้มะเร็งนะคะ จะเป็นแบบนี้

สิวหัวขาวฐานแดงแถวคาง กราม แก้มล่าง หมายถึง การขับพิษร้อนและเมือกมันจากผนังลำไส้ค่ะ เวลาขับพิษ บีมจะมีแค่แถว ๆ นี้แหละ เพราะมีปัญหากะระบบนี้ตั้งแต่เด็กค่ะ แบบว่าระบบย่อยไม่ค่อยดี


ให้ดูหน้าผากค่ะ มันจะเป็นอุดตันน้อย ๆ แบบนี้เวลาล้างพิษค่ะ นี่แหละ สิวขับพิษจากลำไส้เช่นกันค่ะ ขับพวกไขมันออกมา

และนี่คือสิวขับพิษจากกระบวนการรักษาตามปกติผสมกับสิวจากพิษที่เกิดจากการนอนดึกหรือนอนไม่พอ (ช่วงรักษาสิวด้วยตัวเองเข้าเดือนที่ 2 และช่วงดูแลคุณยายระยะสุดท้ายค่ะ)

สิวหัวคิ้ว ขับพิษจากตับ (นอนไม่พอ) ซึ่งรูปนี้ถ่ายเมื่อ 4 ตุลาคม 2553 เป็นวันก่อนวันที่คุณยายจะเสีย 1 วันค่ะ

สิวขับพิษจากกระบวนการรักษาตามปกติผสมกับสิวพิษจากการนอนไม่พอ พักผ่อนไม่พอ จะเห็นว่ารอยแดง (ความร้อน) ถูกขับออกมาเยอะเลยค่ะ เวลาเราพักผ่อนไม่พอ ร่างกายจะมีภาวะร้อนเกินสูงมากค่ะ ทำให้เป็นรอยแดงไม่เห็นและมีสิวอักเสบ ต้องทำให้ร่างกายเย็นลงด้วยอาหาร สมุนไพร การนอนเร็ว การดื่มน้ำที่ถูกวิธี และใช้ความเย็นจากน้ำแข็ง เจลเย็น และมาส์กสาหร่ายเข้าช่วยค่ะ

รอยแดงและสิวอักเสบจากพิษใหม่และเก่าผสมกัน

รูปนี้เป็นสิวฮอร์โมนค่ะ ตอนนั้นท้องได้ประมาณไม่เกิน 3 เดือน จะมีสิวเม็ดเล็ก ๆ คล้ายสิวอุดตันขึ้นมาแบบไม่ทราบสาเหตุ (ตอนยังไม่รู้ว่าท้อง) ขึ้นมาเกือบทั่วหน้าค่ะ แถวแก้มก็มี ตกใจหมดเลย แต่พอหายแพ้ท้องแล้วมันก็ยุบไปเองค่ะ และจะกลับมาบ้างตอนที่น้องในท้องตัวโตขึ้นหรือมีการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างที่ตัวเขาค่ะ ก็จะทำให้ฮอร์โมนเราเปลี่ยนด้วย สิวแบบนี้ก็จะขึ้นและยุบไปเองค่ะ บีมก็ดูแลผิวด้วย Acne Control Liquid Soap, Acne Control Cream, Whitening Program, มาส์กสาหร่าย และก็ Glutathione Gel เท่านั้นค่ะ ทากันแดดบ้างเวลาไปข้างนอก และทาน Dtox ตัวเดียวค่ะ

รูปนี้ตอนเดือนท้าย ๆ ของการท้องแล้วค่ะ ดีขึ้นมาก ๆ แล้ว



จะเห็นนะคะว่ารอยมันจาง ๆ ไปเองได้ค่ะ ไม่ต้องไปกังวลกับมันมากค่ะ โดยถ้ารักษาถูกวิธี สิวอักเสบจะยุบก่อน และอุดตันจะใช้เวลาเพราะเป็นสิวที่เกี่ยวกับอาหารที่ทาน ปริมาณน้ำตาล และปริมาณไขมันในเลือด (สมดุลของการนำสารอาหารไปใช้ค่ะ) ซึ่งต้องใช้เวลาในการปรับตรงนี้ เพราะช่วงแรกมันต้องล้างไขมันเสียออกมาก่อน ทำให้สิวเหมือนขึ้นเยอะกว่าเดิม พอผ่านไปแล้ว มันจะค่อย ๆ ลดลงเองค่ะ

และรอยสิวจะเปลี่ยนจากรอยแดงเป็นรอยดำ (พิษร้อนถูกถอนออกแล้วค่ะ)

พอเป็นรอยดำก็แค่ใช้ผลิตภัณฑ์ช่วยผลัดเซลล์กับกันแดดค่ะ และใช้พวกตระกูลวิตซีช่วย

คือ ผิวมันสร้างใหม่ตลอดค่ะ ถ้าเป็นหลุมใหม่ ๆ และดูแลทุกอย่างดี มันจะมีเซลล์งอกมาเติมเองค่ะ แต่ถ้าหลุมนานแล้ว ผิวฟอร์มตัวไปแล้ว ก็อาจต้องใช้เทคโนโลยีหรือวิธีอื่นช่วยค่ะ ซึ่งบีมพบว่า นาน ๆ ไปมันก็ตื้นขึ้นได้เองนะคะถ้าดูแลถูกวิธีและใช้ผลิตภัณฑ์ประเภท Nano Collagen หรือ Stem Cell เป็นประจำ่ค่ะ และใช้กับพวกผลัดผิวเช่น Whitening Program เป็นประจำ พร้อมทาน Collagen กับวิตามินซี ก็จะช่วยเรื่องหลุมได้ค่ะ

หน้าที่่ของเราคือ แค่ช่วยให้ในสิ่งที่ร่างกายต้องการเพื่อให้เขาซ่อมแซมและรักษาตัวเองจากอาการสิวได้เองค่ะ เราไปกะเกณฑ์ไม่ได้หรอกว่าจะหายเมื่อไหร่ เพราะร่างกายเขาเป็นคนซ่อม เราทำได้แค่ support ในสิ่งที่เขาต้องการค่ะ

และวิดีโอนี้อัพเดทไม่นานมานี้เองค่ะ แต่งหน้าแบบเบา ๆ สบายมาก ๆ แทบไม่ต้องทาอะไรเลยก็มั่นใจแล้วล่ะค่ะ และดูสภาพผิวปัจจุบันได้ในวิดีโออื่น ๆ ของบีมที่ Channel บีมเลยนะคะ ^^

คลิกที่นี่เพื่อเข้าสู่ Channel ของบีมค่ะ

เป็นกำลังใจให้นะคะ ^^

๔ ธ.ค. ๒๕๕๔

ข้อพึงสังเกตในการทานขมิ้นชันและภาวะ PCOS กับสิว

เมื่อวานนี้ได้มีโอกาสคุยกับคุณปลาค่ะ คุยทีไรได้ข้อมูลที่มีประโยชน์มาฝากกันทุกที

ขอเกริ่นแนะนำนิดนะคะ คุณปลาเป็นผู้บังเอิญเ้ข้ามาเจอบล็อกบีมเพราะ search หาวิธีรักษาสิวเรื้อรังค่ะ และก็ได้คุยกันมาตลอด และคุณปลาเป็นเคสที่หาหมอทุกแนว และแต่ละหมอก็คัดสรรมาอย่างดีเลยค่ะ แต่หลายครั้งที่คุณปลาจะหายหรือดีขึ้นในช่วงรักษา แต่พอกลับมาดูแลตัวเอง กลับมามีชีวิตประจำวันเหมือนเดิม สิวก็กลับมาอีกค่ะ คือ เป็นเคสที่หายยากมาก ๆ เลย เพราะเรารู้จักกันมา 2 ปีแล้ว เธอก็ยังมีสิวขึ้นตลอดค่ะ แม้จะพยายามดูแลตัวเองในระดับที่ทำได้ แต่เธอก็ไม่ละความพยายามนะคะ และทุกครั้งที่เธอได้พบเจอผู้เชี่ยวชาญ ไปค่ายสุขภาพ หรือคุณหมอที่เก่ง ๆ มา เธอจะกลับมาเล่าให้ฟังเสมอๆ ค่ะ ทำให้บีมได้ข้อมูลดี ๆ เยอะเลย และครั้งนี้เช่นกันค่ะ เป็นครั้งที่ได้ทราบว่าเธอเป็น PCOS ซึ่งเป็นอาการผิดปกติที่รังไข่ค่ะ ซึ่งส่งผลต่อระบบฮอร์โมนโดยตรง ซึ่งบีมเคยเขียนเกี่ยวกับ PCOS ไว้ที่นี่นะคะ http://bye-bye2acne.blogspot.com/2010/07/pcos.html

เรื่องของเรื่องก็คือว่า พอคุณปลาตัดสินใจกลับมาฮึดรักษาสิวใหม่อีกรอบ คุณปลาก็ไปหาคุณหมอแผนไทยค่ะ ซึ่งคุณปลาเขาไปหาแล้วบอกคุณหมอว่าจะมารักษาสิว คือ ตอนแรกเขาไม่ทำให้นะ เพราะเขาไม่อยากให้เราติดวิธีการ แต่อยากให้ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตมากกว่าน่ะค่ะ แต่ในที่สุดก็ได้ทำค่ะ และช่วงแรก ๆ คุณปลาเขาทานขมิ้นชัน แต่ไม่ทันได้สังเกตความเปลี่ยนแปลง และคุณหมอที่นวดเท้า นวดตัวให้ เขาถามว่าไปทานอะไรมา แครอทรึเปล่า ทำไมเท้าเหลืองมากอย่างนี้ ตอนแรกคุณปลาก็นึกไม่ออกค่ะว่าทานอะไร ก็ปฏิเสธว่าไม่ได้ทานอะไรนี่ นึกไปนึิกมา อ๋อ ทานขมิ้นชันแคปซูลนี่เองค่ะ

คุณหมอก็อธิบายว่า เนี่ย แสดงว่าร่างกายของคุณปลาขับขมิ้นออกมาไม่ได้แน่ ๆ เลย เลยไปอยู่ที่ผิวแบบนี้ และก็อธิบายดังนี้นะคะ

ประเด็นที่ 1 คนที่มีปัญหาที่ทานขมิ้นชันแล้วตัวเหลือง ให้หยุดทาน เพราะว่าร่างกายเขาไม่สามารถกำจัดวิตามินส่วนเกิน ในที่นี้คือวิตามินเอ (ในขมิ้นชัน) ออกไปได้เอง พอกำจัดออกไม่ได้ เขาก็จะเอาไปเก็บสะสมไว้เพื่อรอการนำออกมาใช้งาน ในแต่ละคนจะพักไว้ในอวัยะต่าง ๆ กันไป แต่ในเคสของคุณปลา เขาไปพักไว้ที่ผิวค่ะ

ประเด็นที่ 2 ในช่วงแรกของการรักษาตามแบบแผนไทยนั้น ซึ่งเขาจะมีหลักการที่เรียกว่า "ลุ" หมายถึง การล้าง คือ ต้องล้างของเสียหรือส่วนเกินของร่างกายให้ออกหมดก่อนค่ะ ส่วนขมิ้นชันนั้นมีคุณสมบัติเคลือบกระเพาะ ซึ่งเขายังไม่แนะนำในช่วงแรกของการรักษา ต้องปล่อยให้ร่างกายล้างทุกสิ่งอย่างออกมาให้หมดก่อน และค่อยไปถึงขั้นตอนการซ่อมบำรุง ฟื้นฟู ซึ่งก็จะใช้สมุนไพรที่ออกฤทธิ์แตกต่างกันไปตามวัตถุประสงค์ค่ะ


ประเด็นที่ 3 การทานขมิ้นชันจำเป็นต้องทานน้ำมันด้วย และในประเด็นนี้คุณหมอได้เสริมว่าให้ราดน้ำมันมะกอกหรือน้ำมันมะพร้าวลงในสลัดด้วยค่ะ เพราะคุณปลาไม่ทานน้ำมันเลย แต่วิตามินและเกลือแร่บางชนิดในผักจำเป็นต้องมีน้ำมันเป็นตัวทำละลายเพื่อให้ละลายในเลือดได้ค่ะ ไม่งั้นคือ ทานเข้าไปแล้วสารอาหารนั้น ๆ ไม่ถูกดูดซึม ก็จะถูกขับออกไปเสียเปล่านั่นเอง (ในประเด็นนี้บีมก็สังเกตตัวเองว่า พอได้เริ่มทานน้ำมันมะพร้าวหลังอาหารบางมื้อของวัน และช่วงนี้ได้ทานแซลมอนนึ่งบ่อย ๆ เพราะเป็นเมนูของน้องแคนดี้แต่ี่พี่แม็คขี้เกียจทำหลายรอบ เลยให้กินเมนูเดียวกันเลยทั้งแม่ลูก น้ำมันจากแซลมอนและน้ำมันมะพร้าว บีมว่าทำให้ผิวพรรณบีมดีขึ้นมาก ๆ เลยนะคะ ดีกว่าตอนไม่กินน้ำมันเลยค่ะ แต่บีมไม่กินของผัดทอดนะคะ แต่จะมีที่พี่แม็คใช้เนยอย่างดี Grill กุ้งให้ทานค่ะ ตัวนั้นบีมก็ว่าบีมทานได้ เพราะไม่เ็ห็นมีสิวหลังทานไป 12 ชั่วโมงเลยค่ะ)


แต่ข้อสรุปของคุณปลาคือ หยุดทานขมิ้นชัน และให้ทานตรีผลาล้างพิษ และก็ให้ทานสมุนไพรและยาบำรุงเลือดลมแทนค่ะ 


ผลคือ ประจำเดือนจากที่เป็นลิ่ม ๆ สีคล้ำ (ซึ่งคุณปลาคิดว่าปกติ) กลับเป็นสีแดงสดใส ไม่เป็นลิ่มเลยค่ะ แสดงว่ามาูถูกทางแล้วค่ะ เพราะประจำเดือนลักษณะนี้บ่งบอกว่าสุขภาพปกติค่ะ


และมีประเด็นที่คุณปลาแชร์มานะคะ คือ ที่คุณหมอบางสำนักให้ทานวิตามินเอจนผิวหนังหรือมือเป็นสีเหลืองนั้น เป็นวิธีรักษาแบบไหน อันตรายมั้ย คุณปลาได้สอบถามคุณหมอที่เก่งทางด้านนี้เหมือนกันค่ะ ได้คำตอบว่า เป็นการใช้พิษขับพิษค่ะ ซึ่งบีมคุ้น ๆ ว่าน่าจะเป็นแนวโฮมีโอพาธี แต่วิธีนี้จะได้ผลเฉพาะกับคนที่มีความสามารถในการขับวิตามินเอออกได้หรือต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญค่ะ แต่ในเคสของคุณปลา เขาไม่แนะนำเพราะระบบย่อยมีปัญหามาก และความสามารถในการขับพิษหรือส่วนเกินของร่างกายออกมีค่อนข้างน้อยค่ะ


เพื่อน ๆ ก็ลองสังเกตดูนะคะว่าตัวเองเข้าข่ายคุณปลาไหม ถ้าใช่ ก็ยังไม่แนะนำให้ทานขมิ้นชันค่ะ


นอกจากนี้ คุณหมอแผนไทยที่รักษาคุณปลายังแนะนำว่า เพื่อให้การรักษาแบบแผนไทยประสบความสำเร็จสูงขึ้น เขาแนะนำให้ไปตรวจสุขภาพค่ะ อย่างถ้าคนอื่น ก็อาจตรวจน้ำตาล ไขมัน อะไรแบบนี้ หรือไป X-Ray ดูอวัยวะที่เขาสันนิษฐานว่าเกิดปัญหาค่ะ อย่างของคุณปลา เขาบอกว่า มีสิวที่คางบ่อย และที่แก้ม ที่กราม โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่คาง ซึ่งเขาบอกว่าถ้าผู้หญิงอายุ 30 ปีขึ้นไป ไม่ควรมีสิวที่บริเวณนี้ และไม่ควรมีสิวลักษณะนี้แล้วค่ะ คือ เม็ดใหญ่ ๆ อักเสบ ๆ และขึ้นเรื้อรัง เขาสันนิษฐานว่าเป็นที่รังไข่ ก็เลยให้คุณปลาไป X-Ray ดูที่โรงพยาบาล

ผล X-Ray ออกมา คุณปลาถึงกับอึ้งเลย เพราะมีจุดดำ ๆ ที่รังไข่เต็มเลยค่ะ คุณหมออธิบายว่าเป็นโรค PCOS ค่ะ อธิบายง่าย ๆ ว่า เป็นโรคที่เกี่ยวกับฮอร์โมนผู้ชายที่รังไข่มีสูง ทำให้ไข่ตกไม่สมบูรณ์ ปกติแล้ว ถ้าไข่ตกแล้วถุงไข่จะต้องฝ่อไป แต่ของคุณปลาหรือผู้หญิงที่เป็นโรคนี้ถุงไข่ไม่ฝ่อ การตกไข่ไม่สมบูรณ์ และเป็นหลาย ๆ ครั้งจนเป็นจุดดำ เหมือนมีของเสียแต่ขับออกไม่ได้ทำนองนี้น่ะค่ะ

คุณปลาถามว่าโรคนี้เป็นตั้งแต่เมื่อไหร่ คุณหมอบอกว่า เป็นตั้งแต่มีประจำเดือนครั้งแรกเลย!

หุหุ คุณปลาบอกว่า แหม ถ้าได้เช็ค ได้รู้ตั้งแต่วัยรุ่น คงจะแก้ปัญหาสิวได้ถูกทางแล้วล่ะ ไม่ต้องปล่อยให้ล่วงเลยมาจนป่านนี้ แต่ก็ดีแล้วนะคะที่ได้รู้สาเหตุแล้วจะได้แก้ไข

คุณหมอบอกว่าโรคนี้รักษาไม่หาย แต่ตอนที่บีมศึกษาข้อมูลโรคนี้ และได้อ่านบล็อกหมอเชน มันหายได้นะคะ และพอรักษาหาย สิวก็หาย เป็นผลพลอยได้ไปด้วยเลย

เราก็ได้ข้อสรุปแล้วว่าสิวของคุณปลาเกิดจากที่นี่นั่นเอง

ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลหลายแหล่งในอดีตค่ะ แต่ตอนนั้นคุณปลาไม่สนใจเพราะคิดว่าสิวเกิดจากอาหารและการใช้ชีวิตที่ผิดเท่านั้น

คุณปลาเคยไปตรวจ แล้วหมอบอกว่า อาการของคุณนี่ ต้องตั้งครรภ์สัก 2 ครั้งถึงจะหาย!
และอีกที่คือ ใช้พลังจักรวาลน่ะค่ะ ประมาณนี้ ไปกี่ที่เขาก็บอกว่าคุณปลามีปัญหาที่ท้องน้อย (ตำแหน่งมดลูก) ค่ะ

ซึ่งคุณปลาก็เีรียบเรียงและให้ข้อมูลเพิ่มว่า พอต้นเหตุมันคือที่รังไ่ข่แล้ว มีฮอร์โมนผู้ชายสูง (สิ่งที่บ่งบอกโรคนี้คือ ขนดก สิวเรื้อรัง และป่องกลาง (ประมาณว่าอ้วนออกกลางลำตัวค่ะ) ก็จะไปกระตุ้นให้เกิดภาวะดื้ออินซูลินนี่แหละ (แถวๆ นี้บีมจำไม่ค่อยได้ ต้องขออภัยถ้าถ่ายทอดคลาดเคลื่อนไปนิดนะคะ แต่ที่มั่นใจคือ มันจะพาไปสู่เบาหวานค่ะ) ซึ่งในคนเป็นสิว ปกติจะมีภาวะนี้อยู่แล้ว แต่พอคุณปลามีโรคนี้เพิ่มมา ก็ทำให้ภาวะนี้ยิ่งรุนแรงกว่า เพราะแค่ทานคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว เช่น ขนมหวาน เค้ก ข้าวขาว ก็จะทำให้สิวอักเสบและึึขึ้นได้มากกว่าคนเป็นสิวทั่ว ๆ ไป

และ PCOS ยังทำให้เกิดภาวะพร่องแคลเซียมได้อีกด้วยค่ะ

นอกจากนี้ คุณปลายังบอกว่า ตัวเองทานของเปรี้ยว (เพื่อล้างพิษ) ไม่่ค่อยได้

คุณหมออธิบายว่า โดยปกติแล้ว ของเปรี้ยวจะไปทำให้เม็ดเลือดแดงบางลง ทำให้ในคนที่มีเม็ดเลือดแดงน้อย ไม่ค่อยสมบูรณ์อาจมีปัญหาได้ค่ะ เพราะจะเกิดภาวะตัวซีด และการส่งสารอาหารไม่ค่อยดี ซึ่งของคุณปลาจะเข้าข่ายนี้

วิธีแก้คือ ให้ลดปริมาณลงจากขนาดปกติ สมมติว่า โดยทั่วไปเขาแนะนำให้ทานน้ำมะนาว 1 ลูก ก็ต้องทานเพียง 1/4 เป็นต้นค่ะ

ก็หวังว่าข้อมูลจากคุณปลาในครั้งนี้จะมีประโยชน์และต่อยอดความรู้เพิ่มเติมให้กับทุกคนไม่มากก็น้อยนะคะ

และบีมก็ขอแปะวิดีโอที่พึ่งอัดใหม่เกี่ยวกับอาหารที่่ควรทานในการรักษาสิวนะคะ เชื่อว่าจะ่ช่วยได้อีกมากค่ะ

ขอบคุณสำหรับการติดตามจ้า

ร่วมแบ่งปันบทความให้กับเพื่อนของคุณ